Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

>> นินจาสาวน้อยจอมแก่น 2

เรื่อง :

นินจาสาวน้อยจอมแก่น 2

ในดินแดงแห่งความลึกลับที่ท่านผู้อ่านจะได้เผชิญถึง และในความวุ่นๆๆนั่นเอง ก็ทำให้ได้พบกับ สาวน้อยวัยรุ่น ที่รักที่จะฝันและต่อสู้เพื่อจะประสบความสำเร็จ แต่ต้องมา เผชิญหน้ากับอุปสรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ติดตามพบกันใน
ต้นเรื่อง
ในช่วงปิดภาคฤดูร้อน
“นิลดา ตื่นได้แล้ว ’’ นี่คือกิจวัตรประจำวันของ มิตรภาพ พี่ชายของเธอ ที่ต้องปลุกสาวน้อย
ขี้เซา ที่ชอบทำตัวเป็นนินจา จนได้รับฉายาว่า นินจา เมื่อตื่นนอนแล้วนินจาก็ลุกขึ้นแปรงฟันด้วยความงัวเงีย
แล้วจึงลงไปรับประทานอาหารเช้า พร้อมกับ แคมมี่ เจ้าแมวน้อย แมวเพศเมียพูดได้ ที่โดนแม่มดสาปจากเทพธิดาน้อยให้เป็นแมว
“ เช้าวันนี้มีอะไรทานบ้างคะ ” นินจา ถามพร้อมกับเสียง ท้องร้อง
“ วันนี้มีข้าวต้มกุ้ง ซุปเห็ดหอม กุ้งเทมปุระ และ ขนมปัง ของโปรดลูกไงจ้ะ ”
“ เย้ ดีใจจังเลย ” แล้วนินจาจึงรีบทานจนหมด แล้วขออนุญาต แม่ไปเที่ยวเล่นข้างนอก
แม่จึงอนุญาต แล้วบอกให้กลับบ้านก่อน 5 โมงเย็น

ตอนที่ 1 ผจญภัยครั้งแรก
ในลานกว้าง
ความจริงที่นินจาเธอตั้งใจออกมาข้างนอกเพื่อจะมาหาทางช่วย แคมมี่ให้กลายเป็นเทพธิดาน้อยได้ดังเดิม
แต่กลับต้องมาพบเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อละมุด น้องของเพื่อนเธอ ได้นำหนังสือแปลกประหลาด และมอบให้นิน ด้วยความสงสัย นินจึงเปิดดู แล้วจึงสลบไปพร้อมกับ แคมมี่ เมื่อตื่นขึ้นก็รู้สึกเหมือนว่า อยู่ในห้องกว้าง โดยพวกเธอไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วพวกเธอถูกหนังสือดูดมา
“ แคมมี่นี่เราอยู่ที่ไหนกันนี่ ” นินถาม
“ ดูเหมือนที่นี่ไม่ใช่ลานกว้าง ” เจ้าแมวเหมียวตอบด้วยสีหน้างุนงง
ในหนังสือเรื่องแรก พวกเธอต้องผจญภัยไปในเรื่องของความคิด นี่คือบันไดก้าวแรกของเธอ
และแล้วนินจาก็เดินทางไปเรื่อยๆๆ เพื่อหวังจะพบทางออก แต่ก็ต้องเจอ กับประตูบานใหญ่สีแดง ที่ส่งเสียงถามมาว่า
“ระหว่าง ความสุขในการทำอยู่กับสิ่งที่เป็นอดีต กับ ความก้าวหน้าที่เราต้องฝ่าฟันกับสิ่งที่เป็นอนาคต เธอจะเลือกอะไร นี่คือด่านแรกของเธอ”
นินและแคมมี่ครุ่นคิด สักครู่ แล้วจึงตอบพร้อมกันว่า “ คนเราเมื่อเกิดมาแล้วต้องหมั่นแสวงหาความก้าวหน้าอยู่เสมอ ถึงแม้เราจะมีความสุขในการทำอยู่กับสิ่งที่เป็นอดีตก็จริง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เราเพิ่มความรู้ และประสบการณ์มากขึ้นเลย ” และแล้วประตูบานใหญ่นี้ก็เปิดออก พร้อมกับมีสิ่งของ สองสิ่งให้เลือก ระหว่าง เงิน กับ ปัญญา พวกเธอเลือก ปัญญา และแล้วประตูบานใหญ่ก็ได้กลายร่างเป็นเทพบุตรน้อย แล้วกล่าวขอบคุณที่ทำให้พ้นคำสาป แล้วให้ข้อคิดเป็นปริศนาว่า “ ยิ่งเรียนก็ยิ่งรู้ ยิ่งดูก็ยิ่งจำ ยิ่งทำก็ยิ่งเก่ง ”แล้วจึงหายตัวไป เมื่อพวกเธอเดินทางมาเรื่อยๆก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย จนมาพบกับประตูบานที่ 2 ซึ่งก็คือหนังสือหน้าที่ 2 นั่นเอง
กล่าวถึง มิตรภาพ เมื่อ 5 โมงเย็นแล้วยังไม่เห็นน้องสาว กลับบ้าน ด้วยความเป็นห่วง จึงออกไปตามหา บังเอิญพบกับ ละมุด
“ ละมุด เห็นนินจาบ้างไหม ” “ เห็นแต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว ” ละมุดตอบด้วยความไร้เดียงสา
“ หมายความว่ายังไง คือพี่ไม่เข้าใจ ” “ ก็ตอนบ่ายๆ หนูเจอหนังสือแปลกๆเล่มหนึ่งจึงเอาไปให้พี่นินที่ลานกว้าง แล้วก็ไม่เจอ พี่นินอีกเลยค่ะ” “ ขอบใจมากจ่ะ ” ว่าแล้วมิตร จึงออกไปตามหานิน ที่ ลานกว้าง ก็ได้พบแต่หนังสือวางอยู่บนชิงช้า
“ เอ หรือนี่จะ เป็นหนังสือที่ละมุดบอก ” มิตรคิดในใจ แล้วจึงกลับบ้านพร้อมกับหนังสือเล่มนั้น
มิตรเปิดดูด้วยความแปลกใจแต่ก็ต้องถูกดูดเข้าไปอีกคน



