Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>> การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยในกรุงเทพมหานคร

เรื่อง :

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยในกรุงเทพมหานคร

การมีส่วนของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยในกรุงเทพมหานคร..

สลักร พานา*

บทนำ
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น การเพิ่มขึ้นของประชากรนี้จะทำให้เกิดชุมชนต่างๆ เพิ่มขึ้นอีก ประกอบกับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองหลวง ซึ่งในอนาคตนั้นเมืองหลวงแห่งนี้มีแนวโน้มของประชากรจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านต่างๆ ตามมามากมาย และปัญหาอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะมูลฝอย ที่มีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความหนาแน่นของชุมชนและประชากร ซึ่งนับวันขยะมูลฝอยจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากการศึกษาพบว่า ปี พ.ศ. 2545 ที่ผ่านมานี้ กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณวันละ 9,521 ตัน คิดเป็นร้อยละ 24 ของปริมาณขยะทั่วประเทศ และเพิ่มขึ้นจาก ปี พ.ศ. 2544 ประมาณ 200 ตันต่อวัน ซึ่งปี 2544 มีปริมาณขยะประมาณ 9,317 ตันต่อวัน และคาดกันว่า ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2546-2550 จะมีปริมาณขยะจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 ตันต่อวัน (สรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย, กรมควบคุมมลพิษ, 2545 : 25) สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนมีการใช้สอยบริโภคสินค้ามากขึ้น เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางการเงินอันจะนำไปสู่การกระตุ้นให้ระบบเศรษฐกิจเติบโตขึ้นตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของรัฐบาลต่อไป
ปัญหาเรื่องการจัดการขยะมูลฝอย จึงเป็นภาระหน้าที่ของกรุงเทพมหานครในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพถูกหลักสุขาภิบาลและไม่ไปกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ การแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร จะต้องให้ความสำคัญและควรทราบถึงรูปแบบวิธีการกำจัดขยะมูลฝอยที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ตามหลักวิชาการเรียกว่า การจัดการขยะมูลฝอยตามหลักสุขาภิบาล
การจัดการ (Management) นั้น เป็นกระบวนการ กิจกรรมหรือการศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในอันที่จะเชื่อมั่นได้ว่า กิจกรรมต่าง ๆ ดำเนินไปในแนวทางที่จะบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าที่ในอันที่จะสร้างและรักษาไว้ซึ่งสภาวะที่จะเอื้ออำนวยต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ด้วยความพยายามร่วมกันของกลุ่มบุคคล (จักรพันธุ์ ปัญจะสุวรรณ, 2545 : 2 อ้างใน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2527 : 5)
ส่วน การจัดการขยะมูลฝอย นั้นเป็นกิจกรรมที่กลุ่มบุคคลปฏิบัติงานร่วมกัน ในการทำหน้าที่กำจัดขยะมูลฝอยให้หมดสิ้นไปตามนโยบายที่ตั้งไว้ ด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยมีขั้นตอน และรูปแบบในการกำจัดขยะมูลฝอย พร้อมทั้งการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อให้มีจิตสำนึกในการทิ้งขยะให้ถูกที่และลดการก่อขยะมูลฝอย เป็นต้น
การจัดการขยะมูลฝอยนั้นมีความสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะหากขาดการจัดการที่ดีอาจนำปัญหาต่าง ๆ มาสู่ประชาชนได้ และอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศด้วย เพราะขยะมูลฝอยเป็นสาเหตุของปัญหาด้านต่างๆ ของประเทศ ไม่ว่าเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพอนามัย เป็นต้น โดยรูปแบบของการจัดการนั้นมีด้วยกันหลายวิธี ซึ่งแต่ละหน่วยงานอาจมีวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละหน่วยงานและประเภทของขยะที่เกิดขึ้นด้วย สำหรับการจัดการขยะมูลฝอยของกรุงเทพฯ นั้น ที่ผ่านมานั้น โดยรวมแล้วจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของกรุงเทพฯ โดยมุ่งที่จะกำจัดขยะมูลฝอยเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถที่ลดปริมาณของขยะมูลฝอยได้ แม้จะมีการรณรงค์โดยการสร้างจิตสำนึกให้ทิ้งขยะมูลฝอยลงในถังบ้างก็ไม่สามารถจัดการให้ดีได้ สาเหตุหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะการขาดความร่วมมือจากประชาชนหรือ/และประชาชนไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอยได้ พร้อมทั้งไม่อาจเสนอข้อเสนอแนะต่าง ๆ ได้ จึงทำให้การจัดการขยะมูลฝอยที่ผ่านมาไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ฉะนั้น การจัดการขยะมูลฝอยที่ดีและมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดของกรุงเทพฯ และประชาชนในชุมชนต้องให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ละชุมชนอาจจะใช้วิธีในการจัดการขยะมูลฝอยที่ไม่เหมือนกัน เช่นบางชุมชนอาจมีการแยกขยะก่อนบ้าง บางชุมชนอาจจะรณรงค์การใช้สิ่งของที่ก่อให้เกิดขยะน้อยที่สุดบ้าง หรือบางชุมชนอาจจะมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เก็บขยะไปแลกกับไข่ไก่ เป็นต้น ซึ่งแต่วิธีในการจัดการขยะมูลฝอยของทุกชุมชนก็มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ ทำให้ขยะมูลฝอยหมดสิ้นไปตามหลักสุขาภิบาล เพื่อไม่ไปกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ.

ปัญหาขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร
เพราะความที่ กรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์รวมความทันสมัยและความเจริญในด้านต่าง ๆ ของประเทศไทย จึงทำให้ประชากรจากภูมิภาคต่างๆ มุ่งหน้าเข้ามาแสวงหางานทำเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดชุมชนในเมืองเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นมูลเหตุของการก่อปัญหาขยะมูลฝอยตามมา เพราะทุกคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ล้วนแต่มีส่วนในการก่อขยะมูลฝอยขึ้นทุกวัน ดังนั้น กรุงเทพฯ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดปัญหาขยะล้นเมือง ในปัจจุบันกรุงเทพฯ มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นเกือบหมื่นตันต่อวัน เป็นปัญหาใหญ่ที่คนกรุงเทพฯกำลังเผชิญอยู่กับปัญหาที่ตนเองก่อขึ้นโดยขาดความรับผิดชอบ ถ้าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขโดยด่วนก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯเอง และจะกลายเป็นปัญหาของประเทศต่อไปได้ เพราะกรุงเทพฯถือว่าเป็นเมืองหลัก เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย ปัญหาที่เกิดขึ้นกับกรุงเทพฯย่อมกระทบถึงภาพพจน์ ส่วนต่างๆ ของประเทศไทยด้วย
ปัญหาขยะมูลฝอยนับวันจะมีผลเสียมากขึ้นกว่าเดิม เพราะขยะมูลฝอยส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของกรุงเทพฯ เกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม-การเมือง ด้านสุขภาพอนามัย-สิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ รัฐต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากในการกำจัดขยะ พร้อมกันนั้นขยะมูลฝอยก็ยังทำลายทัศนียภาพที่สวยงาม มีกลิ่นเหม็นและยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวหรือมูลค่าของที่ดินในบริเวณที่มีขยะมูลฝอยก็จะต่ำลงด้วย ปัญหาด้านสังคม-การเมือง ได้แก่ สังคมเกิดการแตกแยก มีการแบ่งชนชั้นระหว่างคนจนกับคนรวย ระหว่างอาชีพทำความสะอาด เก็บขยะกับอาชีพอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ปัญหาความไม่เสมอภาค ความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมเกิดขึ้นได้ เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน ในเรื่องการจัดการขยะมูลฝอย ประชาชนย่อมไม่ยอมให้รัฐมาใช้บริเวณพื้นที่ใกล้บ้านในการกำจัดขยะมูลฝอย หรือความขัดแย้งกันเองระหว่างผู้มีผลประโยชน์จากการกำจัดขยะมูลฝอยซึ่งจะเป็นเหตุนำไปสู่การปฏิบัติงานที่ทุจริตของภาครัฐได้และจะเป็นปัญหาของประเทศต่อไป ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย-สิ่งแวดล้อม ได้แก่ ระบบนิเวศเกิดความไม่สมดุล เกิดมลพิษทางด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางน้ำ อากาศ หรือในดิน ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นได้ เพราะขยะมูลฝอยเป็นแหล่งสำคัญที่เป็นพาหนะนำโรคชนิดต่างๆ มาสู่ประชาชน เป็นต้น
ขยะมูลฝอยนั้นมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมืองและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบใกล้ ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้
1. ขยะมูลฝอยเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์นำโรคและแมลงต่าง ๆ และยังเป็นที่อยู่อาศัยและเจริญพันธุ์ของสัตว์และแมลง เช่น หนู แมลงสาบ แมลงวัน อันจะนำมาซึ่งเชื้อโรคสู่มนุษย์ได้โดยง่าย
2. ขยะมูลฝอยก่อให้เกิดความรำคาญทำให้ขาดความสง่างามและสวยงามแก่ผู้พบเห็น เช่น ขยะมูลฝอยที่มีลักษณะกลิ่นเหม็น เป็นฝุ่นละอองที่เกิดจากการขนถ่าย ซึ่งถ้าหากว่ามีการจัดเก็บที่ไม่มีประสิทธิภาพและถูกสุขอนามัยแล้วก็จะก่อให้เกิดเป็นภาพที่น่ารังเกียจของผู้พบเห็น และจะยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวด้วย
3. ขยะมูลฝอยก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งทางน้ำ ทางดิน และทางอากาศ อันเนื่องจากการจัดเก็บ และทำลายไม่ถูกวิธี โดยมีน้ำฝนเป็นตัวชะล้างให้ละลายปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำและซึมลงสู่ผิวดิน เกิดไอระเหยจากสารเคมีที่ลักลอบนำมาทิ้งปนกับขยะมูลฝอยทั่วไป ซึ่งทำให้เกิดการเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกิดการใช้สอยดินและน้ำในบริเวณนั้นได้
4. ขยะมูลฝอยทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ กล่าวคือ ขยะมูลฝอยที่มีปริมาณมากนั้น ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดเก็บ ทำลาย และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่เสียไปอันเนื่องมาจากน้ำเสีย อากาศเสียและเนื้อหน้าดินปนเปื้อน เป็นต้น (เอกสารอัดสำเนา, การจัดการขยะมูลฝอย : 2546)
ปัญหาขยะมูลฝอย เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์เอง เป็นปัญหาที่ไม่ใช่ว่าจะแก้ไม่ได้ แต่การแก้ปัญหาจะต้องได้รับความร่วมมือกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายประชาชน ถ้าประชาชนทุกคนในกรุงเทพฯ มีความตระหนักและมีจิตสำนึกขึ้นในใจ มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองให้มากกว่านี้ ปัญหานี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไปสำหรับกรุงเทพฯ แต่ถ้ารัฐและประชาชนไม่ร่วมมือกันต่างคนต่างเกี่ยงกันทำ ปัญหานี้ก็จะเป็นปัญหาหนักที่ผู้บริหารกรุงเทพฯ และประชาชนจะต้องตามแก้กันต่อไปโดยไม่รู้จบ

แหล่งและสาเหตุของการเกิดขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร
ขยะมูลฝอยนั้น เกิดจากสาเหตุหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเจริญทางเศรษฐกิจ ความอยู่ดีกินดีของประชาชน และความทันสมัยทางเทคโนโลยี ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยความทันสมัยทางด้านต่างๆ มากมาย จึงไม่แปลกที่กรุงเทพฯ จะมีแหล่งผลิตขยะมูลฝอยอยู่มากมาย เช่น สถานประกอบการต่าง ๆ ชุมชน วัด และสถานที่ที่จัดงานทั่วไป เป็นต้น ซึ่งสถานที่เหล่านี้ล้วนแต่เป็นแหล่งผลิตขยะมูลฝอยที่เกิดมาจากความทันสมัยและความเจริญก้าวหน้าของกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น ประกอบกับความมักง่าย ที่ขาดความรับผิดชอบของประชาชนด้วย เมื่อขยะเกิดขึ้นแล้วมักคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตนเองในการเก็บขยะมูลฝอย
สำหรับแหล่งกำเนิดขยะมูลฝอยใหญ่ๆ ที่ผลิตขยะมูลฝอยในอัตราที่สูงนั้นพอจะสรุปได้ดังนี้
1. โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตของเสียอันตรายต่าง ๆ ในประเทศไทยที่เกิดจากระบบ อุตสาหกรรมมีอัตราสูงถึงร้อยละ 73 ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีการจัดการที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกหลักสุขอนามัยอยู่มาก
2. โรงพยาบาลและสถานที่ศึกษาวิจัย ซึ่งก่อของเสียอันตราย เช่น ขยะติดเชื้อ และเศษอวัยวะจากผู้ป่วย พร้อมทั้งของเสียที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีและสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนผู้อาศัยอยู่ใกล้ได้ ซึ่งยังมีการจัดการที่ไม่รัดกุมเท่าที่ควร
3. แหล่งชุมชนบ้านเรือน ซึ่งก่อขยะมูลฝอยที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่นหลอดไฟ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ เศษแก้ว เศษอาหาร เศษโลหะ พลาสติก หิน ไม้ กระเบื้อง หนัง ยาง กระดาษ เป็นต้น ซึ่งประชาชนยังมีการจัดการไม่ถูกต้องและมักจะทิ้งปนไปกับขยะทั่วไป ถ้าปล่อยไว้นานวันก็จะยิ่งก่อปัญหาให้แก่ชุมชนหมู่บ้านได้
4. สถานประกอบการในเมือง คือ ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคาร ตลาดสด วัด และสถานเริงรมย์ ซึ่งก่อขยะของเสียมากหลายชนิด เมื่อเสร็จงานแล้วก็มักจะเห็นว่ามีขยะมูลฝอยอยู่เป็นจำนวนมาก และส่วนมากก็จะมีการเก็บรวมกันหมดซึ่งไม่ได้คัดแยก จึงทำให้เสียเวลาและงบประมาณในการขนส่งและกำจัด ซึ่งน้อยคนจะรับผิดชอบโดยมากแล้วจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้ารัฐ (เอกสารอัดสำเนา, การจัดการขยะมูลฝอย : 2546)
ปัญหาขยะมูลฝอยที่เพิ่มขึ้นทุกวันในปัจจุบันนี้ มักจะเกิดจากพฤติกรรมการอุปโภคบริโภคของมนุษย์เป็นหลัก ที่เน้นความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันโดยหารู้ไม่ว่าผลของความสะดวกสบาย ความมักง่าย ความอยู่ดีกินดีนั้น กำลังจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในอนาคตได้ เพราะทุกคนล้วนแต่เป็นผู้ก่อให้เกิดขยะกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่ว่าจะก่อมากหรือน้อย แล้วแต่วิถีชีวิตของแต่ละบุคคล แต่จะมีสักกี่คนที่คิดได้ว่าควรช่วยกันลดปริมาณขยะมูลฝอยให้น้อยลง เพื่อที่จะประหยัดพลังงานและงบประมาณของชาติในส่วนที่จะต้องเสียเป็นค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะมูลฝอย ดังนั้นประชาชนทุกคนควรมีส่วนร่วมกันรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง มีจิตสำนึกในการทิ้งขยะมูลฝอยที่ตนเองก่อขึ้น เช่นก่อนทิ้งควรแยกขยะแห้งขยะเปียกเสียก่อน เวลาทิ้งควรทิ้งให้ถูกสีของถังที่กำหนดไว้ ซึ่งถ้าเราช่วยกันคนละไม้ละมือก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะทำกันได้ จะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐลงได้เป็นบางส่วนพร้อมทั้งสร้างระเบียบวินัยให้กับตนเองและเป็นตัวอย่างให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงข้อควรระวังในการก่อขยะและทิ้งขยะมูลฝอยให้ถูกสุขอนามัยตามที่คนรุ่นก่อนได้ประพฤติปฏิบัติมาเป็นต้น.
