Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

เรื่อง :

เหยาะรักหน่อยอร่อยนะ

เหยาะรักหน่อย อร่อยนะ
By: สายลมอิสระ

1.

ฝ้ายสะดุ้งทันทีเมื่อศีรษะของเธอเอนไปกระทบขอบหน้าต่างของห้องเรียน เธอรีบตั้งสติทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของ กุ้งนาง เพื่อนสาวที่นั่งเรียนอยู่ข้างๆได้
“หัวเราะไรยะ” ฝ้ายทำเสียงดุใส่เพื่อนที่นั่งกลั้นหัวเราะอยู่ข้างๆ
“ก็มันมีอะไรให้ขำๆแก้ง่วงนี่”กุ้งนางแสร้งทำเป็นตั้งหน้าตั้งตาสนใจกับเสียงบรรยายของอาจารย์ มือก็แก้งจดอะไรยุกยิกในสมุดแล็กเชอร์ของตน
“ไม่ช่วยกันเลยนะ”ฝ้ายทำเป็นงอนไม่รู้ว่าเผลองีบไปตอนไหน ในห้องเรียนวิชาบ่ายๆอย่างนี้ อากาศเย็นๆแบบนี้ ช่างเป็นใจให้หนังตาบนมาบรรจบกับหนังตาล่างกันเสียจริงๆ
“ถึงไหนแล้วละ”ฝ้ายถามพลิกตำราตรงหน้าอย่างงุนงง
“อ้อ อาจารย์กำลังบอกแนวข้อสอบอยู่นะ”
“เฮ้ยยยยยยย!!!”ฝ้ายเผลอร้องเสียงหลงจนเพื่อนร่วมชั้นหันมามองทางฝ้ายและกุ้งนางเป็นตาเดียว ร่วมทั้ง
“มีอะไรรึสุชาดา”
“ปะ เปล่าค่ะอาจารย์ “ ฝ้ายสะดุ้งและลุกขึ้นยืนอย่างอัตโนมัติ
“ดี งั้นเธอช่วยทำแผ่นใสเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคกับการโฆษณาชวนเชื่อ มาให้ฉันชั่วโมงหน้าแล้วกัน”
“ห๋า หนูคนเดียวเหรอค่ะ”
“ใช่ ฉันว่าเธอคงเข้าใจวิชาเรียนนี้ดีกว่าเพื่อนคนอื่นๆถึงได้กล้าหลับในชั่วโมงฉันได้ ก็ช่วยทำตัวเป็นประโยชน์หน่อยละกัน อ้อ ให้แม่ศศิคู่หูเธอช่วยด้วยแล้วกัน เก่งขนาดคุยในห้องเรียนไม่สนใจฉันเลยนิ”
“หนูไม่เกี่ยวนะค่ะอาจารย์” กุ้งนางโอดครวญ ท่ามกลางเสียงงหัวเราะของเพื่อนๆในชั้นเรียนที่มีอยู่ประมาณสามสิบคน
“เอ้า ถ้าต่อรองมากกว่านี้ ฉันจะเพิ่มให้รายงานอีกชุดดีไหม”
“พอ พอแล้วค่ะ” กุ้งนางรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
“ดี เอาละเจอกันชั่วโมงหน้านะ แล้วพักผ่อนมาให้พออย่ามาแอบหลับในวิชาฉันอีกละทุกคน “
ฝ้ายหันมาสบตากุ้งนางเพื่อนร่วมชะตากรรมอย่างนึกขอโทษ อาจารย์ออกจากห้องเรียนไปแล้วและเพื่อนๆคนอื่นเริ่มทยอยออกไปตามแต่จุดหมายของแต่ละคน ร่วมทั้งสองสาวที่กำลังเตรียมออกจากห้องด้วยเช่นกัน
“เพราะเธอแท้ๆเลยยัยฝ้าย ฉันเลยต้องพลอยรับกรรมไปด้วย”
“ขอโทษนะ คนดีอย่าโกรธนะ”
ฝ้ายง้ออย่างน่ารัก เธอรู้นิสัยกุ้งนางดี แม้ว่าจะมารู้จักสนิทสนมกันตอนอยู่ปีหนึ่งเทอมสอง แต่ก็เหมือนสนิทนามรู้ใจกันมานาน ฝ้ายมีเพื่อนไม่มากนัก ยิ่งพอขึ้นปีสองอย่างนี้เธอแทบไม่เจอเพื่อนสมัยมธัยมที่ตามมาเรียนที่ม.เดียวกันเลย แถมสาขาคหกรรมศาสตร์ที่เลือกเรียนก็มีเธอเพียงคนเดียวในรุ่นอีกด้วย ถ้าฟ้าไม่ประทานกุ้งนางมาให้เธอต้องเฉาตายแน่ๆเพราะแต่ละคนที่มาเรียนดูเหมือนมีเป้าหมายในชีวิต จริงจังจนฝ้ายไม่กล้าเข้าไปคุยกับใครเลย