ตอนที่ 2 ผจญภัยกับพี่ชาย
ประตูบานที่ 2 ในหนังสือหน้าที่ 2

หลังจากที่มิตรถูกดูดเข้าไปแล้ว ก็ได้พบกับนิลดาและแคมมี่ ทั้งสามจึงได้ผจญภัยไปด้วยกัน เมื่ออยู่ หน้าประตูบานเล็ก สีฟ้าและมีเสียงดังจากประตูมาว่า “ เธอเลือกคบผู้หญิงอย่างไร ระหว่าง หน้าตาสวย ร่ำรวย ฉลาดแกมโกง กับ หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ แต่มีสติ และจิตใจงาม ” มิตรกับนิลดา จึงได้ถกเถียงกัน
“ พี่ว่า หน้าตาสวย ร่ำรวย แหละดีที่สุด เพราะ ปัจจุบันเงินสำคัญที่สุดในชีวิต และอีกอย่าง คนเราถ้าฉลาดก็สามารถ เอาตัวรอดได้ ” มิตรพูด
“ แต่นินว่า ผู้หญิงเปรียบเหมือนดอกไม้ ถ้า หน้าตาสวย ร่ำรวย ฉลาดแกมโกง ก็เปรียบ เหมือนดอกไม้ ที่มี สีสวย แต่กลิ่นไม่หอม ดังดอก อุตพิด
ส่วนผู้หญิงที่หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ แต่มีสติ และจิตใจงาม ก็เปรียบเหมือนดอกไม้ที่ไม่สวย แต่มีกลิ่นหอม นะคะ ” นินแย้ง
“ แต่แคมมี่เห็นด้วยกับ นินนะคะ การเลือก คบคนให้ดูที่จิตใจ ไม่ใช่ หน้าตาและฐานะ เมี้ยว ”
“ อ้าว อย่าช้า ไปใย เดี๋ยวหมดเขตร่วมสนุกตอบคำถามนะ ” ประตูเร่งให้รีบตอบ
ทั้งสามจึงชุมนุมกันแล้วตกลงเลือกข้อ 2 เสียงประตูหัวเราะแล้วจึงเปิดออก พร้อมกับมอบรถเหาะที่สามารถพับเก็บได้ เป็นของขวัญ พร้อมกับให้ข้อคิดเป็นปริศนาว่า “ คำพูดของคนซื่อสัตย์ คือ คำมั่นสัญญา ”
และแล้วก็มีสายรุ้งส่องผ่านมา ทั้งสามจึง ได้ลองเดินไปดู ก็มีสายลม พัดแรงจัด พัดพาพวกเขาทั้งสามไป เมื่อรู้สึกตัวก็พบว่าอยู่ในลานกว้าง
“ เอ นี่พวกเรา กลับมาได้แล้ว ” ทั้งสามพูดพร้อมกันด้วยความดีใจ
“ พี่มิตรแล้วหนังสือเล่มนั้นล่ะคะ ” นินถาม
“ อ๋ออยู่ในห้องพี่เองล่ะ ”
“ แคมมี่ว่า พวกเรากลับบ้านกันเถอะค่ะ ป่านนี้ที่บ้านเป็นห่วงกันแย่ ”
ทั้งสามจึงพากันกลับบ้าน ด้วยกันพร้อมการผจญภัยที่ไม่เคยลืมเลือน
มิตรรูไม่รู้จะทำอย่างไรดีจึงนำหนังสือไปวางที่ลานกว้างดังเดิม โดยที่นินก็เห็นด้วย


