Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>>หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 4

เรื่อง :

หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 4

บทที่ 4

หลายวันมานี้งานผมยุ่งมากทำให้ต้องกลับบ้านดึกทุกคืน เพราะต้องทำโปรเจคส์ที่จะนำเสนอเจ้านายให้เสร็จตามกำหนดเวลา การที่ต้องโหมงานหนักทำให้ผมหมดแรง ไม่มีกะจิตกะใจจะไปฟิตเนสหรือทำกิจกรรมใดๆ ผมลืมแม้กระทั่งจัสติน ซึ่งตามปกติเขาจะอยู่ในใจผมเสมอ กลับถึงบ้าน หัวถึงหมอน ก็นอนหลับเป็นตาย
เพื่อนๆที่ฟิตเนสเห็นผมหายหน้าไปนาน ก็จะคอยโทรศัพท์หาผมอยู่ตลอดเวลา ในช่วงที่ผมไม่ได้ไปออกกำลังกาย เพื่อนๆบอกว่ามีหนุ่มหล่อมาเป็นสมาชิกใหม่หลายคน มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ผมเคยนึกเบื่อฟิตเนสแห่งนี้ เนื่องจากรับสมาชิกเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้บางครั้งปริมาณเครื่องเล่น และห้องออกกำลังกายไม่เพียงพอต่อจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการ ช่วงหลังๆผมจะเข้าตอนดึกซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะคนจะน้อย ไม่ต้องเข้าคิวคอยลิฟท์ แย่งเครื่องเล่น แย่งตู้ล๊อกเกอร์ หรือห้องน้ำกับใคร ผมจะมีเวลาออกกำลังกายไปจนกว่าคลับจะปิดตอนตีหนึ่ง

แต่ในความพลุกพล่านของจำนวนสมาชิกที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น ก็มีส่วนดีตรงที่ มีหนุ่มหล่อๆ นายแบบ ดารา หรือพวกนักธุรกิจคนทำงาน เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก(ซึ่ง 99 % ของผู้ชายที่เป็นสมาชิกที่ฟิตเนสแห่งนี้เป็นเกย์) ผมกับเพื่อนๆจะใช้เวลาในชั้นของเวจเทรนนิ่งเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งบริหารร่างกายและบริหารสายตาอย่างที่บอกตั้งแต่แรก

วันนี้ผมสามารถทำงานได้เสร็จลุล่วงตามกำหนดเวลา ดังนั้นผมจึงสามารถที่จะไปยิม หลังจากที่ไม่ได้ไปเสียนาน ผมไม่ได้โทรบอกเพื่อนๆ เพราะกะจะเข้าไปยกเวจสักหนึ่งชั่วโมงก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่อยู่กับเพื่อน เวลาของผมจะหมดไปกับการพูดคุยและการกินเสียมากกว่า ในช่วงเวลาที่กล้ามเนื้อหดหาย และพุงขยายอย่างนี้ ไม่คบหาเพื่อนจะดีที่สุด

ผมกำลังนอนออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกอยู่บนม้ายาว ผมต้องการให้มันเฟิร์มขึ้นและดูแข็งแรงกว่าเดิม ในขณะที่ผมกำลังหลับหูหลับตาใช้สองแขนดันเจ้าบาร์เบลที่ผมใส่น้ำหนักเข้าไปเกือบสามสิบปอนด์ขึ้นเหนือหน้าอก ใบหน้าแสนคุ้นก็ชะโงกมาจ้องหน้าผมทางด้านเหนือหัว ผมเกือบทำบาร์เบลหลุดกระแทกอก หากไม่มีสองมือสะอาดสะอ้านเอื้อมมาช่วยประคองไว้ได้ทัน จัสตินอุทานคำขอโทษ หยิบบาร์เบลมาวางพาดตรงที่เก็บ และเอื้อมมาฉุดมือผมให้ลุกขึ้น

อันที่จริงผมควรจะโกรธนะ เพราะการโผล่เข้ามากะทันหันในช่วงที่ออกกำลังกายโดยมีอุปกรณ์ที่หนักอึ้ง นอกจากจะเป็นการเกะกะขวางทางแล้ว อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้เล่นอีกด้วย แต่เมื่อเห็นหน้าตาสำนึกผิดของเขา ผมกลับโมโหเขาไม่ลง การที่ได้เห็นเขาในสถานที่คุ้นเคยของตนเองแบบนี้ ทำให้ผมทั้งดีใจและแปลกใจ ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจความคิดของผม เขาเลยออกตัวขึ้นมาว่า

