Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>> Mr.Positive Man

เรื่อง :

Mr.Positive Man

เป็นงานที่เขียนขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อยากให้หลายลองอ่านดูจ้ะ

*****************************************************************
Mr.Positive Man

ในชีวิตโสดของฉันนั้น มีผู้ชายมาให้ได้จ๊ะจ๋าอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่ว่าฉันสะสวยอะไรหรอกนะ แต่ฉันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ซะจนไม่มีใครมอง โดยเฉพาะรูปลักษณ์อย่างฉันนั้น สเป็คนานาชาติ (คนไทยไม่มอง) ทำให้ฉันค่อนข้างจะมีหนุ่มๆต่างชาติมาให้ฝึกภาษาอังกฤษมิได้ขาด และแล้วหนุ่มคนล่าสุดของฉันก็เป็นหนุ่มหล่อ จากมลรัฐมานิเปอร์ ประเทศอินเดีย ด้วยความเป็นแขกขาว ที่ไม่มีกลิ่นตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของชนชาติมากๆที่เราเรียกกันว่า กลิ่นแขก ซึ่งแตกต่างจากหนุ่มอินเดียทั่วไปนั่นเองที่สะดุดตา {หู จมูก)ฉัน และที่สะดุดหัวใจฉันอย่างจังก็เห็นจะเป็นรูปร่างที่สูงสง่าค่อนข้างผอม ใบหน้าเซียวภายใต้แว่นสายตากรอบบางที่ครอบอยู่บนดั้งจมูกที่โด่งเป็นสันนูนได้รูป แววตาสดใสที่มองมายังฉันในครั้งแรกที่ได้พบนั้น ทำให้ฉันรู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ด้วยความที่ฉันต้องตั้งใจฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดีย ทำให้ฉันไม่ได้มีเวลาเขินอายได้มากมายนัก
จริงๆแล้วไม่ใช่ฉันหรอกนะที่จะต้องพบปะพูดคุยกับพ่อหนุ่มคนนี้ (เขาสมัครมางานการประชุมเอดส์โลก) จะเป็นพี่อีกคนในที่ทำงานนี้ต่างหากที่จะต้องพูดคุยกับเขา เพียงแต่วันนั้น เจ้าตัวผู้ประสานกันไว้ก่อนนั้นไม่อยู่ เหลือแต่ฉันกับพี่แม่บ้าน เลยต้องมารับแขก อย่างที่ต้องเป็นเหตุให้ฉันได้สานสัมพันธ์กับเขาต่อมา จนกระทั่งถึงวันนี้
หลังเสร็จงานประชุมใหญ่ที่เราเรียกกันว่า การประชุมเอดส์โลก พ่อหนุ่มนี่ก็ไม่ยอมกลับบ้านล่ะสิ ฉันเองก็มัวแต่เหน็ดเหนื่อยจากงานการประชุมระดับใหญ่ยักษ์ที่เมืองไทยเป็นเจ้าภาพนี้ จนอยากจะหาที่ทางให้ได้หลบไปนอนพักที่ไหนสักแห่ง แต่จนแล้วจนรอด ฉันก็ไม่สามารถไปไหนได้ไกล เนื่องจากต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังกับพ่อแขกหนุ่มรูปงามคนนี้ ด้วยว่า ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน มีปัญหาอะไร หรือบางทีเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะใช่ปัญหา เธอก็จะต้องโทรหาฉันให้ไปช่วยเหลืออยู่ตลอดทุกเรื่องไป จนฉันชักจะกลัวว่า ฉันต้องดูแลเขาไปตลอดชีวิตหรือเปล่าเนี่ย อุตส่าห์ข้ามน้ำ ข้ามทะเลมาได้จนป่านนี้ แต่ปัญหาเล็กๆน้อยๆ กลับต้องมีฉันตามแก้ให้เกือบจะทุกเรื่อง เช่น เรื่องการหาที่พักที่ใกล้ๆกับที่ที่จะต้องไปทำงานในช่วงเวลาที่อยู่ในเมืองไทย หรือการจัดหาซื้อข้าวของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างแผนที่กรุงเทพฯฉันก็พาไปหาซื้อ เพื่อไม่ให้หลงทางเวลาไปไหนมาไหน แต่แผนที่ก็ถูกพับเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างเรียบร้อย ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานสักครั้งเดียว หรือคู่มือนักท่องเที่ยวภาษาไทย-อังกฤษ-ญี่ปุ่น(เธอพูดภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยนะเออ) ราคาเล่มละหลายร้อยบาทก็ทำเป็นแกล้งอ่านนิดหน่อยตอนที่อยู่กับฉันเท่านั้นเอง หรือโรงพยาบาลที่จะต้องไปตรวจร่างกาย หรืออะไรอีกหลายหรือ มากมายเต็มไปหมด แต่ฉันกลับยอมเป็นธุระให้ แม้จะมีบ่นบ้างประปราย ซึ่งผิดวิสัยตัวเองอยู่ไม่น้อย ชักจะสงสัยใจตัวเองอยู่ครามครัน
สัปดาห์แรกผ่านไปโดยที่หลายอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอย แต่มีปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าตามมา นั่นก็คือ วีซ่าที่พ่อหนุ่มคนนี้จะสามารถอยู่ในเมืองไทยได้กำลังจะหมดเวลา และเขาพยายามหาทางที่จะอยู่ในเมืองไทยให้ได้นานที่สุด และบอกว่าไม่อยากกลับไปอินเดียแล้ว และด้วยความที่มีความสามารถติดตัว หรือความมั่นใจในตัวเองสูง เขาเริ่มไปคุยกับสำนักพิมพ์ที่ออกหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ เพื่อขอสมัครเป็นช่างภาพและนักข่าว ที่เป็นอาชีพเดิมที่ทำอยู่แล้วที่บ้านเกิด ซึ่งก็ได้รับการตอบรับซะด้วยสิ แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องเริ่มงานในเดือนถัดไป ยังไงวีซ่าหมดอายุอยู่ดี ต้องไปต่อ เอาละสิคะท่าน ฉันจะทำยังไงล่ะทีนี้ เขาเริ่มเครียดกับปัญหาใหม่นี้ และมีอาการปวดศีรษะหรือปวดท้ายทอยเป็นประจำ ซึ่งจะมีใครล่ะที่จะมานวดให้ ถ้าไม่ใช่ฉัน บางวันฉันเลยต้องนอนค้างที่ห้องใหม่ของเขาด้วย ไปๆมาๆฉันว่าฉันคงต้องมาอยู่ด้วยสักพักก่อนที่เขาจะกลับไปจัดการธุระที่อินเดีย
