Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>> วันสุดท้าย

เรื่อง :

วันสุดท้าย

เสียงเพลงยังคงบรรเลงอยู่ในขณะที่ผมกำลังหลับตา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหูทั้งสองข้างทำหน้าที่ในการรับฟังบทเพลงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ร่วมแสดงดนตรีในครั้งนี้
ผู้หญิงคนนั้นคนที่ผมแอบชอบเธอมานานราวสามปี เพียงแต่เธอคงไม่เคยรับรู้ ในขณะที่ผมเองก็ไม่เคยบอกเธอแปลก เพราะเราทั้งสองก็ต่างเป็นคนแปลกหน้าที่เดินสวนทางเป็นเส้นขนานสองเส้นกันอยู่ทุกวัน
เสียงปรบมือดังกันอย่างพร้อมเพรียงดังสนั่นทั่วทั้งหอประชุมแห่งนี้ ผมทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีร่วมปรบมือแสดงความชื่นชมในตัวของเธอและผู้ร่วมแสดง ผมไม่เคยที่จะพลาดการแสดงดนตรีของเธอผู้นี้เลยแม้เพียงแต่สักครั้ง ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอบรรจงกรีดนิ้วอันเรียวงามลงบนแป้นของเปียโนที่บวกกับความตั้งใจและจินตนาการของเธอ
ผมอาจไม่ใช่คนที่ซาบซึ้งกับบทเพลงคลาสสิคที่เธอบรรเลงแต่ผมก็ฟังจนทำให้ผมเป็นผู้หนึ่งที่สามารถมีจินตนาการร่วมกับบทเพลงที่เธอได้บรรเลง (ขอบคุณบทเพลงของเธอ)
ทุกคนกำลังเดินออกจากหอประชุมเหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำดีๆที่เธอมีให้ไว้ ผมไม่รู้หรอกว่าผู้ที่เสียตังค์หลายร้อยบาทเพื่อที่จะมาฟังเธอเดี่ยวเปียโนจริงๆหรือว่า เพื่อความโก้หรู แต่สำหรับผมไม่ใช่เลย ผมมาด้วยหัวใจ
เช้าของวันนี้ผมตื่นขึ้นมาออกกำลังกายและอดไม่ได้ที่จะวิ่งอ้อมไปหน้าของเธอ(เราสองคนอยู่ใกล้แค่เอื้อมนิดเดียวเอง) เธอผู้นี้ชื่อ"เพลง” เพราะครั้งหนึ่งผมเคยได้ยินป้าคนนึงเรียกเธอว่า “หนูเพลง” บางทีเธออาจจะชื่อเพลงพิณ หรือ เพลงเพราะ ก็เป็นได้ ถ้าเทียบระหว่างเธอกับผมแล้วมีความแตกต่างกันอย่างมาก ผมรู้มาว่าบ้านของเธอเป็นนักธุรกิจ ทั้งพ่อและแม่ของเธอ หลายครั้งที่ผมมักเห็นเธอไปไหนมาไหนกับป้าคนนั้น อาจจะเป็นแม่นมเหมือนในละครที่แม่ผมชอบดูก็ได้ เธอดูเรียบร้อยกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันมากไม่ค่อยพูดค่อยจา ดูเป็นเด็กอนามัย แต่ผมก็เห็นเธอไปตลาดกับป้าคนนั้นเสมอ และมักจะมาซื้อของที่ร้านของแม่ผม
เธอมีรอยยิ้มที่ดูอ่อนหวานบวกรวมกับหน้าตาที่น่ารักเป็นทุนอยู่แล้ว ผมจำได้ว่าเธอไม่เคยพูดจาดังโวยวายเหมือนเด็กแถวๆตลาด บ้านเธอใหญ่มากถ้าผมเดินเข้าไปในบ้านของเธอมีหวังหลงแน่นอน แต่ถึงแม้ว่าเธอดูร่ำรวยแต่สิ่งที่ผมเห็นเธอกลับมีความเมตตาและเผื่อแผ่ต่อคนอื่น นี่คงอาจเป็นความดีที่เธอมีกระมังจึงทำให้ผู้ชายอย่างผมแอบชอบเธอ
