Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

>> ทวนเทวดา ตอน สหายน้ำมิตรเป็นไฉน

เรื่อง :

ทวนเทวดา ตอน สหายน้ำมิตรเป็นไฉน

สหายน้ำมิตรเป็นไฉน

ตามทางเดินสัญจร ยังมีผู้คนเดินเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ตามบริเวณที่เพิงขายสินค้า คนพเนจร และพ่อค้ากองเกวียนอีกคนต่างหมู่บ้าน ตำบล ผ่านมาหมู่บ้านนี้ต่างซื้อสินค้ากลับไป ทั้งสองเดินผ่านผู้คนและอดที่เหลียวมองสินค้าแปลกใหม่ไม่ได้ โดยเพราะ ไทซู่ด้วยแล้วดูนางตื่นเต้นไม่น้อย สายตานางเพ่งมองร้านสินค้าและเครื่องประดับกายของสตรี หันซู่กล่าวดูท่า ท่านจะตื่นเต้นไม่น้อย ไทซู่ “ ข้าไม่ค่อยได้มาบ่อยนัก นานทีจะมาซื้อของจำเป็นกลับไปกักเก็บไว้เป็นสะเบียง กว่าจะหมดเป้นเวลา เกือบ2 เดือน งั้นวันนี้พวกเราซื้อเสบียงอาหาร กลับบ้านกัน แต่ที่สำคัญตอนนี้ ต้องรีบหาม้าให้พบก่อน ข้างหน้ามีโรงเตี๊ยม พวกเราเข้าพักและรับประทานอาหารกัน ทั้งสองเดินเข้าไปยังโรงเตี้ยม เห้นบริเวณล้อมล้อบด้วยกำแพงต่ำ มีโคมไฟผูกห้อยลงจากซุ้มเสาประตูทั้งสองข้าง
ภายในบริเวณยังมีคอกม้า ปลูกเป็นเพิงมุงบัง กระทั่งถังน้ำรางหญ้าจัดเตรียมแต่ไม่ปรากฏม้าสักตัวเดียว ทั้งสองเดินเข้าโรงเตี๊ยมทันที โรงเตี๊ยมเป้น 2ชั้น ชั้นล่างเลี้ยงรับรองสุราอาหาร ชั้นบนเป้นที่พักหลับนอนเพียงห้องเดียวเท่านั้น ภายในห้องชั้นล่างมีโต๊ะสี่เหลี่ยมจัดรับรองเพียง 3 โต๊ะ เป็นโต๊ะไม้ไผ่ เก้าอี้เป้นกระดานยาวจัดวางไว้สี่ด้านของโต๊ะ เสียวเอ้อและเจ้าของร้านยังคงคอย ต้อนรับ ด้านในสุด ปรากฏ ชายชุดดำรูปร่างหญ่ 2 คนสวมชุดขนสัตว์ เปิดหน้าอกอันกำยำล่ำสัน สพายดาบบนหลัง กำลังนั่งกินดื่มพวกมันไม่ได้สนทนากันทั้ง ไม่ได้สนใจมองหันซิ่นที่เดินเข้ามาในห้อง อีกด้านหนึ่งชายรูปร่างสูงใหญ่ใส่ชุดสีขาวมองดูเก่าและจางซีด ผูกสายรัดเอวสีดำเหน็บไว้ด้วยขวานเล่มหนึ่งเป็นขวานธรรดาที่วาววับนอกนั้นไม่มีพิเศษแต่อย่างใด มันใส่หมวกคลุมปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง นั่งกินดื่มเพียงคนดียว หันซิ่นและไทซู่นั่งลงเก้าอี้ ข้างโต๊ะของมัน สั่งอาหารรับประทานทันที ทั้งสองสนทนากัน หลายเรื่องราว รวมทั้งการเป็นอยู่ของไทซุ่ และลุงฉิน หันซิ่นจึงทราบว่า นางเป้นกำพร้ามารดาตั้งแต่เล็ก ก่อนมีเงินบ้าง เดี๋ยวนี้เป้น
อยู่ อย่างลำบาก อาศัยทรัพย์สะสมไว้แต่ก่อน ยังประทังชีวิตการเป้นอยู่ได้ ไทซุ่ อายุนางเอง
