Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>> The Adventure: ภาค1 ผจญภัยเกาะโอราน ตอน 2เรื่อง :

The Adventure: ภาค1 ผจญภัยเกาะโอราน ตอน 2

ชื่อตอน : หนทางที่ยาวไกล{ไม่ใช่ระยะทางนะ}

“แล้วเนฟิเนเท่ก็มานี่แล้วกัน”โครอาเดินลิ่วๆไปก่อน ทำให้เนฟิเนเท่ต้องเดินตามไปด้วยความสงสัย จนถึงหัวเรือ โครอาถึงหยุด

“แล้วโดนกัปตันลากตัวมาที่นี่ได้ยังไงล่ะครับ??? ผมล่ะอยากรู้จริงๆเลย เท่าที่ดูก็พอจะรู้ว่าคุณเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองมากเลยนะครับ”โครอาถาม

เนฟิเนเท่เกาคางแล้วเริ่มเล่า“ก็ตอนแรกข้าก็แค่กินอาหารเช้าที่บาร์ แล้วกัปตันของเจ้าก็มาชวนข้าให้มาเป็นลูกเรือน่ะ ข้าก็เลยตอบตกลงก็เท่านั้น”

โครอาทำท่าตกใจ “แล้วคุณได้ตกลงอะไรกับกัปตันไว้ล่ะครับ คงเป็นผลประโยชน์อะไรซักอย่างแน่เลย ”โครอาทำท่าครุ่นคิด เนฟิเนเท่ได้แต่เกาหัวแกร็กๆพลางส่งยิ้มแห้งๆไปให้โครอา เพราะคนข้างๆรู้เข้าแล้วว่าจะได้อะไรมั่ง

“รู้ทันจนได้...”เขาสารภาพตามตรง “พอข้าได้ไปที่เกาะโอราน ข้าก็จะหมดพันธะกับเจ้าหมอนั่นแล้วล่ะ มันคงได้ประโยชน์อะไรเหมือนกันแหละ ข้าก็ไม่รู้หรอก”เนฟิเนเท่ยักไหล่เป็นเชิงไม่รู้ “แต่กัปตันของพวกเจ้ากลัวอะไรล่ะ เห็นแอนโทนี่พูดไว้ตอนเมาเมื่อกี้”

ดีเลย จะได้หาจุดอ่อนของไอ้กัปตันจอมกะล่อนนั่น...สมน้ำหน้า...

“คาร์ลเหรอครับ...เค้ากลัว...”

“กลัว???”

“น้ำครับ น้ำทะเล”

“หา??? น้ำทะเลเนี่ยนะ หมอนั่นมันว่ายน้ำไม่เป็นรึไง? ถึงได้กลัวน้ำทะเล มิน่าถึงกลับเข้าห้องไปเลย {ตอนกลางคืนที่เกาะฮามูน—เกาะที่อยู่แหละ จะมีน้ำพัดมาแรงมาก บางครั้งก็มีคนตกลงไปเป็นครั้งคราว}”เนฟิเนเท่บ่นอุบอิบกับตัวเอง

“เค้าไม่ได้ว่ายน้ำไม่เป็นครับ แต่ไม่ชอบต่างหาก มันก็เหมือนจับคนที่ไม่ชอบกินพริกหยวกมากินพริกหยวกแหละครับ อ้อ!”โครอาร้องออกมาเหมือนลืมอะไรบางอย่าง “กัปตันเค้าไม่สกปรกนะครับ เพราะเค้าอาบน้ำจืดได้ อย่านึกว่าเค้าไม่อาบน้ำเลยนะครับ ไม่งั้นทั้งผมกับคนอื่นคงไม่กล้าเข้าใกล้แน่ๆ”แล้วโครอาก็หัวเราะเป็นเรื่องตลก

น้ำทะเล... กลัวน้ำทะเลเรอะ...อืม ... จุดอ่อนนี้ไม่เลว ถ้าแกล้งให้ตกน้ำทะเลก็ดีน่ะสิ...

“แล้วมีอย่างอื่นที่เจ้านั่นกลัวอีกมั๊ย???”

“อืม...คงไม่มีแล้วมั้ง”

โถ่... ถ้ามีอีกล่ะก็... จะแกล้งให้มันส์เลย เจ้านั่นไม่มีจุดอ่อนอะไรอย่างอื่นนอกจากกลัวน้ำทะเลเลยรึไงเนี่ย???