คุณมีข้อสงสัยอะไรบางอย่างจากที่ฟังฉันเล่าเรื่องนี้ใช่มั้ย คุณเอ๊ย! ผู้หญิงกับผู้ชายน่ะนะ เวลาอยู่ด้วยกันในพื้นที่ที่มิดชิด และบรรยากาศพาไป ที่สำคัญต่างคนต่างพึงพอใจในกันและกันซะขนาดนั้น ร้อยทั้งร้อย คงเหลือไม่กี่เปอร์เซ็นหรอกที่จะไม่มีอะไรกัน ฉันเองก็ไม่สามารถฝืนกฎธรรมชาติข้อนั้นไปได้ และฉันคิดว่าสำหรับฉันแล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องฝืน ถ้าคุณพึงพอใจและพร้อมที่จะให้มันเกิดขึ้น ที่ว่าพร้อมฉันหมายรวมถึงการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ นั่นก็คือ แค่คุณใช้ถุงยางอนามัย ทุกอย่างก็เรียบร้อย หรือการท้องก่อนแต่ง นอกเสียจากว่าคุณอยากมีลูก ซึ่งฉันเองอยากมีลูกมาตั้งนานแล้ว แต่กับคนนี้ฉันจะตัดสินมีลูกตอนนี้ยังไม่ได้ เพราะฉันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะตัดสินใจมีลูก และอีกอย่างตอนนี้ร่างกายเขาค่อนข้างอ่อนล้าจากปัญหาหลายอย่าง CD4 เริ่มลดลง จนต้องรีบไปตรวจเพื่อที่จะได้ทราบว่า ถึงเวลาที่จะต้องรับยาต้านไวรัสหรือยัง
อ้อ! CD4 คืออะไรหรือคะ อ้าว! ดิฉันไม่ได้บอกคุณหรอกหรือคะว่าเขาเป็น Positive Man หรือ ผู้ชายที่มีเลือดบวก อย่าบอกนะว่าเลือดบวก คุณก็ยังไม่ทราบอีก โอยตายจริง..คุณไม่ทราบจริงๆหรือนี่ ก็เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี(HIV) ยังไงล่ะคะ อ้าว! เป็นลมไปซะแล้ว
************************************************
อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิคะ ฉันไม่ใช่คนโรคจิต หรือคนที่ไม่เข้าใจเรื่องเอดส์นะคะ จะได้ต้องกลัวไปซะหมด ผู้ติดเชื้อฯเขาก็คือคนปกติ ธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ บางช่วงก็มีที่ไม่สบายบ้างจากโรคฉวยโอกาส ถ้ารักษาโรคเหล่านั้นหาย ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ร่างกายก็สามารถแข็งแรงได้ปกติเหมือนคนทั่วไป
คุณสงสัยว่าฉันจะติดเชื้อฯจากหนุ่มคนนี้หรือเปล่าน่ะหรือ ถ้าติด..คุณจะรู้สึกยังไง สมน้ำหน้าฉัน ที่รู้ว่าเขาติดเชื้อฯ ยังจะมีหน้าไปมีอะไรกับเขาได้ลง หรือถ้าฉันไม่ติดล่ะ คุณก็ไม่เชื่อใช่มั้ยล่ะ ว่าแล้วเชียว..ถ้าอย่างนั้น ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่า ความจริงแล้วฉันจะติดหรือไม่ติดใช่มั้ย แต่มันอยู่ที่ คุณเชื่อว่าฉันติดเชื้อฯแล้วแน่นอน ซึ่งฉันว่ามันไม่ยุติธรรมกับฉันเลยนะ ถ้าคุณมีความเข้าใจในเรื่อง เอชไอวี/เอดส์ (HIV/AIDS) ที่ถูกต้องละก็ คุณจะไม่เชื่ออย่างนั้นแน่นอน เพราะความเชื่อเช่นนี้จะมากับทัศนคติที่เป็นลบเสมอ
ถ้าคุณเข้าใจบางสิ่งบางอย่างที่ถูกต้องและเป็นข้อมูลความจริงแล้ว คุณจะมีทัศนคติที่เปลี่ยนไป มองสิ่งนั้นอย่างเข้าใจและเป็นจริงมากขึ้น เพราะการที่คุณมองฉันและตัดสินว่าฉันเป็นผู้ติดเชื้อฯนั้น เบื้องต้นก็คือ คุณได้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของฉัน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนจะต้องได้รับความเคารพไปแล้ว และยิ่งมากมายกว่านั้นก็คือ ฉันเองก็ได้ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของพ่อแขกหนุ่มของฉันไปแล้วเรียบร้อย ที่บอกเล่าเรื่องราวของเขาให้คุณได้ฟัง ซึ่งการที่ฉันเป็นคนที่ทำงานด้านสิทธิกับเอชไอวี/เอดส์ แต่ฉันก็เป็นคนละเมิดมันเสียเอง
นี่คือตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่า การทำงานสิทธิมนุษยชนในบ้านเรายังไปไม่ถึงไหนและเกิดการละเมิดสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี/เอดส์อยู่ทุกวัน ที่แท้เรากำลังก้าวถอยหลัง ซึ่งอีกไม่กี่ก้าวก็จะตกหน้าผา แล้วอย่างนี้ยังจะมีหน้าไปคุยกับต่างบ้านต่างเมืองเขาอีกว่า การทำงานเอดส์ในประเทศไทยดีที่สุดในโลก ACCESS FOR ALL ทั่วถึง เท่าเทียม ได้อย่างหน้าไม่อาย..

