Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

>> ร้านขายเวลา

เรื่อง :

ร้านขายเวลา

ในตอนค่ำฉันโยนหนังสือสองสามเล่มลงบนโต๊ะอย่างเบื่อหน่ายเวลาอีกไม่กี่เดือน
ก็ถึงฤดูสอบที่เขาจะคัดเลือกพวกเราหนึ่งในจำนวนผู้สมัคร เป็นแสนๆ คน ให้เข้า
ไปเรียนในที่โก้ๆที่ชื่อว่ามหาวิทยาลัยไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องราวอย่างนี้มันเริ่มต้น
ขึ้นที่ไหนฉันเพียงแต่รู้สึกเหมือนว่ามีคนเอารั้วยาวๆสองแถวมากั้นในทุ่งกว้าง
ให้เป็นทางเดินแคบๆแล้วก็ต้อนพวกเราให้เข้าไปเบียดเสียดกันเดินตามทางเดิน
แคบๆนั้นและเมื่อถึงปลายทางเขาก็เปิดประตูรับเราไม่หมดทุกคนคนที่ได้มีโอกาส
เข้าไปก็เป็นเรื่องที่ดีส่วนคนที่ไม่ได้ผ่านเข้าไป แน่ล่ะ...มันก็คงแย่มากทีเดียว จริงอยู่
แม้จะมีทางเลือกอื่นสำหรับบางคนที่จะตัดสินใจมุด หรือปีนรั้วออกไปข้างนอกเพื่อ
หาทางเดินที่ดีกว่า ฉันเองก็อยากเป็นอย่างนั้นบ้างแต่ฉันยังไม่เก่งและกล้าพอ
ฉันเอาคางเกยขอบโต๊ะไล่ปลายนิ้วไปตามสันหนังสือที่ตั้งเรียงรายเป็นแถวยาว
รอให้อ่านต้องลองสู้ดูสิ...สักครั้ง แต่อีกใจหนึ่งก็คอยบอกว่าเดี๋ยว...ยังขี้เกียจอยู่
ขอนอนก่อนขอดูที.วี.ก่อนขอไปเที่ยวก่อนฯลฯเวลาเป็นปีที่เขาเตรียมไว้ให้เรา
เตรียมตัวจึงผ่านไปอย่างไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เพราะความเฉื่อยชาของฉันเองอากาศกำลังดี
ฉันทิ้งตัวลงบนเตียงนอนที่คลุมด้วยผ้าห่มผ้าขนหนูลายนกนางนวลสีเขียวเห็น
หนังสือกองโตที่ยังค้างคารอให้ฉันไปอ่าน พัดลมขายาวส่งเสียงครางเบาๆแล้ว
ฉันก็หลับไปพบตัวเองอีกทีที่หน้าอาคารหลังใหญ่ดูเหมือนจะสร้างด้วยหินอ่อน
ลักษณะคล้ายธนาคารมีบันไดหินสีขาวเป็นมันวับเรียงรายเป็นชั้นๆสุดบันได
ขั้นสุดท้ายมีประตูกระจกติดฟิล์มกรองแสงเข้ม มีป้ายแผ่นหนึ่งแขวนไว้ตรง
ประตูเขียนข้อความว่า“มีเวลาขาย”ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความอยากรู้อยาก
เห็นหรือเพราะอะไรกันแน่ที่ทำให้ขาทั้งสองข้างก้าวขึ้นไปบนอาคารหินอ่อน
แห่งนั้นเมื่อเอื้อมมือผลักประตูกระจกเข้าไปไอเย็นของเครื่องปรับอากาศก็ปะทะ
ร่างกาย สถานที่นั้นดูโอ่โถงและสวยงามดูราวกับห้องรับรองชั้นดี มีโต๊ะไม้สีเข้ม
ตัวยาวซึ่งกองแฟ้มเอกสารเรียงรายอยู่บนนั้นชายหนุ่มคนที่นั่งประจำโต๊ะเอ่ย
ทักทายฉันท่าทางเขาอบอุ่นและเป็นมิตร ” สวัสดีครับ " ” ค่ะ ” ฉันตอบรับคำเขาเบาๆ ”
