Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

เรื่อง :

you and me

ย้อนเวลาไปเมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่อเมริกาจะเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ก่อนที่อังกฤษจะครอบครองดินแดนแห่งป่าไม้ และ ทุ่งหญ้าที่เขียวขจี ยังมีเผ่าอืนเดียแดงที่อาศัยอยู่นับพัน แต่มีเผ่าหนึ่งที่ยิ่งใหญ่เเละมีบทบบาทมากที่สุด เผ่าๆนี้อยู่ที "Virginia"

ความจริงที่ผ่านไปหลายปี บางคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องโกหกหรือเรื่องที่เเต่งขึ้น แต่ก็มีอีกหลายคนที่ได้รับรู้ความจริงจากเรื่องที่บิดเบือนเรื่องรางของเด็กสาวคนหนึ่งที่มีความรักที่มาดมั่น ความจริงที่จะเป็นที่กระจ่างในเรื่องนี้.....

สายลม แสงแดด ต้นไม้สีเขียวที่เต็มไปด้วยความสดชื่น ร่างของหญิงสาวผิวสีนำผึ้งนอนทุรนทุรายในเต็นท์อันใหญ่ เคียงข้างมีชายร่างองอาจอยู่คอยปลอมโยน ความรักทั้งสองเป็นที่รู้จักทั่วหมู่บ้าน เสียงร้องที่แผดดัง หลังจากเสียงร้องที่เจ็บปวดของหญิงสาว ร่างของเด็กทารกเพศหญิงถูกอุ้ม หญิงสาวโอบอุ้นทารกด้วยความรัก
"โพคาฮอนทัส" เสียงแผ่วเบาที่ออกมาจากปากก่อนที่เธอจะนิ่งเงียบไป...ตลอดกาล
ชายร่างองอาจอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนใหญ่อย่างทะนุถนอมเด็กน้อยที่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด เหมือนเธอจะรู้ว่าแม่ของเธอได้จากไปเสียแล้ว

วันเวลาผ่านไป เด็กทารกได้เติบโตจนกลายเป็นเด็กสาวที่สูงระหง งดงามแม้มีอายุได้เพียง 14 ปี มีหลายคนต่างชื่นชมความงามของเธอ แต่นิสัยที่ดื้อรั้นและความรักอสระของเธอทำให้ยากที่จะมีคนมาคู่ควรกับเธอ เธอมักจะวิ่งไปตามทุ่งหญ้าป่าไม้ และสำรวจสิ่งต่างๆมากมาย เเธอรักสีของท้องฟ้าที่สดใสเป็นที่สุดแต่ธอยังไม่รู้ว่าบางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอกำลังจะเกิดขึ้น

ในปี ค.ศ 1607 ชาวผิวขาวมากมายไปมาถึง Virginia เพื่อสำรวจดินแดนที่อุดมสมบูรณ์เหล่านี้ ชาวอังกฤษได้มาทำการแลกเปลี่ยนกับเผ่าอินเดียน เพื่อเเลกเปลี่ยนข้าวโพดจากชาวอินเดียน พวกเขาหมายมั่นที่จะสร้างเมืองเพื่อถวายแก่กษัตริย์ ของพวกเขา และตั้งชื่อเมืองว่า “James town” มี ชาย 4 คนที่เป็นหัวหน้า ใหม่ และเพิ่งมาถึงได้ไม่นานและ หนึ่งในนั้นคือ จอนห์ สมิธ