“แล้วคุณเนฟิเนเท่จะถามทำไมล่ะครับ หรือว่ากำลังหาจุดอ่อนของกัปตันอยู่???”

อึก... เข้ากลางเป้าพอดี...ยินดีด้วย โครอา นายอ่านชั้นได้แม่นจริงๆ

“ป่าวหรอก ข้าคิดว่าเจ้านั่นเป็นกัปตันก็น่าจะรู้อะไรไว้บ้าง จะได้รู้ว่าอะไรถูกไม่ถูก”เนฟิเนเท่เริ่มโมเมไปเรื่อย

“แต่คุณเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงนี่ พูดอย่างนี้มันดูไม่เข้าเลยนะ โกหกอะไรรึเปล่า?” โครอาเริ่มยิงคำถามที่ไม่อยากตอบไปแล้วสิ ต้องเผ่นก่อนที่จะโดนจับไต๋ได้

“ป่าว...ป่าวนะ ข้าไม่ได้โกหกอะไรเจ้าเลย เอาเป็นว่าข้าง่วงแล้ว ขอไปนอนก่อนแล้วกันนะ ไปล่ะ”แล้วเนฟิเนเท่ก็วิ่งไปเร็วเหมือนจรวด ปล่อยให้เด็กตัวเล็กๆอย่างโครอายืนงง

++++++++++

“เรือลำนี้วิ่งได้กี่โฟนน์ล่ะ {1โฟนน์ = 50 กม}”เนฟิเนเท่ถามโครอาที่ดูจะเป็นที่พึ่งมากที่สุดในกลุ่ม11คน

“อืม... ก็คงประมาณ...เกือบ3มั้ง? ข้าไม่รู้หรอก ไม่เคยวัดน่ะ” โครอาตอบแบบไม่ค่อยแน่ใจนัก

“หืม... ก็คงไปถึงเกาะโอรานอีกประมาณ 5วันมั้ง”เนฟิเนเท่พึมพัมคนเดียว

“เอ๊ะ...เมื่อกี้เนฟิลลี่ {ชื่อใหม่ที่ตั้งให้} บอกว่าอีก5วันจะถึงเกาะโอรานเหรอ?”โครอาทำท่าตกใจ รีบยกมือขึ้นมานับพัลวัน

“อ๋อ ก็ใช่ไงล่ะ อีก 5วันก็จะได้ถึงซะที”เนฟิเนเท่ทำท่าดีใจ แต่โครอาไม่มีอาการดีใจด้วยเลย กลับทำหน้าซีเรียส

“เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า?”โครอาหลับตาลง “กัปตันไม่ปล่อยให้คนที่ออกปากชวนเองอย่างเนฟิลลี่หลุดมือไปง่ายๆหรอก”โครอาทำท่าจะสารภาพอะไรบางอย่าง

“หา???”

“แต่ก่อนก็มีเรื่องแบบนี้เหมือนกันแหละ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไปถามกัปตันให้แน่ใจดีกว่านะ เดี๋ยวจะผิดหวังเอาเปล่าๆ”

“เอ๊ะ นี่แสดงว่าเจ้านั่นมันจะไม่ยอมให้ข้าไปเกาะโอรานงั้นหรอ?”

“โอ๊ะ ไม่ใช่นะ หมายความว่าคงไม่ได้ไปในวันที่5หรอก คงจะดีเลย์ไปประมาน10-20วันน่ะ”

“ว่าไงน้า????!!!!!”

++++++++++

“คาร์ล!!! บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าคิดอะไรอยู่!!!”เนฟิเนเท่วิ่งตึงตังไปหากัปตัน หอบแฮกๆหลังจากวิ่งตามหาตัวเจ้ากัปตันจอมโกหก

“คิดว่าเจ้าติงต้อง”เจ้าตัวตอบมาอย่างเย็นชา ... ก็ข้าตอบตามความจริงนี่นา...