การจัดการขยะมูลฝอยของกรุงเทพฯ
ขยะมูลฝอย เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง และเป็นมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ถ้าขาดการจัดการที่ดีก็จะมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ได้ ดังที่กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่มีปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยให้ถูกหลักสุขอนามัยอยู่มากนับวันขยะมูลฝอยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนและภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้งการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ การแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น แม้ว่ารัฐบาลจะได้ประกาศนโยบายในการจัดการขยะมูลฝอยของประเทศแล้วเมื่อปี 2542 แต่ก็ยังไม่มีผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากนัก ดังนั้นรัฐบาลจึงควรผลักดันนโยบายการลดปริมาณขยะจากแหล่งกำเนิด การนำกลับมาใช้ใหม่ การคัดแยกขยะ การจัดการขยะแบบรวมศูนย์ ตลอดจนกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายอย่างจริงจัง (สถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2545 : 141)
ในการจัดการขยะมูลฝอยนั้น มีแนวทางในการจัดการอยู่หลายวิธีและหลายรูปแบบ แตกต่างกันไปตามลักษณะของขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแนวทางหลักๆ ในการจัดการได้แก่ การลดปริมาณขยะมูลฝอย การคัดแยกขยะมูลฝอย และการกำจัดขยะมูลฝอยที่ถูกหลักสุขอนามัย เป็นต้น
1. การลดปริมาณขยะมูลฝอย ปริมาณขยะมูลฝอยที่มากขึ้นทุกวัน เกิดจากการบริโภคของประชาชนที่เน้นความสะดวกสบาย ลืมนึกถึงขั้นตอนหลังการใช้ว่าควรจะจัดเก็บของเหลือหรือของเสียอย่างไร รัฐบาลควรรณรงค์ให้ประชาชนลดการก่อขยะมูลฝอยในแต่ละวัน หรือรณรงค์ให้ประชาชนแยกประเภทของเสียที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ เช่นกระดาษ พลาสติก และโลหะ เป็นต้น ซึ่งมีวิธีและขั้นตอนในการรณรงค์มีดังนี้
- ลดการทิ้งบรรจุภัณฑ์โดยการใช้สินค้าชนิดเติมใหม่ ได้แก่ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ถ่านไฟฉายชนิดชาร์ตใหม่ และน้ำยาทำความสะอาด หรือรณรงค์ให้เลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพมีบรรจุภัณฑ์ห่อน้อย อายุการใช้งานยาวนาน และตัวสินค้าไม่เป็นมลพิษ พร้อมทั้งรณรงค์ให้ลดการใช้วัสดุกำจัดจาก เช่นโฟมบรรจุอาหารและถุงพลาสติก เป็นต้น
- การนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ซ้ำหรือนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นการนำวัสดุของใช้กลับมาใช้ในรูปแบบเดิม หรือนำมาซ่อมแซมใช้หรือนำมาใช้ประโยชน์แทนสิ่งอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน เช่นการนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาใช้ผลิตเป็นหนังสือพิมพ์ใหม่ หรือนำไปพับเป็นถุงกระดาษ เป็นต้น การใช้ขยะรีไซเคิลที่มีคุณสมบัติน้อยกว่าเดิมมาผลิตสินค้าใหม่ เช่น การทำฝาหรือเพดาล จากกระดาษที่เหลือใช้จากการทำไฟเบอร์กลาส จากขวดพลาสติก และการทำพรมจากขวดพลาสติก เป็นต้น (กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครสวรรค์)