ในวันหนึ่งขณะที่จอนห์ สมิธและ ชาย อีก 2 คนอยู่ในป่า พวกเขาก็ได้ถูก ชายร่างฉกรรจ์หลายคนโจมตีมีเพียงเขาที่รอดชีวิตเพราะ เขาสามารถจับหนึ่งในคนเหล่านั้นเป็นตัวประกัน ชายคนหนึ่งนำเขากลับไปที่เผ่า เขาได้แต่คิดว่าชีวิตคงต้องมาจบลงที่นี้เป็นแน่ เขาถูกจับเข้าไปเต็นท์ใหญ่แห่งหนึ่ง ชีวิตเขาตอนนี้อยู่บนเส้นด้าย เขาเงยหน้า มองเห็นชายร่างใหญ่องอาจนั่งอยู่บนเบื้องหน้า ส่วนด้างข้าง มี เด็กสาวผิวสีนำผึ้ว ตาดำคม คุกเข่าอยู่ด้านข้าง เขามองมาที่เธอและยิ้มให้
สำหรับเธอชายแปลกหน้าผู้นี้ดูแปลกนัก เขามีเคราอ่อนๆซึ่งต่างจากพวกอินเดียน และ เขาก็ไม่ได้สูงมากนัก ทันทีที่เธอสบตาของเขา ดวงตาของมีสีฟ้า ใช่แล้ว! สีฟ้า มันช่างสวยงามเหมือนท้องฟ้าที่สดใสที่เธอรักและมองมันอยู่ทุกวัน เธอตกหลุมรักดวงตาคู่นั้นหมดใจ

"พวกเจ้าเป็นใคร ใครคือหัวหน้าพวกเจ้า แล้วมาทำไม?" ชายร่างองอาจถามเขาด้วยนำเสียงแข็งกร้าว
จอนห์ สมิธอธิบายเรื่องราวทั้งหมด แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่พวกเขาจะสื่อสารกันรู้เรื่อง เมื่อชายที่ยืนเตียงข้างได้ยินก็พูดด้วยนำเสียงอันโกรธเกรี้ยว
" พวกเขาเรียกหมู่บ้านเรา ดินแดนของเรา ว่า James Town! พวกเขาเรียกแม่นำอันงดงามของเราว่า James's river! พวกเจ้าฆ่าคนของเราด้วยอาวุธอันโหดร้าย! แล้วพวกเราละ! ดินแดนของเราที่สืบทอดกันมา เราไม่ต้องการเมืองของพวกเจ้า เราควรจะฆ่าพวกมันให้หมด!"

"แต่อย่าลืมว่าพวกมันมีปืน" เขามองโพคฮอนทัสเเละเดินเข้าไปในป่า หญิงสาวเดินตามมาทีหลัง
“ลูกสาวข้าเจ้าคิดว่าอย่างไร?" ร่างระหงมองหน้าร่างสูงใหญ่พลางยิ้ม
"ข้าชอบพวกเขา พวกเขามีดวงตาที่เหมืองฟ้าอันสดใสในดินแดนของเรา"
"แต่น้องชายของพ่อ ต้องการฆ่าเขาอย่างมาก...พ่อจะยกเขาให้เจ้า"
"ให้ข้า?"
"ฟังนะ พ่อมีวิธี"

ชายร่างองอาจเดินกลับไปที่เต็นท์
"ตกลงให้เราฆ่าเขาได้หรือไม่?"
"ได้" เขาพูด "ไปเอาตัวมา"
ร่างของจอนห สมิธถูกดึงตัวเข้ามาหัวของเขาถูกวางไว้บนหินเเข็งกร้าว ร่างของเขาถูกวางไว้ตรงหน้าของหัวหน้าเผ่า ชายที่เปี่ยมด้วยความเคียดแค้นนำท่อนหินยาวพลางจับในมือไว้แน่น หยิงสาวมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความกระวนกระวาย สายตาของชายผู้นั้นมองตรงไปที่ร่างข้างหน้าอย่างแน่วแน่ จอนห์ สมิธหลับตาลง และรอเวลาที่จะตาย

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงอ้อมแขนอันอบอุ่น รอบใบหน้าของเขาและ เขาก็ลืมตาเห็นใบหน้าสีนำผึ้งอันอ่อนเยาว์และดวงตาสีดำขลิบ
"ไม่! ข้าเป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่า คนๆนี้เป็นของข้า!" เธอมองไปที่ชายที่นั่งอยู่ " พ่อค่ะ! อย่าฆ่าเขาเลย ให้ผู้ชายคนนี้แก่ข้าเถอะ!" ชายผู้นั้นมองหญิงสาวก่อนอนุญาต เธอยิ้มและมองชายตะวันตก ที่อยู้ในอ้อมแขนของเธอ "ตามข้ามา.. เจ้าเป็นคนของข้าแล้ว"