ผมคิดว่า คุณคงจะไม่ได้มาซื้อเวลาท่าทางคุณยังเป็นเด็กอยู่เลยอายุคงยังไม่เกิน 20" ”
ฉันไม่ได้มาซื้อเวลาหรอกค่ะ ”ฉันตอบไปทั้งๆที่ยังไม่แน่ใจว่าสินค้าหรือบริการอะไร
กันแน่ที่เขากำลังขายอยู่ ” เพียงแต่ว่าฉันอยากมาดู...ผู้คนแล้วก็การซื้อขายของ
คุณเท่านั้น””ตามสบายเลยครับ”เขายิ้มอย่างมีไมตรี“เชิญนั่ง”เขาผายมือไป
ทางโซฟาชุดที่ตั้งอยู่ชิดผนังด้านหนึ่งฉันจึงถอยไปทรุดตัวลงนั่งลูกค้าคน
แรกที่ฉันพบในอาคารขายเวลาคือชายร่างเล็กผอมเกร็งผมขาวโพลน ใบหน้าซีดเหลือง
เขาพยุงตัวให้ก้าวผ่านบันไดทีละขั้นๆอย่างลำบากยากเย็นจนกระทั่งผลักประตูมา
หยุดยืนตรงหน้าชายขายเวลา”ผมมาขอซื้อเวลาที่ผ่านไป...ห้าปี”น้ำเสียงเขา
แหบแห้งและสั่นพร่าอย่างคนที่กำลังป่วยหนัก หมอบอกว่าผมมาหาหมอช้าไปห้าปี
ไม่อย่างนั้นแล้วโรคก็คงมีวิธีรักษาให้หายได้ ” คนต่อมาเป็นชายหนุ่ม
หน้าตาดี แต่งตัวสะอาดสะอ้านเพียงแต่ว่าดูหม่นหมองและหมดหวัง..... ”
ขอซื้อเวลา สามเดือน ” เขาพูดกับชายขายเวลา คุณรู้ไหม ผู้หญิงที่ผมรักเธอ
ไปเมืองนอกเมื่อสามเดือนก่อน เราคบกันมาเป็นปี แต่ผมก็ยังไม่เคยบอกรักเธอ
ทั้งๆที่รักเธอมาก เธอไปโดยไม่รู้อะไรเลย ” ชายขายเวลามีทีท่าว่าเห็นใจ
ฉันคิดว่าเขาเป็นนักขายเวลาที่มีความอดทนมากทีเดียวที่จะต้องพบลูกค้าที่ ล้วนแล้ว
แต่มีปัญหาต่างๆกันไปพร้อมๆกับนึกเสียดายแทนผู้ชายคนนี้ที่เขาผ่านเวลาร่วมปี
ไปโดยเปล่า ประโยชน์ แล้วเพิ่งจะมาเห็นคุณค่าของเวลาเหล่านั้น...เมื่อมันได้ผ่าน
ไปแล้วยังไม่ทันที่ชายหนุ่มคนนั้นจะก้าวพ้นประตูออกไปหญิงสาวคนหนึ่งก็เดิน
สวนเข้ามาหล่อนสวมชุดไว้ทุกข์สีดำ ใบหน้ายังเปื้อนคราบน้ำตาดวงตายังมีรอย
บอบช้ำ”อยากได้เวลาค่ะ สักสองปีปีเดียวหรือเพียงครึ่งปีก็ได้ ” หล่อนพูดด้วย
น้ำเสียงที่เศร้าโศก ” ผมคิดว่าคุณคงมีปัญหาเกี่ยวกับเวลาในอดีตเหมือนคนอื่นๆ
” ชายขายเวลากล่าวขึ้น ” ค่ะ ” หล่อนรับคำเสียงแผ่ว “ คุณแม่ของดิฉันเพิ่งเสีย
เมื่อสองวันก่อน ท่านดีกับดิฉันมากเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจแต่ดิฉันยังไม่ทันทำอะไร
ให้แม่ชื่นใจเลยมีแต่ตั้งแง่ตั้งงอนท่านก็มาด่วนจากไป””คุณเลยอยากซื้อเวลาที่ผ่าน
ไปเพื่อทำดีกับคุณแม่ของคุณ ”ฉันนึกเวทนาหล่อนเวทนาที่หล่อนมาคิดอะไรอะไร
ได้ก็เมื่อสายไปถ้าหากหล่อนได้ทำอะไรไปตั้งนานแล้วก็คงไม่ต้องมานึกเสียดายตอนนี้