ตอนที่ 3 เปิดภาคเรียน
ที่โรงเรียน

“ ตื่นได้แล้ว สายแล้ว วันนี้เปิดเทอมวันแรกด้วย ” เสียง มิตรเรียกน้องสาวดังเดิม
“ โถ่ พี่มิตรขอนอนอีกแป๊บนึง น่า เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย ” เสียงนินพูดด้วยความงัวเงีย แล้วจึงหลับต่อ
“ ไปสายไม่รู้ด้วย พี่ไปโรงเรียนก่อนนะ ”
แล้ววันนี้นินจึงไปโรงเรียนสายอีกตามเคย
ตอนพักกลางวัน
“ นินทำไมวันนี้มาสายอีกแล้ว ” เสียงของมะนาวเพื่อนสนิทของนิน พี่สาวของละมุดถามด้วยความเป็นห่วง
“ พอดีเมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย ” นินตอบ พร้อมกับชวนมะนาวไป สนามบาส
“ นินรู้ไหม พี่ชายเธอได้เป็น ดี.เจ โรงเรียนด้วย ” มะนาวบอกข่าว
“ อะไรนะ พี่มิตรนี่นะได้เป็น ดี.เจ โรงเรียนด้วย ไม่อยากจะเชื่อ ” นินแปลกใจ
เสียงกริ่งบอกหมดเวลา เป็นสัญญาณให้นักเรียนทุกคนต้องหยุดกิจกรรมต่างๆ แล้วเดินไปเข้าแถวฟังการอบรม และนี่ก็เป็นกฎอย่างหนึ่งของโรงเรียน
“ วันนี้มีข่าวจะมาประชาสัมพันธ์ ว่า ขณะนี้ได้มีนักเรียนทางโรงเรียนได้หายไปอย่างลึกลับ เด็กผู้นั้นคือ เด็ก แก๊ง นกเอี้ยง
ครูก็เลยอยากให้นักเรียนให้ความร่วมมือ ถ้าพบเบาะแสให้รีบมาบอกครู งั้นครูจะให้นักเรียนหยุด 3 อาทิตย์ เพื่อช่วยกัน
ตามหา แก๊งนกเอี้ยง”
ที่โรงเรียนมีแก๊ง นักสืบแข่งขันกัน 3 แก๊ง
1 แก๊ง super boy เป็นแก๊ง ของนร.ชาย คู่แข่งของ แก๊งนินจา นำทีมโดย มิตรภาพ กล้าหาญ ชัยนคร พล และ วิทย์
2 แก๊ง นินจา ( super girl ) เป็นแก๊งของ นิลดา มะนาว พุทรา ผักกาด และ ส้มโอ
3 แก๊ง spicy นำทีมโดย ลูกน้ำ บี แซด ปัท เปาเปา เอ ซี และ รัชดา
และเหตุการณ์นี้ ทำให้ทั้ง 3 แก๊ง ต้องแข่งขันกัน เพื่อตามหาแก๊งนกเอี้ยง แต่ทั้งสามต่างมีจุดประสงค์ต่างกัน
แก๊ง super boy และ แก๊ง นินจา ( super girl ) ต้องการที่จะช่วยแก๊งรุ่นน้องไม่ให้ได้รับอันตราย และไม่ได้ต้องการชื่อเสียงใดใด
แต่ แก๊ง spicy ต้องการได้รับชื่อเสียงและคำชื่นชม จากนักเรียนในโรงเรียน และหวังรางวัลจากครูใหญ่