พวกเขาอยู่ด้วยกันและแลกเปลี่ยนภาษาของกันและกัน และกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน สุดท้ายเธอก็ปล่อยเขาไป เขาให้สัญญาความเป็นมิตรระหว่างชาวอินเดียนและชาวอังกฤษแก่เธอ หลังจากนั้นโพคาฮอนทัสก็ไปหมู่บ้านเพื่อไปเจอเขาเป็นประจำ

วันหนึ่งเธอได้ไปหาเขาที่หมู่บ้าน และเขาได้เอาสิ่งๆหนึ่งใหเธอดู
"มันคืออะไร?" เธอถามด้วยความสงสัย
"มันคือ เข็มทิศ จาก อังกฤษ"
"อังกฤษ? หมู่บ้านของเจ้านะหรือ?"
"ใช่ หมู่บ้านที่สับสน วุ่นวาย ต่างจากที่นี่มาก" เขายิ้มให้เธอ ดวงตาสองสีประสานกัน" ทำให้เรารู้ทิศทาง เหนือ ใต้ เวลาเรามองไม่เห็นท้องฟ้า..."
เธอสนใจทุกสิ่งเกี่ยวกับหมู่บ้านของเขา เรื่องราวของเขา ทุกอย่างและเธอก็มีความสุขที่จะได้ยินมันจากเขา
ตอบอย่าง
ในปีถัดมา หัวหน้าเผ่าเรียกเธอเข้าไปพบ
"เราต้องการปืน ลูกพ่อ" หน้าตาเคร่งเครียด อด ทำให้โพคาฮอนทัสหวั่นไม่ได้ "ไปบอกพวกเพื่อนอังกฤษของเจ้าด้วย!"

โพคาฮอนทัสบอกเรื่องนี้แก่จอนห์ สมิธ แต่เขาก็ปฏิเสธเพราะเขามีกำลังคนน้อยกว่า ต่อมามีคนพยายามขโมยปืนหญ่และถูกจับได้ แต่เห็นแก่โพคาฮอนทัส จอนห์ สมิธได้ปล่อยพวกเขาไป เธอก็ยังกังวลคำสั่งที่พ่อของเธอสั่งมา ความรักและหน้าที่ที่ไม่ช้าหรือเร็วจะต้องเป็นเรื่องทุกข์ใจ

ในวันหนึ่งที่ เขาสอนเรื่องราวเกี่ยวกับโลกให้กับโพคาฮอนทัส
"โลกมันมีรูปร่างเหมือนลูกบอลนะ"
"โลกจะเหมือนลูกบอลได้อย่างไร แล้วอย่างนั้นน้ำทะเลจะอยู่บนโลกได้อย่างไร"
เขายิ้ม "ถ้างั้นจะอธิบายให้ฟัง"

เธอมองเขาด้วยสายตาที่ชื่นชม ดวงตาสีฟ้าที่สดสวย มันช่างงดงามเหลือเกินเหมือนท้องฟ้ายามแจ่มใสนั้นอยู่ในใจธอ ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขานั้นมีมากขึ้นทุกวัน เธออายุจะ สิบห้า ปีอแล้ว และ เขาคือผู้ชายที่เธอสนใจมากที่สุด...จนหมดใจ เธอลืมทุกอย่างยกเว้นเขา

