Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1


เรื่อง :

ชายผู้ให้กำเนิด


ผู้ชายทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้อาจจะมีความสำคัญในทุกบทบาทของตัวเขาเอง เพราะในสังคมยุคนี้ถือว่าผู้ชายมีพละกำลังที่เข้มแข็งกว่าผู้หญิงและเป็นผู้นำของครอบครัว และต้องเป็นช้างเท้าหน้าเพื่อที่จะเป็นเรี่ยวแรงให้ช้างเท้าหลังอยากผู้หญิงก้าวไปพร้อม ๆ กัน ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ทั้ง 2 ฝ่าย ชายและหญิงได้มีโอกาสและบทบาทเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าใครจะต้องมีอำนาจหรือบทบาทที่เหนือกว่าใคร
ในยุคสังคมปัจจุบันผู้คนในสังคมต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบเพื่อที่จะประกอบอาชีพและการงานของตน ความสำคัญที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการทำงานก็คือครอบครัวเพราะครอบครัวจะมีความอยู่รอดต่อไปได้ก็คือการทำงานเพื่อที่จะมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวนั่นเอง
บทบาทของความเป็นผู้ชายอาจจะจำแนกได้หลายบทบาท เช่น บทบาทของการเป็นเพื่อน พี่ น้อง ลุง อา หรือน้า แต่บทบาทที่สำคัญที่ผู้ชายทุกคนอยากจะเป็นมากที่สุดคือการเป็นพ่อ เพราะการเป็นพ่อนั้นถือเป็นหน้าที่และภาระที่สำคัญเพราะถ้าผู้ชายทุกคนได้ทำหน้าที่อันนี้ก็จะเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต แม้ในบางครั้งพ่อทุกคนอาจจะเหน็ดเหนื่อยแต่เพื่อทุกคนในครอบครัวโดยเฉพาะลูกแล้วพ่อก็ย่อมที่จะอดทนและทำสิ่งนั้นได้โดยไม่บ่นว่าลำบากหรือเหน็ดเหนื่อยแต่ประการใด
ชายผู้ให้กำเนิด ในคำนี้หลายคนอาจจะดูออกว่าคำนี้หมายถึงผู้ใด มีความสำคัญอย่างไร และมีบทบาทหน้าที่อย่างไร แน่นอนอยู่แล้วว่าคำๆนี้ทุกคนคงจะหมายถึงผู้ชายที่เราเรียกเขามาตั้งแต่เกิดว่า “พ่อ” นั่นเอง บุคคลผู้นี้นี่เองที่ทำให้เราได้เกิดมาพร้อมกับให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเราโดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ในบางครั้งพ่ออาจจะเป็นได้หลายอย่างที่นอกเหนือจากนี้ เช่น เป็นเพื่อนเวลาเหงา เป็นครูสอนทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นพ่อครัวทำอาหารให้ทุกคนในบ้านรับประทาน เป็นหมอรักษาดูแลเวลาที่ลูกป่วยที่ลูกป่วย เป็นธนาคารให้ทรัพย์สินพอประมาณให้ลูกได้ใช้สอยในเวลาจำเป็น เป็นต้น ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในขั้นต้นว่าพ่อนี้เป็นได้ทุกอย่างที่นอกเหนือจากความเป็นพ่อซึ่งถ้าลูกๆทุกคนได้รู้ซึ้งถึงคำว่า “ พ่อ” ก็คงจะทำให้เราคิดได้ว่ากว่าพ่อจะเลี้ยงเราให้เติบใหญ่ได้ขนาดนี้ท่านต้องเหนื่อยมากขนาดไหน ถ้าใครได้เป็นพ่อก็คงจะรู้
หน้าที่บทบาทและความสำคัญของพ่อนั้นก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแม่เลยเพราะพ่อก็มีส่วนที่ทำให้เราเกิดมาเช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีพ่อเราจะเกิดมาได้อย่างไร สรุปแล้วก็คือพ่อและแม่ต้องร่วมมือกัน ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วการเกิดของลูกคงไม่เกิดขึ้น แต่จะมีลูกอีกสักกี่คนไหมที่เห็นความสำคัญของพ่อบางคนมีแต่ทำให้ท่านช้ำใจ เหนื่อยใจ เศร้าใจ หรือแม้แต่ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจของท่านมีใครบ้างไหมที่ล่วงรู้ถึงความรู้สึกอันนั้น ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ถ้าใครไม่ได้เป็นพ่อคงไม่รู้ถึงความทุกข์ที่แท้จริงหรอกว่าเป็นอย่างไร นอกจากจะสังเกตการกระทำของท่านและบทบาททุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านเคยทำให้พวกเรานั่นแหละที่เราจะได้รู้ซึ้งถึงคำว่า “ พ่อ” โดยแท้จริง แต่ถ้าลูกคนใดทำเหมือนทองไม่รู้ร้อนก็จะไม่รู้หรอกว่าพ่อทำอะไรให้เราบ้างและมีสิ่งใดบ้างที่พ่อไม่ตามใจเรา ถ้าเป็นสิ่งที่ดีพ่อก็สนับสนุนเราเต็มที่แต่ถ้าเป็นสิ่งไม่ดีแน่นอนอยู่แล้วว่าพ่อต้องไม่สนับสนุนให้ลูกทำแน่นอน สิ่งต่างๆที่พ่อให้มาอาจจะดูมีค่าหรือไม่มีค่าก็ได้ แต่ในความเป็นจริงพ่อย่อมให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีค่ากับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่พ่อจะสรรหามาให้ลูกได้
ประสบการณ์ของการเป็นพ่อนั้นอาจจะมาจากการที่ได้เห็นแบบอย่างอันน่าประทับใจของคุณพ่อของท่านเอง และในขณะเดี๋ยวกันภาพพจน์ต่าง ๆ ที่ท่านได้เห็นก็นำมาปฏิบัติกับลูกของท่านได้เพราะอาศัยประสบณ์การครั้งเก่าก่อนมาเป็นแม่แบบในการดูแลลูก และสามารถอบรมสั่งสอนลูกทุกคนให้รู้จักเลือกทางเดินเป็นของตนเองในเวลาอันควร และประสบณ์การอันนี้นี่เองที่ทำให้ลูกสามารถพัฒนาตนเองได้และรู้จักกับตนเองมากขึ้น ที่สำคัญคือพ่อจะสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของสิ่งต่างๆที่อยู่บนโลกใบนี้ และสอนให้รู้จักการดำเนินชีวิตว่าต่อไปเราจะทำอย่างไรเพื่อให้ชีวิตนี้มีค่าและมีกำไรในชีวิต
แต่ลูกบางคนมักจะคิดว่าประสบณ์การของพ่อนั้นมันช่างดูโบราณมากไม่ทันสมัยบ้าง อะไรบ้างล้วนแต่จะสรรหามาคิดกันทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วประสบณ์การของพ่อที่นำมาสอนลูกนั้นถึงแม้จะโบราณแต่ถ้าฟังดูให้ดีแล้วจะเกิดคุณค่าทางจิตใจและทำให้เราคิดได้ว่ากว่าพ่อของเราจะมีทุกวันนี้ได้พ่อต้องทำอะไรมาบ้างและที่สำคัญคือพ่อลำบากมากแค่ไหน เพราะในชีวิตในวัยเด็กของพ่ออาจจะไม่สมบูรณ์หรือเพรียบพร้อมไปเสียทุกอย่างเหมือนสมัยนี้ อะไรก็ตามที่พ่อหามาได้ก็เก็บเล็กผสมน้อยจนได้มากขึ้นและในที่สุดก็ได้สิ่งที่ปราถนามาจนได้ เพราะคนเราทุกคนนั้นถ้าอยากจะได้สิ่งใดแล้วต้องใช้เวลาและความอดทนเป็นอย่างมากจึงจะได้สิ่งที่ต้องการได้ ไม่มีใครหรอกที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดหรือแม้กระทั่งไม่ใครหรอกที่จะเป็นผู้วิเศษสามารถเสกทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามที่ใจเราต้องการ ทุกคนต้องทำงานต้องสู้กับชีวิตถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วจะได้สิ่งที่ต้องการได้อย่างไร
จากประสบณ์ของพ่อนี้เองที่สอนลูกให้รู้จักมีอาชีพเป็นของตนเองรู้จักทำมาหากินและที่สำคัญรู้จักใช้ชีวิตให้มีคุณค่ามากที่สุด ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หลงไหลในสิ่งต่างๆที่จะนำความหายนะมาสู่ตนเอง สิ่งเหล่านี้พ่อของเราอาจจะเจอมาแล้วแต่พ่อเองก็ยังไม่สนใจในสิ่งเหล่านั้นที่มันจะนำความสูญเสียมาให้กับตัวท่านเอง เพราะถ้าเกิดขึ้นกับท่านจริงๆท่านคงไม่สามารถสอนลูกของท่านให้เป็นคนดีได้ ก็ในเมื่อพ่อทำไม่ได้แล้วจะบอกลูกให้กระทำในสิ่งนั้นๆได้อย่างไรกัน เปรียบเหมือนกับคนที่เดินหลงป่าถ้าคนนำทางไม่ชำนาญเรื่องการเดินทางแบบนี้ก็พากันหลงหมด ก็เช่นเดียวกันเมื่อหัวหน้าครอบครัวกระทำตนให้ตกไปอยู่ที่ต่ำประพฤติในสิ่งที่ไม่ดีแล้วจะไปสอนลูกของท่านเองได้อย่างไร
