Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>> ละครลองให้อ่าน เรื่อง คลื่นลูกหลง

เรื่อง :

ละครลองให้อ่าน เรื่อง คลื่นลูกหลง

นำแสดงโดย


ศิวัฒน์โชติชัยชรินทร์ รับบทปิลันธ์ หรือ ปอนด์
ฑิฆัมพรฤทธิ์ธาอภินันท์ รับบทตะวันชนก หรือ ฝุ่น
ภุชิสสะธนพัฒน์ รับบทแดนไทย
พิชญาศรีเทพย์ รับบทไอยดา หรือ อะตอม
อัศนัยเทียนทอง รับบท กีรติ หรือ กอล์ฟ
สาวิกาไชยเดช รับบทเทียนหอม
พาทิศพิสิฐกุล รับบทจารึก หรือ เจมส์
ยุทธพิชัยชาญเลขา รับบทอ. มาโนช
มยุราเศวตศิลา รับบทภัชชา


ตอนที่ 1
เมฆา และ ภัชชา 2 สามี-ภรรยา มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือ ตะวันชนก หรือ ชื่อเล่นๆว่า ฝุ่น ฝุ่นเป็นเด็กเรียนเก่ง ตั้งใจเรียน กีฬาเป็นเลิศ โดยเฉพาะบาสเก็ตบอล ฝุ่นเป็นเด็กห้าวๆ ติดนิสัยผู้ชาย เพราะที่บ้านไม่มีผู้หญิงเลยนอกจาก ภัชชา และตัวฝุ่นเอง ธรรมดาฝุ่นจะชอบเล่นกับเมฆ ฝุ่นรักพ่อมาก เมฆาเป็นคนอารมณ์ดี เก่งกีฬาทำให้ฝุ่นเป็นเด็กชอบเล่นกีฬาไปด้วย แต่กับภัชชา หล่อนพยายามผลักดันลูกให้เข้าวงการเหมือนตน แต่ฝุ่นกลับไม่ชอบ เกลียดในสิ่งที่แม่ยัดเยียดให้…
ส่วนกับแม่นั้น ฝุ่นจะเฉยๆ เพราะไม่ค่อยได้คุ้นเคยหรือใกล้ชิดสนิทสนมนัก ภัชชานั้นวันๆทำแต่งาน เธอเคยเป็นดารานางแบบ เงิน สำหรับเธอแล้วเงินคือพระเจ้า มิใช่ว่าภัชชาจะไม่สนใจลุก ไม่รักลูก แต่ทว่าต้องการให้ลูกมีอนาคตที่ดี
เช้าสางวันนี้เป็นวันเกิดของฝุ่นวันที่ 13 เมษายน วันสงกรานต์พอดี
ฝุ่นเดินไปที่มุมห้อง หยิบปฎิทินฉบับจิ๋วขึ้นมาดู วงเลข 13 เอาไว้เพราะเป็นวันเกิดตน พร้อมกับยิ้มกรุ่มกริ่มกับตัวเอง หวังในใจว่าทุกคนคงจะจำวันเกิดเธอได้และลงมาชั้นล่าง
+++ที่โต๊ะกินข้าว+++
‘ภัชจ๋า วันนี้มีอะไรทานบ้างล่ะ’ เมฆาถามภรรยา
‘ก็ของโปรดคุณแหละค่ะ ข้าวต้มกุ้ง ภัชทำเองเลยนะคะเนี่ย’ ภัชชาคุย พลันเหลือบมองลูกสาวที่ทำหน้าตาบูดเบื่อซะเหลือเกิน
‘อ้าว ยัยฝุ่น เป็นอะไรล่ะนั่นเราน่ะ ไม่ชอบหรอลูก’
‘ฝุ่นไม่ชอบทานกุ้งนี่ แม่จำไม่ได้เหรอคะว่าฝุ่นน่ะแพ้อาหารทะเล’
