Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>> หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 2

เรื่อง :

หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 2

บทที่ 2

ผมเกือบหัวทิ่ม เมื่อมีแรงจากมือหนักๆฟาดเข้าที่หัวไหล่ของผม ในขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับการวินโดว์ช๊อปปิ้งอยู่ อีกตั้งหลายวันกว่าจะสิ้นเดือน ผมไม่มีเงินมากเพียงพอที่จะฟุ่มเฟือยได้ แต่ความเป็นนักจับจ่ายมือเติบที่มันฝังรากหยั่งลึกในตัวผมมาเนิ่นนาน มันทำให้ผมยอมตามใจตัวเองด้วยการช๊อปด้วยสายตาก็ยังดี ผมกำลังจดจ่ออยู่กับเจ้าครีมบำรุงผิวยี่ห้อใหม่ ซึ่งบรรยายสรรพคุณว่าช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น และทำให้ใบหน้าสดใสปราศจากริ้วรอยหมองคล้ำ ราคาของมันแพงเหลือรับ เพราะเป็นเครื่องสำอางจากเมืองนอก จากคุณสมบัติและหีบห่อที่สวยงาม เกือบจะทำให้ผมฝ่าฟืนกฎเกณฑ์การดำรงชีวิตในช่วงถังแตก ด้วยการควักเงินซื้อมันมา หากผมไม่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียง “ป๊าบ” อย่างแรงนั้นก่อน ผมหันไปมองคนที่ทำร้ายผม ความงุนงงและโมโหถูกแทนที่ด้วยความดีใจ เมื่อเห็นยิ้มกว้างที่ก่อกวนใจผมมาตลอดตั้งแต่กลับจากใต้ลอยอยู่ตรงหน้า “จัสติน”คือชื่อของเขา

“ สวัสดีครับคุณกบ” เขาทักผมด้วยภาษาไทยแปร่งๆ แต่ชัดแจ๋ว คงจะไปเรียนมาจากที่ไหนสักแห่งแน่ “มาเดินดูเครื่องสำอางไปฝากแฟนหรือครับ” ประโยคต่อมาเล่นเอาผมอึ้ง นี่เขาพูดจริงหรือพูดเล่น อย่าบอกนะว่าเขาไม่รู้ว่าผมเป็นเกย์

“เปล่าครับ ผมดูไว้สำหรับใช้เอง” ผมตอบ และคอยดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาเลิกคิ้วมองผม แล้วถามว่า

“คุณก็ใช้เหมือนกันหรือ...... ผมน่ะต้องใช้เป็นประจำเลยล่ะ พวกครีมทั้งหลาย แรกๆก็งงเหมือนกันนะว่าต้องใช้อะไรบ้างก่อนหลัง ผมไม่เคยใช้มาก่อน แต่พี่ๆกระเทยช่างแต่งหน้าแนะนำว่าผมต้องใช้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับอาชีพที่ผมทำ” จัสตินพูดเป็นภาษาอังกฤษกับผม คงจะยังไม่คล่องภาษาไทยพอ

“เดี๋ยวนี้ผู้ชายก็หันมาใช้เครื่องสำอางกันเยอะนะครับ ผมคิดว่าทุกคนมีสิทธิจะดูแลร่างกายของตนให้ดูดีอยู่เสมอ ไม่ว่าเพศหญิงหรือเพศชาย” ผมตอบเขาเหมือนตอกย้ำความคิดให้กับตนเองที่ว่า ผู้ชายก็มีสิทธิดูแลเรื่องความงามของผิวพรรณตนเองได้เช่นกัน

“ใช่ครับ เดี๋ยวนี้ผู้ชายเราแต่งตัวกันไม่แพ้ผู้หญิงเลย ผมทำงานตรงนี้ ผมรู้ดี เพราะผมเป็นพรีเซ็นเตอร์ และเดินแฟชั่นให้กับเสื้อผ้าบ่อยมาก เอ้อ.......... เดี๋ยวคุณกบจะไปไหนครับ”

“ผมว่าจะไปออกกำลังกายเสียหน่อย ไปภูเก็ตคราวนั้น ผมเจริญอาหารมากไป รอบเอวเลยขยายมาสัก 2 นิ้วเห็นจะได้”

ผมไม่ได้พูดเว่อร์ แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมรู้สึกว่าอ้วน เพราะกางเกงที่ใส่มันเริ่มคับ มันทำให้ผมกังวลใจ และไม่มั่นใจ กลัวว่าพุงผมมันจะปลิ้นออกมาจนเกินงาม แต่ก็นับว่าพระเจ้ายังเข้าข้างผม ที่ทำให้ผมเกิดมาตัวสูง แข้งขายาว ไหล่กว้าง ความสนใจที่คนอื่นมองมาจึงไปอยู่ที่จุดอื่นหมด แต่ผมก็ไม่ไว้ใจตัวเอง เจ้าพุงนี่มันเคยทำให้ผมขายหน้ามาแล้ว เมื่อมันปลิ้นจนซิบแตก และจำเพาะเกิดกับเดทครั้งแรกกับหนุ่มคนแรกของผมอีกด้วย