***************************************************
วันนี้เป็นวันที่ฉันต้องมาส่งแขกหนุ่มกลับบ้านกลับเมือง เนื่องจากว่าวีซ่ามีปัญหา ต้องกลับไปจัดการที่ต้นทางคืออินเดีย และเขาสัญญาว่าจะรีบกลับมา ถ้าสถานการณ์ที่มลรัฐมานิเปอร์ไม่มีเคอร์ฟิวเขาคงรีบกลับมาเมืองไทยได้ไม่เกินสิบวันนับจากวันนี้ ฉันไม่ได้รู้สึกดีใจหรือเสียใจมากมายนัก แต่ก็ไม่ค่อยชอบอารมณ์นี้ของตัวเองเลย เหมือนน้ำตามันจะไหลยังไงไม่รู้ แย่จัง...
ฉันคงต้องรีบเช็คเมล์พรุ่งนี้เช้าเพื่อจะได้แน่ใจว่าเขาไปถึงอย่างปลอดภัย และอยากจะทราบว่าเขาจะจัดการกับปัญหาที่ทำให้เขาต้องกลับไปอินเดียอีกครั้งหรือเปล่า และที่สำคัญ ฉันอยากจะรู้ว่าเขาจะได้กลับมาเมืองไทยได้อีกครั้งหรือไม่...ถ้าไม่ล่ะ..........
********************************************


โดย : pintong lekan
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน<


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com