ไอ้คน2บุคลิกทู่เร่ด...เนฟิเนเท่คิดในใจ

“ไม่ช่ายยยยย!!!!”เนฟิเนเท่ตะคอก “เรื่องเกาะโอรานต่างหากกกก”

คาร์ลขมวดคิ้วขึ้น ทำตัวเป็นไม่รู้เรื่อง จนต้องถาม

“เรื่องอะไร???”เขาขึ้นเสียง

“ก็เรื่องที่จะพาข้าไปส่งเกาะโอรานไงล่ะ???”เนฟิเนเท่เริ่มหัวเสีย

“อ้อ”คาร์ลทำท่าเป็นเชิงว่าจำได้แล้ว “แล้วทำไม่ล่ะ ยังไงข้าก็จะไปส่งเจ้าอยู่แล้ว”

“ในอีก5วันนะ!!!”ความหวังเริ่มมี แต่เลือนลางไปทุกที

“ไม่ใช่สักหน่อย ข้าเคยสัญญากับเจ้าเมื่อไหร่ ว่าข้าจะไปส่งเจ้าในอีก5วันข้างหน้า ข้าแค่บอกว่าจะพาไปส่งเจ้าเท่านั้น ไม่ได้บอกวันสักหน่อย เจ้าก็แค่คิดเองเออเอง อย่ามากล่าวหาข้านะ อยากไม่รอบคอบเองทำไมล่ะ???” เนฟิเนเท่ตาโต ไม่เคยได้พบเจอคนที่มันใช้มันสมองได้วิจิตรขนาดนี้เลย... ตอนนั้นเก็กไปหน่อย โดนหลอก... ข้าโดนไอ้กะล่อนนี่หลอกเหรอนี่

เนฟิเนเท่รู้สึกเหมือนมีตรวนมาพันอยู่รอบๆตัว ตกตะลึงในความสะเพร่าของตัวเอง และการวางแผนที่แสนจะรอบคอบของเจ้าคาร์ล

“ถ้าไม่มีอะไรข้าก็ไปก่อนนะ อีกอย่าง ถ้าเจ้าไม่พอใจก็ลงไปว่ายน้ำกับพวกปลาก็ได้นะ ข้าไม่บังคับ” คาร์ลส่งยิ้มให้เหมือนสงสาร ซึ่งเนฟิเนเท่คิดว่าเป็นยิ้มปีศาจมากกว่าจะเป็นยิ้มแสดงความสงสาร...-_-"

..... หนอยยยยย บังอาจ... บังอาจหลอกข้าเรอะ บอกว่าข้าไม่รอบคอบ...เจ้างี่เง่า โง่เง่า กะล่อน น่าเกลียด อัปรีย์ ...

หนอย... กลัวน้ำทะเลมากใช่ม้า หึหึหึ... โดนหน่อยเป็นไงล่ะ ขอแก้แค้นให้สะใจก่อนเถอะ เรื่องไปเกาะโอรานค่อยหาทางพลิกสถานการณ์ใหม่ คอยดูเถอะ...

เนฟิเนเท่มองไปทางระเบียงเรือที่ดูท่าทางจะหักง่าย สมองอันชาญฉลาดประมวลผลมาเสร็จสรรพ คำนวณระยะห่างจากตัวเองและกัปตันผู้ไม่รู้ว่าตัวเองจะโดนแก้เผ็ดเอาแรงอย่างนี้

2มือเตรียมที่จะผลักกัปตันผู้โชคร้าย มันยืดไปข้างหน้าจนสุดแขน

ตายซะเถอะ...

เนฟิเนเท่พุ่งตัววิ่งไปด้วยความเร็วสูง กะว่าพอผลักตกทะเลแล้วจะวิ่งแจ้นไปโดยไม่หันมามอง...

โครมมมมมมมมม!!!!!

“เอ๊ะ…”คนที่วางแผนเองกลับสะดุดตะปูที่ตอกไว้ไม่ดี ล้มลงดังปังงงงงง แถมไม่ได้ล้มแบบธรรมดาซะด้วย ลงแบบเอาตัวไปทั้งตัวเลย กลายเป็นช่วยเขาถูเรือ...