“แล้วคุณล่ะ” ผมถามเขา ในใจก็นึกหวังว่า เขาน่าจะว่างสักสองสามชั่วโมง ผมจะได้หาทางชวนเขาไปทานอะไรสักหน่อย ผมไม่รีบร้อน ฟิตเนสเดี๋ยวค่อยไปก็ได้ คำตอบของเขาเล่นเอาใจผมห่อเหี่ยว

“ ผมมีสอนในอีก 15 นาทีนี้นะครับ ผมสอนที่ตึกนี้” เขาบอก ผมเพิ่งนึกได้ ว่าห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีโรงเรียนสอนภาษาอยู่ข้างบน และเขาก็ดูเหมือนจะเคยบอกผมครั้งหนึ่งแล้วที่ภูเก็ตว่าเขาสอนที่สถาบันแห่งนี้ ทำไมผมถึงได้ลืมมันนะ แล้วห้างฯก็ใกล้กับสถานออกกำลังกายที่ผมไปประจำด้วย ผมนี่ช่างบื้อจริง ปล่อยเวลาให้ผ่านไปตั้งสองอาทิตย์กับการจมอยู่กับความคิดถึงเขา เฝ้าแต่รอคอยให้เขาโทรมาหา ทั้งที่เขาก็อยู่ใกล้ผมแค่เอื้อมนี้เอง

“ผมสอนจนถึง 3 ทุ่มนะครับ เอ้อหลังจากนั้นผมจะมีเวลาว่างประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะกลับบ้าน ว่าจะไปนั่งที่ผับไอริสสักหน่อย คุณอยากไปด้วยไหมครับ”

เขาชวนผมใช่ไหมนี่ หัวใจผมพองโตคับอก แต่แหม ผับไอริสหรือ ผมเคยไปที่นั่น 2-3 ครั้ง ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ ผมชอบไปเต้นรำ หรือ ไม่ก็นั่งเงียบๆอ่านหนังสือในร้านกาแฟมากกว่าที่จะไปนั่งฟังเพลงในร้านเหล้า แต่มันอาจจะดีก็ได้มั้ง เพราะครั้งนี้ ผมมีคนที่ถูกใจสุดๆ นั่งเป็นเพื่อน ผมตกปากรับคำโดยไม่ลังเล และให้เหตุผลกับเขาว่า ผมก็ไม่มีอะไรทำหลังจากนั้นเหมือนกัน อันที่จริงผมโกหก พรุ่งนี้ผมมีนัดประชุมกับเจ้านายตอน 8 โมงเช้า และผมถูกตักเตือนเรื่องการไปสายบ่อยครั้ง ครั้งนี้ผมคงถูกเล่นงานแน่ หากผมไปสายอีก อย่างไรก็ตาม ผมเลือกทำตามหัวใจตนเอง จะพลาดโอกาสนี้ไปได้อย่างไรล่ะ ผมไม่ใช่คนโง่นี่ที่จะทิ้งการเดท (ใช่หรือเปล่านะ) กับหนุ่มหล่อขนาดนี้ แต่ผมก็ไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ ผมแอบให้สัญญากับตนเองว่า ผมจะไม่นอนคืนนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ไปประชุมสาย ผมพยายามเต็มที่ที่จะรักษาสมดุลของชีวิตส่วนตัวและการงาน

ผมแอบหัวเสียเมื่อเดทของผมกับหนุ่มหล่อไม่เป็นไปตามที่ผมคาดคิด จัสตินไม่ใช่คนเลวร้าย เขาเป็นคนที่ทำให้ชีวิตในยามค่ำคืนเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานด้วยซ้ำ หากว่าเขาจะไม่พาแฟนสาวนางแบบสวยเปรี้ยวมาแนะนำตัวกับผม (ผมรู้แล้วว่าใครเป็นคนสอนภาษาไทยให้กับเขา) เธอชื่อมะนาว ซึ่งก็จี๊ดจ๊าดสมชื่อ แม่เจ้าประคุณเลือกอาภรณ์น้อยชิ้นที่สุดเท่าที่จะหาได้กระมังมาปกปิดร่างกาย แค่เธอเดินเข้าผับมา เธอก็เป็นศูนย์รวมของสายตาทุกคู่แล้ว หญิงชายชาวไทยและเทศมองมาที่เธอเป็นตาเดียว ผมรู้สึกขวางหูขวางตานัก เจ้าหล่อนกล้าใส่มาได้อย่างไรในสถานที่ที่แอร์เย็นฉ่ำขนาดนี้ พอนั่งสักพักก็บ่นหนาว แล้วก็ใช้สิทธิความเป็นแฟนเอาอ้อมแขนของจัสตินเป็นเครื่องป้องกันทำให้ตนเองอบอุ่น ผมไม่อยากจะเชื่อเลย อ้อมกอดนั้น ผมจองอยู่นะ

