Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

เรื่อง :

นุ่มโสดในฝันตอนที่ 10

บทที่ 10

2-3 ปีมานี้ ผมเปลี่ยนงานใหม่ ผมลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ แล้วหันมาทำงานเป็นนักแปลอิสระ ผมแปลบทความ และ แปลนิยายหลายเรื่อง ได้ค่าตอบแทนสูงพอสมควร ซึ่งทำให้ผมสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
ผมมีเวลาว่างมากพอที่จะท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ได้ทำกิจกรรมที่ผมชอบมากขึ้น เช่น การออกกำลังกาย การดูหนัง ฟังเพลง และอ่านหนังสือ ผมยังคงเป็นสมาชิกที่สถานออกกำลังกายที่เดิม ยังคงไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟที่ไปประจำ แต่ผมกลับบ้านดึกกว่าเดิม บางครั้งก็ไม่กลับ เพราะผมยังคงทำใจไม่ได้ ถ้าต้องกลับไปอยู่ในสถานที่ที่มีเรื่องราวแห่งความรักความหลังระหว่างผมกับนายแบบหนุ่มรูปหล่อคนนั้น
จัสตินย้ายออกจากคอนโดไปแล้ว เขาลาออกจากการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และไม่ได้เป็นนายแบบอีกต่อไป ผมได้รับข่าวคราวล่าสุดจากเขาเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ว่าเขาเดินทางกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนของเขา หลังจากที่เลิกรากับนางแบบสาว คนที่เขาเจอที่บาหลี คนที่เป็นต้นเหตุให้ผมกับจัสตินต้องเลิกรากัน ผมไม่ได้สมน้ำหน้าเธอ แต่ค่อนข้างจะรู้สึกเห็นใจด้วยซ้ำ ผมรู้ดีว่าเธอคงจะเจ็บปวด เหมือนกับที่ผมเคยเป็นมาก่อน การที่ต้องแยกทางกับผู้ชายอย่างจัสติน ไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำใจได้ง่าย เพราะจนป่านนี้ ผมยังไม่เคยลืมเลือนเขาออกไปจากใจ
ผมไม่ได้รับรู้ข่าวคราวอะไรจากเขามากไปกว่านั้น เขาหายเงียบไป ไม่มีการติดต่อกลับมา เขาอาจจะลืมผมไปแล้ว การกลับไปอเมริกาของเขาคราวนี้ เขาอาจจะได้พบเจอผู้หญิงที่ถูกใจ และพร้อมที่จะตั้งรกรากที่นั่น มีลูกหลายๆคนอย่างที่เขาต้องการ เป็นสามี และเป็นพ่อที่ดีของลูกอย่างที่เขาคิดฝัน ผมได้แต่ภาวนาให้ชีวิตคู่ของเขามีความสุข ไม่ต้องพบเจอกับความผิดหวังอีกต่อไป
ความพยายามที่จะลืมจัสติน ทำให้ผมมุ่งมั่นอยู่กับการทำงาน ผมยังคงไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเหมือนเดิม แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์ชั่วคืนในบางครั้ง ผมตัดหนทางในการที่จะผูกพันตนเองไว้กับใครบางคน ผมกลัวความผิดหวัง ผมกลัวว่าผมจะทำใจยอมรับไม่ได้
หนก่อนที่ผมเลิกรากับจัสติน ผมร้องไห้อยู่เกือบสามเดือน ทำตัวเหมือนเป็นผู้หญิงอกหัก รักคุด เอาแต่เมาหัวราน้ำทุกวัน ยอมมีเพศสัมพันธ์โดยปราศจากความรักกับคนที่ผมพึงพอใจ แต่มันก็ไม่บ่อยนักหรอก เพราะผมมักจะพบกับความล้มเหลวเมื่ออยู่ในห้วงอารมณ์พิศวาส หลายครั้งที่ผมผละจากคู่ของผมอย่างกระทันหัน ในตอนที่กำลังจะเข้าได้เข้าเข็ม ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ผมทนให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวผมไม่ได้ ถ้าหากคนๆนั้นไม่ใช่จัสติน ผมอยู่กับเขานานเกินไปจนคุ้นเคยกับวิธีการสัมผัสและเล้าโลมของเขา เมื่อมาเจอสัมผัสที่แตกต่างออกไป ทำให้ผมเกิดความขยะแขยง รู้สึกเกลียดตัวเองที่นอกใจจัสติน และตามมาด้วยอาการหวงตัว ผมต้องใช้จินตนาการเข้าช่วย ว่าคนที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงผมอยู่คือจัสติน มันช่วยได้บ้างในบางครั้ง ทำให้ผมสามารถได้รับความสุขทางเพศรส