ตอนเย็น
วันนี้นินได้นัดมะนาว พุทรา ผักกาด และส้มโอ ให้ไปที่ลานกว้าง เพื่อจะได้ปรึกษาเรื่องการหายตัวไปของแก๊ง
รุ่นน้อง หรือแก๊งนกเอี้ยงนั่นเอง นิลดาสงสัยว่า การหายตัวของแก๊งนกเอี้ยงต้องเกี่ยวข้องกับหนังสือแปลกประหลาดเล่มนั้นแน่ๆ
“ ฉันว่าก็อาจจะเป็นไปได้นะ เพราะว่าเมื่อวันก่อนฉันกับพุทราขี่จักรยานผ่านมาแถวนี้ แล้วก็เห็นแก๊งนกเอี้ยงเล่นอยู่ที่ลาน กว้างด้วย ” มะนาวเสนอความคิดเห็น
“ ฉันก็เห็นด้วยกับมะนาวนะ เพราะตอนที่ฉันกับมะนาวขี่ผ่านมาอีกที แก๊งนกเอี้ยงก็หายไปแล้ว แต่ตอนนั้นฉันคิดว่า พวก เขาคงกลับบ้านไปแล้ว ” พุทราเสนอความเห็นบ้าง



เหตุการณ์การหายตัวไปของแก๊งนกเอี้ยงในครั้งนี้ เป็นเหตุที่ทำให้นิลดาต้องเข้าไปผจญภัยในหนังสือแปลกประหลาดเล่มนั้นอีก
พอนิลดากลับบ้านก็ไปหาคุณแม่และพี่มิตรภาพ
“ คุณแม่คะ ครูใหญ่บอกว่าขณะนี้ได้มีนักเรียนทางโรงเรียนได้หายไปอย่างลึกลับครูก็เลยให้นักเรียนหยุดเรียน 3 อาทิตย์ เพื่อช่วยกันตามหา แก๊งนกเอี้ยง แต่เพื่อนๆ ชวนหนูไปเที่ยว หนูขอไปได้ไหมคะ แล้วหนูก็ขอพาเจ้าแมวเหมียวแคมมี่ไปด้วยได้ไหมคะ ” นิลดามาขอคุณแม่ไปเที่ยว แต่จริงๆ แล้ว นิลดาจะไปผจญภัยในหนังสือแปลกประหลาดเล่มนั้น เพื่อจะได้ตามไปหาแก๊งนกเอี้ยง
“ ก็ได้จะ ” คุณแม่อนุญาต

เช้าวันรุ่งขึ้น
นินไปหาเพื่อนๆ แล้วตกลงกันว่า
“ วันนี้ตอนเที่ยงเราไปที่บ้านของพุทราแล้วก็นำหนังสือไปด้วย เราจะได้เข้าไปในหนังสือที่บ้านของพุทรานะ ” นิลดาพูด พอตกลงได้ดังนี้ ทั้ง 5 ก็แยกย้ายกันไปเก็บของ

ตอนที่ 4 กลับเข้าไปผจญภัยอีกครั้ง




ที่บ้านพุทรา
“ พวกเธอพร้อมหรือยัง ไปแล้วนะ ” นิลดาพูดเพื่อให้ทุกคนเตรียมตัว
นิลดาเปิดหนังสือ พวกเขาทั้ง 5 พร้อมกับเจ้าแคมมี่จึงโดนดูดเข้าไป
ในหนังสือ
พอพวกเขารู้สึกตัว พวกเขาทั้ง 5 พร้อมกับเจ้าแคมมี่ ก็ต้องตกใจ
“ ที่นี่ที่ไหน ทำไมเราไม่พบประตูบานใหญ่เหมือนครั้งก่อน ” นิลดาถามด้วยความสงสัย




