Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1


เรื่อง :

ต้องการรักและใจ(เรื่องสั้น)


ต้องการรักและใจ(เรื่องสั้น)
--------------------------------------------------------------------------------

“นี่คุณ การ์ตูนเรื่องนี้เขาบอกว่า ถ้าเราปลูกตะบองเพชร 3 ต้น แล้วเลี้ยงมันให้แตกต่างกัน มันจะมีสภาพแตกต่างกันล่ะ” ฉันชวนคนรักคุยเกี่ยวกับหนังสือการ์ตูนเล่มที่อยู่ในมือ
เขาเหลือบตามามองแล้วยิ้มให้นิดๆ ก่อนจะหันไปสนใจกับถนนสายกลับบ้านอีกครั้ง แต่เมื่อฉันยังมองหน้าและส่งยิ้มให้เขาโดยไม่มีคำพูดใดๆ เขาก็เหลือบมามองดูฉันแล้วหัวเราะเสียงดัง
“คุณจะปลูกตะบองเพชรเหรอ”
“อืม” ฉันฉีกยิ้มอย่างประจบ เขาหัวเราะเสียงดัง และหันไปมองถนนตามเดิม



และเราก็เริ่มต้นปลูกตะบองเพชรกัน ตะบองเพชรต้นเล็กๆ ในกระถางน่ารักที่ซื้อมาจากร้านขายสินค้าประเภทกิ๊ฟช็อปถูกวางเรียงกันริมหน้าต่างห้องนั่งเล่น เพื่อให้ได้รับแสงตะวันได้เต็มที่ แต่ฉันไม่ลืมที่จะเลือกริมหน้าต่างที่มีชายคาสำหรับบังฝน ก็ในหนังสือเล่มนั้นบอกเอาไว้ว่า ตะบองเพชรไม่ชอบน้ำเลย ถ้าเราเผลอรดน้ำให้มากกว่าอาทิตย์ละ 1 หยด ตะบองเพชรต้นเท่าลูกปิงปองก็จะหนามร่วงและเน่าตายไปในที่สุด


ฉันเริ่มต้นพูดคุยกับเจ้าตะบองเพชรต้นแรกอย่างสนุกสนาน ก่อนจะลงท้ายด้วยประโยคที่จำมาจากหนังสือการ์ตูนเล่มนั้น
“โตไวๆ มีดอกสวยๆ นะลูก” เขาหันมาหัวเราะ ก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือนิตยสารดนตรีในมือ

ส่วนต้นที่สอง ฉันรดน้ำให้ 1 หยด และไม่พูดไม่จาอะไรแม้แต่คำเดียว แล้วก็ผ่านมาถึงตะบองเพชรต้นสุดท้าย ฉันรดน้ำ 1 หยด และพูดแบบด้วยเสียงค่อนข้างดังและแข็งกร้าว
“เบื่อจริงต้องมาคอยรดน้ำให้อยู่อย่างนี้ หัดดูแลตัวเองบ้างสิ” เขาหันมาหัวเราะเสียงดังกว่าทุกครั้ง
“นี่คุณ จะทำแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ สงสารมันนะเนี่ย”
“คุณอย่าพูดแบบนี้สิ เดี๋ยวมันได้ใจ” เขาทำหน้าปูเลี่ยนเมื่อฉันหันไปเอ็ดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนวางหลอดกาแฟและแก้วน้ำลงบนโต๊ะทำงานและเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ เขา
“คุณจะทดลองแบบในหนังสือจริงเหรอ ผมว่าคุณทำแบบในหนังสือไม่ได้หรอก เพราะคุณน่ะใจดีจะตาย” อ้อมแขนของเขาอบอุ่นจนอดไม่ได้ที่จะเบียดตัวเข้าใกล้กว่าเดิม ฉันยื่นหน้าไปจุ๊บที่แก้มของเขาเบาๆ และนั่นเป็นผลทำให้ฉันแทบจะตายเพราะขาดอากาศหายใจ เมื่อเขาวางหนังสือในมือลง และดึงฉันเข้าไปกอดแน่นๆ อย่างมันเขี้ยว

ชีวิตของเราสองคนดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแบบนี้ทุกวัน และชีวิตเรียบง่ายนี้ก็มีกิจกรรมของเจ้าตะบองเพชรเข้ามาเกี่ยวข้องเล็กน้อยเมื่อฉันต้องทำการทดลองนี้ ฉันต้องพูดคุยและแสดงอารมณ์แบบนี้กับเจ้าตะบองเพชรทั้ง 3 ต้น ทุกวันก่อนจะนั่งทำงานที่โต๊ะทำงานข้างหน้าต่าง โดยมีเขาจะนั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆ เสมอ
“คุณว่ามันจะจริงแบบในหนังสือบอกไหม” ฉันเอ่ยถามขณะที่เราออกไปห้องซ้อมดนตรีด้วยกัน
“เขาบอกไหมว่าต้องทำนานแค่ไหน” ฉันทำตาโตและส่ายหน้าเร็วๆ เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ถึงข้อนี้ เขาหัวเราะและเอื้อมมือมายีผมของฉันเบาๆ อย่างเอ็นดู
3 เดือนหลังจากที่เจ้าตะบองเพชรทั้ง 3 ต้นมาอยู่กับเรา ฉันไม่เคยลืมที่จะทำการทดลองในทุกวัน เพราะเจ้าตะบองเพชรตั้งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ต่อให้งานยุ่งแค่ไหน ถ้าหันออกไปพักสายตาที่นอกหน้าต่าง ฉันก็จะนึกขึ้นได้ทันทีว่าต้องทำการทดลองประจำวันอีกแล้ว


เขาเดินมาหาและกอดฉันทันทีที่ฉันเข้าประตูบ้าน

“มีอะไรเหรอคะ ท่าทางตื่นเต้นจัง” ไม่ใช่ธรรมดาหรอกที่เขาจะเข้ามากอดฉันแบบนี้ เพราะเวลาที่ฉันเพิ่งกลับจากการออกไปส่งงาน ฉันมักจะอารมณ์หงุดหงิดได้ง่าย ตามนิสัยของคนไม่ชอบโดนแสงดวงอาทิตย์ในตอนกลางวัน ถึงแม้เขาจะอาสาขับรถไปให้ แต่มันก็ดูสิ้นเปลืองเกินไป รายได้จากการเขียนเรื่องส่งไม่กี่บาท กับค่าน้ำมันที่ขึ้นทุกวัน ดูจะไม่คุ้มค่ากันเท่าไร
“มานี่สิ” เขาดึงฉันไปที่โต๊ะทำงาน ข้างหน้าต่างบานนั้น
“อะไร ไม่เห็นมีอะไร” ฉันงุนงงกับกิริยาของเขามากกว่าที่จะทันได้สังเกตอะไรให้ถ้วนถี่
“ตะบองเพชร”
“อ้าวๆ ตลกหรือคุณ ก็ไปซื้อมาด้วยกัน ทำมามุขนะ” เขาดึงมือฉันเข้าไปดูตะบองเพชร 3 ต้นใกล้ๆ


ฉันคุกเข่าลงกับพื้นข้างๆ เขา และพยายามมองตามนิ้วมือของเขา

“เห็นตุ่มเล็กๆ นี่ไหม นี่ดอกมัน มันกำลังจะมีดอก” ฉันร้องออกมาด้วยความดีใจ การทดลองของฉันประสบผลสำเร็จแล้ว
“ต้นที่ 2 ไม่มีดอกแฮะ ต้นนี้ไม่ได้รับการเอาใจใส่ มีแต่ความหมางเมิน” ฉันพูดตามทฤษฎีจากหนังสือการ์ตูนที่อ่าน เขาหัวเราะก่อนจะดึงฉันให้ลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยวก่อนดูต้นที่ 3 ก่อน” ฉันหันไปมองต้นตะบองเพชรต้นสุดท้าย และหันมามองหน้าของเขาสลับกันไปมา “เอ๊ะ ทำไมต้นนี้มีดอกเหมือนกันล่ะ ก็ต้นนี้นอกจากไม่เอาใจใส่แล้ว เรายังพูดไม่ดีกับมันด้วยนะ ทำไมมีดอกได้ล่ะ” ความรู้สึกงุนงงในผลการทดลองทำให้ฉันหันไปมองหน้าเขาราวกับต้องการคำตอบ
เขาลุกขึ้นยืนพร้อมเสียงหัวเราะดังลั่น ก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือนิตยสารขึ้นมาอ่าน ทำท่าเก๋ไก่จนผิดสังเกต
“คุณใช่มะ คุณไปทำอะไรมันบอกมานะ” ฉันเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ทำสีหน้าคาดคั้น ทั้งที่พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตะบองเพชรต้นสุดท้ายของการทดลอง
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ก็แค่แวะทักทายมันบ้างเวลาเดินผ่าน” เขาพยายามทำหน้าให้เป็นปกติ แต่ก็ซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ไม่มิด “ผมแค่บอกว่าไง วันนี้โดนว่าเยอะเลยนะเพื่อน เอาน่า…ถึงเธอจะพูดไม่ดีกับนาย แต่เธอรักนายนะ ไม่งั้นไม่มานั่งมองทุกวันหรอก ผมก็ทำเท่านี้แหละ”
“คุณนะ” ฉันมีโอกาสพูดแค่เพียงเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นฉันแทบจะตายเพราะขาดอากาศหายใจเมื่อเขาดึงตัวฉันเข้าไปกอดและปิดปากของฉันเอาไว้ด้วยริมฝีปากอุ่นของเขาเนิ่นนาน






โดย : วรา
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com