‘ต๊าย แม่ก็ลืมไปซะนี่ โทษทีนะลูก งั้น…แดงๆ ทำข้าวต้มไก่ให้คุณหนูที่นึงซิ’ ภัชชาเรียกแดง แม่ครัวให้ทำกับข้าวมาใหม่ อีก 1 ที่
‘ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ ฝุ่นไม่กินแล้ว ’ ฝุ่นน้อยใจพ่อกับแม่ที่จำวันเกิดตนไม่ได้
‘ทำไมล่ะยัยฝุ่น แม่เค้าอุตส่าหวังดีนะ เรานี่เอาแต่ใจจริงๆ’ เมฆาติลูก
‘อย่าไปว่าแกเลยค่ะ เดี๋ยวก็งอนน้อยใจอีก’ ภัชพูด
‘เอ่อ ภัชวันนี้วันที่เท่าไรแล้วจ๊ะ ’
‘ 13 ค่ะคุณ วันสำคัญอย่างนี้ ลืมได้ไงกันคะ’ ภัชแซวสามี ด้านฝุ่นนั้นแอบยิ้มกริ่มนึกว่าพ่อกับแม่จำวันสำคัญวันนี้ได้
‘เออ….ใช่ผมก็ลืมไปแน่ะ วันสงกรานต์นี่ เดี๋ยวโดนสาดน้ำตายแน่เลย รีบกินดีกว่าเดี๋ยวไปส่งงานอีก …. เมื่อคืนแพลนงานดึกไปหน่อย ต้องส่งวันนี้น่ะ’
‘เพลาๆลงบ้างเถอะเมฆ.. เจ้านายคุณก็อะไรกันนักหนา วันหยุดอย่างนี้ยังต้องทำงานอีก’ ภัชบ่น ในขณะที่ฝุ่นนั่งทำหน้าเบื่อโลก ผิดหวังอย่างแรงที่ไม่มีใครสนใจเธอเลย
‘จ้า…’ เมฆพูดเสียงอ้อน
‘งั้นหนูไปเรียนพิเศษนะ หวัดดีค่ะพ่อ ..แม่’ ฝุ่นพูดตัดบทแล้วไปเรียนพิเศษ
เมฆและภัชชามองตามลูกอย่างงงๆ แต่ไม่ได้คิดอะไร
หลังจากฝุ่นออกไป ภัชชาก็บ่นกับเมฆ
‘ยัยฝุ่นคงโกรธน่ะค่ะ ภัชเองก็ลืมว่าลูกแพ้อาหารทะเล’
‘ไม่เอาน่า ภัช คุณก็รู้นี่ ยัยฝุ่นน่ะเอาแต่ใจจะตาย ผมก็ตามใจแกเกินไป’
2 สามี – ภรรยา นั่งพร่ำถึงลูกสาว

ตอนที่ 2
จันทร์หญิงสาวผู้ยากจน พาเทียนหอมลูกสาววัย 18 มาฝากลำยอง พี่สาวของมนัส ไอ้ผัวตัวแสบวันๆเอาแต่กินเหล้าเมายา ไม่ทำงานทำการ จันทร์พาเทียนหอมเดินทางมาจาก สุราษฎร์ธานี เทียนหอมเป็นเด็กใต้ หน้าตาน่ารัก คมขำดี ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก เทียนหอมต้องย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพเพราะผัวตัวแสบจ้องจะข่มขืน และตอนนี้ได้เสียชีวิตลงเพราะตกเป็นทาสยาเสพติด เลยพาลูกหนีย้ายออกมาอยู่ที่นี่ ส่วนตนต้องกลับไปเคลียร์ภาระที่ค้างไว้ที่ต่างจังหวัดก่อน