"เจ้าแต่งงานหรือยัง"
"ยัง" เขาตอบรับอย่างช้าๆ "ทำไมหรือ"
"ในไม่ช้า ข้าก็จะอายุครบ สิบห้าปี และข้าจะต้องแต่งงาน..." เธอยังพูดไม่จบแต่เขาก็สามารถเข้าใจ
"โพคาฮอนทัส" เสียงเขาทำให้เธอหยุด "ลูกสาวของหัวหน้าเผ่าจะมาแต่งงานกับคนอย่างฉันได้อย่างไร เธอควรแต่งงานกับคนที่สำคัญนะ แล้ว...เธออายุได้เพียงสิบสี่ปี ส่วนฉันก็จะ ยี่สิบแปดเเล้ว"
"แต่เจ้าก็เป็นคนสำคัญในเมืองเจ้านะ" เธอพูดแย้งขึ้นมา “คนของเจ้าและข้าควรที่จะเรียนรู้กันและกัน หากเราเป็นสามี ภรรยา ก็อาจจะ..."
"หยุด" เขาวางนิ้วไว้บนริมฝีบปากของเธอ เขาจับใบหน้าอันอ่อนเยาว์ไว้อย่างนิ่มนวลสายตาที่สีเหมือนดินอ่อนนุ่มกับฟ้าสดใสประสานกัน เขาถอยออกไป เขาหันหลังและถอนหายใจ
"โพคาฮอนทัส, ฉันก็ชอบเธอนะแต่ ฉันคงเป็นสามีที่ดีสำหรับเธอไม่ได้...ฉันไม่ค่อยรู่เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงดีเท่าไหร่"
"แต่ข้าสอนเจ้าเรื่องนั้นได้!"
เขาหัวเราะแต่เธอกลับหน้าตาบึ้งตึงที่เขาหัวเราะ
“ฉันขอโทษนะ” เขาหันไปมองเธอ “...เธอเป็นเด็กสาวที่สวยที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาแต่เธอยังเด็กเกินไป”
เธอโกรธมาก “ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ! เจ้ากลัวพราะข้าเป็นลูกของหัวหน้าเผ่า! ข้าต้องการเจ้าเป็นสามีข้า ได้ยินไหม!” เธอวิ่งออกไป น้ำตาที่ไหลๆอย่างเศร้าใจ
เธอไม่ได้ไปหาเขาหลายวันจากนั้น แต่ก็คิดถึงเขาเสมอ ดวงตาสีฟ้าคู่นั้น ผู้ชายที่เธอรักเสมอ คนๆนั้นคือ จอนห์ สมิธ บางทีเขาก็อาจคิดถึงเธอเหมือนกัน

ในฤดูหนาวปี 1680 ผู้คนในเมือง James town ต่างหิวโหย จอนห์ สมิธได้นำเครื่องประดับสีสวยจากอังกฤษเพื่อนำมาแลกกับอาหารจากหัวหน้าเผ่า ชายผู้ที่หมาบยจะฆ่าเขาในตอนนนั้นออกมาต้อนรับเขาด้วยยิ้ม
“เรามีข้อแม้ว่าเจ้าจะต้องสร้างบ้านแบบอังกฤษให้เรา และกระจกแก้ว ที่สำคัญปืนใหญ่สองกระบอก!”
“บ้าน? ได้พวกเราจะสร้างให้แต่ปืน...คงไม่” เขาเงียบสักพัก “เป็นมิตรไม่ต้องใช้ปืนกันหรอก”
ชายร่างใหญ่ได้แต่ยิ้มแต่เขาโกรธลึกๆ และมากด้วย
“จริงซินะ ดังนั้นเจ้าก็อยู่กับเราคืนนี้ทานอาหารกับเรา แล้วเราจะให้อาหารเจ้าพรุ่งนี้”

ในคืนอันเงียบสงันนั้นเธอได้มาหาเขา
“โพคาฮอนทัส!” เขาทักเธอ
“เงียบๆไว้” เธอเปิดม่านมองออกไปและปิด เขาอยู่ตรงหน้าเธอ
“มีอะไรหรือ?” เขาทำหน้าสงสัย
“พ่อข้า...ท่านโกรธเจ้าและพวกเจ้ามาก” เขาพอที่จะเดาออกในเรื่องนั้น
“ท่านมีแผนที่จะฆ่าเจ้าและพวกเจ้า ข้าจึงมาบอกเตือนให้ระวังไว้”
เขาพยักหน้าแล้วยิ้ม “ขอบใจเธอมากนะ เธอช่างดีเหลือเกิน ดีกับฉันมากเหลือเกิน” เขากุมมือเธอไว้ แก้มสีน้ำผึ้งออกระเรือเป็นสีแดงชมพู เธอมองลึกลงไปในดวงตาคู่ที่เธอรัก
“ไม่เป็นไรหรอกเพราะ....” เธอกอดเขาไว้แน่น “เจ้าคือผู้นำของข้า” เธอพูดเสียงแผ่วเบา “ผู้นำในใจข้าจากนี้และตลอดไป” เขาได้แต่นิ่งเงียบ

ในตอนเช้า “นี่อาหารของพวกเจ้า ส่งมอบปืนมา!” น้องชายหัวหน้าเผ่ายิ้ม “โอ้! ดูข้างหลังพวกเจ้าซิ”
มีนักรบอิเดียนนับร้อยถือธนูล้อมหลังพวกเขาไว้ เขามีเพียงทหารติตามแค่สิบคนเท่านั้น!
ทันใดนั้นเขาก็กระฉากผมของชายผู้นำคนนั้นและจ่อปืนที่ศีรษะ
“ปืนของเราาสามารถฆ่าน้องชายผู้นำพวกเจ้าได้ก่อนที่ธนูจะฆ่าเรา เสียอีก” พวกอินเดียนได้แต่ตื่นตระหนก “พวกเจ้าคงไม่อยากเห็นเขาตายหรอกนะ” พวกอินเดียนกลัวจึงได้วางมือและยอมมอบอาหารให้ จอนห์ สมิธและพวกได้จากไป

ชายร่างใหญ่เกิดความเคียดแค้นเต็มประดาจึงนำเรื่องไปบอกหัวหน้าเผ่า
“ เราไม่ต้องการคนพวกนี้มาในดินแดนของเรา ขับไล่มันออกไป ฆ่าพวกมันแล้วเอาปืนมา!”
“ไม่นะพ่อ! จอนห์ สมิธบอกให้เราเป็นมิตรแล้วเขาก็เป็นมิตรกับเรา เราควรที่จะ....”
“เงียบนะ!” เสียงเข้มดังสนั่นจนคนที่อยู่รอบข้างสะท้าน “จากนี้เขาคือศัตรูของเรา เจ้าต้องอยู่ห่างจากเขา เข้าใจไหม?!”
“แต่...พ่อให้เขาแก่ข้าแล้ว! พ่อจำได้ไหม? ข้ารักเขาและพวกเขาด้วย ข้ารักดวงตาที่เหมือนท้องฟ้าคู่นั้น! ข้าห่างจากเขาไม่ได้!” เธอวิ่งหนีออกไป “โพคาฮอนทัส!” เสียงเรียกดังมา “ดูแลลูกข้าด้วย” ร่างองอาจหันไปบอกร่างใหญ่ เธอวิ่งออกจากเต็นท์ จนไกลถึงแม่น้ำเธอก้มลงร้องไห้ สิ่งที่เธอหวาดกลัวก็ได้มาถึง

หลังากนั้นเธอก็ไม่สามารถไปหาเขาบ่อยครั้งได้เพราะสงคราม ในปี 1609 ตุลาคมนั้น เธอได้ไปหาเขา
แต่เธอก็หาเขาไม่เจอ
“เขาอยู่ไหน?” เธอถามชายอังกฤษคนหนึ่ง
“ใคร?”
“จอนห์ สมิธ ไง? หัวหน้าพวกเจ้า”
“เขากลับไปอังกฤษไปรักษาตัวเมื่อเดือนที่แล้วเพราะปืนใหญ่เกิดระเบิด ป่านนี้ไม่รู้ตายบนเรือไปหรือยัง”
“แล้วเขาทิ้งจดหมายให้ข้าบ้างหรือเปล่า” เธอดูกระวนกระวาย
“จดหมาย? เปล่านิ!” เขาหัวเราะ “แล้วเธอจะอ่านออกหรืสาวน้อย เธอนะอ่านไม่ออกหรอก! มันสำคัญมากเหรอ?” เธอนิ่งเงียบและยิ้มเล็กน้อย
“จริงซิ...มันไม่สำคัญหรอก” เธอเดินจากไปเข้าไปในป่าลึก เธอร้อไห้เป็นเวลานาน พลางนึกถึงดวงตาคู่นั้น สีท้องฟ้าที่หายไป ท้องฟ้าดูมืดมนเหลือเกิน