“เธอนี่จริงๆเลยนะฝ้าย” กุ้งนางถอนหายใจเบาๆ นกมือถือขึ้นมาดูเวลา เกือบบ่ายสามแล้ว ไม่มีวิชาเรียนต่อสำหรับวันนี้ ทำให้สองสาวไม่ต้องรีบร้อนเดินออกจากตึกคณะมากนัก
“ขอโทษจ้า ไม่หายเหรองั้นไปกินไอติมที่ตึกเล็กม่ะ ฝ้ายเลี้ยงเอง”
กุ้งนางทำเป็นเดินตัวตรงไม่สนใจแต่ยกหนังสือที่แนบอกขึ้นปิดปากที่กลั้นหัวเราะ เสร็จแล้วหนูฝ้าย ใครจะโกรธเธอได้ลงคอแค่หาเรื่องให้มีคนเลี้ยงของหวานต่างหากละ
“ว่าไง”ฝ้ายทำหน้างอเดินตามหลังเพื่อนสาวแต่ก็รู้ดีว่าเส้นทางที่เดินอยู่นั้นจะตรงไปโรงอาหารเล็กที่อยู่ข้างตึกคณะ
“แนะ ยังจะถามอีก ไปช้าเดี๋ยวไม่มีที่นั่งนะ”
ใช้เวลาเดินเพียงไม่ถึงสิบนาที ร่างเพรียวบางของสองสาวก็มาถึงที่หมาย กุ้งนางและฝ้ายจะมีที่นั่งประจำอยู่ที่ใกล้กับใต้ต้นชมพูพันธ์ทิพย์ สองสาวที่ดูแตกต่างแต่ก็มีบางสิ่งที่คล้ายกันตรงที่ไม่ชอบนั่งอยู่ตามซุ้มใต้ตึกเรียน หรือแม้กระทั้งเดินเล่นในห้างฯก็ไม่นิยม ทั้งคู่ชอบนั่งในโรงอาหารเล็กแห่งงนี้ที่ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนโรงอาหารใหญ่ ที่แม้ว่าจะมีอาหารให้เลือกมากมายเกือบหกสิบร้าน แต่ทั้งคู่ก็เลือกที่นี่
“ไอศกรีมกะทิพิเศษสองทีเลยจ๊ะป้า”ฝ้ายสั่งกับป้าเจ้าของร้านอย่างคุ้นเคย กุ้งนางเดินไปซื้อน้ำผลไม้ปั่นมาให้เพื่อนซี้อย่างรู้ใจ
“ถ้ากุ้งนางเป็นผู้ชายนะ ฝ้ายหลังรักตายเลย” ฝ้ายทำหน้าล้อๆ
“ไม่ต้องหรอกยะ แล้วเอาพี่เกมส์ไปไว้นะจ๊ะ” กุ้งนางหมายถึงรุ่นพี่ที่ฝ้ายแอบปลื้มจนออกนอกหน้า
“บ้าซิ ฉันแอบปลื้มข้างเดียวต่างหาก” หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ กำลังจะตักไอศกรีมกะทิตรงหน้าเข้าปาก แต่.
แต่ก็มีมือแข็งแกร่งเอื้อมมาจับข้อมือของฝ้ายแล้วบิดเพียงนิดทิ้งทางของช้อนก็เปลี่ยนมาทีเจ้าของมือยื่นหน้ามาอ้าปากงับไอศกรีมกะทิคำโตของฝ้ายน่าตาเฉย
“นายกัน!!”


2.
ฝ้ายตวาดเสียงดันลั่นโรงอาหารที่เงียบสงบให้เป็นที่คึกคักของผู้คนบริเวณขึ้นมาทันที
“อร่อยจัง เมื่อไหร่ฝ้ายทำเค้กช็อกโกแล็กอีกหล่ะ เอามาแบ่งเราอีกนะ ไปละ”
ยังไม่ทันที่ฝ้ายจะทำอะไรได้ ชายหนุ่มร่างสูงก็เถสกูตเตอร์ออกไปจากบริเวณนั้น กุ้งนางหัวเราะกับภาพที่เห็น และเริ่มจากกลายเป็นภาพที่เจนตาระหว่างสาวน้อยผมยาวประบ่าที่มักโดนหนุ่มคิ้วเข้มหน้าคมนามนายกัน ปะทะคารมได้เกือบทุกวี่วันที่ทั้งสองเผชิญหน้า ทั้งแต่ๆที่คณะวิศวะฯของนายกัน อยู่ไกลจากตึกคหกรรมศาสตร์ของฝ้ายกันคนละฟาก แต่เหมือนความบังเอิญที่จงใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องพบเจอกันอยู่เรื่อยไป
“อะ ฉันแบ่งให้ก็ได้”