การเดินทางของชีวิตที่พ่อเคยสอนมาในบางครั้งอาจจะทำให้ลูกคิดได้ว่าหนทางที่พ่อเดินนั้นมันอาจจะมีอุปสรรคมาขัดขวาง แต่มีสักครั้งไหมที่พ่อท้อและไม่ยอมเดินต่อไป ก็คงจะไม่มีแน่นอนเพราะคนเราทุกคนถ้ากลัวความลำบากแล้วจะไปทำอะไรกินได้ พ่อของเราเองก็เช่นเดียวกันท่านทำทุกอย่างมาโดยตลอดเพื่อให้มีชีวิตและมีการศึกษาที่ดีอนาคตข้างหน้าก็สดใส และที่สำคัญสามารถยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้ ดังนั้นสิ่งที่พ่อคาดหวังไว้กับลูกก็คือความสำเร็จของตัวลูกเอง และพ่อจะมีความสุขมากที่เห็นลูกของท่านมีอนาคตที่สดใสและยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้อย่างสง่างาม
ในบางครั้งลูกทุกคนอาจจะกำลังคิดอยู่ว่าทำไมพ่อถึงรักเรามากขนาดนี้ ทำไมพ่อถึงเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างให้เรา และทำไมพ่อถึงคอยพร่ำสอนให้พวกเราเป็นคนดีอยู่ตลอดเวลา คำถามนี้ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวของเราเอง เพราะตัวเราเท่านั้นที่จะรู้ซึ้งถึงการกระทำของพ่อ บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องทำอย่างนั้นทำไมพ่อต้องทำอย่างนี้ให้เราและเพื่ออะไรพ่อจึงต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เรา อันที่จริงแล้วไม่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มาจากการกระทำหรือมาจากความรู้สึกของพ่อนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความรักความห่วงใยที่มอบให้ลูกทั้งสิ้นแม้แต่ลมหายใจท่านก็ให้ลูกได้ จนเรียกได้ว่าท่านให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเราได้เว้นดาวกับเดือนเท่านั้นที่ท่านไม่สามารถที่จะหามาให้เราได้ ถ้าลูกทุกคนเข้าใจในความรู้สึกของพ่อว่าพ่อรู้สึกอย่างไรกับเราก็จะทำให้เรามั่นใจว่าในโลกนี้คงไม่มีผู้ชายคนไหนรักเราเท่าพ่อของเราอีกต่อไปแล้ว
นอกจากนี้เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพ่อนั้นอาจจะเป็นเครื่องมือช่วยในการสอนลูกเช่นเดียวกัน เพราะพ่อทุกคนจะต้องมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างมาเล่าให้ลูกฟังแล้วให้ลูกคิดตามว่าถ้าเขาเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับพ่อเขาจะทำอย่างไร และจะหาวิธีในการแก้ปัญหาได้อย่างไร ซึ่งวิธีการสอนแบบนี้เป็นวิธีที่สนุกสนานที่สุดเพราะพ่อได้เล่นจำลองเหตุการณ์ให้ลูกได้ดูแล้วก็ถามความเห็นของลูกไปด้วยในขณะเดียวกันก็สอนลูกไปด้วยว่าถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเขาต้องแก้ปัญหาอย่างไร เป็นต้น
