Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

เรื่อง :

ชีวิตที่เหลืออยู่

ชีวิตที่เหลืออยู่
ในชุมชนชนบทแห่งหนึ่งท่ามกลางทุ่งนาอันกว้างใหญ่ผู้คนในหมู่บ้านต่างทำมาหากินกันอย่างแข็งขันเพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่รอดไปวันๆ ถ้าวันใดอากาศแห้งแล้งผลิตผลทางการเกษตรก็เป็นอันต้องเสียหายเพราะขาดน้ำ แต่ถ้าวันใดฝนตกก็อาจจะดีขึ้นมาบ้าง
เอกชัยหนุ่มน้อยผู้ขยันขันแข็งหนักเอาเบาสู้อยู่กับพ่อแม่และน้องอีก 2 คน เขาเรียนอยู่ชั้นป.6 น้องคนที่ 2 อยู่ป.4 ส่วนคนเล็กอยู่ป.1เมื่อเขาจบจากชั้นป.6แล้ว ครูเกศรินซึ่งเป็นครูประจำชั้นป.6และคณะครูทุกท่านได้ช่วยกันออกทุนการศึกษาเพื่อให้เขาได้ศึกษาต่อมัธยมที่กรุงเทพฯ และในตอนเย็นเมื่อเลิกเรียนแล้วครูเกศรินก็ได้ไปที่บ้านของเอกชัยเพื่อชี้แจงการศึกษาต่อให้กับพ่อพูลและแม่ณีซึ่งเป็นพ่อแม่ของเอกชัยทราบ ทางพ่อแม่ไม่ขัดข้องด้วยต้องการให้ลูกชายได้เรียนต่อสูงๆจึงได้รับคำของครูเกศริน แล้วครูเกศรินก็บอกว่าจะเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อมแล้วให้เอกชัยเตรียมตัวออกเดินทางได้
เมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึงพ่อแม่น้องคณะครูอาจารย์ทุกท่านและชาวบ้านทุกคนต่างพากันมาส่งเอกชัยในที่นี้มีภารโรงคนหนึ่งชื่อ ลุงอ้วนไปกับเอกชัยด้วย ก่อนจะจากกันทั้งพ่อแม่และลูกต่างอาลัยรักได้สั่งสอนลูกก่อนที่จะไปว่าให้ดูแลตัวเองให้ดีๆตั้งใจเรียนหนังสือแล้วที่สำคัญอย่าเกเรและให้คบเพื่อนดีๆ เมื่อสั่งเสียกันเสร็จแล้วรถประจำทางก็มาพอดีเอกชัยก้มลงกราบพ่อกับแม่และได้ลาอาจารย์ทุกท่านพร้อมกับชาวบ้านทุกคนที่พร้อมใจกันมาส่งเขา เมื่อทุกๆคนส่งเอกชัยเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านก่อนจะกลับนั้นครูเกศรินได้ปลอบใจแม่ของเอกชัยว่าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะลุงอ้วนจะคอยดูแลเอกชัยเป็นอย่างดีพ่อแม่จึงคลายความห่วงแต่ก็ยังมีอยู่บ้าง
กล่าวถึงกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรที่ใครๆต่างก็อยากไป บางคนก็ไปตั้งถิ่นฐานที่นั่น บางคนก็ไปทำงานที่นั่นหรือแม้แต่ไปเรียนหนังสือบ้างก็มี สภาพสังคมเป็นแบบแออัดแต่ก็เต็มไปด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีต่างๆ นานา แต่คงไม่มีใครรู้หรอกว่าสังคมแบบนี้มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง
ณัฐพงษ์หนุ่มวัยรุ่นแห่งเมืองกรุงพ่อคือคุณนครินเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯและแม่คือคุณจินตนาเป็นแม่บ้าน ณัฐพงษ์เป็นนักเรียนชั้น ม.5 เรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีนิสัยชอบเที่ยวและชอบหาเรื่องมักจะทำตัวเป็นหัวหน้าแก๊งถ้าใครขวางทางเป็นอันต้องเจ็บตัว เขาชอบเที่ยวกลางคืนบางวันกลับบ้านทีก็ตี 3 บางวันถึงเช้าเลยก็มี และมักจะมีปัญหากับพ่ออยู่ตลอดเวลาเพราะทำตัวไม่ดี เรียนหนังสือก็ไม่เก่ง บางครั้งก็ไม่เข้าเรียนจนหมดสิทธิ์สอบไปเลยก็ยังมี ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวที่เข้มงวดพ่อของเขามักจะอยากให้เขาเป็นอย่างตนอยากให้เป็นและบังคับสารพัดเพื่อให้ลูกทำได้ดั่งใจ จนทำให้ณัฐพงษ์กลายเป็นเด็กก้าวร้าวไม่เชื่อฟังใครอีกต่อไป แม้แต่ครูบาอาจารย์ยังลบหลู่ดูหมิ่นโดยไม่เกรงกลัว วันหนึ่งเขาออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆกลับมาถึงบ้านก็เช้าพอดี พอเข้าเดินเข้าบ้านพ่อของเขาซึ่งนั่งเฝ้าอยู่เห็นลูกชายเดินเข้าบ้านก็ต่อว่าอย่างรุนแรงพร้อมกับลงไม้ลงมือกันเลยทีเดียว พอแม่ได้ยินเสียงเอะอะก็ลงมาดูเห็นพ่อลูกกำลังมีเรื่องกันอยู่ก็เข้าไปห้าม คุณนครินหาว่าภรรยาเข้าข้างลูกชายก็ต่อว่าภรรยาอีกว่าเลี้ยงลูกจนเสียคน พอณัฐพงษ์ทนไม่ไหวก็วิ่งขึ้นห้องล็อกประตูอยู่คนเดียวในใจของเขาคิดว่าพ่อยุ่งกับชีวิตของเขามากเกินไปทำให้เขาเดินทางผิดทันทีแล้วก็คบเพื่อนผิดอีกด้วย
เมื่อเอกชัยกับลุงอ้วนมาถึงกรุงเทพฯแล้วก็พากันไปหาบ้านเช่าพอได้บ้านเช่าแล้วก็พากันทำความสะอาดนิดหน่อยก็อยู่ได้แล้ว ในวันนั้น 2 ลุงหลานก็พักผ่อนด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง
ในวันต่อมาเอกชัยและลุงอ้วนตื่นแต่เช้ารีบอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็ออกไปข้างนอก วันนี้ทั้ง 2 คน กำลังจะไปโรงเรียนเพื่อไปข้อสมัครเข้าเรียนชั้นมัธยมส่วนลุงอ้วนก็จะหางานสักงานหนึ่งทำเพื่อหารายได้ เมื่อไปถึงโรงเรียนแล้วได้เข้าพบผู้อำนวยการวิชัยทันทีพร้อมกับส่งเอกสารการศึกษาให้ผู้อำนวยการพิจารณา พอพิจารณาเรียบร้อยแล้วผู้อำนวยการจึงอนุญาตให้เข้ามาเรียนได้ในวันพรุ่งนี้
วันแรกของการเข้าไปเรียนในโรงเรียนใหม่ครั้งแรกทำให้เอกชัยตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะเขาต้องมีเพื่อนใหม่และพบอะไรใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้พบกับณัฐพงษ์รุ่นพี่ในโรงเรียน เขามากับเพื่อนกลุ่มหนึ่งพอเห็นเอกชัยเข้าก็ทำตัวเป็นนักเลงเพราะเอกชัยไปมองหน้าเขาทำให้ณัฐพงษ์และเพื่อนๆ เข้าใจผิดคิดว่าเอกชัยมองหาเรื่องจึงเข้าไปกระชากคอเสื้อของเอกชัยแล้วถามว่าอยากมีเรื่องหรือไงมองหน้าแบบ เอกชัยเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าก็ถึงกับหน้าซีดแต่บอกเขาไปว่าไม่อยากมีเรื่อง ณัฐพงษ์จึงผลักเอกชัยล้มลงแล้วพูดขู่เอกชัยอย่างรุนแรงจนทำให้เอกชัยกลัวและไม่กล้ามองหน้าอีก
พอโรงเรียนเลิกลุงอ้วนจึงไปรับเอกชัยที่โรงเรียนเขาเล่าเหตุการณ์วันนี้ให้ลุงอ้วนฟังลุงอ้วนจึงถามว่าเขาทำอะไรไหม เอกชัยก็ตอบว่าไม่ แล้วลุงอ้วนจึงสั่งให้เอกชัยอยู่ห่างๆพวกนี้เอาไว้เพราะกลัวว่าหลานชายจะไปเสียคนเป็นนักเลงกับเขาอีกคน
ส่วนณัฐพงษ์พอเลิกเรียนแล้วเขาไม่ยอมกลับมิหนำซ้ำยังชวนเพื่อนไปสถานเริงรมย์เพื่อไปเที่ยวอีกด้วย