คาร์ลหันควับมามอง แล้วผงะไปข้างหลังเล็กน้อย

“เน...เนฟิเนเท่...เจ้าทำอะไรน่ะ????”น้ำเสียงปนหัวเราะ แต่ก็ยังข่มอารมณ์ไว้

“ขะ...ข้า…”ตอบไม่ถูก ทำไงดีเนี่ย เจ็บซะด้วย

“หือ??? ว่าไงนะ”คาร์ลถามปนหัวเราะ

“ข้า...ข้ากำลังออกกำลังกายอยู่น่ะ แหม อยู่บนเรือมันก็ต้องเมื่อยตัวเป็นธรรมดา อาแหะๆ”ว่าแล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นยืน ซิตอัพซัก5ครั้งแล้วเปลี่ยนมากระโดดตบอีก10ครั้ง ตามมาด้วยวิดพื้นอีก7ครั้ง คาร์ลทำสีหน้าที่บอกไม่ถูกแล้วขมวดคิ้วอย่างแปลกๆ

“เจ้าเป็นคนที่ตลกกว่าที่ข้าคิดนะเนี่ย” แล้วคาร์ลก็เดินหัวเราะไม่หยุดไป ปล่อยให้เนฟิเนเท่เต้นท่าแอโรบิคไปเพียงคนเดียว

จ๊ากกกกก..... ขายหน้าชะมัด...ถึงคราวนี้จะรอดแต่คราวหน้าก็ไม่แน่นะเฟ้ย... ไฟในใจเริ่มคุกรุ่น...

ขณะที่อีกคนกำลังหัวเราะร่า อีกคนก็กำลังวางแผนแก้แค้น

++++++++++

“อ้าว...เนฟิลลี่ ไปคุยกับกัปตันมา เป็นไงบ้างล่ะ?”โครอาถามขณะที่ทั้ง2คนกำลังเดินไปที่ห้องครัว

“ก็นะ เจ้านั่นมันก็บอกว่าข้าไม่รอบคอบเองน่ะ”

“หรอ...”โครอายักไหล่ “แล้วที่กัปตันเค้ามาบอกข้าว่าเจ้าไปออกกำลังกายที่ระเบียงเรือล่ะ บอกว่าทั้งซิตอัพ ทั้งวิดพื้น ทั้งกระโดดกบ ฮะฮะฮะ”

จ๊ากกกกกกก ทำไมสิ่งที่ออกจากปากเจ้าหมอนั่นต้องเป็นเรื่องร้ายๆทั้งนั้นเล้ยยยยย...

“ก็...เอ่ม... ข้าก็... แบบว่าเมื่อยน่ะ ก็ไม่ได้ออกกำลังกายมาตั้งนานนี่นา เส้นสายมันก็ต้องฝืดมั่งสิ แหม ถ้ามีเรือของศัตรูมาแล้วจะทำยังไงล่ะ ต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนสิ ถึงจะถูก”ข้อแก้ตัวแสนพลิกแพลงนี้ทำให้เนฟิเนเท่รู้สึกขำในมันสมองอันปราชเปรื่องของตัวเอง

จากแผนการผลักเจ้าคาร์ลตกน้ำทะเลก็กลายมาเป็น การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ...

“แต่แค่ออกกำลังกายทำไมต้องไปนอนบนพื้นด้วยล่ะ?”

“เอิ่ม...ก็...ง่า.. ก็มัน...เป็นท่าออกกำลังกายแบบใหม่นี่นา ไม่แปลกที่เจ้าจะไม่รู้หรอก แหะๆ”

“อ้อ หรอ ข้าเพิ่งรู้นะเนี่ย”

เหอๆๆ...

++++++++++

“เฮ้อ~ แล้วนี่เราจะจัดการกับเข้าคาร์ลยังไงดีเนี่ย~” เนฟิเนเท่บ่นไปเดินไปตามทางเดินของเรื่อฟาเรียน่า เสียงตึงๆของฝีเท้าเล็กๆ ก้าวกระโดดไปตามทางเดินอันกว้างขวาง เสียงหอบหายใจดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ

“ซ่อนข้าที~”เด็กตัวเล็ก อายุอารามประมาณ10ขวบรีบมาซ่อนข้างหลังเนฟิเนเท่

“เฮ้ย เจ้าเป็นใครน่ะ?” เนฟิเนเท่ร้องออกมาตามประสาคนตกใจ

“ข้าชื่อโดเวอร์ เร็วๆ ซ่อนข้าเร็ว”เด็กน้อยดูรีบร้อนเหลือเกิน สีหน้าดูเหนื่อยเป็นอย่างมาก เขารีบไปซ่อนในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง “อย่าบอกพวกเขานะว่าข้าอยู่ที่นี่ ข้าขอร้อง”พอพูดเสร็จ เด็กน้อยก็ปิดประตูเบาๆ

“เฮ้ เดี๋ยวก่อนสิ” เนฟิเนเท่พยายามจะเปิดประตู แต่มันล็อกจนเปิดออกไม่ได้ ช่วงขณะนั้นก็มีผู้ชายสองคน วิ่งตามมา ทั้งสองคนดูหอบกว่าเจ้าเด็กเมื่อกี้อีก แถมทั้งหน้าตาของทั้งสองยังเหมือนเด็กเปรตนั่นอีก... รึว่า... แฝด3...