สี่ปีผ่านไป ทุกอย่างดูเลวร้าย เธอทรมานอยู่ในใจหลายปี สงครามก็ดูยืดเยื้อ เธอพยายามช่วยคนอังกฤษ แต่สำหรับพ่อและอา พวกนั้นคือ ศัตรู!
“เราต้องทำอะไรบางอย่าง!” ชายตะวันตกพูดขึ้นมาในที่ประชุม
“ไม่มีอาหาร! พวกนั้นไม่ยอมส่งอาหารมา! เราจะอดตายอยู่แล้ว!”
คนอื่นพลางสนับสนุน
“เรามีวิธี” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมา “หัวหน้าเผ่ามีลูกสาวสุดที่รักและหวงแหนอยู่คนหนึ่ง...”
“และเราต้องการตัวประกัน” หัวหน้าคนใหม่พูดต่อท้าย

โพคาฮอนทัสอายุได้ 19 ปี เธอได้รู้จักเพื่อนใหม่ชื่อ ไอพาซัส ที่สนิทกับชาวอังกฤษเป็นพิเศษ ในคืนหนึ่ง หัวหน้าชาวอังกฤษได้ติดสินบนไอพาซัส เพื่อให้นำตัวโพคาฮอนทัสมา เธอจึงหลอกโพคาฮอนทัส เมื่อเธอรู้ เธอจึงต่อว่าพวกเขาอย่างรุนแรงแต่หัวหน้าอังกฤษต้องการให้หัวหน้าเผ่าสงบศึกและคืนปืนใหญ่ เธอจึงยอมอยู่
หัวหน้าเผ่าเมื่อได้ทราบข่าว ร่างสูงใหญ่สะท้านด้วยความโกรธเป็นที่สุดแต่เขาก็ไม่อยากเสียปืนไป
“โพคาฮอนทัส เข้ากับพวกนั้นได้ดีเธอคงปลอดภัย” เขาดูสงบลง


หลายปีผ่านมาเธอได้อยู่กับหญิงชาวอังกฤษจนเป็นที่รู้จัก เธอกลายเป็นที่รักของทุกคน
“เธอมีความสุขกับพวกเราที่นี่ไหม?”
“มีซิ คนที่นี้ก็เพื่อนที่ดีของฉันทั้งนั้น”
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะ สักวันหนึ่งพ่อของเธอก็คงมารับ”
“ไม่หรอก ..พ่อของฉันเขารักปืนเสียยิ่งกว่าลูกสาว แล้วฉันก็มีความสุขดี”

เธอได้รู้จักเพื่อนมากมาย หนึ่งในนั้นชื่อ จอนห์ รอลฟ์ เขามีนัตาสีน้ำตาลที่อ่อนโยน เขาทำงานให้กับพระราชาและพระราชินีของอังกฤษ เขาชอบส่งสายตาอันอ่อนโยนให้เธอเสมอ เขารักเธอมาก และ เธอก็ชอบความอ่อนโยนของเขา เขาก็มาเยี่ยมเยียนเธอเสมอ
“โพคาฮอนทัสแต่งงานกับฉันนะ”
เธอนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ความทรงจำที่เจ็บปวดก็กลับมา
“เขาตายไปนานแล้ว...” เธอคิด “มันควรจะจบเสียที”
เธอหันไปมอง จอนห์ รอลฟ์ “ค่ะ ฉันจะแต่งงานกับคุณ”
เขาเข้ามากอดเธอด้วยความดีใจ แต่ใบหน้าของเธอดูไม่ดีใจเท่าทีควร กอดทีเธอกอดใครมาก่อน...