ภายในสถานเริงรมย์มีเหล่าวัยรุ่นทั้งหลายไม่ว่าจะรุ่นน้องรุ่นพี่พากันแออัดอยู่ในนั้น มีของมึนเมาหลายชนิดไว้ย้อมใจเวลาต้องการและที่สำคัญมีผู้หญิงค้าประเวณีคอยให้บริการอีกด้วยทำให้หนุ่มๆทั้งหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ติดใจไปตามๆกัน ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นแต่ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่เขาไปเที่ยวหาความสุขไม่ว่าจะหลังเลิกงานหรือเลิกเรียน พวกเขาไม่สนใจหรอกว่าใครจะทำอย่างไรหรือใครจะเป็นอย่างไรรู้แต่ว่าตัวเองมีความสุขแล้วก็พอ
ณัฐพงษ์พาเพื่อนๆหลายคนเขาไปข้างในแล้วไปมั่วสุมกับเหล่านางค้าประเวณีทั้งหลายจนถึงเที่ยงคืนแล้วก็ได้ร่วมหลับนอนกับผู้หญิงคนนั้นด้วย
กล่าวถึงบ้านของเอกชัยพ่อแม่และน้องๆก็พากันใช้ชีวิตเหมือนเดิม รุ่งเช้าครูเกศรินก็แวะเข้ามาเยี่ยมบ้าง ทุกๆคนต่างหวังว่าเอกชัยจะกลับมาอย่างภาคภูมิใจและสามารถทำให้พ่อแม่มีความสุขได้
ในวันต่อมาเอกชัยไปโรงเรียนแต่เช้าเพื่อไปทำเวรที่โรงเรียน พอไปถึงโรงเรียนเขาก็เริ่มทำความสะอาดห้องเรียน ลบกระดาน และสุดท้ายคือขัดห้องน้ำในขณะที่เอกชัยกำลังเดินไปห้องน้ำเพื่อไปทำความสะอาดนั้นเขาไปเห็นณัฐพงษ์กับเพื่อนๆกำลังมั่วสุมอะไรกันอยู่ในห้องน้ำเขาจึงแอบดูก็ปรากฏว่าพวกนั้นกำลังเสพยากันอยู่เอกชัยตกใจด้วยความที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเขารีบเดินออกจากที่นั่นทันที แต่เขาไม่ได้ไปบอกใครเพราะกลัวว่าถ้าถูกจับทีหลังเขาจะไม่รอดก็เลยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ พอถึงวันพรุ่งเอกชัยก็เข้าไปดูอีกก็เห็นเหมือนเดิม คราวนี้เขารวบรวมความกล้าและเขาก็เดินเข้าไปหากลุ่มมั่วสุ่มเหล่านั้นแล้วถามว่ามาทำอะไรกันที่นี่ พอพวกนั้นเห็นเอกชัยก็ทำท่าเฉย ทีนี้เอกชัยขู่ว่าจะไปฟ้องอาจารย์ทำให้ณัฐพงษ์ซึ่งอยู่ในกลุ่มนั้นเข้าไปกระชากคอเสื้อแล้วพูดว่าไม่กลัวหรอก พอพูดจบเขาก็ผลักเอกชัยพร้อมกับขู่ว่าถ้าไปฟ้องอาจารย์เจ็บตัวแน่ เอกชัยจึงรีบวิ่งหนี เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนเอกชัยรีบเก็บกระเป๋าขณะที่เขากำลังเดินออกจากห้องณัฐพงษ์และเพื่อนๆของเขาก็ไปดักเอกชัยไว้แล้วชวนเอกชัยไปกับพวกเขาแต่เอกชัยปฏิเสธพวกนั้นจึงพากันหว่านล้อมจนเอกชัยหลงเชื่อแล้วไปกับพวกเขา เมื่อไปถึงที่ลับเพื่อนของณัฐพงษ์หยิบยาขึ้นมาทำให้เอกชัยตกใจเป็นอย่างมากเขาพยายามปฏิเสธแต่พวกนั้นยัดเยียดให้เขาแล้วพูดจาดูถูกว่าเป็นไก่อ่อนจนทำให้เอกชัยเกิดความหึกเหิมแล้วสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเสพยาทันที ด้วยความที่ไม่อยากให้ใครหาว่าขี้ขลาดเขาจึงไม่รู้ว่าเขาทำอะไรลงไป ในวันนั้นเขาอยู่เสพยากับเพื่อนๆจนดึกทำให้ลุงอ้วนเป็นห่วงเขามากพยายามติดต่อกับอาจารย์ทุกท่านแต่ไม่มีใครรู้ว่าเอกชัยหายไปไหน จนลุงอ้วนต้องไปแจ้งตำรวจเพื่อตามหาหลานตำรวจได้นำกำลังออกค้นหาส่องไฟหาทุกที่แต่ไม่พบอะไรเลย จนไปอีกที่หนึ่งที่ตำรวจสังหรณ์ใจว่าอาจจะมีใครอยู่ในที่นั่นก็ได้ ในขณะที่เอกชัยและเพื่อนๆกำลังเคลิ้มอยู่นั้นเพื่อนของเขาอีกคนหนึ่งได้ยินเสียงคล้ายมีคนผ่านมาทางนี้แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าคงเป็นคนแถวนี้และคิดว่าคงไม่มีใครรู้หรอกว่ามีคนอยู่ที่นี่แล้วพวกเขาก็เสพยากันต่อ