ปีนี้ 20 แล้ว ยังคงไม่เคยคบหาชายหนุ่ม กระทั่งไทซู่ ถามเกี่ยวกับมันบ้าง หันซิ่นบอกเกี่ยวกับมันเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น ครู่หนึ่ง นางเหมือนนึกอะไรได้บางอย่างพลันถามหันซิ่นว่า ท่านไม่สั่งสุรา ท่านไม่ดื่มสุราหรือ ที่นี่มีสุรา หันซิ่น “ข้าไม่ดื่มสุรา ข้าไม่เคยดื่ม ไทซู่ พลันเสียงดัง “ แปลกมาก ท่านดื่มสุราไม่เป็น
ชาวยุทธกระทั่งชาวบ้าน ชมชอบการดื่มสุรา แต่ท่านกลับไม่ดื่ม นางหยุดคำพูดหน่อยหนึ่งก่อนถามอีกว่า แล้วนารีหล่ะ...ท่านเคย...หยุดคำพูดเพียงเท่านั้น ใบหน้านางกลับแดงยิ่ง นางช่างกล้าถึงคงเพียงนั้น
หันซิ่นเข้าใจ นางหมายความเยี่ยงไร มันเพียงคิด นี้คงเป็นนิสัยประหลาดอย่างหนึ่งของนางที่ชอบจู่โจมมันให้ตลึงงัน หันซิ่นทั้ง ไม่ได้ถือสาหรือตำหนินางแม้แต่น้อย ทั้งนี้เพราะมันไม่ได้ปรารถนาร้ายต่อนางทั้งคิดว่ามันควรเข้าใจและยอมรับนิสัยของนาง มันกลับตอบด้วยสีหน้าปกติว่า ข้าไม่เคย.. เพียงประโยคเดียวเท่านั้น.. พลันมีเสียงหัวเราะขบขันยิ่งขึ้นดังยิ่ง มาจากข้างหลังของหันซิ่น ที่แท้เป็นเสียงของคนชุดขาวเหน็บขวานที่เอวนั่นเอง มันนั่งฟังพวกเขาสนทนากันกระทั่งบัดนี้จึงหัวเราะขึ้นเสียงดังอย่างขบขันเหลือประมาณ หันซิ่นยังไม่ทันเอ๋ยคำ มันพลันกล่าวว่า ท่านดูอายุประมาณนี้แล้ว ยังไม่เคยลิ้มลองกระทั่งสุรานารี นับว่าแปลกมาก นารีที่นั่งข้างเท่านเช่นกันมันกล่าวจบพรางหัวเราะขึ้นอีก หันซิ่น ไม่ได้เหลียวมองทั้งไม่ทราบใบหน้าของมันแปรเปลี่ยนอย่าง เอ๋ยขึ่นด้วยเสียงเป็นปกติว่า สหาย ในยุทธภพมีเรื่องราวแปลกมากมาก ที่ท่านเห็นว่าแปลกเปรียบเป็นใบไม้ในกำมือ จะเทียบกับใบไม้ทั่วทั้งป่าได้อย่างไรท่านเหมือนคนตัดฝืน แต่กลับมีขวานที่เปล่งพลังปราณออกมา ที่แท้หันซิ่นสัมผัสรู้ตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาทีแรก บุคคลในร้านล้วนไม่ใช่คนธรรดา กระทั่งคนชุดดำ 2 คนที่นั่งไม่กล่าววาจาใด กลับมีรังสีของการเข่นฆ่าปรากฏ ไทซุ่ นางพลันตะลึงไปแล้ว หันซิ่นกล่าวต่อท่านไม่มีรังสีเข่นฆ่า แต่ขวานของท่านกลับมีพลังปราณ ชายชุดขาว” สหายท่านพูดเกินจริงแล้ว ข้าเป้นเพียงชาวบ้านมีมีอาชีพตัดฝืนขายเท่านั้น จะมีพลังปราณได้อย่างไร ขวานของข้าเป็นขวานธรรมดาสำหรับตัดไม้ ทำฟืนไม่ได้ใช้ฟาดฟันผู้ใด ข้าเพียงขบขันคำพูดของท่านเท่านั้นใยท่านถือสาถึงป่านนี้ มันกล่าวไม่ได้หันกลับมอง แม้กระทั่งสีหน้าของมันไม่ทราบว่าแปรเปลี่ยนอย่างไรแล้ว หันซิ่น “สหายท่านอย่าโกรธ ปากข้าเร็วเกินไป ในเมื่อท่านหัวเราะขบขันข้า ข้าไม่ถือสา ท่านก็ไม่ควรถือสาข้า ชายชุดขาวตอบ “ได้ พวกเราไม่ติดหนี้เคืองใจ