ในปี 1614 เด็กสาวอินเดียนได้แงงงานกับชายอังกฤษ พ่อของเธอไม่ได้มาแต่อาของเธอมาแทน
“พ่อของเจ้า เขาดีใจกับเจ้านะ” ร่างสูงใหญ่ มองด้วยความอ่อนโยน
เธอยิ้มแลมองสามีของเธอ หลังจากนั้นพวกเขาก็มีความสุข เขาเป็นสามีที่ดีต่อเธอ สุดท้าย เธอให้กำเนิดเด็กชายคนหนึ่งที่เธอรักมากที่สุด

ต่อมาปี1616 สามีของเธอต้องกลับอังกฤษแต่ได้พาเธอและลูกไปด้วย
“เมืองนี้ช่างใหญ่และวุ่นวายเสียเหลือเกิน!”
เพราะเมืองที่ใหญ่ และสกปรกทำให้ผู้ติดตามของเธอล้มป่วยตายไปสองคน
โพคาฮอนทัสได้รู้จักคนสูงศักดิ์มากมาย ทุกคนล้วนสนใจในตัวเธอ ในที่สุดเธอก็ได้เข้าเฝ้าราชินีและราชา เธอได้แสดงความเฉลียวฉลาดและเล่าเรื่องบ้านเกิดของเธอ ร่วมถึงการหยุดทำสงคราม เธอเป็ที่โปรดปรานของสองพระองค์
"เราได้ยินเรื่องของเธอจาก จอนห์ สมิธมาก่อน เขาอ้างว่าเป็นเพื่อนของเธอนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”
เธอนิ่งไปสักพัก “จอนห์ สมิธ!” สีหน้างุนงง “แต่เขาตายไปแล้ว!”
“ตาย?” ราชินีหยิบกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา “ไม่จริงหรอก เขายังอยู่ในอังกฤษ นี่คือจดหมายที่เขาส่งมา”
หน้าของเธอซีดเซียว
“ที่รักเป็อะไรหรือเปล่า?” จอนห์ รอลฟ์ เข้ามาประคองเธอ
“เปล่า ฉันไม่เป็นไร”

คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ เขายังอยู่! ยังไม่ตาย! แต่เขาอยู่ไหน?

สองวันถัดมา “โพคาฮอนทัส” เสียงเรียกที่ 8 ปีที่แล้ว เสียงๆนี้ เธอหันไปสบสายตาสีฟ้าสดใสคู่นั้น
“จำฉันได้ไหม?” เธอนิ่งเงียบ ทำไมเธอจะจำเขาไม่ได้...ต่อให้อีก 10 ปีผ่านไปเธอก็ยังจำเขาได้
“ที่รัก นี่จอนห์ สมิธ ดีใจไหม?”
เธอไม่ดีใจ “ไม่!” เธอหันตัวมองไปทางหน้าต่าง “ขอโทษ..แต่ไม่” เธอไม่อาจสบสายตาคู่นั้นได้อีก