ช่วงระยะหลังๆนี้ ผมแทบจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับใครเลย ผมไม่อยากทำร้ายคู่นอนของผมด้วยความเย็นชา มันไม่ยุติธรรมเลยสำหรับเขาเหล่านั้นและตัวผมเอง การทำงานอย่างหนัก รวมถึงการทำกิจกรรมเยอะๆ ช่วยทำให้ผมหลับในยามค่ำคืนอย่างง่ายดาย
หลังจากรับเงินก้อนโตค่าแปลหนังสือ ผมตัดสินใจที่จะไปพักผ่อนสักสองสัปดาห์ ที่เกาะกูด เพื่อเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งความทรงจำระหว่างผมกับนายแบบหนุ่มผมทอง ผมต้องการจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอย่างสงบเพื่อรำลึกถึงเขาในวาระครบรอบ 3 ปีที่ผมและเขามีความสัมพันธ์ที่ดื่มด่ำลึกซึ้งต่อกัน
ผมติดต่อไปยังเจ้าของรีสอร์ทเพื่อขอบ้านหลังเดิมที่ผมกับจัสตินเคยพักด้วยกัน โชคร้ายที่มีคนจองไปแล้วก่อนหน้านั้น เขาจะเข้าพักก่อนหน้าผมประมาณ 2 วัน และ จะอยู่ยาวประมาณสองอาทิตย์ ถึงแม้ผมจะเสียใจที่ไม่ได้บ้านหลังนั้น แต่ผมก็ไม่ถอดใจ ผมขอจองบ้านหลังใกล้ๆกัน เผื่อว่าบางทีผมจะขอแลกบ้านกับแขกคนนั้น ผมจะอธิบายให้เขาฟังถึงเหตุผลที่ผมอยากพักที่บ้านหลังนั้น ซึ่งผมคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจ โชคดีเป็นของผมเพราะมีบ้านว่างอยู่หลังหนึ่งในบริเวณใกล้ๆกับสถานที่แห่งความทรงจำของเราหลังนั้นพอดี
ผมเก็บเสื้อผ้า และข้าวของใช้ที่จำเป็นยัดใส่กระเป๋า โดยไม่ลืมจะติดหนังสือไปด้วยสักสองสามเล่ม ผมกะจะใช้เวลาตลอดบ่ายที่ชายหาด นอนอ่านหนังสือ อาบแดด และเล่นน้ำ รวมถึงท่องเที่ยวไปตามเส้นทางที่จัสตินเคยไป แล้วใช้เวลายามค่ำคืนกับการเขียนหนังสือ พอผมแปลบทความ เรื่องสั้น และนิยายมากๆ ก็เกิดความอยากที่จะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับตนเองขึ้นมา ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะดีเด่นถึงขั้นตีพิมพ์ได้ แต่ต้องการจะบันทึกเสี้ยวหนึ่งแห่งชีวิต โดยเฉพาะเรื่องราวความรักความรู้สึกของผมที่มีต่อจัสติน ผมต้องการที่จะเก็บความทรงจำดีๆที่มีอยู่ไปตราบนานเท่านาน
ของสำคัญอีกชิ้นที่ผมนำไปด้วยในครั้งนี้ ก็คือเจ้าตุ๊กตากบน้อย ผมใช้เจ้าตุ๊กตาตัวนี้เป็นตัวแทนของจัสติน เวลาที่ผมคิดถึงเขามากๆ ผมจะนำเจ้ากบตาโปนขึ้นมากอด มาหอม ตุ๊กตากบน้อยจะอยู่ในเตียงและทุกๆที่ๆในบ้าน ข้างๆตัวผม ตลอดเวลา อุปาทานหรือเปล่าไม่ทราบ ผมยังมีความรู้สึกว่ากลิ่นของจัสตินยังอบอวลอยู่ในตัวของตุ๊กตาขนฟูสีชมพูและไม่เคยจางหายไปไหน