2. การคัดแยกขยะมูลฝอยตามมาตรฐานภาชนะรองรับขยะมูลฝอย เป็นการจัดการขยะมูลฝอยที่เกิดจากแหล่งกำเนิดของขยะมูลฝอย โดยจัดวางภาชนะรองรับที่เหมาะสมและสอดคลองกับระบบการคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อง่ายแก่การแยกประเภทขยะมูลฝอยในการนำไปรีไซเคิลหรือการขนย้ายและกำจัดต่อไป ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีหลักมาตรฐานในการจัดระบบภาชนะรองรับ ดังนี้
ถังขยะและถุงขยะ ถังขยะเพื่อให้การจัดเก็บรวบรวมขยะมูลฝอยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดการปนเปื้อนของขยะมูลฝอยที่มีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่จะต้องมีการตั้งจุดรวบรวมขยะมูลฝอยและให้มีการแบ่งแยกประเภทของถังรองรับขยะมูลฝอยตามสีต่าง ๆ โดยมีถุงบรรจุภายในถังเพื่อสะดวกและไม่ตกหล่นหรือแพร่กระจาย ส่วนถุงขยะนั้นก็สำหรับคัดแยกขยะมูลฝอยบนครัวเรือน บ้านเรือน ได้แก่
ถังขยะสีเขียวและถุงสีเขียว สำหรับรองรับขยะย่อยสลายได้ คือ รองรับขยะมูลฝอยที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว สามารถนำมาหมักทำปุ๋ยได้ เช่น ผัก ผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้ เป็นต้น
ถังขยะสีเหลืองและถุงสีเหลือง สำหรับรองรับขยะรีไซเคิล คือ รองรับขยะมูลฝอยที่สามารถนำมารีไซเคิลหรือขายได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ เป็นต้น
ถังขยะสีเทาฝาสีส้มและถุงสีแดง สำหรับถังเก็บขยะมีพิษ คือ รองรับขยะมูลฝอยที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ขวดยา ถ่านไฟฉาย กระป๋องสีสเปรย์ กระป๋องยาฆ่าแมลง และภาชนะบรรจุสารอันตรายต่าง ๆ
ถังขยะสีฟ้าและถุงสีฟ้า สำหรับเก็บขยะทั่วไป คือ รองรับขยะย่อยสลายไม่ได้ ไม่เป็นพิษและไม่คุ้มค่าการรีไซเคิล เช่น พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่สำเร็จรูป ถุงพลาสติก โฟมและฟอล์ยที่เปื้อนอาหาร เป็นต้น (สำนักรักษาความสะอาด กรุงเทพมหานคร, 2546)
3. การกำจัดขยะมูลฝอยที่ถูกสุขอนามัย โดยเริ่มจากการขนย้ายไปยังโรงงานไปจนถึงการกำจัดทำลายขยะมูลฝอย ซึ่งกรุงเทพฯ นั้นสามารถเก็บขนขยะได้เฉลี่ยวันละประมาณ 9,220 ตัน หรือร้อยละ 99 ของขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมดในพื้นที่บริการ จึงทำให้มีขยะตกค้างจำนวนหนึ่ง การเก็บรวบรวมและขนส่งขยะดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพฯ ซึ่งพบว่ายังมีปัญหาเรื่องการจราจรติดขัดเกือบทุกวันช่วงเวลา บางพื้นที่มีถนนแคบทำให้รถเก็บขยะเข้าไปไม่ได้ จึงมีขยะตกค้างในพื้นที่ นอกจากนั้นยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและการเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่มีประสิทธิภาพ ค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บขยะที่กรุงเทพฯเก็บได้ประมาณร้อยละ 5 ของค่าใช้จ่ายในการเก็บขยะทั้งหมด จึงทำให้กรุงเทพฯ ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะในด้านต่าง ๆ อยู่มาก สำหรับการจัดเก็บขยะนั้นกรุงเทพฯ ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการโดยรวบรวมและขนส่งจากสถานีขนถ่ายขยะอ่อนนุช ไปฝังกลบที่สถานีผังกลบราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ประมาณวันละ 3,600 ตัน และขนส่งจากสถานีขนถ่ายขยะหนองแขม จำนวนวันละ 3,250 ตัน และสถานีขนถ่ายขยะท่าแร้งวันละ 2,370 ตัน ไปยังสถานีที่ฝังกลบ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งรับขยะจากสองสถานีรวมกัน ประมาณ 5,620 ตันต่อวัน (รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ 2545) ดังแสดงในรูป ก-1