ลำยองเป็นพี่สาวของของมนัส ผัวของจันทร์ ด้านจันทร์นั้นอาศัยอยู่กันในบ้าน มีอยู่ 5 คน คือ จันทร์ มีน้องสาวคือเกดเป็นนักร้องคาเฟ่ มีผัวคือช้าง ช้างนั้นเกาะเมียกิน บ้ากาม ทั้ง 2 ยังไม่มีลูกด้วยกัน และยังมีคนใช้ 1 คนคือ เปลว
จันทร์พาลูกตามมาที่ สุขุมวิช ซอย 10 ที่หน้าบ้านลำยอง บ้านลำยองเป็นบ้านเช่า 2 ชั้น มีบริเวณเป็นสนามหญ้า ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักหนา
‘พี่ลำยอง อยู่ไหมจ๊ะ พี่ลำยอง’ จันทร์ตะโกนเรียกพี่สามีอยู่ที่หน้ารั้วบ้าน ลำยองนั้นนุ่งผ้าถุง เดินดุ้มๆออกมาจากบ้าน
‘ใครล่ะนั่น วู้ เรียกอยู่นั่นแหละ ก่งกริ่งไม่ยอมกด ใครล่ะนั่น…’ ลำยองพูดพลางบ่น
‘ฉันเองพี่’
‘จันทร์ มาได้ล่ะเนี่ย มะมะ เข้ามาก่อน พาใครมาด้วยล่ะนั่น’
‘เออ นี่เทียนหอม ลูกสาวฉันน่ะพี่ คือฉัน…คือ’ จันทร์อึกอักไม่กล้าพูด
‘อะไรเล่า พูดก็พูดมาซิ ไอ้นี่นิ’
‘คือฉันจะพาไอ้เทียนมาฝากพี่สักพักน่ะ ไอ้เทียนมันขยันนะพี่ การงานไม่เคยเกี่ยงแล้วก็..’ จันทร์พูดสรรพคุณลูกสาวตัวเอง อย่างอยากให้ลำยองรับเลี้ยงไว้
‘ให้หนูซักกางเกงใน…หนูก็ไม่เอานะแม่’ เทียนหอมพูดสอดแทรกขึ้นมา ทำให้จันทร์ต้องหยิกแขนเตือน
‘โอ๊ยยยยย ….แม่อ่ะเจ็บนะ’ เทียนบ่น
‘หยุดปากเดี๋ยวนี้นะ ’ จันทร์ว่าลูกสาว แต่ลำยองกลับถูกชะตากับเด็กคนนี้เพราะเป็นคนตรงดี คิดไงพูดงั้น ดูจริงใจ แม้จะปากเสียไปบ้าง
‘เอาล่ะๆ พอทั้ง 2 นั่นแหละ เอาเป็นว่าฉันตกลงหลานทั้งคนนี่หว่า แล้วอยู่ชั้นไหนแล้วน่ะเอ็ง’
‘อ๋อ ชั้น 2 จ้ะที่โรงเรียนเก่าหนูมี 3 ชั้น หนูอยู่ชั้นกลางพอดีเลย’ เทียนหอมพูดไปยิ้มไป เธอเป็นเด็กบ้านนอก พูดจาอะไรก็ดูซื่อๆ ตรงๆ ทำเอาลำยองอมยิ้มอย่งถูกใจในความใสซื่อมากๆๆๆๆๆ

ตอนที่ 3
ปิลันธ์ หรือเรียกสั้น ว่าปอนด์ เรียนอยู่ที่วิทยาลัยอิเล็กฯ ปอนด์เป็นเด็กตัวคนเดียว ไม่มีญาติ ไม่มีพี่น้อง อาศัยอยู่กับ ลุงทัก ภารโรงหรือนักการที่วิทยาลัย
ลุงทักบอกว่าพ่อกับแม่ปอนด์เสียชีวิตไปแล้ว ลุงทักบอกว่าตัวเองเป็นพี่ชายของพ่อปอนด์ เลี้ยงปอนด์มาตั้งแต่เด็กๆ ลุงทักเป็นคนส่งให้ปอนด์เรียน ปอนด์มักจะสงสัยเสมอว่า ลุงเอาเงินที่ไหนมาส่งเสียให้ตนเรียนนักหนา ลุงทักก็มักจะตอบว่า ‘ข้ามีปัญญาละกันล่ะ’
