Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>> อภัยให้หายแค้น

เรื่อง :

อภัยให้หายแค้น

'งานแห่งการให้อภัย มี 2...ประเภทหรือ 2...เป้าหมาย
หนึ่ง ....การช่วยกู้
สอง......การคืนดีกัน

....บางครั้งเมื่อเราถูกทำร้ายจิตใจ เป้าหมายเดียวที่สมเหตุสมผลคือ
....การหาทางเอาชนะประสบการณ์เลวร้ายนั้นให้ได้
....การลดความรู้สึกจ็บปวดจากเหตุการณ์ให้เหลือน้อยที่สุด
....หรือเพื่อรับการเยียวยาใหม่ เรียนรู้จากประบการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก้าวต่อไป
....การทำชีวิตให้ดีที่สุดหลังจากประสบการณ์ที่เลวร้ายในอดีต
...นั่นคือ เป้าหมาย ที่จัดเป็น...การช่วยกู้


...การคืนดีกันนั้นมีเป้าหมายอีกอย่างหนึ่ง
...แต่..งานแห่งการให้อภัย จะไม่นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่คืนดีดังเดิมได้
...นอกเสียจากว่าจะมีความสัมพันธ์กันมาก่อนหน้านี้
...หรืออย่างน้อยก็มีความปรารถานที่จะฟื้นความสัมพันธ์นั้นกลับคืนมา

....สิ่งที่มีบทบาทสำคัญในการให้อภัยแบบช่วยกู้คือ มองปัญหาให้รู้แจ้งตลอด
....ณ..จุดนี้เราจะรู้ว่า เราถูกละเมิดอย่างไร และใครเป็นคนที่ควรรับผิดชอบ
....ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น อย่างยิ่งเพื่อช่วยให้เราไม่ต้องเจอกับสถานการณ์เดิมๆๆอีก

....อีกสิ่งหนึ่งที่มีส่วนในกระบวนการกู้คือ ความเข้าใจ
....เราอาจสามารถเข้าใจได้ว่า ทำไม คนที่ทำร้ายเราจึงทำสิ่งนั้นต่อเรา
...และอธิบายได้ว่าสิ่งนั้นมันเกิดขึ้นอย่างไร

...การมองปัญหาให้รู้แจ้งแทงตลอด หรือความเข้าใจ
...จะทำให้เราช่วยกู้อะไรบางอย่างจากประสบการณ์ที่เจ็บปวดได้ดีขึ้น
...นั่นล่ะคือ ทั้งสองมีบทบาทสำคัญ และเป็นประโยชน์สำคัญต่อการให้อภัย



ส่วนการให้อภัยแบบคืนดีนั้น สิ่งแรกคือ การแสดงออกถึงการให้อภัย
.....มีทั้งการให้และรับการอภัยโทษอย่างเปิดเผย
.....มีการกล่าวคำขอโทษและมีคนรับคำขอโทษนั้น
.....มีการแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่ได้กระทำลงไปและมีการรับรู้
แต่..การแสดงออกถึงการอภัย มิใช่สิ่งเดียวที่จะนำเราสู่การคืนดีกันได้
.........ข้าพเจ้าเคยได้อ่านหนังสือ " Forgiving and Forget" ( อภัยแล้วลืมซะ ) ของลูอิส สมิดิส ในบทหนึ่ง ชื่อ " Forgiving Monsters " ( อภัยให้อสูรร้าย ) ซึ่งเขียนไว้ว่า

...." ถ้าเราบอกว่า... อสุรนั้นต่ำทรามกว่าที่จะให้อภัยให้ได้ .... ก็เท่ากับว่าเรากำลังยกให้มันมีอำนาจอย่างที่มันไม่ควรมี ...อสุรกายที่ชั่วช้าเกินกว่าที่เราจะอภัยให้ได้... ย่อมมีกรงเล็บที่คอยจิกอยู่ที่คอหอยของผู้เคราะร้ายนั้น ... พวกมันสามารถพิพากษาโทษเหยื่อของมัน...ให้ตกอยู่ในความเจ็บปวดทรมานไปชั่วชีวิตได้ ...ถ้าพวกเขาเป็นอสูรกายที่ร้ายเกินกว่าให้อภัยได้ ....พวกเขาก็ได้รับอำนาจให้ทำร้ายจิตใจ ...ผู้ถูกทารุณกรรมต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด "


....อยากบอกว่า...การที่เราให้อภัยให้เขา...มิใช่เพื่อตัวเขา
....แต่เพื่อตัวเราเอง ถ้าไม่ทำเช่นนั้น
....ตัวเราเองก็จะไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือของความโหดร้ายที่โดนกระทำได้เลย

....มีคนบอกว่า.." การให้อภัยเป็นไปได้จริงๆ หรือ ในเมื่อคนๆนั้นไม่ได้ขอการอภัยโทษ โดยไม่เคยรู้สึก หรือแสดงความเสียใจเลย หรือ ว่าผู้กระทำผิด ไม่รู้ว่าตัวเองทำร้ายจิตใจผู้อื่น"
...ก็จริงในข้อที่ว่า ความสำเร็จสุดยอดของการให้อภัย เป็นเรื่องที่คนสองคนตกลงยอมกัน
...แต่การให้อภัยเป็นจริงได้โดยไม่ต้องไปถึงจุดสุดยอดนั้นก็ได้นี่นา
...การอภัยเกิดขึ้นได้จริง แม้ว่ามันจะจบลงที่การรักษาแผลใจของผู้ให้อภัยเองก็ตาม

...ส่วนมากความลังเลใจของคนเราในการให้อภัยคนอื่น เพราะ
...มีสุมมุติฐานที่ผิดๆ ว่าการให้อภัยคือการยอมจำนนและการยอมสละสิ่งที่มีค่าบางอย่างไป
... เราคิดว่า มันอาจจะเป็นการให้รางวัลบางอย่างกับอีกฝ่ายหนึ่งที่เขาไม่คู่ควรจะได้รับ
...หรือไม่ก็เป็นกสารลบล้างความผิดที่ทำไปทั้งหมด เหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


.......แต่การอภัย ไม่ใช่ อย่างนั้น
.......การให้อภัยไม่ใช่ปลดเปลื้องเขาออกจากความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาได้ทำกับเรา แต่อย่างใด
.......เขาต้องรับผิดชอบในเรื่องต่างๆเหล่านี้เอง เป็นกรรมของเขาเอง ที่เขากระทำขึ้นมา
......เขาไม่อาจชดใช้หนี้ ได้มากกว่าที่เขาได้ชดใช้ไปแล้วและกำลังชดใช้อยู่
.......ดังนั้น การให้อภัย จึงมิใช่เป้นการให้ในสิ่งที่เขาไม่ควรได้รับแต่อย่างใด
......เขาไม่ได้อะไรเลยจากการที่เราอภัยให้เขา


.....การไม่ยอมให้อภัย ต่างหาก ที่ทำให้เราถูกผูกยึดติดอยู่กับสิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น
.....ความเจ็บปวด ความอัปยศอดสู การนึกสมเพชตัวเอง
.....เหล่านี้ต่างหากที่ เราต้องควรเลือกทิ้งมันไป โดยการให้อภัยให้เขา
.....และการรักษาแผลในใจ จะไม่เริ่มเกิดขึ้นเลย จนกว่าเราจะอภัย และยกโทษให้เขา
....เราต่างหากล่ะ ที่ได้รับประโยชน์จากการให้อภัย



....แต่บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า...
....การให้อภัยนี้ดูยากเหลือเกิน แล้วมันคุ้มค่าจริงๆ หรือ
....คำถามก็คือ เราอยากได้รับการรักษาแผลในใจมากขนาดใหน
....ที่ผ่านมา ความลังเลใจในการที่จะยกโทษให้ นั้น
....เป็นเหมือนความมืดมิดภายใน ที่กีดกั้นไม่ให้มีความชื่นบาน ความรัก และสิ่งดีๆอีกหลายๆอย่าง เข้ามาสู่ชีวิตเราได้
....การให้อภัยได้ทลายปราการอันมืดมน พันธการนั้น ทิ้งไปและช่วยให้เราสามารถสัมผัส
....กับสิ่งที่เราขาดหายไปอีกครั้งหนึ่ง



....มีสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้า...ได้จดจำเสมอคือ.....