กุ้งนางตักไอศกรีมแบ่งให้ หญิงสาวขยับถอดแว่นสายตากรอบสีเงินวาวเก็บเข้าที หยิบกระจกออกมาส่องดูใบหน้าความเรียบร้อยของตน ผมยาวหยักศกประบ่าพอๆกับฝ้ายแต่เธอมักรวบเป็นมวยเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเสมอ อาจมีปิ่นปักผมบ้างในบางเวลาฝ้ายทำหน้ายู่ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายขี้แกล้งคนนั้นจะเป็นน้องชายคนเดียวของพี่เกมส์ ฝ้ายอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพเหตุการณ์ความประทับที่มีให้พี่เกมส์ตั้งแต่วันแรกที่ได้ใช้ชีวิตนักศึกษาเดินสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มภาคภูมิแต่แล้ว ความภูมิใจก็มีอยู่ได้แค่5ก้าว เพราะเธอจำตึกเรียนรวมของชั้นปีหนึ่งไม่ได้ เจอแยกหน้าเลี้ยวซ้าย แล้วเลี้ยวขวา เอ๊ะ หรือเลี้ยวขวาก่อนเลี้ยวซ้าย ขณะที่ยืนซื่อหอบตำราเรียนแนบอกอยู่ กลุ่มนักศึกษาชายราว5-6คน ใส่เพียงกางเกงนักศึกษาส่วนท่อนบนเปลือยมีสีป้ายตามตัว ผมเผ้าแต่ละคนมีจุก แกละคนละสองสามที่ หน้าตามอมแมม วิ่งตะโกนอะไรบางอย่างที่เธอจับความไม่ได้ เธอรู้แต่ว่าเธอยืนเก้ๆกังๆขวางทางพวกเขาอยู่ ยังไม่ทันที่ฝ้ายจะก้าวเท้าหลบ เสียงดุๆก็ตะโกนขึ้นจนเธอตกใจ
“นี่ๆ ยัยเด็กนั้นนะ อยากรับน้องรึไง รึว่าเก๋าอยากขวางทางพี่ๆ”
ฝ้ายเดาว่าเธอคงยืนขวางทางพวกที่กำลังรับน้องอยู่ แต่ก็ไม่เห็นต้องดุเลยนินะ เธอไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย ว๊ากเกอร์3-4คนเดินอาดๆเข้ามาล้อมเธอราวกับจะทำให้คนอื่นๆมองอย่างนึกเกรงกลัวรุ่นพี่
“เฮ้ย น้องเค้าไม่เกี่ยวนะ คนละคณะกันเลย เด็กใหม่ไม่รู้ทางใช่ไหม”
ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพพร้อมรอยยิ้มโอนโยน ชายแปลกหน้าเข้าไปคุยกับว๊ากเกอร์ไม่กี่คำทุกอย่างก็ดุเหมือนไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เขาหันมามายิ้มให้ฝ้าย พอรู้ว่าฝ้ายหลงทางเขาก็อาสาไปส่งให้ที่ตึกเรียนรวม ฝ้ายมารู้ที่หลังว่าชายหนุ่มผู้อาทรคนนั้นคือพี่เกมส์ หนุ่มมาดขรึมจากคณะวิศวะฯที่สาวๆกริ๊ดทั้งมหา’ลัย
ฝ้ายก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองไปวันๆ รู้ตัวดีว่าคนเรียบๆอย่างเธอไม่รู้จะเอาอะไรไปชนะใจพี่เกมส์ได้ สิ่งที่เธอทำได้ดีอยู่อย่างเดียวคือการทำขนม แต่ก็ดูเหมือนว่าฝ้ายจะเข้าใจอะไรผิดไปสักอย่าง เธอคิดว่าคหกรรมศาสตร์ที่เลือกลงทะเบียนเป็นวิชาเอกจะสามารถทำให้เธออยู่กับการทำขนมที่เธอรักได้ทั้งวันนั้น แสนจะคิดผิดถนัด หลักวิชาการต่างๆเพื่อการเป็นนักโภชาการที่ดีทำให้ฝ้ายหัวหมุนติ๋วๆ ดีก็เพียงว่าฝ้ายได้รู้จักกับกุ้งนาง ที่บ้านของกุ้งนางทำกิจการด้านอาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง เธอจึงจำเป็นต้องมาเรียนด้านนี้ แต่มันก้ไม่ได้เลวร้ายอะไรเพราะกุ้งนางได้ทำใจไว้แล้วว่าวันหนึ่งข้างหน้าเธอต้องรับดูแลกิจการของทางครอบครัววันแรกที่ฝ้ายได้รู้จักกุ้งนางเป็นวันเดียวกับที่ฝ้ายได้รู้จักนายกัน นายกันขี้แกล้งเป็นน้องชายของพี่เกมส์ที่ฝ้ายสุดปลื้ม!!