ตอนที่ผมมาถึงบังกะโลบ้านพัก นักท่องเที่ยวที่เช่าบ้านที่ผมอยากได้ไม่อยู่ เขาออกไปท่องเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ผมได้แต่ยืนมองบ้านที่ผมเสียตัวให้จัสตินครั้งแรกอย่างอาวรณ์ ผมอยากจะเข้าไปในบังกะโลหลังนั้น ไปสัมผัสกับที่นอนว่ามันจะดูอุ่นๆ เหมือนตอนที่ผมกับเขาอยู่ด้วยกันไหม อยากเห็นห้องน้ำโล่งๆ ที่เราเคยเปลือยกายอาบน้ำเย้ยแสงจันทร์ด้วยกัน เก้าอี้ตรงชานบ้านที่ยื่นออกมาจะยังสามารถนั่งแล้วมองออกไปเห็นทิวทัศน์ตรงชายหาดได้มุมดีเหมือนอย่างเดิมหรือเปล่า....ผมนี่บ้าเสียจริง ทั้งๆที่เหตุการณ์ก็ผ่านมานานหลายปีแล้ว แต่ผมยังอดคิดถึงมันไม่ได้สักที
ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปเล่นน้ำทะเลตรงจุดเดิมที่ผมกับเขาเคยลัดเลาะไปด้วยกัน ธรรมชาติยังคงเหมือนเดิมทุกประการ ผมดำผุดดำว่ายในทะเลประมาณ 15 นาที ก็รีบขึ้นมา ใจมันอดคิดถึงการว่ายน้ำแข่งกันระหว่างผมกับเขาในอดีตไม่ได้ ผมรีบขึ้นจากทะเล ตรงดิ่งไปบ้านพัก เมื่ออาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว จึงหยิบหนังสือมาหนึ่งเล่มพร้อมผ้า 1 ผืน โดยไม่ลืมหนีบกบตาโปนไปด้วย ผมเดินตรงไปที่ศาลาท่าน้ำ จัดแจงปูผ้าผืนใหญ่ลงกับพื้น แล้วนอนคว่ำ เปิดหนังสือออกอ่าน ตั้งใจว่า จะอ่านหนังสือเล่นสักพักก่อนไปทานอาหารค่ำที่ร้าน ลมทะเลพัดพาเอาความเย็นสบายมาสู่ตัวผม ทำให้เผลอหลับโดยไม่รู้ตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เย็นมากแล้ว ผมขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อมองเห็นคนที่นอนเหยียดยาวอยู่ข้างๆ
ใบหน้าหล่อเหลาชื้นเหงื่อที่มีเส้นผมสีทองระอยู่ข้างแก้ม เป็นใบหน้าที่ผมคุ้นเคยมาตลอด มันเป็นใบหน้าที่ผมได้มีโอกาสสัมผัส และหน้านี้เองที่อยู่ในความคิดคำนึงของผมอยู่ตลอดเวลา
ผมเกิดบ่อน้ำตาตื้นขึ้นมากระทันหัน ในขณะที่ผมคิดถึงเขาตลอดเวลา คิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว แต่พ่อยอดรักของผมกลับมาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าตอนนี้ เขากำลังนอนหลับอย่างสบายๆ ลมหายใจสม่ำเสมอ เขาสวมเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสั้น ผมมองเลยผ่านไปตรงสะพานที่เชื่อมแผ่นดินกับศาลาท่าน้ำไว้ด้วยกัน มีจักรยานคันหนึ่ง จอดพิงไว้ที่นั่น ผมยิ้มอย่างเป็นสุข ทุกอย่างดูเหมือนย้อนกลับไปตามรอยเดิม ผมหลับตาลง แล้วรีบลืมตาขึ้นมาใหม่ ภาพตรงหน้าไม่ได้เลือนหายไป นี่คือความจริง จัสตินอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้.......
“ไฮ กบ ..” จัสตินตื่นแล้ว เขาส่งยิ้มกว้างมาให้ผม
“คุณหลับสบายไหม” เขาถาม ผมพยักหน้า เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง
“ผมกำลังจะกลับเข้าบ้านพัก ผ่านมาทางนี้ เห็นคุณนอนอยู่ นึกประหลาดใจอยู่เหมือนกัน ว่าคุณมาที่นี่ได้ไง อยากจะปลุกคุณ แต่เห็นกำลังหลับสบาย ก็เลยมานอนเป็นเพื่อน”
“คุณล่ะ มาได้อย่างไร” ผมถามเขา
“ผมมาพักที่นี่ได้ 2-3 วันแล้ว พักอยู่บ้านโน้นไง บ้านที่เราเคยมาพักด้วยกัน”
เขาชี้ไปที่รังรักของเราหลังนั้น ผมรู้สึกเต็มตื้นด้วยความสุข มันแทบจะทะลักล้นออกมานอกหัวใจ ยอดรักของผมอยู่บ้านหลังนั้น แสดงว่าเขายังจำเรื่องราวระหว่างเราสองคนได้เป็นอย่างดี เขาจะว่าอะไรผมไหมนะ ถ้าหากว่าคืนนี้ ผมจะขออาศัยอยู่กับเขาด้วย ....