วูบหนึ่งจึงนึกย้อนกลับมาที่ตัวเองคนต่อมาเป็นเด็กหนุ่มใบหน้าของเขายังอ่อนเยาว
์แต่พกริ้วรอยความกังวลไว้เต็มเปี่ยม ”ต้องการเวลาเท่าไหร่ดีครับ ”ชายขายเวลาถาม
ขึ้นก่อน ” สองปี ” เขายิ้มอย่างอ่อนเพลีย “ ผมอยากกลับไปเลือกแผนการเรียนใหม่
ผมพลาดไปตอนนั้นบางทีผมอาจเริ่มต้นใหม่ด้วยดีจะได้เรียนวิชาที่ชอบแทนวิชาที่
น่าเบื่อตอนนี้”แล้วเขาก็จากไปเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วฉันเห็นชายขายเวลาหลับตาลง
ในขณะที่กำลังเว้นว่างจากลูกค้า แต่เมื่อฉันขยับตัวเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วหันมายิ้มให้ฉัน
ดวงตาเขาอบอุ่น... เป็นเวลานานเท่าไรก็ไม่ทราบที่ฉันนั่งมองผู้คนเดินผ่านไปมาล้วน
แล้วแต่มี ท่าทีวิตกกังวล ผิดหวัง เสียดาย เสียใจแล้วก็มาซื้อเวลาไปเพราะว่าพวกเขา
ได้พลาด สิ่งที่น่าจะทำในอดีตแล้วชายขายเวลาก็ปิดแฟ้มพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาทางฉัน
สักครู่จึงเดินมาทรุดตัวนั่งเก้าอี้โซฟาข้างๆ” จะปิดร้านแล้วหรือคะ ” ฉันถาม ”ครับ...
ได้เวลาแล้ว””ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้ฉันเห็นจะกลับเสียที”ฉันว่าแม้จะ
ไม่แน่ใจว่าฉันจะกลับไปไหน...อย่างไร...”เชิญครับขอให้คุณโชคดีจงใช้เวลาของ
ทุกวินาทีที่ผ่านไปอย่างคุ้มค่า ผมหวังว่า...คงจะไม่ได้เห็นคุณมาที่นี่เพื่อซื้อเวลา
เขากล่าวในที่สุด...”ขอบคุณมากค่ะฉันจะไม่ลืมคุณ...และที่นี่”ฉันลุกขึ้นยืนทันใดนั้น
ไฟก็ดับวูบฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่เอื้อมมือไปรูดผ้าม่านหน้าต่าง
สีครีมพบว่าท้องฟ้ายังไม่สว่างดีและไก่ก็ยังไม่ขันฉันลุกขึ้นมาเก็บที่นอนและกระโดด
เข้าห้องน้ำอย่างสดชื่นแล้วถึงกลับเข้า นั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือตัวเดิมซึ่งฉันไม่เคย
จริงจัง ด้วยมานานแล้วคิดอยากจะฮัมเพลงไปด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดอยู่ว่าจะทำลายสมาธิ
ในการอ่านหนังสือวูบหนึ่ง... ฉันรู้สึกดีใจที่ฉันยังมีเวลาเหลืออยู่ยังไม่สายเกินไป
ที่จะเริ่มลงมือทำ อะไ รๆอย่างมีความหวังไม่เหมือนกับผู้คนเหล่านั้น...ที่ฉันพบที่..
.อาคารขายเวลา

โดย : คนตัวดำ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 46 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com