“ทำตาลอยคิดถึงนายกันอยู่เหรอ”
กุ้งนางเอ่ยขึ้นลอยๆ ฝ้ายสะดุ้งแล้วค้อนเพื่อนเข้าให้ แต่ก็รู้สึกร้อนเผ่าที่ใบหน้าขึ้นมาทันที มีแต่กุ้งนางเท่านั้นที่รู้ว่าแก้มขาวๆแดงระเรื่อเป็นหัวแครอท
“บ้าซิ ไปคิดถึงทำไมคนแบบนั้น เดี๋ยวไปหาดูส่วนผสมทำเค้กกันนะกุ้งนาง” ฝ้ายเบี่ยงแบน
“เค้กอะไร ช๊อกโกแลตรึเปล่าแบบที่นายกันชอบอ่ะ”
“นี…พูดแบบนี้ไม่ต้องไปด้วยกันเลยนะ”
ฝ้ายไม่รู้ว่าเขินหรืออายหรือโกรธเพื่อนที่ชอบล้อเรื่องนายกันอยู่บ่อยๆ รีบเก็บสมุดโน้ตกับตำราเรียนไว้แนบอกแล้วเดินไปที่ห้องชมรมคหกรรมทันที โดยลืมเพื่อนสาวชื่อกุ้งนางซะสนิท
บ้านฝ้ายอยู่ไม่ไกลมหาวิทยาลัยนัก ฝ้ายไม่ชอบเดินห้างฯ เวลาว่างของเธอคืออยู่ในห้องครัวและร้านหนังสือเพื่อแอบจดสูตรของหวานมาลองทำดู ครัวที่บ้านเล็ก อุปกรณ์ไม่พร้อม สวรรค์ของฝ้ายจึงเป็นห้องครัวของชมรมฯ แม้ว่าบ่อยครั้งที่เธอต้องอยู่ทำความสะอาดเพียงลำพังจนค่ำมืด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอรักห้องนี้น้อยลง ฝ้ายมาฝึกปรือฝีมือนวดแป้งที่นี่ และได้ฝึกทำขนมสูตรเด็ดที่พลิกเผลงขึ้นเองก็บ่อย แต่ฝ้ายจะชอบงานลอยกระทงของมหา’ลัยที่สุด เพราะเธอได้ออกร่วมออกร้านขายขนม เธอไม่ได้ห่วงรายได้ที่เข้ามา กำไรขาดทุนไม่เคยคิด เพียงแค่เห็นใบหน้าอมยิ้มเมื่อมีคนมาชิมขนมของเธอ แค่นี้ฝ้ายก็มีความสุข รอยยิ้ม…รอยยิ้มยามที่กินขนมของเธอเพราะเธอใส่ความตั้งใจลงไปเต็มๆ
ฝ้ายเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อคาดผ้ากันเปื้อนแล้วสำรวจดูข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆรวมทั้งส่วนผสมที่มีอยู่ในห้องครัวของชมรม ชมรมโภชนาการ ชมรมเล็กๆที่แทบไม่มีใครรู้จัก แต่วันนั้น งานลอยกระทงเมือปีที่แล้ว ฝ้ายเพิ่งเข้าชมรม ยังไม่มีโอกาสได้อวดฝีมือทำขนม ได้แต่เป็นแค่คนเก็บล้างถ้วยชามและเครื่องมือ งานวันนั้นชุกละหุกวุ่นวาย แต่ละชมรมก็แข่งขันกันพยายามให้ชมรมของตัวเองดีที่สุด ขณะที่คนอื่นในชมรมแบ่งหน้าที่กัน คนเชียร์ลูกค้ายืนตะโกนเสียงหวาน ฝ่ายทำขะมักขะเม้นอยู่หน้าเตา ฝ้ายกำลังช่วยรุ่นพี่เก็บถาดขนมใช้แล้วจะนำไปล้าง ถาดขนมหลายถาดหลากขนาดซ้อนกันจนแทบทำให้ฝ้ายเดินไม่สะดวกเพราะมองไม่ค่อยถนัด ขณะที่เธอเอี่ยวตัวหลบคนนั้นที คนนี้ที ก็พลาดชนหญิงสาวคนหนึ่งเข้าอย่างจัง เสียงดังโครมครามเพราะถาดอลูมิเนียมหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย
“เดินให้มันดูทางมั่งซิยะ”สาวเปรี้ยวคนหนึ่งในกลุ่มที่มีประมาณห้าคนเอ่ยขึ้น ฝ้ายพอจะจำได้ว่าพวกเธอเป็นปอม ปอม ทีมเชียร์ของมหาวิทยาลัย
“พวกเธอนั้นแหละเดินให้มันดูทางซะบ้าง”
ฝ้ายสะดุ้ง เธอกำลังจะอ้าปากขอโทษแต่กลับมีเสียงพูดขึ้นแทนเสียก่อน เมื่อหันไปดูทางต้นเสียง หญิงสาวใบหน้าออกไปทางไชน่าเกิร์ล สวมแว่นกรอบบางสีเงิน ผมหยักศกถูกรวบเป็นมวยเล็กๆขึ้นเหนือท้ายทอย ฝ้ายพอคุ้นๆหน้าคล้ายว่าจะเคยเจอกันตามห้องเรียน
“หล่อนกล้าดีมาว่าพวกฉันได้ยังไง”อีกคนในกลุ่มพูดขึ้น ดูเหมือนเรื่องกำลังจะบานปลาย ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามามุ่งดูด้วยความสนใจ
“กล้าไม่กล้าก็ไม่ใช่พวกชอบรุมละกัน” สาวใส่แว่นไม่ลดละ ฝ้ายยืนงงอย่างทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะห้ามทัพยังไงดี ในใจก็คิดโทษความซุ่มซ่ามของตัวเองที่เป็นเหตุแท้ๆ
“เฮ้ออออ ผู้หญิงหนอไร้สาระจริงๆ”
เสียงทุ้มๆห้าวๆดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งกำลังก้มๆเงยๆ ช่วยเก็บถาดขนมที่หล่นอยู่ที่พื้นอย่างไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฝ้าย เธอก็หน้าแดงจัดราวกับลูกเชอรี่บนไอศกรีมซันเดย์ ใบหน้าของคนตรงหน้าละมายคล้ายรุ่นพี่ที่เธอแอบปลื้มอยู่
“นี่…นายว่าใคร ไร้สาระ”สาวสวมแว่นไม่ยอมลดละ
“ก็ใครทำตัวไร้สาระก็รับไปซิ” ชายหนุ่มพูดน้ำเสียงราบเรียบไม่อาจคาดเดาความรู้สึกนึกคิดได้เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาหันไปทางฝ้าย ในเสี้ยววินาที ฝ้ายรู้สึกเหมือนเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนจากดวงตาของเขา
“เอาไปเก็บที่ห้องชมรมฯใช่ไหม?”