ตัวผมเองก็เป็นลูกแม่ค้าที่แสนจะธรรมดาคนหนึ่งแต่ทว่าแม่กลับให้หน้าตาอันหล่อเหลามาให้ผม ทำให้เป็นที่หมายตาของสาวๆในตลาดหลายราย มันจึงไม่แปลกที่ทุกวันจะมีดอกไม้มาวางอยู่หน้าบ้านเสมอๆโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้คุยกับเธอมันเหมือนฟ้าทรงโปรด ไม่รู้มีอะไรมาดลใจเธอถามผมว่า “วันนี้ป้าไม่มาเหรอคะ”
ผมถึงกับอึ้งเพราะอาจจะเป็นไปได้ว่าผมเป็นลูกที่ดีที่มาช่วยแม่ขายของก็เป็นได้ ผมได้แต่ยิ้มเธออาจจะไม่รู้หรอกว่า ดอกฟ้ากับหมาวัดมันมีอยู่จริง แล้วไม่กี่วินาทีเธอกลับไปพร้อมกับทิ้งความสุขเล็กๆไว้กับผม
“แม่ดี๋ยวผมมานะ”
ผมขออนุญาตทั้งๆที่แม่อาจจะยังไม่อนุญาต ผมรู้ว่าถึงเวลาที่ผมจะต้องแบ่งเวลาอันมีค่าเพื่อแอบไปฟังเธอซ้อมเปียโน รั้วเก่าเวลาเดิมที่คอยผมอยู่ และผมก็ทำแบบนี้เกือบทุกวันที่ผมว่างและกลับมาจากเรียนหนังสือ วันนั้นผมจะมีความสุขมากหลังจากกลับมาจากรั้วบ้านเธอ ดอกไม้ช่อใหม่มาวางอยู่หน้าบ้านเหมือนทุกวันที่ผ่านมา พร้อมข้อความแบบเดิม ว่า “ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอ” แปลกนะใครกัน แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายกับดอกไม้เหล่านั้น
หลายวันต่อมาผมได้รับเชิญจากเพื่อนๆที่ซี้กันที่สุดนัดกันไปเที่ยวพัทยา แล้วมีเหรอครับที่สุภาพบุรุษอย่างผมจะปฏิเสธ เราไป3-4 วันเห็นจะได้ กลับมาอีกทีโดนแม่เทศนากันยกใหญ่ ดอกไม้มากมายแม่ใส่ไว้ตะกร้าผ้าบนห้องนอนของผม ผมเก็บไปทิ้งถังขยะหน้าบ้านโดยไม่สนใจ แต่ผมเก็บไว้ไม่ได้หรอกเพราะเยอะ เดี๋ยวดีไม่ดีก็โดนแม่ด่าตามมาอีกชุดเป็นแน่
ผมแวะไปเลียบๆมองๆที่บ้านของเธอ แต่ไม่มีเสียงเปียโนในเย็นวันนั้น ผมไม่แปลกใจ เพราะเธออาจจะขี้เกียจซ้อมเหมือนผมเวลาที่ขี้เกียจช่วยแม่ทำงาน
หลายวันผ่านไปผมก็ยังไม่เห็นเธอคนนั้น บางทีเธออาจจะไปเที่ยวกับครอบครัวของเธอเหมือนตอนที่ผมไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างก็ได้
“หนูเพลงเป็นงัยบ้างคะ” คำถามของแม่ที่ทำให้ผมถึงกับตั้งใจฟังคำตอบที่จะตามมา
“หมอบอกว่าต้องนอนอยู่โรงพยาบาลอีกหลายวันเลยละ” ป้าคนนั้นบอกกับแม่ด้วยอาการเป็นห่วงเป็นใย
ผมถึงกับอึ้งโดยที่ผมไม่รู้เลยว่าคนที่ผมแอบเดินผ่านหน้าบ้านขณะนี้กำลังนอนอยู่โรงพยาบาล ผมมารู้ทีหลัง หลังจากที่ผมคาดคั้นแม่จนได้ใจความว่า เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งผมรู้เท่าที่แม่รู้ เธอรวยออกขนาดนั้นแน่นอนว่าเธอต้องหายดีอย่างแน่ๆ