“ผมไม่ได้ข่าวคราวของคุณเลย ครั้งสุดท้ายรู้ว่าคุณเลิกกับแฟน แล้วกลับอเมริกา คุณหายไปทำอะไรมา แต่งงานหรือยัง แล้วทำไมถึงกลับมาที่นี่อีก......”
ผมยิงคำถามใส่เขาเป็นชุด ทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ เขาหัวเราะ
“ผมกับสาวคนนั้นไปด้วยกันไม่ได้ เธอสวย และฉลาดก็จริง แต่เธอก็ขี้หึงอย่างร้ายกาจ ที่สำคัญหูเบาด้วย เธอถูกเป่าหูจากมะนาว ทำให้หวาดระแวงผม ผมไปไหนกับเพื่อนที่เป็นผู้ชายไม่ได้เลย ยิ่งผมคลุกคลีกับนายแบบที่ส่วนใหญ่เป็นเกย์ เธอก็ยิ่งวีนผม มันก็เลยทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องสิ้นสุดอย่างรวดเร็ว เผอิญแม่ของผมป่วย ผมก็เลยกลับบ้านไปดูแลแม่ ท่านเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่แม่ตาย ผมก็ออกจากบ้านมาอีกครั้ง และออกท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ผมถ่ายรูปไว้เยอะแยะเลย ไว้จะเอาให้คุณกบดูวันหลัง นอกจากนี้ผมยังเขียนเกี่ยวกับสารคดีการท่องเที่ยวให้นิตยสารแห่งหนึ่งด้วย ทริปนี้เป็นทริบสุดท้ายของผม ผมเลือกที่จะมาเมืองไทย และมาที่นี่ เพื่อระลึกถึงความหลังระหว่างเรา” เขาตอบผมยืดยาว
“คุณดูผอมไปนะ กบ...........แล้ว ยังทำงานอยู่ที่เดิมหรือเปล่าครับ”
เขาถามผม ผมก็เลยเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราต่างคนต่างแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวซึ่งกันและกัน จัสตินในวัย 28 ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมมาก เขามีท่าทางสุขุม แต่ยังคงไว้ซึ่งการมองโลกในแง่ดี และมีอารมณ์ขันเหมือนเดิม
“อยากนอนกับผมไหม” เขาถาม หัวใจผมเต้นตึ่กตั่ก หน้าร้อนวูบ เขาทำตาเจ้าเล่ห์ พูดว่า
“ผมหมายถึง อยากพักในบ้านหลังเดียวกับผมไหม ถ้าอยาก..........ก็คืนบ้านของคุณซะ แล้วย้ายของมาพักอยู่ด้วยกัน เพื่อความประหยัด เราจะได้เหลือเงินเพื่อซื้อเบียร์มากินอีกคืนนี้”
ผมแอบค้อนเขา หมั่นไส้นักที่เขาทำท่าเหมือนรู้ทันความคิดของผม จัสตินลุกขึ้นยืน เขายื่นมือมาช่วยฉุดผมให้ลุกขึ้น แล้วรุนหลังผมให้ไปยังบ้านพักเพื่อเก็บข้าวของ
หลังจากผมคืนบ้าน และขอโทษขอโพย พร้อมยอมให้เจ้าหน้าที่การเงินของรีสอร์ทหักเงินค่ามัดจำไป ผมก็มุ่งหน้าไปยังบ้านที่จัสตินพักทันที ตรงชานบ้านที่ยื่นออกมา มีโต๊ะที่มีอาหารวางอยู่4-5 อย่าง พร้อมข้าวสวยร้อนๆ มีเก้าอี้สองตัวตั้งอยู่ข้างๆ เขาคงสั่งอาหารโดยให้ทางร้านส่งมาให้ที่นี่
จัสตินอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ตัวของเขาหอมกรุ่นด้วยกลิ่นสบู่และแชมพูสระผม เขาอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว และกางเกงเลสีเปลือกมังคุด เขาช่วยผมถือข้าวของเข้าห้อง แล้วชวนออกมาทานข้าวด้วยกัน