ฝ้ายพยักหน้างึกงักแทนคำตอบ ร่างสูงโปร่งก้าวเดินฝ่าฝูงไทยมุงอย่างไม่สนใจ
“นิ..นายกัน ยังพูดไม่จบเลย”สาวใส่แว่นตะโกนโหวกแหวก ฝ้ายจ้องมองแผ่นหลังกว้างเสื้อเชิ้ตสีขาวมีรอยชื้นเหงื่อที่ด้านหลัง ฮืมมม…ชื่อ “กัน” เหรอ? ฝ้ายพึมพำเบาๆในใจ
“ถ้าอยากทำตัวไม่ไร้สาระก็ช่วยด้วยก็ได้นะ นางสาวกุ้งนาง”

3.
วันนั้นเองที่ฝ้ายได้เพื่อนใหม่ ที่รู้สึกถึงคำว่า “เพื่อน” จริงๆ “กุ้งนาง“ เรียนโปรแกรมเดียวกับฝ้าย นิสัยออกจะมุทะลุพูดจาตรงไปตรงมาจึงทำให้ไม่ค่อยชอบเข้าสังคมกับใครเท่าไหร่นัก ส่วนชายหนุ่มแปลกหน้าในวันนั้น คือ “กัน” น้องชายของ “พี่เกมส์”ที่ฝ้ายแอบปลื้ม เป็นน้องชายที่เรียนคณะวิศวะฯเหมือนพี่แต่นิสัยตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง กุ้งนางกับกันรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมปลายเพราะเรียนที่เดียวกันแต่อยู่กันละคนห้อง แต่นับตังวันนั้น ชีวิตที่เรียบง่ายของฝ้ายก็มีทั้งสีสันเพราะมีนายกันค่อยเข้ามาปั่นป่วนในชีวิตของเธอ ทั้งๆที่พอขึ้นปีสองแล้ว และตึกคณะของฝ้ายกับนายกันอยู่ไกลคนละฟากของมหาวิทยาลัย แต่ก็มีเหตุให้พบกันได้เกือบทุกวี่วัน บางวันก็จะเห็นเขามาพร้อมกับสกูเตอร์(ของเล่นของคนมีเงิน) แต่ถึงนายกันจะปากร้ายไม่อ่อนโยนเท่ากับพี่เกมส์ที่ฝ้ายหลงปลื้ม แต่นายกันก็เป็น”ตัวกันบูด” (เป็นฉายาที่กุ้งนาวตั้งให้) เพราะขนมหรืออาหารที่ฝ้ายทำจากชมรมฯก็จะมีกระเพาะของนายกันเป็นที่รองรับเสมอ
“ฝ้ายนี่ดูเหมาะกับการทำครัวเสียจริงๆ”
“ฮือ??”
ฝ้ายสะดุ้งขณะที่มือก็กำลังนวดแป้งให้ได้ที่เพื่อจะอบทำขนมปัง วันนี้เธอว่าจะทำขนมปังไส้กรอก จะเอาไส้กรอกชิ้นใหญ่คุณภาพดีมาทำไส้ เวลาซื้อกินทีไรได้ไส้กรอกมาชิ้นนิดเดียว เคี้ยวยังไม่ทันรู้รสชาติเลย
“อะไรนะกุ้งนาง”
“ฉันว่าฝ้ายเหมาะกับผ้ากันเปื้อน น่ารักดีดูเป็นผู้หญิง ผิดกับฉันลิบลับเลย” กุ้งนางบ่นเบาๆแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ว่างใกล้ๆเพื่อนสาว
“ไม่หรอก ฉันต่างหากที่แอบอิจฉากุ้งนาง เธอนะ ทั้งเก่งทั้งฉลาด กว่าฉันตั้งเยอะ”
“โอ๊ย ไม่หรอก มันคนละอย่างกัน คือฉันเนี่ยนะ ลูกสาวคนเดียวของพี่ชายทั้งสี่คน แม่ก็ดันมาคาดหวังว่าฉันจะเป็นผู้หญิ๊ง ผู้หญิง เก่งงานบ้านงานเรือน แต่เอาเข้าจริงแค่ไข่เจียวฉันยังแทบจะเอาตัวไม่รอด”
“แต่กุ้งนางก็เก่งนะ ฉันนะเรื่องการตลาดกับผู้บริโภคอะไรฉันไม่ค่อยรู้เรืองเลย ฉันรู้แค่ว่า ฉันอยากทำอาหารอร่อยๆ ฉันมีความสุขที่ได้เห็นคนกินอาหารหรือขนมฝีมือฉันแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ฉันก็แฮปปี้แล้วละ”