ผมอยากไปเยี่ยมเธอจังอยากเห็นหน้าเธอ อยากรู้ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง อยากคุยด้วยทั้งๆที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราแทบจะไม่เคยได้คุยกัน ผมไม่กล้าที่จะไปหาเธอที่โรงพยาบาล ผมนั่งอยู่หน้าบ้านด้วยความเศร้า รู้เพียงอย่างเดียวว่าเธอกำลังจะจากโลกนี้ไป เย็นวันนี้ไม่มีดอกไม้มาวางอยู่หน้าบ้านของผม แปลกจังหลายวันที่ผ่านมาไม่มีดอกไม้สงสัยสาวๆแถวนี้ไปหลงเสน่ห์หนุ่มบ้านอื่นแล้วกระมัง
เช้าวันรุ่งขึ้นผมไปช่วยแม่ขายของที่ตลาด ป้าคนนั้นเดินมาซื้อของที่ร้าน แม่ไม่อยู่ซะด้วย ผมอยากถามอาการของเธอจริงว่าเป็นไงบ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ป้าซื้อของไปหลายอย่าง ผมหยิบเงินทอนให้แล้วยื่นให้ป้าคนนั้นพร้อมประโยคสั้นๆที่ดังขึ้นอย่างที่ผมไม่ทันตั้งตัว
“ไปเยี่ยมหนูเพลงด้วยนะ”
ผมถึงกับหลุดปากพูดออกไปโดยไม่ต้องมีคิดอะไรมากมาย ว่า”ครับ”
ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมป้าถึงต้องการให้ผมไปเยี่ยมเธอทั้งๆที่ผมไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว หรือบางทีป้าอาจจะรู้ว่าผมแอบชอบเธอก็เป็นได้ แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ ผมไปโรงพยาบาลด้วยกุหลาบสีขาวที่ผมเคยได้จากใครก็ไม่รู้ ไปหาเธอที่โรงพยาบาล ห้อง 309 ผมยืนอยู่หน้าห้องซึ่งในนั้นมีเธออยู่ เธออาจจะกำลังนอนดูทีวี หรือไม่ก็อ่านหนังสือ อาการของเธออาจจะดีขึ้น
ผมตัดสินใจเคาะประตูห้องอย่างมีมารยาทเพราะเชื่อแน่ว่า พ่อแม่ของเธออาจจะอยู่ข้างใน ผมเปิดประตูเข้าไปด้วยมือที่กำลังสั่นๆ สิ่งแรกที่ผมเห็นหลังบานประตูคือ ผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในชุดของโรงพยาบาล มีผ้าพันอยู่ที่หัวเหมือนกับว่ากำลังปกปิดอะไรสักอย่าง ร่างกายเธอดูซูบผอม ใบหน้าซีดเซียว ไม่เหลือเค้าร่องรอยผู้หญิงที่ดูร่าเริง น่ารัก ที่ผมเคยเห็น ในห้องนั้นเงียบเชียบ พ่อกับแม่เธอนั่งอยู่ด้านข้างของเตียง ผมรู้ได้ทันทีว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น
เธอกำลังจะโลกนี้ไปอย่างที่ผมไม่เคยคาดคิดเลย มันกระทันหัน รวดเร็วอย่างที่ผมตั้งตัวไม่ติด เธอลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ และบอกว่าอยากพูดกับผม ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยพูดกับผมเลย ผมยื่นกุหลาบสีขาวให้เธอและยิ้มเหมือนดีใจแต่ข้างในกลับรู้สึกว่าชาไปทั้งหัวใจ