เช้านี้ อากาศแสนแจ่มใส เสียงนกส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เป็นนกที่ลุงทักเลี้ยงไว้
เป็นนกเขา ลุงทักมักเรียกมันว่า ไอ้หมา ลุงทักเดิมเป็นคนสุพรรณ รักนกเขาราวลูกของตน เลยเรียกนกเขาตัวนี้ว่า ไอ้หมา
ปอนด์ตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ ประมาณ 05.30 น เช่นนี้อย่างทุกวันแต่ทุกครั้งที่ตื่นก็มักจะเห็นผู้เป็นลุงตื่นก่อนเสมอ ทุกคั้งที่ตื่นมักจะได้ยินเสียงของนกเขาเรียกตัวเองว่า ไอ้หมาๆทุกครั้งไป
‘หนวกหูจริงนะ เห่าได้ทั้งวัน’ ปอนด์แซวนก ขกเขายังคงร้องต่อไป ไอ้หมาๆๆๆ
‘ไอ้นกบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวจับผัดเผ็ดซะเลย ยิ่งหิวๆอยู่ ’ ปอนด์ขู่
‘เฮ้ยๆ ไอ้คุณปิลันธ์ คุณจะรับประทานลูกสุดที่รักของกระผมไม่ได้นะคร๊าบ’
ลุงทักแซวทีเล่นทีจริงกลับบ้าง
‘ก็มันกวนประสาทนี่ลุง เห่าอยู่นั่นแหละ ไอ้หมาๆ ฉันไม่ใช่หมานะเว้ย’
‘มันเรียกตัวมันเองตะหากเล่า’
‘อะไรนะ นี่ลุงสอนให้มันเรียกตัวเองด้วยเหรอ ว้าว..’ ปอนด์แซวลุง
‘เออ นกข้ามันอัจฉริยะว้อย มีชื่อเป็นของตัวเอง 5555555’ ลุงทักหัวเราะ ทำให้ปอนด์ อดอมยิ้มไม่ได้ ในความต๊องของลุงแต่ปอนด์ก็ยังรักและเคารพลุงเสมอมา และที่สำคัญปอนด์ไม่เคยดูถูกอาชีพของลุง กลับภูมิใจที่เป็นอาชีพสุจริต ไม่ได้เบียดเบียนใคร
ปอนด์แต่งตัวเสร็จ แค่หวีผมนิดหน่อย เสื้อยืด กางเกงบอลง่ายๆ
‘ลุง วันนี้วันสงกรานต์น่ะ เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอกหน่อยนะ ไปหาไอ้กอล์ฟหน่อย เผ้าบ้านดีๆนะ อย่าให้ใครขโมยไปได้นะลุง ..ไปล่ะ ’ ปอนด์พูดพลางถีบจักรยานออกไปหาเพื่อนซี้ที่อพาร์ทเม้นท์ ลุงไม่ได้สนใจอะไรพูดแต่ ‘เอ้อ‘’ กลับสนใจนกมากกว่าหลาน ปอนด์ยิ้มเล็กๆ ให้ลุง

ตอนที่ 4
ปอนด์ถีบจักรยานคันเก่งไปหา กีรติ หรือ กอล์ฟ เพื่อนสนิทที่อพาร์ทเม้นท์ข้างวิทยาลัย แต่ที่หน้าห้องของกอล์ฟ
‘โหย เจ๊ ก็มันไม่มีอ่ะ’ กอล์ฟบ่น ฟังจากบทสนทนาเหมือนกำลังจะแก้ต่างปัดค่าเช่า