“จ้าคุณฝ้าย…แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถ้าเธอเรียนจบเมือไหร่ฉันจะจองตัวเธอไว้ไปทำงานที่บริษัทพ่อฉันเลย ที่นี้เธอจะได้ผลิตขนมอร่อยๆให้คนทั้งโลกกินเลยเป็นไง จะได้เข้ากับสโลแกนครัวไทย สู่ครัวโลกไง”
“บ้า..กุ้งนางก็…ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”ฝ้ายยิ้มแก้มแถมปริ รู้สึกโชคดีจังที่มีเพื่อนดีๆที่เข้าใจเธอ
“อ้าว…ทำไมทำขนมปังไส้กรอกละ..ไม่ใช่เค้กช็อกโกแล็ตเหรอ??” เสียงห้าวๆกวนๆดังขึ้นพร้อมกับยืนใบหน้ามาด้านข้างเฉียดแก้มฝ้ายไปนิด ฝ้ายตกใจยกไม้นวดแป้งขึ้นทำท่าจะฟาดลงแต่มือของนายกันรับไว้ทันเสียงก่อน
“ทักทายกันรุนแรงจัง “ นายกันทำยิ้มทะเล้น กุ้งนางแลบลิ้นใส่อย่าฃหมั่นไส้
“ฉันกะว่านายต้องโดนซักผั๊วะ “
“โห มากไปมั่งยัยกุ้งแห้ง อุตส่าห์ปริ๊ตเอาใบสมัครมาให้” นายกันยื่นกระดาษใบหน้าแกล้งโบกผ่านไปหน้าต่อหน้ากุ้งนางกับฝ้าย กุ้งนางยื่นมาจะไปหยิบแต่นายกันดึงกระดาษแผ่นนั้นกลับมาก่อนแล้วยื่นให้ต่อหน้าฝ้าย เธอรับไว้อ่านดูคร่าว
“ประกวดทำขนมเหรอ?”ฝ้ายพึมพำเบาๆ
“จริงเหรอ น่าสนใจเน๊าะฝ้าย “ กุ้งนางรีบชะโงกหน้ามาดูกระดาษแผ่นนั้น
“ขนมอะไรก็ได้แต่ต้องใช้แป้งหมึกเขียว” นายกันเอ่ยขึ้น
“โอโห หมึกเขียวเป็นสปอร์เซอร์เหรอ งานนี้ได้เกิดแน่ฝ้าย” กุ้งนางเขย่าแขนเพื่อนแรงๆ
“ฉันไม่มั่นใจ ทำให้พวกเธอกินได้ แต่ถ้าประกวด…ขอบาย ดีกว่า”
“อะไรกันยังไม่ได้ลงมือ ถอดใจได้ไง”กุ้งนางบ่นอย่างเสียดาย
“ก็..ไม่ต้องคิดว่าทำประกวดซิ”นายกันเอ่ยขึ้นเบาๆ “คิดซะว่าทำขนมให้คนพิเศษของเธอไง”
ฝ้ายหันมาสบตากับนายกันเพียงครู่เดียวเขาก็แกล้งเป็นเสยผมยุ่งๆหันซ้ายหันขวาไปทางอื่น
“เออใช่..คิดซะว่าทำให้พี่เกมส์ไง ลองดูนะฝ้าย” กุ้งนางเอ่ยเสียงดังแต่เหมือนประโยคนั้นจะทำให้นายกันหัวเสียขึ้นมาทันที
“ใช่…คนที่เธอปลื้มไงฝ้าย พี่เกมส์ของเธอไง พี่เกมส์ที่ใครๆก็ชื่นชม” กันรำพึงออกมาอย่างหงุดหงิด
“ก็ใช่นะซิ ทั้งหล่อทั้งแสนดีสุภาพบรุษออกป่านนั้นใครก็ต้องปลื้มเป็นธรรมดาผิดกับน้องชายลิบลับ”
กุ้งนางได้ทีเหยียบซะเต็มที่ ฝ้ายรู้สึกสะอึกในคำพูดของเพื่อนสาวขึ้นมาทันที ก็ใช่นะ..เธอปลื้มพี่เกมส์อย่างกับอะไรดี แต่ทำไมกลับไม่รู้สึกชอบใจที่กุ้งนางพูดขึ้นมาแบบนั้น และที่สำคัญเธอห่วงความรู้สึกของนายกันที่ได้ยินประโยคนี้
“เออ..คนไร้ความสำคัญอย่างฉันอยู่ไปก็เกะกะสายตาพวกเธอ ฉันปริ๊ตข่าวมาจากในเนท อยากรู้อะไรเพิ่มเติมไปหาอ่านเอาเองละกัน หมดหน้าที่ฉันแล้ว”
นายกันเดินจ้ำออกจากห้องชมรมไปไม่บอกก็รู้ว่าหงุดหงิด กุ้งนางหัวเราะชอบใจที่แก้เผ็ดคู่ปรับอย่างนายกันได้สำเร็จ แต่ฝ้ายกลับมองแผ่นหลังที่เพิ่งจากไปนั้นด้วยสายตาห่วงใยแล้วจึงจ้องมองกระดาษในมือ เวลาแค่อาทิตย์เดียว…จะทันเหรอ??
4.