“ผมได้รับเกียรติให้มาเป็นสมาชิกถาวรที่นี่ มาเล่นได้ 2-3 ครั้งแล้ว แต่ผมไม่ยักจะเห็นคุณ” ภาษาไทยของเขาก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

“ช่วงนี้ผมยุ่งน่ะ งานเยอะ คุณล่ะ ช่วงนี้ไม่มีงานเดินแบบหรือ”

“ก็มีบ้างนะ แต่ไม่มากอย่างแต่ก่อนแล้วล่ะ ผมไม่ค่อยชอบงานเดินแบบเท่าไหร่ก็เลยปฏิเสธไป แต่ผมชอบถ่ายโฆษณามากกว่านะ ไม่รู้สิ……. อาจจะยังทำใจให้ชินไม่ได้กับการเดินบนแคทวอล์ค ผมไม่ค่อยชอบให้ใครมาคอยจ้องมอง อย่างที่บอก ผมไม่มั่นใจ มันไม่เป็นส่วนตัว ผมอยากมีชีวิตอย่างคนธรรมดามากกว่า จะทำอะไรก็ได้ เป็นคนดังแล้วอยู่ในสายตาผู้คนตลอดเวลา มีดีอยู่เรื่องเดียว คือคุณจะมีอำนาจต่อรองในเรื่องส่วนแบ่งรายได้เท่านั้นเอง”

เขาพูดด้วยท่าทีจริงจัง ผมแอบเห็นความเหงาในดวงตาคู่นั้นของเขา แต่ก็เพียงแว่บเดียว เพราะมันกลับมาฉายประกายกล้า แล้วเขาก็กลับมาร่าเริงตามปกติ ผมเสียอีกที่เฝ้าถามตัวเองว่า อะไรกันนะที่ทำให้หนุ่มเพอร์เฟคคนนี้เกิดเศร้าขึ้นมา เรื่องงานหรือเรื่องเกี่ยวกับคนรัก...เดาไม่ออกเลย

“แฟนคุณไม่ได้มาด้วยหรือ” ผมถามเขา ใจริษยา แต่พยายามปั้นเสียงให้ร่าเริง ส่วนหูก็อยากได้ยินเรื่องทำนองที่ว่า “ก็เลิกกันแล้ว” ซึ่งโชคร้าย ผมไม่ได้ยินอะไรแบบนั้น

“เขาไปถ่ายแบบที่เนปาลน่ะ ผมไม่ได้ไปด้วย เพราะผมมีคิวถ่ายแบบลงหนังสือวันมะรืนนี้” ไม่เลวแฮะกับน้ำเสียงเนือยๆที่ได้ยิน แสดงว่ามีอะไรบางอย่างที่ส่อเค้าว่าจะมีพายุในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน อย่างนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย

“คุณออกกำลังกายใกล้จะเสร็จหรือยังครับ” เขาถามผม ผมพยักหน้า เขาเลยชวนผมไปยังห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายชายชั้นล่าง เขาเฉลยในตอนที่ลงลิฟท์มาด้วยกันก่อนที่ผมจะคิดลามกเลยเถิดไปมากกว่านั้น

“คนเยอะจัง”