เราอ้อยอิ่งทานอาหารเย็น ขณะนั่งมองดูพระอาทิตย์ค่อยๆตกดินไปด้วยกัน ความมืดค่อยๆคืบคลานเข้ามาปกคลุม มีเพียงแสงไฟนีออนตามบ้านพักที่เปิดไว้ให้ความสว่าง ผมอยากให้ช่วงเวลาของการทานข้าวด้วยกันยืดยาวออกไปอย่างเนิ่นนาน ผมกำลังกลัว กลัวที่จะอยู่กับเขาสองคน มันต่างจากครั้งแรกตรงที่ว่า คราวนี้ผมกลัวที่จะหักห้ามใจตัวเองไม่ให้เป็นฝ่ายกระโจนเข้าหาเขาก่อนไม่ไหว กลัวว่าผมจะขอให้เขาร่วมรักกับผมให้มากครั้งที่สุดเท่าที่จะมีแรงไหว และผมก็กลัวว่า เขาจะปฏิเสธ เพราะเขาอาจจะมีใครบางคนรออยู่ที่อเมริกานั่น แม้ใจผมร่ำร้องอยากเป็นของเขา แต่ผมก็กลัวความผิดหวังจะเกิดขึ้นซ้ำสองกับผมอีก การได้เจอเขาอย่างไม่คาดฝันมันทำให้หัวใจของผมเตลิดเปิดเปิง หากผมไม่ฝืนใจตนเองเสียบ้าง ผมนี่แหละจะเป็นฝ่ายต้องเจ็บปวดในภายหลัง
จัสตินชวนผมเล่นไพ่ฆ่าเวลาในยามค่ำคืน ด้วยกติกาเหมือนเดิมอีกครั้ง คราวนี้ผมจะไม่หลงไปติดกับดักในเสน่ห์ของจัสตินอีก ผมจะขอให้เขาทำอะไรก็ได้ ซึ่งมันจะต้องไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมใจแตก ผมคิดถึงสิ่งต่างๆที่อยากจะให้เขาทำ หากผมเกิดชนะขึ้นมา
นี่อาจจะไม่ใช่วันของผม เพราะผมแพ้เขาตั้งแต่เริ่มเล่น จัสตินเกิดเก่งและเฮงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผมเลยต้องเป็นทาสรับใช้ของเขาสารพัดอย่าง ทั้งไปซื้อเบียร์ ปูที่หลับปัดที่นอน เก็บกวาดโต๊ะอาหาร เอาจานชามไปคืน นวดแข้งนวดขา เกาหลัง อ่านหนังสือให้ฟัง และตัดเล็บ พ่อเจ้าประคุณทูนหัวของผม รู้สึกสนุกสนานยกใหญ่ที่ได้เป็นเจ้านาย ผมรู้สึกคับแค้นใจที่แพ้ติดๆกันหลายๆตา โดยไม่มีโอกาสเอาชนะเลย
เกมส์ดำเนินต่อไปจนถึงครั้งที่ 10 ที่ผมแพ้เขา ดูเหมือนจะไม่มีอะไรอีกแล้ว ที่ผมจะต้องทำ เขานิ่งคิดอยู่นานมาก ว่าจะให้ผมทำอะไรดี ในที่สุดเขาก็คิดพิเรนทร์โดยให้ผมเต้นระบำเปลื้องผ้า ผมขัดขืนไม่ยินยอม แต่เขาก็พูดลำเลิกถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนนั้น ที่เขาเป็นฝ่ายแพ้ และต้องยอมเต้นเปลื้องผ้าให้ผมดู ผมจำต้องฝืนใจขึ้นไปทำท่าเต้นยั่วเขา
จัสตินหัวเราะชอบใจเมื่อผมค่อยๆกระมิดกระเมี้ยนถอดเสื้อผ้าออกจากตัว เขาแกล้งพูดยั่วผมว่า ไม่เห็นแก้เร็วเหมือนตอนที่เรามีอะไรกัน ผมอยากจะโกรธเขานักที่พูดกับผมแบบนี้ แต่ก็โกรธไม่ลง เพราะมันคือเรื่องจริง ยามที่ผมอยู่ในห้วงเสน่หา ผมสามารถเปลี้องผ้าออกจากกายได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที แต่ตอนนี้มันแตกต่างกันตรงที่ผมกับเขาไม่ได้กำลังจะมีอะไรกัน