...( .ความยุติธรรม....ไม่อาจรักษาแผลใจได้เลยแม้แต่นิดเดียว )
...( แต่การให้อภัยนี่สิ...กลับลบรอยแค้นที่ฝังอยู่ได้จนหมดสิ้น )


....ข้อคิดนี้ข้าพเจ้าได้มาจาก เด็บบี้ มอร์ริส
....ซึ่งอ่านจากเรื่องราว ชีวิตจริงของเธอ
...ที่ประสบเหตูการณ์ ลักพาตัว ข่มขืน พยายามฆ่า
...ความโหด***มที่ยังคง ส่งพิษร้ายกัดกร่อน ชีวิตเธอไปอีกเนิ่นนาน แม้ว่าผู้ที่ได้กระทำกับเธอนั้น ได้ถูกพิพากษาไปตามกระบวนยุติธรรมแล้วก็ตาม
...เรื่องราวของเธอถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ที่ได้เล่าถึง นาทีหฤโหด อีกทั้งช่วงเวลานานนับปี
...ที่เธอเดินบนเส้นทางอันแสนทรมานนั้น กว่าที่เธอจะได้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้งหนึ่ง
...ก็ต่อเมื่อเธอ ได้อภัย....และหลุดพ้น...จากความมืดมิด ที่เกาะกินใจมานาน

....ในเรื่องราวจากชีวิตจริงอันน่าตื่นตะลึง ที่ข้าพเจ้าได้อ่าน
....เธอบรรยายอย่างละเอียด ถึงการต่อสู้ส่วนตัวที่ยากเข็ญยิ่ง
....และเหนือสิ่งอื่นใดที่น่าจะ อัศจรรย์กว่า
.... การรอดชีวิตจาก อาชญากรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตเธอเสียอีก


.........................อภัยให้หายแค้น.................
...เป็นเรื่องราวของเธอ ที่อ่านแล้ววางไม่ลง จับใจจนต้องพลิกหน้าต่อไปโดยไม่รู้ตัว
...ยิ่งกว่านั้น มันเป็นเรื่องราวที่เล้าถึงความกล้าหาญ ความศรัทธา และการให้อภัยอย่างเหลือเชื่อ
...ในโลกที่ต่างคนต่างต้องต่อสู้กับการไม่ยกโทษให้กันและกัน
...ชีวิตของเธอเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเมตา ที่เราทั้งหลายต่างโหยหายิ่งนัก
...ความเมตตาที่ส่องสว่างมากที่เราจะกล้าเชื่อ
...สว่างมากพอที่จะเอาชนะความชั่วร้ายอันมืดมิดที่สุดลงได้

...หากทุกคนในสังคม...นำเอาแนวคิด การอภัยให้หายแค้น นี้ ไปใช้
...สังคมคงจะสงบสุขขึ้นอีกมากมาย
....แม้แต่ข้าพเจ้า เองก็ได้นำข้อคิดนี้ไปใช้ กับคนที่ทำร้ายข้าพเจ้า..อย่างเจ็บปวด...มาแล้ว...
...ไม่น่าเชื่อ....ว่ามันได้ผลดีที่เดียว....ตอนที่ข้าพเจ้า อภัยให้ได้
...คือตอนที่ข้าพเจ้ารู้สึก หลุดพ้น...จากวังวนตรงนั้น
...มาอยู่รอบนอก...และมองดู...พร้อมๆๆ...กับอโหสิกรรมให้



...แปลกใหม....ตอนนี้ข้าพเจ้าเป็นสุขใจ...กับการให้อภัยแล้ว
...แล้วท่านล่ะ...ให้อภัยใครหรือยัง...?







โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com