จอนห็ รอลฟ์เดินจากไปเหลือแค่เขากับเธอ
“ฉันคงแก่ไปมากซินะ”
“ไม่...คุณดูเหมือนเดิม”เธอพูด “ทำไมจาก Virginia มา?”
“ฉันประสบอุบัติเหตุเลยต้องกลับมารักษาตัวอยู่ที่นี่ สองปีถึงจะหาย”
“ที่ James town พวกเขาบอกว่าคุณตายแล้ว”
“ตาย? คงไม่ใช่ฉันหรอก” เขายิ้มเล็กน้อย
“เธอคุณไม่เคยเขียนจดหมายหรือทิ้งจดหมายให้ฉันเลย, จอนห์ สมิธ! ไม่แม้แต่ฉบับเดียวตลอด แปดปีที่ผ่านมา”
เธอหันมามองเขาด้วยความโกรธแค้น
“แต่เธอยังเด็กและ...และเธออ่าหนังสือไม่ออก”
“แต่ฉันอ่านออกแล้ว!” น้ำตาที่หลั่งไหลด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น เขาจำดวงตาคู่นี้ได้ ก่อนที่เธอวิ่งหนีเขาไป
“บางที ฉันอาจยังเด็กในตอนนั้น แต่จำได้ไหม พ่อยกคุณให้ฉัน! ในหมู่บ้านของฉัน...ในวันนั้น...วันที่ฉันเริ่มรักคุณ” น้ำตาที่หลั่งไหลเปรอะเปื้อนใบหน้าที่ยังคงงดงาม
ดวงตาสีฟ้าที่เศร้าสลดเช่นกัน เธอจำมันได้ “คุณไม่ได้รักฉัน” เสียงดูเศร้าใจ “และไม่เคยรักฉัน”
“ฉัน...ไม่เคยรู้จักความรัก”เขาพูดช้าๆ “ ตอนนั้นเธอคือลูกสาวหัวหน้าเผ่า ฉันก็แค่คนจนๆ ไม่มีความสำคัญอะไร และเธอยังเด็กอยู่”
“ฉันเคยเป็นเด็ก...แต่เป็นเด็กที่รักคุณ....แต่คุณก็จากไป” เธอยังคงร้องไห้ “ตลอดแปดปี ฉันไม่เคยได้ยินอะไรเลยจากคุณ”
เขาเงียบเป็นเวลานานเธอถอนหายใจมองไปทางหน้าต่าง
“ฉัน..ขอโทษ,โพคาฮอนทัส ฉันผิดเอง...”
เธอหันมามองเขา “ฉันรักคุณมาก” เธอมองไปเห็นเ ด็กชายตัวเล็กเดินเข้ามา เธอหยุดร้องไห้
“แต่ฉันแต่งงานมีลูกและสามีที่ดี และพวกเขาก็รักฉันมาก” เธอพูดและมองดวงตาคู่นั้น “เราไม่สามารถเป็นเพื่อนกันอีกต่อไป..ลาก่อน จอนห์ สมิธ” เขานิ่งเงียบเขาเข้ามาจะกอดเธอ แต่เธอก็ถอยหลังออกไป
“ลาก่อน...โพคาฮอนทัส” เขาเดินจากไป และเธอก็ไม่เคยเห็นเขาอีกเลย

หก เดือนผ่านมา เธอป่วยหนัก “ที่รักเราต้องกลับไป Virginia งานของเรารออยู่ที่นั้นและคุณต้องการแสงแดดจากที่นั้นด้วย”
เรื่องจริงที่เธอต้องการแสงแดดและอากาศอันอบอุ่น อากาศที่อังกฤษทำร้ายเธอมามาก เธอกำลังจะตาย...ในขณะที่เธอกำลังจะเดินทางกลับเธอกลับล้มป่วยอย่างหนัก เธอไม่สามารถเคลื่อนที่ได้
สามีของเธอนั่งเฝ้าเธอตลอดเวลา จาในที่สุด
“จอนห์ ...” เธอพยายามยิ้ม “ฉันกำลังกลับบ้าน...บ้านที่มีป่าไม้และแม่น้ำ..บ้านและดินแดนของฉัน”

เธอตายในปี 1617 ที่ Gravesend ชื่อของเธอเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกในฐานะ สาวอเมริกันคนแรกที่แต่งงานกับชาวอังกฤษ และ คนที่เป็นมิตรกับชาวอังกฤษคนแรกเมื่อไปถึง Virginia
จอนห์ รอลฟ์ กลับไป Virginia และแต่งงานกับหญิงาวอังกฤษ และตายที่นั้น ลูกชายของเธอย้ายจากลอนดอนมาอยู่ที่Virginia ในภายหลัง

จอนห์ สมิธ อาศัยอยู่ที่อังกฤษชั่วชีวิตของและเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกา หลายเรื่องและเขียนเรื่องราวที่มีเธอในเรื่อง เขาครองตัวเป็นโสดชั่วชีวิต บางทีเขาอาจจะลืมดวงตาสีดำแสนเศร้าคู่นั้นไม่ลง ดวงตาที่บอกลาเขาจนนาทีสุดท้ายของชีวิต

ความรักของคนสองคนที่ยากจะเป็นไปได้ จบลงด้วยความเศร้า.. หวังว่าพวกเขาคงได้เจอกันและสมหวังในรัก ในที่ที่ไม่มีใครมากีดขวางได้ ในสักที่หนึ่ง แค่เขาและเธอ


(อ้างอิงมาจากเรื่องจริง ชีวประวัติของ Pocahontas)


โดย : The red leaf
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com