ตามจริงนั้น บ้านกอล์ฟถือว่าไม่ได้ยากจน ออกจะมีกินมีใช้ พ่อกอล์ฟเป็นนักการเมือง ส่วนแม่นั้นเสียชีวิตแล้ว พ่อก็มีภรรยาใหม่ เแต่กอล์ฟอยากใช้ชีวิตอิสระ ไม่อยากอยู่ในกรอบ เลยขอใช้ชีวิตตามลำพัง พ่อก็ยอม แต่มีข้อแม้ว่าต้องส่งตัวเองเรียนเอง ห้ามใช้เงินพ่อ….กอล์ฟก็มีข้อแม้ว่าจะไม่เรียนคณะบริหารธุรกิจตามที่พ่อฝัน ตนจะเลือกเรียน ศิลปกรรมศาสตร์ เพราะตนชอบด้านการศิลป์ มีหัวริเริ่ม รักดนตรีและงานวาดเขียน ซึ่งขัดกับพ่อ
‘อะไรกัน ลื้อผลัดมาอั๊วมา 2 เดือนแล้ว เดือนนี้ยังไงก็ต้องจ่าย เอามาเร็วๆ’ เจ๊เปี๊ยกแต่ตัวไม่เปี๊ยก….บ่นพร้อมดิกนิ้วจะเอาตังค์
‘อะไรกันเจ๊ …. ดูซิพูดทีเกลือหล่นเป็นถังเชียว งกจริงๆเลยนะ’กอล์ฟสวนกลับ
‘นี่ตกลงลื้อจะให้ม้ายอากอล์ฟ ถ้าไม่ให้อั๊วก็จะให้คนอื่นที่เค้ามีตังค์เช่าเข้ามาอยู่ มีคนจะมาพักที่อั๊วตั้งเยอะแยะ โฮ่ย.. ’
‘เซ็งกะบ๊วยงี้เนี่ยนะ..’ กอล์ฟบ่นพึมพำ พลางสายตาเหลือบไปเห็นเพื่อนซี้
‘ไอ้ปอนด์ …’ กอล์ฟเรียกเพื่อนซี้
‘เออ..มีไรกันง่ะ’
‘ลื้อมาก็ดีแล้ว พอจะมีเงินค่าห้องจ่ายให้เพื่อนลื้อก่อนมั้ยล่ะ มีก็ออกๆไปก่อน ค่อยไปใช้คืนกันเองละกาน’ เจ๊เปี๊ยกบ่น
‘เท่าไรอ่ะ ..’
‘7500’
‘เฮ้ย !!!’ ทั้ง 2 ถึงกับสะดุ้งโหยง
‘เจ๊จะบ้าเหรอ 2 เดือนเนี่ยนะ 7500 ไหนว่าเดือน 3000 ไง 2 เดือนก็ 6000 ไง ไหงอีกพันห้า…ค่าไรอ่ะ’
‘ค่าเสียเวลาว้อย อั๊วตามมาเก็บตังค์ลื้อทีราย ลื้อก็เบี้ยวทู๊กที ขึ้นบันไดทีนึงลื้ออยู่ตั้งชั้ง หก อั๊วล่ะเข็กขาจาตาย’ เจ๊เปี๊ยกจอมเค็มบ่น
‘หืม… เจ๊ แล้วทำไมไม่ขึ้นลิฟท์เล่า ’ ปอนด์เถียงแทน
‘ลิฟท์เสียน่ะซี้ ไม่รู้จักซ่อม ซังกะบ๊วยห่วยแตก เดือนตั้ง 3000 ยังจะคิดค่าเสียเวลาอีก ’ กอล์ฟกระแทก
‘แล้วลื้อจะให้ม้าย’ เจ๊เปี๊ยกขึ้นเสียง
‘ให้..บ่ายสามวันเสาร์ โอเค๊ะ …’ กอล์ฟพูดจบก็ลากปอนด์แล้วปิดประตูใส่หน้าตัดบทไปเลย ในขณะที่เจ๊เปี๋ยกยืนแบมือกระดิกนิ้วจะรับตังค์ พร้อมหรี่ตาอย่างชนะ
กลับต้องสะดุ้ง และเจ็บใจ 2 ตัวแสบ แถมยังตะโกนย้ำ