ผมรู้ว่าเขาอยากจะพูดว่า “คนมองเขาเยอะจัง” ทำไมผมถึงรู้นะเหรอ ง่ายมากเลย

จัสตินผู้หล่อเหลา นายแบบโฆษณาหน้าใหม่ ขวัญใจเกย์และสาวๆ แค่เดินไปเดินมา บนชั้น 19คนก็มองจนตาปลิ้น โดยเฉพาะชั้นนี้ เป็นชั้นที่โดยมากคนที่ใช้บริการจะเป็นผู้ชาย (เกย์ 99%) ดังนั้นแน่นอนว่า เขาต้องตกเป็นเป้าสายตาจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ และสาวๆแน่นอน ยิ่งมายืนอยู่กับชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาอย่างผมด้วย คนยิ่งเพ่งรัศมีการมองมาที่เราทั้งคู่กันใหญ่ ด้วยสายตาสำรวจตรวจสอบว่าไอ้เบื๊อกที่ยืนอยู่ข้างหนุ่มรูปงามคนนี้เป็นใครกัน เขาเองก็คงจะเห็นเหมือนกับผม ว่าเราถูกลอบมอง และมองอย่างซึ่งๆหน้า ผมนั้นปลื้มสุดฤทธิ์ แต่เขาคงเซ็งสุดขีด เพราะหมอนี่ ท่าทางจะมีโลกส่วนตัวเยอะน่าดู แล้วไม่รู้จะมาเป็นนายแบบทำไม เอ้อ...เงินคงดีมั้ง โธ่เอ๊ย คนขี้งก ผมค่อนขอดเขาในใจอย่างแค้นเคืองนิดหน่อยที่เขาดับความปรารถนาของผม

จัสตินเก็บข้าวของออกจากล๊อคเกอร์โดยไม่ยอมอาบน้ำ เขาหันมาเห็นผมทำท่าละล้าละลังในผ้าขนหนูพันกายผืนเดียว ทั้งอยากอาบน้ำชำระร่างกาย และอยากออกไปพร้อมกับเขาตอนนี้ แม้จะต้องไปแยกกันตรงล๊อบบี้ก็ตาม หัวใจของผมมันร่ำร้องอยากอยู่ใกล้เขาให้นานที่สุด ผมถามเขาว่า ไม่อาบน้ำหรือ เขาบอกว่าเขาต้องรีบไปทำธุระ เดี๋ยวไปอาบในที่พักของเขาก็ได้ ผมได้แต่ส่งสายตาล่ำลาจัสติน แล้วเข้าไปตีอกชกหัวในห้องน้ำที่ไม่ยอมตามเขาไป

ผมเจอจัสตินในสภาพเมาได้ที่ในผับแถวถนนข้าวสาร เขานั่งอยู่เงียบๆที่เคาน์เตอร์ ท่าทางสะลึมสะลือ ผมยาวสีทองที่เคยรวบไว้เป็นประจำหลุดลุ่ยยุ่งเหยิง เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเข้ม กางเกงยีนส์ รองเท้าบูท โชคดีที่ผมไม่เจอเขาในสภาพขี้เหล้าจอมโวยวาย หรือ ชายเปื้อนอ้วก มันทำให้ผมสามารถรับสถานการณ์นี้ได้โดยไม่ลำบาก

วันนี้ผมเลิกงานเร็วก็เลยมาที่ยิมตั้งแต่ 4 โมงเย็น ส่วนจัสตินมาทีหลังผมประมาณ 20 นาที เราออกกำลังกายด้วยการยกเวทหนึ่งชั่วโมง แล้วเขาก็บอกกับผมว่าเขานัดกับมะนาวที่ผับแถวถนนข้าวสาร เขาต้องรีบไป เขาไม่ยอมอาบน้ำอีกเช่นเคย ตอนหลังผมจึงได้ทราบคำตอบว่า เขาไม่ชอบอาบน้ำที่นี่ เพราะมีคนชอบแอบมองเขา มีอยู่ครั้งหนึ่งเขากำลังอาบน้ำเพลินๆ มีเกย์คนหนึ่งเดินเข้ามาอาบน้ำร่วมด้วย และเอ่ยปากขอมีอะไรกับเขา เขาโกรธมากจนเกือบจะชกหน้าชายโรคจิตคนนั้น แต่ก็ยับยั้งชั่งใจเสียก่อน ได้แต่ไล่ตะเพิดไป นับจากนั้นเขาก็ไม่เคยอาบน้ำที่นี่อีกเลย ผมฟังแล้วก็ค่อนข้างเห็นใจจัสติน ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะความที่เขาหล่อล่ำบาดตา และเร้าใจเสียเหลือเกิน ยิ่งเป็นนายแบบดาวรุ่งอย่างนี้ ใครจะไม่อยากเห็นเขาตอนเปลือยเล่า ผมเองก็ยังอยากเห็นเลย เอ นี่ผมเข้าข่ายคนโรคจิตด้วยหรือเปล่านะ