จัสตินสวมวิญญาณของนักดูโชว์ใจร้อน เขาทำท่าฮึดฮัดขัดใจที่ผมมัวแต่พิรี้พิไรเขินอายอยู่ ท่าทางเขากระเหี้ยนกระหือรือที่จะเห็นความอับอายขายหน้าของผมมาก ส่งเสียงเชียร์ให้ผมถอดเสื้อผ้าออก จนกระทั่งถึงปราการด่านสุดท้าย เขาทำท่าให้ผมรูดกางเกงในออกจากร่าง ผมบอกว่า ทีผมยังไม่บอกให้เขาทำอย่างนั้นเลย แต่เขาย้อนผมกลับมาหน้าตาเฉย ว่าแล้วแต่คนสั่ง เมื่อผมไม่ยอมถอด จัสตินก็ลุกพรวดเข้ามาประชิดตัวผม ก้มลงนั่งยองๆ แล้วใช้นิ้วเกี่ยวพรวดเดียวลากกางในลงไปกองที่ข้อเท้า
ผมรีบใช้สองมือปิดของสงวนผมโดยอัตโนมัติ แต่จัสตินดึงมือผมทั้งสองข้างออกไป ผมเลยหนีบขาเข้าหากัน ยืนนิ่ง แต่ใจสั่นไหว จัสตินจ้องน้องชายของผม แล้วหัวเราะ เขาเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาล้อเลียน
“คุณแสดงอาการพร้อมที่จะมีเซ็กซ์แล้ว......ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ บอกมาเดี๋ยวนี้”
เขาทำท่าขึงขัง โธ่ถังหมดกันเลย เจ้าร่างกายของผม ดันมาทรยศกันเองเสียได้ ทั้งๆที่ห้ามใจ และเตือนตัวเองไว้แล้วเชียว ว่าอย่ายอมให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น ผมพยักหน้าเป็นเชิงยอมแพ้ นึกในใจว่า ในเมื่อทั้งร่างกายและจิตใจมันไม่ยอมฟังคำสั่งการจากสมองของผม ก็คงต้องปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามการเรียกร้องจากทางธรรมชาติ แล้วค่อยมาดูแลรักษาจิตใจกันภายหลัง ตอนนี้ผมอยากให้เขาเข้ามาสำรวจในกายผมใจจะขาดแล้ว ผมอยากให้เขารักผม อยากให้เขาทำทุกอย่างกับร่างกายของผมตามความต้องการ ให้สาสมกับที่ผมไม่ได้เจอเขามานานแสนนาน ตัวผมและจิตใจของผมพร้อมที่จะเป็นของเขาตลอดเวลาอยู่แล้ว
จัสตินยิ้มกริ่ม สั่งให้ผมไปนอนรออยู่บนฟูก แล้วหันมาจัดการตนเอง ผมมองไปที่ส่วนกลางของลำตัวของเขา จึงได้รับรู้ว่า เขาเองก็ต้องการผมไม่น้อยไปกว่ากัน เขากระโจนใส่ผม เราต่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน เหมือนคนที่อดอยากหิวโหยมานาน ผมเต็มอกเต็มใจ ร่วมไม้ร่วมมือกับเขาเต็มที่ จัสตินทั้งอ่อนหวาน และดุดัน เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เขามีใส่ผมไม่ยั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เราตักตวงความสุขใส่กัน อย่างไม่รู้จักอิ่ม ผมปวดระบมไปหมดทั้งก้น คาดเดาว่ามันคงจะนำมาซึ่งปัญหาของผมในวันรุ่งขึ้น ผมคงนั่งไม่ได้ไปตลอดวัน แต่ไม่เป็นไร ผมเตรียมพร้อมกับการนอนนิ่งๆอยู่แถวชายหาดอยู่แล้ว ดังนั้นค่ำคืนนี้ผมพร้อมจะพลีกายให้ชายคนรักของผม โดยไม่แม้แต่จะหยุดคิดคำนึงถึงอะไรทั้งสิ้น รู้แต่ว่า ผมไม่อยากพลัดพรากจากเขาอีกแล้ว ผมอยากอยู่กับเขา อยากเป็นของเขาตลอดไป ถ้าจัสตินจะให้ความรักกับผม แล้วผมจะต้องตายลงไปในวันนี้ พรุ่งนี้ ผมก็ยินยอม


โดย : purpleeyes
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com