‘อากอล์ฟ อาปอนด์ ไอ้เจ้าเล่ห์ ไอ้เด็กผี ถ้าลื้อเบี้ยวอีกที อั๊วเอาตำรวจมาจับแน่’

ตอนที่ 5
ไอยดาหรือเรียกเล่นๆว่า อะตอม เด็กสาววัย 18 นิสัยออกจะเปิ่นนิดๆ ซุ่มซ่ามหน่อยๆ ใส่แว่น เรียนเก่งมาก ทางบ้านมีฐานะปานกลาง พอมีพอใช้ แต่ครอบครัวมีความสุข อะตอมเป็นเด็กเรียน เธอเรียนเก่งจำพวกวิชาวิทย์ๆ โดยเฉพาะเคมี คงจะได้เชื้อสายมาจากพ่อซึ่ง เคยเป็นครูเคมี สอนวิทยาศาสตร์มาก่อน ที่บ้านของอะตอมเปิดเป็นร้านเบเกอรี่ และไอศกรีม อะตอมเป็นเด็กมองโลกในแง่ดี ถูกเลี้ยงมาอย่างมีความสุข พ่อกับแม่ไม่เคยทะเลาะกัน แม้ทะเลาะก็เรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่น้อยครั้งนัก
วันนี้เป็นวันเกิดฝุ่น และเป็นวันเกิดของอะตอมเช่นกัน ทั้ง 2 เกิดวันเดือน พ.ศ. เดียวกัน ประหลาดมาก ซึ่งทั้ง 2 ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและคบกันมานาน
‘แม่คะ วันนี้อะตอมขอเค้กก้อนนึงนะคะ คือว่าวันเกิดฝุ่นน่ะค่ะ หนูจะเอาไปเซอร์ไพรซ์’ อะตอมพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
‘วันเกิดฝุ่นเหรอ เออใช่ แม่ก็ลืมไป ฝากคุ๊กกี้ข้าวโอ๊ตไปให้ด้วยละกัน’ วนาแม่ของอะตอมพูดแกมหยอกลูกสาว พร้อมยื่นกล่องขนมผูกโบว์สวยแต่พลันเห็นลูกสาวทำหน้าเศร้า
‘แหม…ดูซิ ทำเป็นน้อยใจ ดูทำซิ ไม่น่ารักเลย ลูกใครหว่า’
‘แม่อ่ะ ’
‘งั้นเดี๋ยวแม่ฝาก เค้กอีกก้อนนึงไปให้เด็กคนนึงด้วยละกัน รู้สึกว่าเค้าจะเกิดวันเดียวกับหนูฝุ่นน่ะ ลูกพอจะรู้จักไหม เด็กที่ชื่ออะตอมอะไนเนี่ยแหละ’ วนาแซว
‘ค่าาาา เดี๋ยวหนูจะเอาไปประเคนให้ทั้งคุณฝุ่นและก็คุณอะตอมถึงที่เลยล่ะค่ะคุณวนาจอมอำ’ อะตอมแซวแม่กลับ ทั้ง 2 แม่ลูกหัวเราะกันอย่างมีความสุข
เอ่อ แม่คะ พ่อล่ะ‘’ อะตอมถามแม่
‘คุณเคมีน่ะเร้อ โน่นแน่ะ นอนคดคู้ แดดไม่เลียก้นเป็นไม่สะดุ้งตื่น’ วนาพูดพลางยื่นหน้ายื่นปากไปยังข้างบนห้องนอน แซวสามี
‘คุณแม่เนี่ย หนูจะฟ้องคุณพ่อ ปากดีนัก’ อะตอมพูดพลางหยิกแม่เบาๆ
‘นิ๊ เด้กคนนี้ หยิกแม่ได้ไง สายแล้ว ไปเร้ว ไปได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทันเรียนล่ะก็..’