รูป ก-1 ผังการจัดการขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2545


ปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น
9,320 ตันต่อวัน


ปริมาณที่เก็บขนได้
9,220 ตันต่อวัน


สถานีขนถ่ายขยะอ่อนนุช สถานีขนถ่ายขยะหนองแขมสถานีขนถ่ายขยะท่าแร้ง
3,600 ตันต่อวัน 3,250 ตันต่อวัน 2,370 ตันต่อวัน


สถานที่ฝังกลบราชาเทวะ สถานที่ฝังกลบ
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
3,600 ตันต่อวัน 5,620 ตันต่อวัน

ที่มา : รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2545 (อ้างใน กรมควบคุมมลพิษ, 2545)

สำหรับการกำจัดขยะมูลฝอยนั้น มีหลายวิธีด้วยกัน แต่วิธีที่ถูกต้องคือ การเผาในเตาขยะ การฝังกลบ การหมักทำปุ๋ย และการแปรสภาพเป็นพลังงาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
การเผาในเตาขยะ เป็นการกำจัดขยะมูลฝอยที่สามารถทำลายขยะมูลฝอยได้เกือบทุกชนิด ซึ่งเตาเผานั้นมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับลักษณะของขยะมูลฝอย ถ้าเป็นประเภทที่ติดไฟง่าย ก็สามารถใช้เตาเผาชนิดที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงช่วย แต่ถ้าขยะมูลฝอยมีความชื้นมากกว่าร้อยละ 50 เตาเผาขยะต้องเป็นชนิดที่ใช้เชื้อเพลิงจำพวกน้ำมันเตาช่วยในการเผาไหม้ การเผาใช้เนื้อที่น้อย แต่ต้องใช้งบประมาณในการสร้างเตาเผาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจำนวนมาก ส่วนที่เหลือจากการเผาไหม้ เช่นขี้เถ้า สามารถนำไปใช้ถมที่ดินหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วย
การฝังกลบ เป็นการกำจัดขยะมูลฝอยอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งทำได้โดยนำขยะมูลฝอยมาเทลงในพื้นที่ที่เตรียมเอาไว้แล้วกลบด้วยดิน และบดให้แน่นอีกครั้งหนึ่ง การฝังกลบไม่สร้างความรำคาญและเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม พื้นที่บางแห่งเมื่อถมเสร็จเรียบร้อย อาจนำไปใช้เป็นประโยชน์อื่น ๆ เช่น ทำส่วนหย่อม สนามกีฬา เป็นต้น
การทำปุ๋ยหมัก เป็นการกำจัดขยะมูลฝอยโดยใช้วิธีนำขยะมูลฝอยที่ส่วนมากเน่าเปื่อยได้ มาผ่านขบวนการบดหมักทำลายของโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อให้เกิดการย่อยสลายตัว ขยะมูลฝอยที่ผ่านการหมักแล้ว จะถูกนำไปผึ่งต่อที่ลานผึ่งประมาณ 40-60 วัน เพื่อให้การย่อยสลายเป็นไปโดยสมบูรณ์ จากนั้นจะถูกนำไปร่อนแยกเอาส่วนที่จะใช้เป็นปุ๋ยต่อไป
การแปรสภาพขยะมูลฝอยเป็นพลังงาน เป็นการนำขยะมูลฝอยมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีการพูดกันมากในแวดวงวิชาการ โดยการนำขยะมูลฝอยที่ติดไฟได้มาทำเป็นเชื้อเพลิงสำหรับต้มน้ำ หรือผลิตไอน้ำเพื่อไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยถือว่าเป็นแนวทางกำจัดขยะที่ดีแต่ไม่แน่ว่าจะคุ้มกับต้นทุนและเป็นที่นิยมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการรณรงค์ของภาครัฐว่ามีความจริงใจที่จะทำและให้การสนับสนุนเพียงใด (http://www.kanchanapisek.or.th, ธันวาคม 2546)
การจัดการขยะมูลฝอย ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าเป็นการกำจัดขยะที่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ถ้าขยะมูลฝอยมีปริมาณที่มากก็ยิ่งก่อปัญหาได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องการจัดเก็บ การคัดแยก และการกำจัด ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้งบประมาณที่มากทั้งนั้น และถ้าการกำจัดขยะมูลฝอยที่ขาดความรู้ความชำนาญของเจ้าหน้าที่ก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ได้ ทางที่ดีนั้นควรจะลดการใช้สิ่งของที่ทำให้เกิดขยะมูลฝอยคงจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เพื่อความไม่สิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐที่ควรจะนำไปใช้ในการพัฒนาบ้านเมืองในด้านอื่นๆ จะดีกว่า