หลังจากนั้นประมาณสามชั่วโมง ผมกำลังจะกลับบ้านอยู่แล้ว โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น จัสตินโทรมา เป็นครั้งแรกตั้งแต่เขาได้เบอร์โทรศัพท์ผมไป เขาขอให้ผมไปนั่งเป็นเพื่อนเขา เพราะเขารู้สึกแย่ และกำลังต้องการเพื่อนอย่างมาก เสียงของเขาบ่งบอกถึงความเหงา ผมคิดว่าเขาน่าจะกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่าง ผมไม่รู้ว่าต้นตอมันคืออะไร เกิดจากมะนาวหรือไม่ ความรู้สึกของผมบอกว่า ผมควรจะไปอยู่ที่นั่นเป็นเพื่อนเขา ในยามที่เขาไม่มีใคร

ตอนที่ผมไปถึง มะนาวไม่ได้อยู่กับเขา จัสตินไม่ได้พูดอะไร ผมก็ไม่อยากถาม ผมประคองเขาขึ้นรถไปส่งที่คอนโดตามทางที่เขาบอก ซึ่งก็หลงอยู่หลายครั้ง เพราะเขาพูดไม่ทันได้รู้เรื่องแล้วก็หลับไป ยามที่คอนโดจำเขาได้ จึงช่วยผมประคองเขามาที่ห้อง เพราะผมคนเดียวแบกเขาไม่ไหว จัสตินตัวหนักเหลือเกิน ตอนแรกผมกะจะทิ้งเขาไว้ที่ห้องคนเดียว แต่เห็นสภาพเขาแล้วก็ทำไม่ลง ผมเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเขา ทั้งๆที่อยากจะฉวยโอกาสเปลื้องผ้าปลุกปล้ำทำมิดีมิร้าย แต่ผมก็หักห้ามใจไม่ให้ทำ ผมไม่อยากทำลายความรู้สึกดีงามที่เขามีต่อผมลง ตอนนี้เขาเห็นผมเป็นเพื่อนที่เขาไว้ใจ เป็นเพื่อนที่เขาจะนึกถึงเวลาที่เขามีความทุกข์ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผม

ผมหลับรวดเดียวถึงเช้าที่โซฟาในห้องรับแขก จัสตินเป็นคนมาปลุกผม เขาอาบน้ำโกนหนวดโกนเคราสะอาดเอี่ยม ผมปล่อยสยายระบ่า เนื้อตัวหอมกรุ่นไปด้วยแชมพูและครีมอาบน้ำ เขาแต่งกายด้วยชุดลำลองอยู่บ้านสบายๆ กางเกงผ้ายืดรูดเอวสีเทากับเสื้อกล้ามสีเดียวกัน ตาเจ้ากรรมของผมดันไปตกต้องที่กลางลำตัวเขาโดยสัญชาติญาณพอดี จึงได้สังเกตเห็นว่าเขาไม่ได้ใส่กางเกงในด้วย ช่างรักอิสระเสียจริง จัสตินถือถาดอาหารเช้า ซึ่งประกอบด้วย กาแฟ ขนมปังปิ้ง ไข่กวน และไส้กรอก มาให้ผม ส่วนเจ้าตัวยกชามซึ่งใส่คอนเฟลกซ์และผลไม้จำพวกกล้วยหอม สับประรด แตงโม และนมครึ่งชามมานั่งทานข้างๆ

“ขอบคุณนะที่พาผมมาส่งจนถึงบ้านได้ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน” เขายิ้มให้ผมอย่างจริงใจ ผมยักไหล่ ทำเป็นว่าไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร คนที่เป็นเพื่อนก็ต้องทำอย่างนี้ทั้งนั้น ผมต้องจิกเท้าตัวเองไว้ที่พื้น เพราะกลัวว่าจะหลุดคำพูดที่ว่า ผมยินดีและเต็มใจเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือคุณอยู่แล้ว