พอตำรวจส่องไฟค้นหาก็ไปเห็นกระท่อมร้างหลังหนึ่งมีแสงไฟส่องอยู่ข้างในจึงเข้าไปดูเพื่อที่จะถามหาเอกชัย แต่ปรากฏว่าพอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นรวมทั้งเอกชัยด้วยกำลังมั่วสุมเสพยากันอยู่ ตำรวจจึงนำกำลังเข้าจับกุมทันที เอกชัยพอเห็นตำรวจก็ตกใจแต่ก็หนีไม่ทันเสียแล้วจึงถูกตำรวจจับได้ เมื่อไปถึงโรงพักลุงอ้วนที่รออยู่ที่โรงพักเห็นสภาพหลานชายเป็นแบบนั้นก็ตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก ตำรวจจึงนำเด็กกลุ่มนี้เข้าไปในห้องขังทันทีเอกชัยเมื่อเห็นหน้าลุงอ้วนเขาก็ร้องไห้ทันทีและกราบขอโทษลุงอ้วนที่ทำตัวแบบนี้ทั้งๆที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยเป็น ลุงอ้วนไม่โกรธหลานพร้อมกับบอกหลานว่าไม่ต้องเป็นห่วงลุงจะประกันตัวออกมาเอง ลุงอ้วนจึงขอประกันตัวหลานกับตำรวจแต่ตำรวจไม่ให้ประกัน พอวันรุ่งเช้าลุงอ้วนจึงไปที่โรงเรียนแจ้งข่าวให้ผู้อำนวยการทราบ เมื่อผู้อำนวยการทราบข่าวก็ติดต่อไปยังผู้ปกครองของเด็กๆทุกคนให้ไปที่โรงพัก ผู้ปกครองทุกคนต่างพากันไปที่โรงพักก็ไปเห็นสภาพลูกของตนก็พากันเสียใจกันมาก พ่อแม่ของณัฐพงษ์แทบขาดใจเพราะไม่คิดว่าลูกจะทำแบบนี้ บางคนถึงขั้นต่อว่าลูกเลยก็มีแล้วต่างคนต่างก็ประกันตัวลูกของตนเอง ส่วนเอกชัยลุงอ้วนและผู้อำนวยการโรงเรียนประกันตัวออกไป พอประกันตัวเสร็จแล้วก็ส่งเอกชัยไปทำการรักษาและบำบัดกเพื่อให้ยาเสพติดออกจากร่างกายเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนลุงอ้วนก็ส่งข่าวกลับไปที่บ้านของเอกชัย พอพ่อกับแม่รู้ข่าวถึงกับทรุดเลยทีเดียวเพราะไม่คิดว่าลูกจะทำแบบนี้ ครูเกศรินและคณะครูทุกท่านก็พากันทราบข่าวไปตามๆกัน ต่างพากันผิดหวังและเสียใจเป็นอย่างมากจึงได้พากันไปรับเอกชัยกลับบ้านหลังจากที่ครบ 3 เดือนแล้ว เมื่อพ่อแม่และน้องๆของเอกชัยมาถึงสถานีบำบัดเอกชัยก็เข้าไปกอดพ่อกับแม่และน้องๆพร้อมก้มลงกราบขอโทษทั้งครูอาจารย์ทุกท่านที่ตนเองทำให้ผิดหวัง ทุกๆคนไม่โกรธเอกชัยและพร้อมที่จะให้อภัยเอกชัยเสมอ
เมื่อกลับมายังบ้านเกิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ววันต่อมาพ่อแม่ของเอกชัยจึงทำพิธีรับขวัญให้ลูกชายเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป ภายในพิธีมีครูอาจารย์และชาวบ้านทุกคนมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก พอเสร็จพิธีแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ครูเกศรินก่อนที่จะกลับนั้นได้สั่งสอนเอกชัยให้รู้จักปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ดีและสอนให้รู้จักโทษและพิษภัยของยาเสพติด เอกชัยจึงสัญญาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีกและจะหลีกหนีให้ไกล และเขาก็สัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ให้มีค่ามากที่สุดเท่าที่จะมากได้




โดย : อรชร สายแวว
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com