หกวันแล้วที่ไม่มีร่างสูงโปร่งของคนชอบแกล้งแวะเวียนมาให้เห็น โรงอาหารเล็กที่เงียบสงบกลับยิ่งเงียบเหงา ฝ้ายกังวลใจกับเหตุการณ์ในวันนั้น ดูกุ้งนางไม่ได้รู้สึกรูสาอะไรนัก และเพื่อนรักกลับเข้าใจว่าเธอกำลังกังวลกับสูตรขนมที่จะทำประกวด แต่ฝ้ายไม่ได้บอกเพื่อนรักว่าเธอไม่ได้ส่งใบสมัครไป ความลังเลไม่แน่ใจ สับสน หลายสิ่งหลายอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก
“ขาดเหลือบอกฉันได้นะฝ้าย เดี๋ยวฉันให้พ่อฉันเป็นสปอร์นเซอร์หลักสนับสนุนเธอเองมาใช้ครัวบ้านฉันก้ได้ แม่ฉันทำไว้เผื่อลูกสาวจะเป็นแม่ศรีเรือนนะ”
ฝ้ายพยักหน้ารับช้าๆ หอบตำราไว้แนบอก วันนี้เธอยอมเดินไกลมาถึงหน้าตึกวิศวะฯเผื่อว่าจะได้เห็นหน้าทะเล้นของคนชอบแกล้งบ้าง แต่บังเอิญพี่เกมส์เดินลงบันไดตึกมาพอเห็นหน้ากุ้งนางและฝ้ายยืนอยู่หน้าตึกก็เดินตรงเข้ามาทักทาย
“ว่าไงน้องกุ้งนาง อย่าลืมนัดเสาร์หน้านะครับ”
พี่เกมส์ทักกุ้งนางอย่างสนิทสนม ฝ้ายหันมาสบตากับเพื่อนด้วยความประหลาดใจ กุ้งนางยิ้มเจื่อนไม่กล้าสบตากับเพื่อนซี้ พี่เกมส์ยิ้มบางๆเอื้อมมือมาโยกหัวกุ้งนางเบาๆ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมเพื่อนๆของพี่เกมส์ที่ยืนรอ และเป็นจังหวะเดียวกับที่นายกันพึ่งเดินเข้ามาในตึกเห็นฝ้ายยืนอยู่ เขาไม่ทักทายหรือพูดคุยเช่นเคย ทั้งๆที่สบตากับฝ้ายแม้เพียวเศษเสี้ยวนาที เธอก็รู้ว่าเขามองเห็นเธอยืนอยู่แน่ๆ แต่เขากลับเดินผ่านไปในตึกคณะทันที
“ฝ้าย”
กุ้งนางเรียกเพื่อนเบาๆฝ้ายรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา เจ็บแปลบที่หัวใจราวกับถูกเหล็กแหลมเจาะแทงเข้าไป เธอไม่ได้ยินเสียงใครทันและแทบไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าเธอกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพไหน เธอไม่รู้ว่าทำไมภาพนายกันเย็นชาใส่เธอมันถึงเจ็บปวดได้มากมายเพียงนี้ แต่กับเรื่องราวของพี่เกมส์กลับไม่ได้สะกิดใจอะไรเธอเลยแม้แต่น้อย เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เบอร์ที่ไม่คุ้ยเคยปรากฏหน้าจอ
“สวัสดีค่ะ”
“ฝ้าย??”
“กัน?”ฝ้ายปาดน้ำตา น้ำเสียงคุ้นหูดังอยู่ที่ข้างหูเธอ
“ครับ..เราเอง”
“ได้เบอร์ฝ้ายมาจากไหน”ฝ้ายแปลกใจก็ตั้งแต่รู้จักกันมา ฝ้ายไม่เคยให้เบอร์นายกัน เขาไม่เคยโทรศัพท์หาเธอสักครั้งเดียว
“เรามารับรออยู่หน้าบ้านฝ้ายนะ “
“เอ๊ะ อะไรกันรับไปหน”
“วันนี้ประกวดขนมสูตรเด็ดของหมึกเขียวไง”
“ฝ้ายไม่ได้ส่งใบสมัครค่ะ”
“เราส่งให้แล้ว”
“ห๋า..”