หันซิ่น “ ในเมื่อต่างคนไม่ถือสา ท่านใยมาร่วมโต๊ะรับประทานสนทนากับพวกเรา ชายชุดชาว “
ขอบคุณ ที่ท่านมีน้ำใจเซื้อเชิญ แต่โต๊ะท่านไม่มีสุรา ไม่มีสุราเกรงว่าไม่อาจรับคำเชิญ
หันซิ่น “ ดูท่านจะชมชอบการดื่มสุรา ไม่ทราบว่าท่านจะสอนข้าดื่มสุราได้หรือไม่ “”ชายชุดขาวพลันหัวร่อร่า ฮ่า ท่านไฉนอยากเรียนการดื่มสุรา สุราทำให้มึนเมาซ้ำยังทำลายสุขภาพ หันซิ่น เมื่อสุราทำลายสุขภาพท่านยังชอบดื่มมัน ชายชุดขาว “ นั่นเพราะสุรายังมีข้อดีอยู่บ้าง หันซิ่น “ข้อดีสุรายังมีข้อดีอีกหรือ ชายชุดขาว กล่าว “ดี หรือไม่ดี อยู่ที่ไหน มืดกับสว่างอยู่ที่เดียวกัน แต่ปรารกฏไม่พร้อมกัน น้ำร้อนน้ำเย็นก็เป็นน้ำเช่นกัน เมื่อมีร้อนย่อมมีเย็น ความสุขความทุกข์กลับอยู่ที่เดียวกัน สุราเมื่อทำลายสุขภาพได้ย่อมบำรุงสุขภาพได้เช่นกัน ท่านเคยได้ยินบ้างหรือ หมอเทวดาใช้สุราเป็นส่วนผสมตัวยารักษาโรคที่หมออื่นรักษาไม่หาย ให้หายสนิทได้ กระทั่งเหล่าทหารผู้กล้าดื่มสุราสร้างความเหิมให้แก่จิตใจสามารถสู้ข้าศึกได้อย่างไม่ยำเกรงกลับได้ชัยชนะ นี่ใยไม่ใช่ข้อดีของสุรา มันกล่าวจบพลันเงียบเสียงทันที หันซิ่น “ ท่านกล่าวได้น่าฟังยิ่ง ข้าเห็นจะไม่ดื่มสุราไม่ได้แล้ว “ ...คนชุดขาว “เอ่ยขึ้นว่า
เกรงว่าวันนี้ข้าคงสอนท่านดื่มสุราไม่ได้แล้ว สิ้นคำพูดของมัน พลันหันวับทันที เสียงดังเคร้ง..อย่างแรง
เมื่ออาวุธกระทบกันเป้นขวานที่เหน็บอยู่เอวของมัน แปรเป็นยกขึ้นตั้งรับประทะกับดาบเล่มหนึ่ง ชายชุดดำ2คนที่เงียบอยู่นานพลันลงมือ ร่างของคนชุดขาวกระเด้นชนกับโต๊ะ เสียงดังโครมใหญ่ เซถลาประทะกับผนังห้องเสียงดังพลักล้มลงนั่งตรงนั้นยังไม่ทันลุกขึ้น ชายชุดดำอีกคนถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วพรางเงื้อดาบคมกริบหมายฟันตรงคอ ทันใดเกิดเสียงแหลมดังเฉียบ .. ทีหนึ่งร่างคนชุดดำพลันกระเด็นเอนเอียงไปประทะกับผนังห้องดาบกระเด็นหลุดมือ มันทรุดลงตรงนั้น ด้านข้างลำคอปรากฏบาดแผลลึกโลหิตไหลทะลักออกมา เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วผู้คนไม่ทันคาดคิด กระทั่งไทซู่ตลึงงันไปแล้ว ไม่อาจขยับตัวและส่งเสียงได้นางรู้สึกชาไปทั่วทั้งร่าง มือเท้าเย็นเฉียบ ร่างนางสั่นระริก กับภาพที่อยู่เบื้องหน้า บัดนี้ในมือของหันซิ่นพลันปรากฏมีทวนเล่มหนึ่ง ปลายทวนวาววับ มันยืนตัวตรง ใบหน้าคงเย็นชาเป็นปกติ