บทบาทและหน้าที่สำคัญของพ่อยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ท่านยังมีบทบาทและหน้าที่ต่างๆอีกมากมายให้เราซึ่งเป็นลูกได้ศึกษาและยึดถือเป็นแบบอย่างไว้ปฏิบัติเมื่อโตขึ้นก็จะได้เป็นคนที่มีคุณภาพให้กับสังคมได้ และในขณะเดียวกันสิ่งที่พ่อพร่ำสอนลูกอยู่ตลอดเวลาก็จะทำให้ลูกเกิดความคิดที่ฝังใจและปฏิบัติได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สิ่งเล็กๆน้อยๆที่บางครั้งพ่อให้เราไม่ได้อาจจะมาจากความจำเป็นบางอย่างก็เป็นได้ แต่อาจจะไม่มีลูกคนใดเข้าใจท่านบางคนถึงกับคิดว่าท่านไม่รักเราหรือท่านเกลียดเรา แต่ในบางครั้งถ้าลูกคนใดคิดได้ว่าพ่อนี้เป็นอย่างไรและมีความจำเป็นอะไรไหมที่พ่อให้สิ่งนั้นกับเราไม่ได้ ถ้าลูกทุกคนคิดถึงเหตุผลบางประการได้ก็จะทำให้เป็นคนมีเหตุผลและเป็นคนที่ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา
ในบางครั้งชีวิตของความเป็นพ่ออาจจะดูเหน็ดเหนื่อยไปบ้าง แต่พ่อก็ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกทุกคนอยู่อย่างสบายอยากได้อะไรพ่อก็หามาให้ ซึ่งพ่อเองก็ได้ยอมทำทุกอย่างโดยที่ไม่เคยบ่นและในประโยคนี้จะได้กล่าวเป็นข้อๆตามลำดับ ดังนี้
1. พ่อยอมหมดแรงเพื่อลูก คือ พ่อนั้นยอมเสียสละหยาดเหงื่อแรงกายเพื่อที่จะให้ลูกไม่ต้องลำบาก หากเมื่อใดเกิดความลำบากขึ้นมาพ่อก็ขอรับมาด้วยความเต็มใจ
2. พ่อยอมอดทนเพื่อลูก คือ ไม่ว่าจะงานหนักงานเบาหรือมีความเจ็บไข้ได้ป่วยมาเบียดเบียนพ่อก็ยังอดทนอดกลั้นและต่อสู้กับโรคภัยต่างๆ ทำงานเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว และเพื่อให้ลูกได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือในระดับชั้นสูงๆขึ้นไป และเมื่อความสำเร็จอันนั้นเกิดขึ้นกับลูกพ่อก็หายเหนื่อยและดีใจไปกับลูกด้วย
3. พ่อยอมให้ชีวิตนี้แก่ลูก ความเป็นพ่อไม่ใช่ว่าจะเสียสละไม่ได้ พ่อทุกคนย่อมที่จะทำได้แม้กระทั่งให้ชีวิตนี้แก่ลูกได้เช่นกัน หรือให้พ่อหยุดหายใจท่านก็ทำให้เราได้ พูดง่าย ๆ ว่าไม่ว่าจะให้ท่านทำอะไรให้เราได้ท่านทำให้เราหมด ไม่ว่าจะแลกกับสิ่งใดก็ตามพ่อก็ต้องทำให้ได้ เพราะฉะนั้นชายผู้นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่พ่อของเราเท่านั้น แต่ท่านยังเป็นผู้ให้และผู้เสียสละอีกด้วย
ทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมานี้เป็นความสำคัญของผู้ที่เป็นพ่อทั้งนั้น ที่จริงแล้วยังมีอีกหลายข้อหลายประการที่ยังไม่ได้กล่าวถึง แต่ให้รู้ไว้ว่าความสำคัญของพ่อนั้นมีอะไรบ้าง
จากบทบาทต่างๆ หน้าที่อันสำคัญ บวกกับความรักความห่วงใยและความหวังดีที่พ่อมีให้ไม่ได้ลดลงหรือไม่ได้ถดถอยไปตามกาลเวลาเลย ถึงแม้โลกนี้จะสลายหรือแม้แต่มีอุปสรรคใดๆก็ตามที่มาทำให้พ่อต้องช้ำใจ หรือเสียใจแต่พ่อก็ไม่เคยคิดที่จะเกลียดหรือโกรธขุ่นเคืองลูกแต่อย่างใดถึงแม้ในบางครั้งลูกอาจจะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่พ่อทุกคนก็ไม่เคยที่จะเลิกรักเลิกห่วงใย แต่ตรงกันข้ามพ่อกลับมีใจห่วงใยและรักลูกมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าจะทำผิดก็ให้อภัยลูกได้ เพราะท่านถือว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านนั้นเป็นสิ่งที่ท่านสร้างเขาขึ้นมาและทำให้เขาเกิดมาเพื่อที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไป
แม้ในบางครั้งความหวังอาจเลือนลางแต่พ่อก็ยังอุตส่าห์รอคอยเพื่อให้ลูกคิดได้สักวันว่าตัวเขาคงจะคิดได้ว่าเขาควรทำอะไรให้กับประเทศชาติบ้าง และที่สำคัญเขาต้องทำอะไรให้พ่อชื่นใจบ้าง








โดย : อรชร สายแวว
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com