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยในกรุงเทพฯ
การยอมรับการพัฒนาหรือกิจกรรมใด ๆ จากประชาชน ย่อมถือว่าโครงการหรือกิจกรรมนั้นได้ประสบผลสำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง เพราะนอกจากประชาชนจะให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมนั้นแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านโครงการหรือกิจกรรมนั้นและความรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการนี้เองยังประโยชน์อย่างมากต่อการปรับปรุงพัฒนา แก้ไขข้อผิดพลาดของโครงการ และประโยชน์ที่ได้รับก็ยังทำให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นโครงการของชุมชนอีกด้วย (บัณฑิต เอื้อวัฒนานุกูลและไพฤทธิ์ สุขเกิด, 2544 : 66)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ได้ให้สิทธิและหน้าที่แก่ประชาชนในการมีส่วนร่วมจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้หลายมาตรา เช่น มาตรา 56, มาตรา 76, มาตารา 79, มาตรา 290 เป็นต้น ซึ่งชุมชนสามารถใช้เป็นช่องทางที่จะสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยชุมชนได้ รวมไปถึงสามารถนำมาใช้เป็นช่องทางในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอยโดยชุมชนได้
รัฐธรรมนูญกำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้หลายมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 79 กล่าวถึงบทบาทของรัฐและประชาชนในการให้มีการสนับสนุนและร่วมมือกันจัดการสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ ดังนี้
“มาตรา 79 รัฐต้องส่งเสริม และสนับสนุน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสงวน บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล รวมทั้งมีส่วนร่วมในการส่งเสริม บำรุงรักษา คุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนควบคุมและกำจัดภาวะมลพิษที่มีผลต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิกภาพชีวิตของประชาชน” (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 : 22)
รัฐต้องสนับสนุนกระบวนการจัดการขยะภาคประชาชนโดยสนับสนุนกิจกรรม การรณงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาในเรื่องขยะ ความสำคัญของการคัดแยกขยะ การทิ้งขยะ และการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่การมีส่วนร่วมรับผิดชอบของทุกคนซึ่งถือเป็นหน่วยย่อยที่สุดของการผลิตขยะ ดังเช่นโครงการต่าง ๆ ต่อไปนี้
โครงการหน้าบ้าน น่ามอง ของกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนความสำนึกของประชาชนในความรับผิดชอบต่อบ้านตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม กรุงเทพฯ สนันสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการทำความสะอาดบ้านเรือนและชุมชนของตนเอง โดยการส่งเสริมให้บ้าน โรงเรียน ร้านค้าและกิจการอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่บนถนนสายหลักเข้าร่วมโครงการดูแลรักษาความสะอาดบ้านเรือนและทางเดินเท้าให้สะอาดอยู่เสมอ
โครงการนัดเวลาทิ้ง นัดเวลาเก็บ โดยการกำหนดเวลาเก็บขยะ ทั้งนี้เพื่อปรับปรุงระบบการเก็บขยะให้เกิดความสะดวกแก่ประชาชน ดังนั้นจึงได้กำหนดช่วงเวลาการเก็บขยะทั่วไประหว่างเวลา 18.00-03.00 น.โดยได้นำถังขยะสีเขียวและสีเหลืองตามชนิดของขยะไปตั้งไว้ตามพื้นที่ต่าง ๆ โดยพิจารณาจากความหนาแน่นของประชากร
โครงการส่งเสริมการลดและแยกขยะมูลฝอยในกรุงเทพมหานคร เพื่อลดปริมาณขยะโดยสนับสนุนให้ประชาชนลดและแยกขยะก่อนจะนำไปทิ้ง การสนับสนุนการลดขยะให้เหลือน้อยที่สุดดำเนินการโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนโดย “การคิดและประหยัดทรัพยากร” มีการให้ คำแนะนำแก่ประชาชนเพื่อการใช้ช้ำ การซ่อมแซม การนำกลับมาใช้และลดการใช้ที่ฟุ่มเฟือย เพื่อลดปริมาณของขยะลง (รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร 2544 : 42)
ตัวอย่าง โครงการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยที่ประสบผลสำเร็จ ได้แก่
-โครงการขยะแห้งแลกไข่ไก่ ของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คลองเตย โดยผู้นำชุมชนรวมตัวกัน ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านนำขยะแห้งมาแลกไข่ไก่ กิจกรรมนี้จัดขึ้นทุกเช้าวันอาทิตย์ จะมีประชาชนนำขยะแห้งเข้าแถวรอแลกไข่ไก่ ส่วนขยะแห้งที่รวบรวมไว้ทางกลุ่มก็นำไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่านำเงินรายได้มาหมุนเวียนซื้อไข่ไก่ในครั้งต่อไปโครงการนี้มีประโยชน์ตามมาหลายด้าน เช่น ปัญหาขยะลดลง เกิดความสามัคคีกันภายในชุมน สร้างจิตสำนึก มีระเบียบวินัยและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น (จิตติ มงคลชัยอรัญญา, 2543)
-โครงการขยะเพิ่มทรัพย์ โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานการประถมศึกษา จ.นนทบุรี และมูลนิธิรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำการจัดตั้ง “ธนาคารขยะภายในโรงเรียน” บริการรับฝากขยะรีไซเคิล 3 ประเภท คือ กระดาษ แก้วและพลาสติก โดยเปิดรับฝากกระดาษในวันจันทร์ รับฝากแก้ววันอังคาร รับฝากพลาสติกวันพุธ นักเรียนนำขยะมาฝากจะมีการจดบันทึกประจำตัว จากนั้นธนาคารก็จะนำขยะรีไซเคิลไปขายทุกวันศุกร์ รายได้ของธนาคารจะนำไปบำรุงโรงเรียน ใช้เป็นทุนหมุนเวียนในธนาคาร ให้นักเรียนเบิกเงินสะสมที่ได้จากการขายขยะ เป็นต้น โครงการนี้มีประโยชน์ช่วยในการคัดแยกขยะรีไซเคิล ช่วยสร้างจิตสำนึกให้กับเด็กในการทิ้งขยะ ทำให้บ้านเมืองดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและลดปริมาณขยะได้มากทีเดียว (หนังสือพิมพ์มติชน 28 มิถุนายน 2545)
และโครงการศูนย์วัสดุรีไซเคิลและธนาคารขยะของคณะกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน เขตบางกะปิ ก็เป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จหนึ่งที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกันในการจัดการขยะมูลฝอย ช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยได้มาก ดังนั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยในการจัดการขยะมูลฝอยได้เป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพมากกว่าที่ฝ่ายรัฐบาลหรือกรุงเทพฯจะเป็นผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นการจัดการแบบไม่รู้จบสิ้น