หันซิ่นลงมือเมื่อใด ทวนแทงออกอย่างไร ผู้คนไม่ทันสังเกตุ ทว่าชายชุดดำอีกคน ตกตลึงไปแล้ว เพื่อนของมันตายต่อหน้า มันไม่คิดต่อสู้เนื่องจากประสบการณ์สอนมันว่า เจอยอดฝีมือเข้าแล้ว กลับไม่กล้าเอาชีวิตเข้าเสี่ยง ควรรักษาชีวิตไว้เป้นดี ไม่คาดคิดมันโถมถลันออกจากห้องไปทันที กระทั่งเหตุการณ์กลับสู่ปกติ เถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อคงหลบอยู่ตรงมุมห้อง ชายชุดขาวกำลังพยุงร่างตนลุกขึ้นอย่างลำบาก ไม่ทันสังเกตุ กลับปรากฏมือข้างหนึ่งยืนมาตรงหน้า มันแหงนขึ้น กลับเป็นหันซิ่นยืนอยู่ตรงหน้า มันพึ่งได้เห้นเป้น
ครั้งแรก บุรุษที่มันหันหลังสนทนาโต้ตอบนั้นเป้น บุรุษหนุ่มที่ทั้งแววตาและใบหน้า
ไม่เป็นเหมือนคนที่สังหารชีวิตผู้อื่นไปเมื่อครู่ กลับมีแววกรุณา””หันซิ่น กล่าว”ลุกขึ้นสหาย ท่านเป้นอย่างไรบ้าง น้ำเสียงไม่แข็งกระด้างยังแฝงด้วยความเป็นมิตร มันเกาะกุมมือของหันซิ่นค่อยพยุงตัวลุกขึ้นอย่างลำบาก กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง..หันซิ่นประคองมันมาที่เก้าอี้ กลับสังเกต ชายคนนี้รูปร่างล่ำสัน หนวดเครายังรุ่งรัง อีกด้วยมองดูคงอายุคราวเดียวกับมัน ชายชุดขาวกล่าว ขอบคุณ ขอบคุณยิ่ง
ครั้งนี้ข้าติดหนี้ชีวิตท่าน หันซิ่น “ ท่านไม่ต้องติดหนี้ข้า ชีวิตท่านเป้นของท่าน ทั้งไม่ ต้องกังวลเรื่องทดแทน ข้าชอบความอิสระเสรีมากกว่า การให้ผู้อื่นเป็นหนี้ ขึ้นชื่อว่า หนี้ย่อมมีแต่ทุกข์ :ซ้ำทำให้ผู้คนหลับยากกลับนอนเป้นทุกข์ .. ชายชุดขาว “ ท่านกล่าวได้น่าฟัง คนเช่นกับท่านนับว่าหายากยิ่ง ในยุทธภพมีแต่ความแก่ง
แย่งชิงดี เอาเปรียบผู้ที่ด้วยสามารถ ข้าชื่นชมท่านนัก ไม่คาดคิดชายชุดขาวกล่าวว่า
พวกเราเป็นสหายกันได้หรือไม่ หันซิ่น ตอบ ได้พวกเราเป็นเพื่อนกัน ข้าชื่อ หันซิ่น ชายชุดขาว ข้าชื่อ เติงไห่ แต่นั้นสถานการณ์กลับทำให้พวกเขาทั้ง 2 เป้นเพื่อนกัน เติงไห่รู้สึกทราบซี้งน้ำใจหันซิ่น หันซิ่น เองนิสัยไม่ประสาผู้คนกลับรู้สึกอัธยาสัยกับมัน เติงไห่กล่าว บ้านข้าอยู่เชิงเขา ไกลออกไป ท่านไปเยี่ยมและดื่มสุรากับข้าได้หรือไม่ หันซิ่น หัวเราะ ต้องไปแน่ เพราะท่านยังไม่ได้สอนการดื่มสุราให้กับข้า แต่ต้องให้ข้าทำธุระเสร็จก่อน เติงไห่ ธุระเช่นใดบอกข้า ช่วยท่าน แม้ลำบากบั่นภูเขาข้าสู้ยอมตายพร้อมกับท่าน มันกล่าวถ้อยคำหนักแน่นยิ่งเช่นเดียวกับร่างที่กำยำล่ำสันของมัน หันซิ่น “ พวกเราตามหาม้าที่ถูกขโมยไป ท่านไม่ต้องลำบากครานี้ท่านได้รับบาดเจ็บควรต้องรักษาตัว ไว้เสร็จธุระ ข้าไปเยี่ยมท่านแน่ พลันเนิ่นนาน เสียงของไทซู่เพิ่งเอ๋ยขึ้น พวกท่านสนทนากันรอพวกมันกลับมาหรือ พวกเรารีบไปกันได้แล้ว..ไม่กล่าวมากความ ทั้งสองเห็นด้วยกับคำพูดของนาง หากอยู่ที่นี้นานไม่ดีนัก ผู้คนเข้ามาจะพานเป้นเรื่อง
