Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

เรื่อง :

อุบัติกรรม

ณ หมู่บ้านอันเงียบสงบแห่งหนึ่งในจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ เช้าวันหนึ่ง
"ชัย...ไอ้ชัย...เสร็จรึยังวะ" เจ้าของเสียงเป็นชายรูปร่างเจ้าเนื้อ ผิวขาวเหลือง ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาเป็นประกายสีอ่อนยามต้องแสงแดด
"เออๆ เสร็จแล้ว เร่งอยู่ได้ กลัวป่าจะวิ่งหนีเอ็งไปรึไงวะไอ้ศักดิ์" ชายที่ก้าวลงบันไดมานั้น รูปร่างสูงโปร่ง ผิวสีแทน ผมหยักศกสีดำรับกับใบหน้าอันคมเข้มของเขา
"ยังจะทำมาเป็นพูดเล่นอยู่อีก เดี๋ยวเก็บของมาขายให้พ่อค้าเย็นนี้ไม่ทันนี่แย่เลยนะโว้ย" ศักดิ์ทำเสียงจริงจังแต่ก็อดยิ้มกับความขี้เล่นของเพื่อนไม่ได้
ศักดิ์กับชัยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เดิมทีเขาสองคนเป็นพรานป่าล่าสัตว์เอาไปขายให้พ่อค้าในเมือง แต่ต่อมาเมื่อทางการมีกฎหมายคุมเข้มเรื่องสัตว์ป่าสงวน พวกเขาจึงเปลี่ยนมาหาของป่าจำพวก เห็ด หน่อไม้ หรือกล้วยไปขายแทน ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้รายได้ของพวกเขาลดลงไปไม่น้อย ชัยเคยชวนศักดิ์ไปล่าสัตว์ขายให้พ่อค้าเหมือนเดิมแต่ศักดิ์ไม่ยอมเพราะเขากลัวว่าจะผิดกฎหมาย อีกอย่างเขาก็รู้สึกสำนึกผิดที่เคยคร่าชีวิตสัตว์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เหล่านั้น เขาจึงคิดที่จะเลิกฆ่าสัตว์อย่างเด็ดขาด
"เฮ้อ! ทำไมวันนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้เก็บเลยวะเนี่ย" ศักดิ์ถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย พลางนั่งลงข้างต้นไม้
"นั่นสิ ได้แค่นี้จะขายได้กี่ตังค์กันเชียว" ชัยพูดแล้วทำหน้าครุ่นคิด สักพักเขาก็เอ่ยชวนศักดิ์ลองเดินเข้าไปหาของในป่าที่ลึกกว่านี้เผื่อจะพอมีอะไรบ้าง ศักดิ์เห็นว่ายังพอมีเวลาเหลืออีกมากกว่าพ่อค้าจะมารับของจึงตกลง แล้วเขาสองคนก็ไม่ผิดหวังเพราะสามารถเก็บของป่าได้มากมาย
"อื้อหือ ได้ของเยอะอย่างนี้สิ ค่อยคุ้มค่าเหนื่อยที่เดินมาหน่อย" ชัยพูดด้วยความดีใจ
"นั่นสิ เห็นทีคราวหลังต้องมาหาของแถวนี้เสียแล้วล่ะ ป่ะกลับกันเถอะชัยเดี๋ยวจะไม่ทันพ่อค้า"
"อืม ไปสิ ว่าแต่ว่าเราเดินมาลึกเหมือนกันนะเนี่ย เอ็งว่าจะมีเสือไหมวะ" ชัยหันซ้ายหันขวาอย่างระแวง
"พูดอะไรของเอ็งวะไอ้ชัย โบราณเขาว่าเข้าป่าอย่าถามหาเสือนะโว้ย เดี๋ยวก็เจอดีหรอกเอ็ง"
แต่ในระหว่างทางนั้นเอง ศักดิ์และชัยก็พบเสือโคร่งตัวใหญ่เข้าจริงๆ ท่าทางของมันดูหิวกระหายไม่น้อย ขณะที่เขาสองคนยืนหันรีหันขวางอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรนั้น เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ชัยฉวยมีดพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาแล้วตวัดปลายมีดลงไปที่ต้นแขนของศักดิ์ทันที เมื่อเจ้าพยัคฆ์ร้ายได้กลิ่นคาวเลือดมันก็พุ่งตรงไปที่ศักดิ์ ส่วนชัยนั้นไม่รอช้าเขารีบวิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิตทิ้งให้ศักดิ์เผชิญหน้ากับเสือโคร่งเพียงผู้เดียว
"ยกโทษให้กูด้วย ไอ้ศักดิ์" ชัยคิดในใจขณะวิ่งหนีออกมา
เมื่อกลับไปถึงหมู่บ้าน ชัยตอบคำถามใครต่อใครที่ถามถึงศักดิ์ว่า เขาเองก็ไม่รู้ว่าศักดิ์หายไปไหนเหมือนกันเพราะตอนที่ไปหาของป่า ศักดิ์ขอแยกไปอีกทางหนึ่งซึ่งก็ไม่มีใครสงสัยอะไร
วันต่อมาชัยทำทีเป็นร้อนอกร้อนใจและกังวลที่ศักดิ์หายตัวไป เขาชวนคนในหมู่บ้านอออกตามหาศักดิ์แต่ก็ไม่ได้ร่องรอยอะไร ทุกคนจึงลงความเห็นว่าศักดิ์คงโดนเสือกินไปแล้ว ชัยแม้จะแปลกใจที่ไม่พบศพของศักดิ์แต่ด้วยความที่มั่นใจว่าศักดิ์คงไม่รอดเป็นแน่ เขาจึงไม่กังวลอะไรมากและสัญญากับตัวเองว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับตลอดไป
ด้วยความที่ชัยเป็นคนโลภมาก เขาจึงคิดหาวิธีที่จะลักลอบนำสัตว์ป่าไปขายให้กับพ่อค้าในเมืองเพราะเขาคิดว่าการกระทำแบบนี้แม้จะเสี่ยงแต่ก็ได้เงินมากกว่าการเก็บเห็ด เก็บหน่อไม้ไปขาย อีกอย่างของก็หายากขึ้นทุกวัน เขาคิดหาวิธีอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจออกบวชและบอกกับชาวบ้านว่าจะไปปลูกเพิงปฏิบัติธรรมในป่าลึก ตอนแรกพวกชาวบ้านก็คัดค้านเพราะเป็นห่วงว่าชัยจะโดนสัตว์ป่าทำร้ายแต่เมื่อชัยแกล้งบอกเหตุผลว่าจะบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ศักดิ์ ชาวบ้านจึงเห็นใจและคิดว่าชัยคงเสียใจมากเรื่องศักดิ์จึงไม่มีใครกล้าคัดค้านอีก
ชัยตบตาชาวบ้านแสร้งทำตัวเป็นพระที่เคร่งครัดในการปฏิบัติธรรมแต่เบื้องหลังเขาก็ลักลอบล่าสัตว์ป่าไปขายให้พ่อค้า โดยให้ลูกน้องของพ่อค้าขึ้นมารับของที่เพิงของเขา เขาทำแบบนี้เรื่อยมาเป็นเวลาร่วมปีโดยที่ไม่มีใครระแคะระคาย
วันหนึ่งหลังจากที่เขาส่งของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่เขากำลังนั่งนับเงินอยู่ในเพิงนั่นเองก็ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในเพิงของเขา ชายผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาที่อัปลักษณ์ผิดมนุษย์ รอยแผลเป็นอันใหญ่บนใบหน้าซีกขวาและปากที่บิดเบี้ยวไร้รูปทรงดูน่ากลัวยิ่งนัก อีกทั้งมือของเขาทั้งสองข้างก็มีบางนิ้วกุดหายไป ชัยตกใจมากแต่ก่อนที่เขาจะทันเอ่ยปากพูดอะไรออกมา ชายอัปลักษณ์ผู้นั้นก็พูดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงที่เขาคุ้นหูยิ่งนัก
"ว่ายังไงไอ้สารเลว นับเงินเพลินเชียวนะ มีความสุขมากนักใช่มั้ยกับการได้ทำอะไรผิดกฎหมายเนี่ย" ชายอัปลักษณ์พูดแฝงน้ำเสียงเย้ยหยัน
"แก..แกเป็นใคร" ชัยถามด้วยความตกใจ
"มึงจำกูไม่ได้จริงๆเหรอไอ้ชัย ฮึ! แต่ก็นั่นสินะหน้าตากูเหมือนผีออกอย่างนี้เป็นใครก็จำไม่ได้ แต่มึงคงรู้นะว่าที่หน้าตากูเป็นแบบนี้เพราะใคร"
ชัยไม่อยากนึกเลยว่าชายอัปลักษณ์ที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นคือศักดิ์ คนที่เขาคิดเสมอว่าได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว แต่น้ำเสียงของชายผู้นี้สะกิดใจเขาอย่างรุนแรง เขากลัวเหลือเกินกลัวว่าชายอัปลักษณ์ผู้นี้จะเป็นศักดิ์จริงๆ
"กูคิดว่ามึงตายไปแล้วเสียอีก" ชัยพูดอย่างหวาดกลัว
"คนอย่างกูไม่ตายง่ายๆหรอกโว้ย อย่างน้อยกูก็ต้องขอกลับมาแก้แค้นมึงก่อน ไอ้เพื่อนทรยศ"
"กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจ" ชัยลนลาน
"มึงพูดออกมาได้ยังไงวะว่าไม่ได้ตั้งใจ นี่ถ้าวันนั้นกูไม่ได้พวกป่าไม้ที่เขามาตรวจพื้นที่ช่วยเอาไว้กูคงตายไปนานแล้ว กูรอ รอวันนี้มานาน วันที่จะได้กลับมาแก้แค้นมึง"
พอพูดจบศักดิ์ก็คว้ามีดออกมาจากชายพกแล้วจ้วงแทงไปที่ชัยทันทีโดยที่ชัยไม่ทันระวัง ปลายมีดโดนเข้าที่หัวไหล่อย่างจัง เลือดสีแดงข้นทะลักออกมาเป็นลิ่มๆ ชัยหันหลังวิ่งออกมาอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีศักดิ์วิ่งตามมาติดๆ ทั้งสองวิ่งไล่ล่ากันลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ แต่แล้วขณะที่ชัยกำลังจะหมดแรงเพราะเสียเลือดมากนั่นเอง พลันก็ปรากฏร่างของเสือโคร่งตัวหนึ่งพุ่งกระโจนไปที่ชัยแล้วขย้ำร่างของเขาทันทีโดยที่เขาไม่ทันแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือท่ามกลางความตกตะลึงของศักดิ์!




โดย : ธีร์
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com