สรุปและข้อเสนอแนะ
การจัดการขยะมูลฝอยที่ดี ควรเน้นที่การป้องกัน แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุมากกว่าแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการให้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม การปลุกจิตสำนึก การรณรงค์เพื่อลดการผลิตขยะ การแยกขยะ การใช้ถังขยะกับขยะให้ถูกประเภท การระดมการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ให้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ประชาชนควรมีบทบาทในการเป็นผู้มีส่วนร่วมจัดการขยะทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่เป็นความจำเป็นตามเงื่อนไขของธรรมชาติการทำงานพัฒนาเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสิทธิที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ด้วย เพราะลำพัง การรณรงค์ให้ประชาชนแยกขยะก่อนทิ้งและทิ้งขยะลงถังตามสีถังขยะหรือการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียวของภาครัฐ คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยได้
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในกรุงเทพฯ จะต้องได้รับความร่วมมือกันทั้งฝ่ายรัฐและประชาชนในชุมชน ควรพิจารณาการมีส่วนร่วมของประชาชน ภูมิปัญญาพื้นบ้าน พลังชุมชน ให้มากกว่าเดิม โดยพิจารณาถึงจุดอ่อน จุดแข็ง ที่มีอยู่ในชุมชนหรือหน่วยงาน ในการแก้ไขปัญหาตลอดจนถึงด้านเศรษฐกิจ สังคมการเมือง และการศึกษา ในแต่ละพื้นที่ด้วย เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการจัดการขยะมูลฝอยได้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล และจักได้รับความร่วมมือจากประชาชนพร้อมทั้งจะเกิดการจัดการขยะมูลฝอยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งกำลังพูดกันอยู่มาก ได้แก่ การจัดการขยะมูลฝอยแบบศูนย์การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกัน นำขยะมูลฝอยมากำจัดร่วมกันอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ที่ต้องอาศัยความร่วมมือกัน จากหน่วยงานต่าง ๆ อันจะช่วยลดการลงทุนและแหล่งกำจัดขยะได้มากกว่าต่างคนต่างทำ หรือจัดการแบบรัฐกับเอกชนลงทุนร่วมกันก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง
สุดท้าย การแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองได้ดีที่สุด คงไม่พ้นการรณรงค์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการอุปโภคบริโภค ลดการก่อขยะมูลฝอย แยกขยะก่อนทิ้ง และทิ้งขยะลงถังตามสีของถังที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นเพื่อปลุกจิตสำนึก ให้ทุกคนตระหนักถึงพิษภัย ผลร้ายของขยะมูลฝอยที่ตามมา จากการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง โดยเฉพาะกับเด็กอนุชนรุ่นหลังที่จะได้ทำเป็นแบบอย่างปฏิบัติ เมื่อโตขึ้นจะได้เป็นพลังของชาติต่อไป.






บรรณานุกรม

กรมควบคุมมลพิษ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย 2545.
กองวิชาการและแผนงาน สำนักรักษาความสะอาด กรุงเทพมหานคร, ใคร คือต้นเหตุแห่งขยะมูลฝอยเหล่านี้, 2546.
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครสวรรค์, ไม่ปรากฏสถานที่พิมพ์และ พ.ศ. พิมพ์.
กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540, พิมพ์ที่โรงพิมพ์การศาสนา, 2541.
กองควบคุมและจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร, รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร, 2544. ค้นหาจาก htt://www.bma.go.th
จิตติ มงคลชัยอรัญญา, ทางออกของปัญหาขยะล้นเมือง : การมีส่วนร่วมของชุมชน, 2543. ค้นหาจาก htt://www.thaienvironment.net ธันวาคม 2546.
จักรพันธุ์ ปัญจะสุวรรณ, การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรุงเทพฯ, พิมพ์ที่ สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2545.
บัณฑิต เอื้อวัฒนานุกูลและไพฤทธิ์ สุขเกิด, รายงานการศึกษากรมีส่วนร่วมของชุมชน : กรณีศึกษาศูนย์วัสดุรีไซเคิลชุมชน และธนาคารขยะ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร, พิมพ์ที่ ธรรกมลการพิมพ์, 2544.
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม, พิมพ์ที่โรงพิมพ์บริษัทเบญจผล จำกัด, 2545.
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 28 มิถุนายน 2545
เอกสารอัดสำเนา, การจัดการขยะมูลฝอย : 2546
htt://www.oepp.go.th, ธันวาคม 2546
http://www.kanchanapisek.or.th, ธันวาคม 2546

* นักศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย สาขานโยบายและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยเกริก


โดย : สลักร พานา
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน<


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com