‘แม่จะหยิกแล้วสมน้ำหน้าซ้ำ’ อะตอมพูดต่อประโยคซ้ำๆที่แม่พูดประจำ
‘’’งั้นหนุไปเรียนนะ ฝากหอมแก้มคุณเคมีด้วยนะคะคุณวนา’
‘จ้าาา คุณหนูไอยดา เดินดีๆล่ะเดี๋ยวตกท่อ ’ วนาล้อลูกกลับ
หลังจากนั้น อะตอมก็ออกไปเรียนโดยหอบเอากล่องคุ๊กกี้และเค้กก้อนใหญ่กะว่าจะไปฉลองกะเพื่อนซี้ เพิ่งนึกขึ้นได้ จึงย้อนกลับมาตะโกนเรียกแม่
‘แม่ ไปส่งหนูหน่อยสิ หนูหอบไปไม่หมดหรอก’
‘ว่าแล้ว แล้วฝุ่นล่ะลูก ไหนว่าจะมารับไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวมารับก็ไม่เจอหรอก’
‘อ๋อ ฝุ่นโทรบอกเมื่อคืนน่ะค่ะ ว่าไม่ได้มารับ จะเลยไปเรียนพิเศษเลย ขี้เกียจฝ่าด่านสงกรานต์ เค้ารำคาญน่ะค่ะ’
‘งั้นเดี๋ยวแม่พาไปส่งเอง ทิ้งพ่อไว้คนเดียวนี่แหละ…..ไป ’
แล้วทั้ 2 แม่ลูก ขึ้นรถยนต์ไปด้วยกัน

ตอนที่ 6
แดนไทย เด็กหนุ่มวัย 19 นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 1 เรียนนิเทศศาสตร์แดนไทยไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร เป็นเด็กต่างจังหวัดเข้ามาเรียนในกรุงเทพ บ้านเดิมนั้นอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ พ่อกับแม่เป็นชาวไร่องุ่นอยู่ที่เหมืองทางเหนือ
แดนไทยเป็นเด็กกตัญญูมีความทะเยอทะยานสูง ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ส่งตัวเองเรียน และมักจะส่งเงินไปให้พ่อกับแม่ใช้อยู่เสมอ แดนเข้ามาสอบในกรุงเทพตัวคนเดียว ได้เงินติดตัวมาก้อนนึง เป็นเงินที่นายหัวเจ้าของไร่ให้เป็นทุนยืมก่อนเอาไว้เป็นค่าใช้จ่าย อาหาร ที่พัก แต่แล้วแดนก็เอ็นไม่ติด แต่ตนก็อยากอยูที่นี่ เพราะคิดว่าเจริญกว่าเมื่อเทียบกับที่ตนต้องอยู่ที่เก่า แดนอยากเรียนคณะนิเทศฯ เพราะอยากเป็นดารา แดนไทยปลื้มดาราคนนึง คือ ภัชชา แม่ของฝุ่น จึงคิดเรียนมหาลัยเอกชน แต่ค่าหน่วยกิตแพงมาก แดนไทยจึงดิ้นรนหาเงินเพื่อส่งตัวเองเรียนมหาลัยหรูๆเอง
แดนไทยพักอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่ง แดนไทยแต่งตัวเสร็จก็รีบออกไปหางานทำข้างนอก โดยแวะที่เคาน์เตอร์เพื่อสั่งอาหารทานก่อน
‘พี่ครับ ข้าวผัดอเมริกันที่นึงครับ’ แดนไทยสั่งอาหาร
ครู่หนึ่ง มีชายร่างสูงโปร่ง ผมเรียบ เนี๊ยบ แต่งตัวดูดี เดินเข้ามาหา
‘สวัสดีครับน้อง พี่เป็นโมเดลลิ่งนะ มองหานายแบบ นักแสดงเข้าสังกัด ไม่รู้ว่าน้องเนี่ย สนใจรึเปล่า’ แดนไทยทำหน้าแปลกๆ ไมค่อยไว้ใจ ชายหนุ่มคนนั้นจึงพูดว่า….