“นี่ เห็นเด็กคนนึงวิ่งมาเปล่า? ตัวเล็กๆ หน้าตาเหมือนพวกเราอย่างกับแกะน่ะ”ฝาแฝดคนแรกพูด

“พวกเรา เบเวอร์กับ บาเวอร์ จำพวกเราได้มั๊ย ที่แนะนำตัวกับเจ้าน่ะ น้องชายของพวกเราชื่อ โดเวอร์น่ะ เห็นบ้างไหม?” ฝาแฝดคนที่สองเอ่ย

เนฟิเนเท่สั่นหัว “ข้าว่าเด็กคนนั้นที่เจ้าว่าวิ่งไปทางนู้นนะ ข้าว่าข้าจำไม่ผิดหรอก” เขาชี้ไปตรงหัวมุม สองฝาแฝดทำหน้าดีใจ แล้วเริ่มวิ่งต่อ พอแฝดทั้งสองวิ่งออกไปได้สักพัก โดเวอร์ก็แง้มประตูออกมาดู เขามองไปรอบๆอย่างรอบคอบ พอรู้ว่าไม่มีคนอยู่แล้ว โดเวอร์ก็เปิดประตูแล้วรีบวิ่งสุดแรง

“เฮ้ย”เจ้าเด็กตัวยน้อยร้องออกมาสุดเสียง แต่มีมือมาปิดปากเอาไว้

“ชู่ อย่าเอะอะโว้ยวายสิ เดี๋ยวพวกพี่ๆของเจ้าก็รู้หรอกว่าเจ้าอยู่ที่นี่”เนฟิเนเท่นั่นเอง... เด็กชายถอนหายใจ ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่น่าอับอายที่เป็นครั้งที่2... เนฟิเนเท่ดึงขอบเสื้อด้านหลังอย่างเดียว สำหรับเด็กตัวเท่าเขา มันอึดอัดน่าดู เพราะหายใจไม่ออก...

“ปะ ปล่อยสิ” โดเวอร์พยายามพูดเสียงเบาที่สุด แต่การที่ห้อยโหนอยู่ในอากาศแบบนี้ เริ่มทำให้เขารู้สึกเวียนหัวซะแล้ว

“ได้สิ” เนฟิเนเท่ปล่อยโดเวอร์ลง ก้นเขาจ้ำเบ้ากับไม้ดังตึง เขารีบหันหน้าที่แดงแป้ดไปที่เนฟิเนเท่

“เจ้า... ทำได้ยังไงน่ะ ข้าเจ็บนะ” เด็กชายทำตาโมโหใส่

เนฟิเนเท่บุ้ยปาก “เป็นเด็กเป็นเล็ก อย่าวิ่งบนทางเดินสิ เดี๋ยวเจ้าก็หกล้มจนได้” เขากล่าวตักเตือน

“อะ... ที่เจ้าชื่ออะไรน่ะ ผม...ข้าว่าข้าเคยเห็นหน้าของเจ้ามาก่อน” พอโดเวอร์พูดจบ มะเหงกที่ไม่เล็ก แต่ก็ไม่ใหญ่ค้อนเข้าที่กลางกะหม่อม

“โอ๊ยยยยยยย เจ้า... นี่เจ้าทำอะไรน่ะ”

“นี่สำหรับการที่เรียกข้าว่า เจ้า และนี่...”เขาค้อนเข้าไปอีก “สำหรับการที่เจ้าเรียกตัวเองว่าข้า เป็นเด็กก็เรียกตัวเองว่าผมสิ แบบที่เจ้าจะเรียกตัวเองเมื่อกี้ แต่พลั้งปากไว้น่ะ”โดเวอร์มองเนฟิเนเท่ตะลึงๆ

“นี่เจ้า...เอ้ย พี่” โดเวอร์รีบเปลี่ยนสรรพนาม เพราะกลัวว่าจะโดนมะเหงกอีกที “เป็นญาติกับกัปตันรึเปล่าเนี่ย?”โดเวอร์นึกถึงเหตุการ์ณเดียวกัน เขาเคยวิ่งเล่นกับพวกพี่ๆ และบังเอิญกัปตันกำลังเดินอยู่พอดี
... แต่ว่าพวกพี่ๆกลับวิ่งแจ้นไปก่อน ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับกัปตันคนเดียว ผลสุดท้ายก็โดนดึงเสื้อแบบเจ้านี่...