จัสตินมีเรื่องมากมายมาพูดคุย ผมรู้สึกทึ่งที่เขาสามารถพูดคุยได้หลายเรื่องตั้งแต่เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ กีฬา และแวดวงบันเทิง ผมคิดว่ามันน่าจะเกิดมาจากการอ่าน เขาอ่านหนังสือหลายเล่มมาก บางเล่มก็เป็นเรื่องที่ผมโปรดปราน เรามีหนังสือที่ชอบหลายเล่มเหมือนกัน ผมจินตนาการภาพหนุ่มหล่อคนนี้ นั่งอ่านหนังสือเพียงลำพัง ในห้องนอน ในห้องสมุด ในสวนสาธารณะ โดยมีแว่นสายตาสุดเท่ห์หนีบอยู่ที่ดั้งจมูกโด่งของเขา เวลาที่เป็นส่วนตัวแบบนี้เขาจะแต่งกายแบบไหนกันนะ ผมเจอเขาครั้งแรกในมาดสุดเซอร์ เห็นอีกทีตอนเย็นในชุดเสื้อเชิ้ตผูกไทด์ กางเกงสแล็ค ซึ่งก็ทำให้เขาดูเท่ห์ไปอีกแบบ ตอนนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นแค่เข่า มีหมวกไหมพรมที่ศีรษะ อืมม์................. แต่งฮิบฮอบในผับไอริสซึ่งวันนี้เล่นเพลงบีทเทิ่ลเนี่ยนะ!!! แปลก?? ไม่เข้ากันกับสถานที่ แต่ก็น่ารักแฮะ ผมยิ้มกรุ้มกริ่ม ขณะมีภาพเขาอยู่ในหัว

แม้จะรู้สึกเหมือนมีก้างขวางคอ ทำให้ผมกับจัสตินไม่ได้อยู่กันตามลำพัง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความสุข จัสตินผูกขาดการพูดคุยกับผมมากกว่าแฟนของเขาเสียอีก ทั้งนี้เพราะคุณมะนาวสาวเปรี้ยว เอาแต่ออดอ้อนให้จัสตินเอาใจ ผมแอบเห็นท่าทีเบื่อๆของเขา ยามที่ต้องทำตามที่คนรักร้องขอ เวลาที่สาวเจ้าออกความคิดเห็น ก็รู้ได้ทันทีว่ามันสมองของเจ้าหล่อนเล็กกว่าทรวงอกที่เจ้าตัวพยายามเปิดเผยอย่างจงใจเสียอีก ผมกลายเป็นนักสังเกตการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักไปโดยไม่รู้ตัว แล้วก็รู้สึกละอายใจที่บางครั้งผมก็แอบจับได้ว่าตนเองกำลังแช่งให้ความสัมพันธ์ของคนคู่นี้พังทลาย

ดึกแล้ว ผมไม่ยอมหลับตามที่ผมตั้งใจไว้ ผมเปิดคอมพิวเตอร์ ตั้งใจจะแช๊ตพูดคุยกับเพื่อนเกย์ทางอินเตอร์เนต อันเป็นกิจวัตรที่ผมทำมาตลอดในช่วง 1 ปี หลังเลิกรากับแฟน แต่วันนี้ผมกลับไม่มีอารมณ์ ใจผมลอยไปถึงพ่อหนุ่มผมทองตาสีฟ้า คนที่ทำให้ผมหวั่นไหวยามอยู่ใกล้ ผมหลับตาลง อยากจะขังเขาไว้เฉพาะในความคิดคำนึงของผม ผมกลัวว่า ถ้าผมลืมตาขึ้น ผมจะสูญเสียความรู้สึกนึกคิดถึงเขาไป ผมไม่สามารถได้ชิดใกล้เขาในโลกของความเป็นจริง เพราะเขามีแฟนแล้ว ที่สำคัญแฟนของเขาเป็นผู้หญิง ซึ่งก็แบ่งแยกรสนิยมทางเพศของเขาชัดเจน เกย์ที่ไปหลงรักผู้ชายแท้ๆอย่างผมมีวิธีเดียวเท่านั้น คือการทำใจ ผมทำได้แค่จินตนาการถึงเขาเท่านั้น ซึ่งผมจะสมมุติสถานการณ์อย่างไรก็ได้ และมีเฉพาะในห้วงคำนึงของผมเท่านั้น ที่หนุ่มหล่ออย่างเขาจะคิดถึงผมเช่นเดียวกัน


โดย : katesnk
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com