‘เอ่อ พี่ไม่ได้หลอกเธอหรอกนะ ดูทำหน้าสิ ไม่ใช่ 18 มงกุฎแน่นอนเชื่อได้’
‘เอ่อ…คือผม’
‘เอาเป็นว่าพี่ให้นามบัตรน้องไว้ก่อนละกัน ถ้าน้องเปลี่ยนใจก็โทรหาพี่นะ ’
ก่กอนเดินจากไป ได้หันมาพูดกับแดนไทยอีกที
‘พี่พูดตรงๆนะ พี่ถูกชะตาน้องจัง ถ้าน้องได้เป็นดาราล่ะก็ รับรองดังระเบิด’
แดนไทยยิ้มให้ พร้อมดูนามบัตร ใจจริงแล้วก็สนใจอยู่เหมือนกัน แดนไทยอ่านนามบัตรแล้วพูด
‘ชัชชัย’ ชายหนุ่มคนนั้นชื่อ ชัชชัย เป็นแมวมองจาก เซ็นส์ ไซแนปส์ บริษัทผลิตภาพยนต์ ทำให้แดนไทยยิ่งมั่นใจยิ่งขึ้นว่าคงไม่ใช่พวก 18 มงกุฎ ความจริงแล้ว ชัชชัยเป็นเกย์ ประเภทชายรักชายตะหาก………

ตอนที่ 7
ทางด้านฝุ่น นั่งรอเพื่อนรัก ไอยดาอยู่หน้าติวเตอร์ที่เรียนพิเศษ ด้วยอารมณ์แสนที่จะหงุดหงิด เพราะไม่มีใครจำวันเกิดได้ ครู่หนึ่ง มีรถคันหนึ่งเข้ามาจอด
‘ฝุ่น มานานยังอ่ะ แม่จอดนี้เลยค่ะ’ อะตอมเปิดกระจกรถตะโกนเรียกเพื่อนรัก พร้อมกับหันไปบอกให้แม่จอดส่ง ฝุ่นเดินไปหาเพื่อนที่รถ พร้อมก้มลงทัก
‘แม่ หวัดดีค่ะ’
‘ดีจ้ะ สุขสันต์วันเกิดน่ะลูก’ วนาอวยพรฝุ่น
‘ขอบคุณค่ะ น้านา ’ ฝุ่นรู้สึกซึ้งใจ มองวนาอย่างแม่คนนึง
‘แหม ดูทำหน้าดิ ทำเป็นซึ้ง ยิ้มซะแก้มแทบฉีกแน่ะ นี่แม่เรานะ อย่ามามองด้วยสายตาแบบนี้สิฝุ่น เราก็หวงเหมือนกันนะ ’ อะตอมหยอกเพื่อน ทำเอาฝุ่นหน้าเสีย วนาจึงรีบพูด
‘ลูกบ้านี่ ดูว่าเพื่อนซิ ไม่ได้เรื่องเลย ไม่สวยแล้วยังปากเสียอีก เนอะหนูฝุ่น’
อะตอมรู้ตัวจึงรีบผสมโรง
‘เอ่อ ฝุ่น ตอมขอโทษนะ ล้อเล่นอ่ะ คุณแม่น่ะแหละ ยุหนู’ รับปัดความผิด
‘อะไรๆแม่อยู่เฉยๆนี่ เราน่ะแหละ’
‘ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฝุ่นไม่เห็นจะเป็นไรเลย ยังไงก็ขอบคุณนะคะน้านา’
‘จ้า น้าไปนะ แม่ไปนะยัยตัวแสบ’ วนาบอกลาเด็กทั้ง2
ฝุ่นคิดในใจว่าอยากให้ ภัชชาเป็นแบบนี้บ้างจัง….
‘ไปเรียนเหอะฝุ่น …เนี่ยแม่ฝากคุ๊กกี้มาให้ด้วยนะ’
‘ขอบใจนะ แม่อะตอมดีกับฝุ่นจังอ่ะ’










โดย : ลัคกี้ ไรท์เตอร์
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน<


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com