“ข้าชื่อเนฟิเนเท่ เพิ่งอยู่เรือลำนี้ได้3วัน แล้วข้าก็ไม่มีทางเป็นญาติกับเจ้านั่นด้วย”

“อ๋อ ว่าแล้ว หน้าคุ้นๆ”

“อ้าว เจ้าหนีพวกพี่ๆทำไมล่ะ เห็นเค้าก็ห่วงเจ้าดีอยู่นี่ แถมยังเป็นมือหนึ่งของเรือด้วย” โดเวอร์ทำหน้าโมโห

“ก็พวกเค้าจะจับผมอาบน้ำนี่นา ผมน่ะโตแล้วนะ ไม่ต้องมาอาบน้ำให้หรอก เป็นห่วงอะไรก็ห่วงซะเกินไป ไม่เคยคิดเลยว่า พอโตก็อาบได้เอง” โดเวอร์พูดอายๆ แต่ดูแล้วก็ไม่ยักรู้ว่าอาย

“อืม... ก็เค้าเป็นห่วงเจ้านี่นา เป็นพี่ก็ต้องเป็นห่วงน้องแบบนี้แหละ จะไปว่าก็ไม่ได้ นี่ยังดีนะ ที่เค้าเป็นห่วงเจ้านะ บางคนที่ข้าได้เจอมา เค้าไม่เหลียวน้องเค้าเชียวนะ มีคนมาดูแลน่ะดี ไม่ต้องห่วงอะไรเลย สบายจะตาย ข้ายังอยากได้พี่สักคนเลย จะได้มาดูแลข้า” เนฟิเนเท่พูดยิ้มๆ

“ก็นะ ช่างมันเถอะ ผมขี้เกียดจะพูดเรื่องนี้กับใครแล้ว พูดกับกัปตันกับคุณโครอาก็ได้คำตอบแบบเดียวกันเลย” โดเวอร์เอียงหัว ทำท่าเหมือนตัวตลก

“หึ ก็ว่างั้นแหละ เวลามีใครมาพูดอะไรมากๆก็ต้องเบื่อเป็นธรรมดาแหละ ข้าก็เห็นด้วย แล้วนี่ต่อไปเจ้าจะไปไหนล่ะ โดนพวกพี่ๆไล่ล่ากันแบบนี้”เนฟิเนเท่เท้าสะเอว ปัดผมของตัวเองให้เรียบร้อย

“ไม่รู้เหมือนกัน คงต้องไปอยู่ที่ไหนซักแห่งแหละ”

“งั้นเจ้าจะรังเกียจมั๊ย ถ้าจะไปกินข้าวเช้ากับข้า” เนฟิเนเท่ยื่นมือมาให้โดเวอร์ เขารับมาแล้วยิ้มๆ

“ยินดีครับ สำหรับผู้มาเยือนเรือฟาเรียน่า”

+++++++++

ห้องครัว
“อ้าว งี้คงรู้เรื่องแล้วสินะครับ ว่ากัปตันจะทำอะไร”

“อืม”

“คงอีกนานแหละครับ อ๊ะ... แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังไงก็ได้ไปเกาะโอรานอยู่ดีแหละครับ แค่รอนิดเดียว กัปตันเค้าไม่ใช่คนที่ใจร้ายใจดำถึงขนาดจะไม่พาพี่เนฟิล {โดเวอร์อยากเรียกเอง} ไปเกาะโอรานหรอก ช้าสุดก็ประมาณ3-4 สัปดาห์แหละครับ”

“อือ ขอบใจที่ให้กำลังใจ...”เนฟิเนเท่พูดเศร้าๆ...

... จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย งานนี้เป็นงานโตซะด้วย ถ้าพลาดไปล่ะก็ หมดทางหากินแน่ๆ คงต้องกระเป๋าขาดไปอีกหลายเดือน อีกอย่าง... ถ้าไปขอร้องเจ้าคาร์ลมัน... ไม่มีทางเด็ดขาด ยังไงเจ้านั่น ถึงขอร้องยังไงก็คงไม่มีวันพาไปหรอก แล้วคราวนี้จะขอโทษเมอริเดียนยังไงล่ะ เจ้านั่นยิ่งขี้โมโหอยู่ ยิ่งคราวนั้นไปนัดประชุมสายแค่ครึ่งชั่วโมง ก็โมโหซะหน้าแดง ยิ่งคราวนี้สายเป็นวัน มีหวังข้าโดนมันด่าจนหูชาแน่ๆเลย...

... เฮ้อ เศร้าชีวิตจริงๆ ไม่เคยเจอเหตุการ์ณไหนน่าสมเพชขนาดนี้มาก่อน หัวขโมยสมบัติถังแตกกกก ทั้งที่อาชีพนี้ได้เงินมาหมูๆแท้ๆ แต่ความเสี่ยงสูงชะมัด พวกรัฐบาลก็ชอบมาจับอีกต่างหาก ยิ่งถ้าได้งานใหญ่ไหน พอทำเสร็จแล้ว ก็ต้องไปหลบซ่อนตัวตั้งเดือนกว่า ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะอับจนขนาดนี้...ดวงซวยขนาดนี้...

++++++++++

“สควาร์ท ได้รึยัง?”ผู้เป็นกัปตันส่งเสียงเรียกบุคคลที่อยู่ในห้องเพียงคนเดียว

“ได้แล้ว”มีเสียงตอบกลับมา สควาร์ก้าวออกมาจากมุมมืด ผมสีม่วงอ่อนดูยุ่งนิดหน่อย ใบหน้ารูปไข่ทำสีหน้าเฉยเมย เขามองกัปตันด้วยอาการไม่พอใจ “จะทำอะไรอีกล่ะ ถึงจะเอาแผนที่โขดหินของแถวๆนี้น่ะ อย่าบอกนะว่าคิดเรื่องนั้นอยู่”

คาร์ลปั้นหน้าหัวเราะกลบเกลื่อนความตกใจ “รู้ทันจนได้”เขาหัวเราะแหะๆ “ก็รู้อยู่นี่นาว่าจะทำอะไร ไม่ต้องห่วงหรอก เป็นเรื่องเล็กนิดเดียวเอง เรือของเราเคยเจออะไรหนักกว่านี้มาก่อนแล้ว”

“หนักกว่านี้เนี่ยนะ? เจ้าคิดว่าทำอะไรอยู่ ถึงเจ้าจะเป็นกัปตันก็เถอะ แต่ทำอย่างนี้มันไม่ถูกต้องนะ” หมอและต้นหนของเรือโต้กลับ

“ไม่มีใครตายสักหน่อย แผนการของข้าไม่เคยพลาด” คาร์ลทำท่าอวดดี

“อย่าทำผยองสิ เจ้าก็รู้ดีอยู่ ว่าถ้าพลาดคือพวกเราตายกันทั้งลำนะ” สควาร์ทพยายามชี้แจงเหตุผล แต่กัปตันก็ไม่ฟังแม้แต่น้อย

“ใครผยอง? ใครผยอง? ข้าแค่จะทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วต่างหาก อย่าลืมนะ นี่เป็นคำสั่งของใคร?”

“ข้ารู้น่า แต่ทำแบบนี้... ถ้าเจ้าคำนวณผิดไปแม้สักเมตรเดียว เรืออาจจะล่มก็ได้”ต้นหนหนุ่มพยายามเกลี้ยกล่อม

“เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่เคยพลาด” คาร์ลตอบหน้าตาย ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจตัวเอง พอถูกขัดใจก็โมโห

“ฮึยยยยยยยยยย ...”อาการโมโหเห็นได้ชัด “ ก็ได้ ข้าอนุญาติ แต่ขออย่างเดียว อย่าให้เรือจมแล้วกัน” ในที่สุด ต้นหนคนสำคัญก็ต้องยอมเลิกราต่อบุคคลเบื้องหน้า

“ ข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องยอม” รอยยิ้มตรงมุมปากฉีกออกมา

++++++++++


โดย : กาแฟดำ
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com