“หายไวๆนะ”
ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้นอกจากคำนี้
“เอามาให้ฉันเหรอ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“อือ” เสียงนั่นดังอยู่ในคอของผม
ขณะนั้นความเงียบกำลังถูกแทนที่ด้วยเสียงสะอื้นเบาจากทุกคนที่อยู่ในห้องนั้น
“เธอหายไปไหนมา ดอกไม้ของฉันเธอได้รับมั๊ย”
ผมถึงกับเงียบและงงๆกับสิ่งที่เธอพูด
ดอกไม้ที่วางอยู่หน้าบ้านผมทุกวันเจ้าของ ของมันก็คือเธอเหรอผมแทบจะไม่อยากเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้วอย่างที่มันเป็น ผมมันโง่จริงๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอก็อยากเป็นเพื่อนกับผม
เธอบอกว่าเธออยากเป็นเพื่อนกับผม เธอรู้ว่าผมแอบไปฟังเธอซ้อมเปียโน เธอรู้ว่าผมแอบชอบเธอ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้นอกจากคำว่า เธอต้องหายผมเชื่ออย่างนั้น
เวลาผ่านไปเร็วมากผมอยู่ในห้องนั้นเกือบสองชั่วโมง ผมกับเธอคุยอะไรกันมากมาย อย่างที่ไม่เคยได้คุยกันมาก่อน ผมรู้ว่าเธอชอบไรไม่ชอบอะไร รู้ว่าเธออยากจะไปที่ไหน รู้ว่าเธอชอบศิลปินคนใด รู้ว่าเธอก็แอบมองผมเหมือนกัน รู้ว่าเธอไม่มีเพื่อน รู้ว่าพ่อกับแม่ของเธอไม่มีเวลาให้เธอ รู้ว่าเธออยากมีเพื่อน อยากได้ความรักมากกว่า ข้าวของและเงินทอง รู้ว่าเธอเป็นเจ้าของดอกไม้ทุกช่อตรงหน้าบ้าน รู้ว่าผมแอบชอบเธอ และรู้ว่าเธอกำลังจะจากทุกคนไป
น้ำตาของผมไหลออกมาอย่างไม่ทันรู้ ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะมีน้ำตาให้กับใครคนหนึ่งที่ผมแอบชอบแต่ผมไม่เคยบอกเธอ วันสุดท้ายแล้วซินะบางทีเธออาจจะรอให้ผมบอกเธออยู่ก็ได้
เธอยิ้มให้ผมและบอกกับพ่อและแม่ของเธอว่า เธอรักมากแค่ไหน บอกป้าผู้ที่เปรียบเหมือนพ่อแม่และเพื่อนของเธอ ว่าขอบคุณที่รักเธอ เธอหันมายังผมสายตานั่นแหละที่ผมต้องการตลอดมา นิ่งไปชั่วครู่ เธอหลับตาลงพร้อมกับคำพูดที่ออกมาจากปากของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยได้พูดกัน
“ผมชอบเพลงนะ”
รอยยิ้มหนึ่งปรากฏขึ้นและหายไปพร้อมลมหายใจและเสียงเพลงของเธอ
เธอจากไปอย่างสงบ เป็นวันแรกที่ผมบอกว่าชอบเธออย่างเป็นจริงเป็นจังและเป็นสุดท้ายของเธอที่ได้คุยกับผม และเรารู้จักกันด้วยคำว่า “เพื่อน”ของเธอ
หากแค่วันนั้นผมกล้าที่จะบอกเธออาจจะมีปาฏิหาริย์ย์เกิดขึ้นก็ได้ คุณว่ามั๊ย



โดย : นายก้อนหิน
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com