“ผมกับมะนาวเลิกกันเมื่อคืน เธอเจอคนใหม่ที่เธอคิดว่าเหมาะสมกับเธอที่สุดตอนที่ไปเนปาลเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา” อยู่ๆเขาก็เปิดเผยเรื่องราวรักร้าวของเขาให้ผมฟัง
“ผมไม่รู้ว่าควรจะเสียใจหรือโล่งใจดี จริงๆแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเราก็ไม่ค่อยราบรื่นเท่าใดนัก เธอชอบที่จะเป็นจุดสนใจของผู้คน แต่ผมชอบความสันโดษมากกว่า ชีวิตของเธอในแต่ละวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชีวิตของผมเป็นไปอย่างช้าๆ ผมไม่ชอบความยุ่งยากวุ่นวาย ผมชอบความเรียบง่ายและสงบสุข ยิ่งคบกันไป ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรามีอะไรที่แตกต่างกันมากขึ้นทุกที เราจึงเห็นพ้องต้องกันว่าการแยกทางกันน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเราตอนนี้ ”

ถึงตรงนี้ ผมควรจะดีใจ ฮาเลลูย่าใช่ใหม ผมควรจะเริงร่า ผาสุก ที่เขาเลิกกันไปเสียได้ตามความต้องการของผม แต่เปล่าเลย ผมไม่ได้รู้สึกยินดีปรีดากับสิ่งที่ได้ยิน ผมกลับมีความรู้สึกหดหู่ไปกับเขาด้วย ความรักนี่ก็แปลกนะ เดี๋ยวมันก็มา เดี๋ยวมันก็ไป บางทีมันก็ทำให้เรามีความสุข บางครั้งก็จ่อมจมอยู่กับความทุกข์และความสิ้นหวัง อย่างไรก็ตาม เราทุกคนที่เคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมา อย่างน้อยก็มีความสุขในช่วงหนึ่ง

“แย่จังนะ ผมวางแผนว่า จะใช้ช่วงเวลาสุดสัปดาห์นี้กับเขาที่เกาะกูด ผมจองสถานที จองที่พักไว้แล้วด้วย จะยกเลิกก็ไม่ได้ ผมยังไม่รู้ว่าจะพาใครไปดี” เขาหันมาจ้องผม ตาเป็นประกาย

“ เฮ้ คุณล่ะ คุณว่างหรือเปล่า เราไปเที่ยวกันตามประสาหนุ่มโสดกันไหม” ผมลอบยิ้มด้วยดวงตาสุขสม นึกขอบคุณพระเจ้าเป็นพันครั้งที่ดลจิตดลใจให้เขาอยากชวนผมไปด้วย ไม่ว่าเราจะไปในฐานะใดก็ตาม ผมต้องมีความสุขอย่างแน่นอน แต่ผมก็จำต้องสงวนท่าที ไม่วิ่งไล่งับความรู้สึกของตนเองจนดูหมดค่า

“ผมขอเช็คตารางเวลาของผมก่อนได้ไหม”
ผมหยิบปาล์มออกมาจากกระเป๋า แล้วเปิดไปที่ monthly planner ไล่ตารางไปจนถึงสุดสัปดาห์นี้

“ โชคดีแล้วล่ะ ผมไม่มีนัดที่ไหนเลย” ผมบอกเขา
จัสตินยิ้มกว้าง แล้วสรุปเอาว่า ผมนั่นเองที่ต้องไปเที่ยวตามลำพังกับเขา ผมล่ะอยากแปลงร่างเป็นเสือสมิงเสียเหลือเกิน จะได้กลืนกินเขาไว้ทั้งตัว ช่างไม่รู้บ้างเลยหนอ ว่าผมจะต้องอดกลั้นความรู้สึกตนเองขนาดไหนที่อยู่ใกล้หนุ่มหล่อขนาดนี้ แต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครองตัวเขา

เฮ้อ.....ผมไม่เข้าใจตนเองเลย ว่าทำไมถึงอยากอยู่กับเขามากมายขนาดนี้นะ แล้วนี่ผมจะแสดงอาการออกนอกหน้าจนเขาจับได้หรือเปล่า แล้วถ้าเขารู้ เขาจะรังเกียจผมไหม .....ตอบตกลงไปแล้ว แต่ผมก็มานั่งกังวลใจ คิดไปคิดมาจนปวดหัวไปหมด แต่ช่างมันเถอะ ไม่อยากคิดแล้ว อย่างน้อยความสัมพันธ์ของเราก็คืบหน้าไปมากกว่าเดิมแล้วล่ะ



โดย : katesnk
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com