หันซิ่นจ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมดให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมพร้อมค่าเก็บซากอีกหนึ่ง
พวกเขาทั้ง สามออกจากห้องนั้นทันที
ขณะพ้นประตูห้องไทซู่นางพลันร้องขึ้นเสียงดัง นั่นเป็นตี๋ลุ่ย ม้าของข้า พวกมันหันมองควับเห็น อาชาสีดำสนิท สนิทยิ่งจริงๆราวหินเหล็กนิลเป้นมันเมี่ยม รูปร่างสูงใหญ่ กว่าม้าทั่วไปมาก
มันยืนสงบนิ่ง ครั้นได้ยินเสียงของนางร้องเรียก กลับแสดงอาการคึกคะนอง ร้องลั่น ยกสองขาขึ้น ตะกุยอากาศ ไทซู่เข้าไปใกล้กอดคอและลูบไปตามแพงขนของมัน นางกล่าว ข้านึกว่าจะไม่เจอเจ้าแล้ว พรางแสดงอาการดีใจ เติงไห่ เพ่งมองอาชาสีนิลอย่างพินิจ เอ่ยขึ้นว่า นี้เป็นอาชาชั้นยอด หายากยิ่ง แทบหาไม่ได้ด้วยซ้ำ ตามลักษณะที่ข้าเคยได้ยินมา เช่นนี้เป็นพันธ์ม้าพิสดาร หายาก จะมีก็ในแถบของพวกมองโกล และในหุบเขาลึกทางธิเบตเท่านั้นสองร้อยปีถึงปรากฏหนึ่งตัว มันวิ่งได้เร็ว ยิ่งกว่าม้าฝีเท้าดี ถึง 5เท่า อดทนทายาดดังขุนเขา ยามได้ออกศึกสู้ยิ่งคึกคะนอง ไม่หวาดหวั่นต่ออาวุธทิ่มแทงอื่นใด อีกทั้งมีอายุยาวนานอีกด้วย หันซิ่นพลันถาม
ที่แท้ม้าของท่านเป็นยอดอาชา ท่านได้มันมาเยี่ยงไร ไทซุ่ “ท่านพ่อของข้าได้จากพ่อค้าม้าทางธิเบต
ที่ผ่านมาพักหมู่บ้าน ได้สนทนาถูกอัธยาศัยต่อกัน พ่อค้าม้าคนนั้นได้มอบมันให้ท่านพ่อครั้งมันยังไม่ไม่โต เพื่อเป็นของกำนัลน้ำใจระลึกต่อกัน พ่อข้าเลี้ยงมันมาและข้าก้อรักมันด้วย
นางพรางโอบลูบหลังของมัน พ่อข้าตั้งชื่อมันว่า ตี๋ลุย หันซิ่น “ที่แท้กลับเป้นเช่นนี้ ไทซุ่ กล่าว
พวกเรา ยังไม่ทราบเป้นผู้ใดขโมยมา และนำมาผูกไว้ที่นี่ คนผู้นั้นกลับไม่ปรากฏตัว หันซิ่น “ ช่างเถอะ พวกเราได้ม้าคืนนับว่าโชคดีแล้ว นี่ก็เย็นมากแล้ว กว่าจะถึงหมู่บ้านคงค่ำ พวกเราร่ำลากันตรงนี้เสียเลย
เติงไหพวก ท่านทั้งสองรักษาสุขภาพด้วย หันซิ่นท่านอย่าลืมไปหาข้าหล่ะ หันซิ่น เช่นนี้เดียวกัน ท่านรักษาตัว พวกมันร่ำรากัน กระทั่งแยกทาง ...






โดย : สิบทิศ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 13 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 44 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com