ฝ้ายขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปริมหน้าต่างขยับผ้าม่านดูที่หน้าบ้าน รถฮอนด้า แจ๊สสีดำมันวาวจอดอยู่หน้าบ้าน ร่างสูงโปร่งที่คุ้นตายืนถือโทรศัพท์พิงรถอยู่
“เร็วเถอะ มีเรื่องจะคุยด้วย”
“ค่ะ ขอสิบนาทีนะ”
ฝ้ายรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอรู้สึกเหมือนวันเวลามันหายไป แต่ก็ออกมาหานายกันที่รออยู่หน้าบ้าน น่าจะเป็นครั้งแรกอีกเช่นนั้นแหละที่เห็นนายกันในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ดูสบายๆเพราะทุกครั้งฝ้ายจะเจอกันที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น โดยเฉพาะภาพที่เขาขับรถก็ดูแปลกตาอีกด้วย
“กุ้งนางเป็นห่วงฝ้ายมากแต่ไม่กล้าโทรมาหา กลัวว่าฝ้ายจะโกรธ แล้วจะเสียเพื่อนดีๆอย่างฝ้ายไป”
นายกันเอ่ยขึ้นสายตายังมองตรงไปข้างหน้าฝ้ายถอนหายใจเบาๆไม่คิดว่าเพื่อนรักจะคิดมากขนาดนี้ แต่ตัวเธอเองก็ด้วยนั้นหละที่เงียบหายไม่ติดต่อใครเลยตั้งแต่วันนั้น
“คือ…ความจริงครอบครัวของเรากับกุ้งนางสนิทสนมกันมากพ่อแม่ของพวกเราสนิทกัน ครอบครัวเราก็มีลูกชายหมด คือเรากับพี่เกมส์ ส่วนทางกุ้งนางเค้าเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อแม่เค้าอยากให้กุ้งนางกับพี่เกมส์คบหากันนะ แต่ทั้งพี่เกมส์กับกุ้งนางก็รู้สึกไม่ชอบระบบคลุมถุงชน แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรกัน ก็เลยคิดว่าดูๆกันไปไม่ให้ผู้ใหญ่ต้องผิดใจกัน แต่พอกุ้งนางมาคบกับฝ้ายและรู้ว่าฝ้ายปลื้มพี่เกมส์มากๆก็เลยไม่อยากบอกเรื่องนี้ เพราะยังไงซะ อนาคตมันไม่แน่นอน อะไรก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอ กุ้งนางเป็นห่วงความรู้สึกของฝ้ายมากๆเลยนะ”
“โธ่ นี่ฝ้ายเป็นต้นเหตุอีกแล้วเหรอ”ฝ้ายพึมพำเบาๆ “ฝ้ายก็แค่ปลื้มเท่านั้นไม่ได้คิดอะไรกับพี่เกมส์ขนาดนั้นเสียหน่อย”
“อ้าว..จริงเหรอ!!”นานกันเผลอเแตะเบรกแล้วหันมาสบตากับคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ
“ฝ้ายไม่ได้คิดอะไรกับพี่เกมส์เหรอ”
“ใช่…ฝ้ายปลื้ม ฝ้ายประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของพี่เกมส์ ฝ้ายเป็นลูกคนเดียวก็เลยอยากมีพี่ชายที่ดูแลฝ้ายได้อย่างพี่เกมส์ก็เท่าเอง”
“จริงๆนะ”
ดวงตาของนายกันเป็นประกายขึ้นมาทันที เสียยงบีบแตรไล่จากด้านหลังทำให้นายกันต้องรีบขับรถต่อให้ถึงที่หมาย ณ ห้องประกวดทำขนมสูตรเด็ดหมึกเขียวบนโรงแรมระดับห้าดาวกลางกรุงเทพฯ กุ้งนางมารออยู่อย่างใจจดใจจ่อ เธอเป็นคนเตรียมทุกอย่างเอาไว้เพื่อรอให้เพื่อนรักมาแสดงฝีมือ ฝ้ายรีบวิ่งเข้ามาในงาน มือเล็กๆของเธอมีมือของนายกันกุมไว้แน่นฝ่าฝูงชนเข้ามาในบริเวณงานอย่างยากลำบาก กุ้งนางโบกไม้โบกมือเป็นสัญญาณให้เห็น
“ฝ้าย…”กุ้งนางเอ่ยเบาๆอย่างไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายยังไง แต่ฝ้ายกลับยิ้มละไม
“เดี๋ยวฉันจะทำขนมอร่อยๆให้เพื่อนรักอย่างเธอชิมนะ”
“จ๊ะ” กุ้งนาวยิ้มบางๆรู้สึกชื้นที่ขอบตา
“ฝ้ายได้มาประกวดทำขนมนะ” ฝ้ายหันไปสบตากับนายเกมส์ มองดูมือที่เขากุมไว้แน่น “แต่ฝ้ายคิดว่าทำขนมให้คนพิเศษของฝ้ายได้ไหม”
“ผู้เข้าแข่งขันเชิญเข้าสู่สนามได้แล้วค่ะ”
เสียงประกาศดังขึ้นซ้ำอยู่สองรอบ ฝ้ายยิ้มให้กุ้งนางเพื่อนรัก เพื่อนที่เข้าใจและห่วงใยเธอเสมอ อย่างน้อยที่สุดเธอก็เข้าใจเสียวหัวใจของตัวเอง
“นายกัน “
ฝ้ายตะโกนเรียกก่อนที่จะเดินเข้าไปสู่โต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เพื่อแสดงฝีมือทำขนมปัง “รอชิมขนม คำสารภาพ ของฝ้ายด้วยนะ”
“ครับผม”
นายกันตะโกนตอบ ทั้งกันและกุ้งนางไม่รู้หรอกว่าผลครั้งนี้จะออกหัวหรือก้อยยังไง แต่ที่แน่ๆขนมของฝ้ายจะอร่อยที่สุดกว่าที่เคยชิมมาเพราะว่า…
เพราะว่า…ขนมที่ฝ้ายทำใส่ความรัก ผสมความตั้งใจและจริงใจนะซิ

………………………
END


saylom's corner
www.samewaymag.com/saylom.htm

โดย : สายลมอิสระ
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com