แต่พอพวกเขามองไปข้างหน้าก็มองเห็นรูปรถยนต์สีชมพู ทำให้นิลดานึกถึงรถเหาะที่สามารถพับเก็บได้ที่ประตู บานเล็กสีฟ้ามอบให้แก่นิลดา นิลดาจึงหยิบรถเหาะคันนั้นออกมาซึ่งยังเก็บไว้เป็นอย่างดี พอนิลดาหยิบออกมาก็คลี่ออกและก็ให้ทุกคนขึ้นไปนั่งบนรถ ทันใดนั้นเอง รถเหาะคันนี้ก็เหาะไปยังเมืองเมืองหนึ่ง เมืองนี้เป็นที่อยู่ของพวกยักษ์จอมเกเรทั้งหลาย แต่ก็มีกระท่อมหลังหนึ่งอยู่กลางป่า กระท่อมหลังนี้เป็นที่อยู่ของพวกมนุษย์ มนุษย์พวกนี้เป็นชาวไร่ ชาวสวน หลงทางมาอยู่ในเมืองของพวกยักษ์ ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร จึงมาช่วยกันปลูกกระท่อมอยู่กลางป่า ซึ่งรถเหาะของนิลดาก็มาจอดอยู่หลังกระท่อมหลังนี้ พอรถเหาะของนิลดาจอด นิลดาและเพื่อนๆจึงลงจากรถ และพับเก็บดังเดิม
“ นิลดาดูนั่นสิ มีกระท่อมด้วย ” มะนาวพูด ชวนให้ทุกคนหันไปมอง
“ ฉันว่าลองเดินเข้าไปดูไหม เผื่อว่าจะมีคนอยู่ ” พุทราออกความเห็น
นิลดายืนคิดสักครู่ก่อนจะตกลงเดินเข้าไปในกระท่อม
“ มีใครอยู่ไหมคะ ” นิลดาถามด้วยเสียงอันดัง
พวกนิลดายืนรออยู่สักครู่ ก่อนที่จะมีชายชราคนหนึ่งดูท่าทางเป็นคนใจดีเดินออกมาเปิดประตูพร้อมกับถามด้วยเสียง
ที่ฟังแล้วหน้าเกรงขามว่า
“ พวกเธอเป็นใคร มาจากเมืองไหน มาที่นี่ทำไม แล้วพวกเธอรู้หรือเปล่าว่าที่นี่เป็นเมืองของพวกยักษ์จอมเกเรทั้งหลาย”
ทุกคนพร้อมทั้งเจ้าแคมมี่หันหน้ามามองกันและพูดพร้อมกันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ เมืองยักษ์ ”
พอชายชราเห็นแมวพูดได้ก็ตกใจแต่นิลดาก็อธิบายจนชายชราเข้าใจ ชายชราจึงชวนพวกนิลดาเข้ามาข้างในกระท่อม
นิลดาและเพื่อนๆของนิลดาพร้อมกับเจ้าแคมมี่จึงช่วยกันเล่าตั้งแต่เรื่องที่ได้เจอหนังสือแปลกประหลาดและโดนหนังสือดูด
เข้ามา เรื่องรถเหาะ และเรื่องการหายตัวไปของแก๊งนกเอี้ยง พอพวกเขาเล่าจบ ชายชราก็สันนิษฐานว่า แก๊งนกเอี้ยงอาจจะโดนพวกยักษ์จับตัว
ไปขังอยู่ในเมืองนี้ก็ได้ แต่ก็ยังแน่ใจไม่ได้ว่าพวกยักษ์จับตัวไป เพราะบางที่อาจจะเป็นคนเมืองอื่นก็ได้ แก๊งนินจาชักจะสงสัยซะแล้ว ว่าใคร
กันแน่ที่เป็นคนจับตัวแก๊งนกเอี้ยงไป
ชายชราอนุญาตให้พวกนิลดาพักอยู่ในกระท่อมกับพวกเขา ซึ่งชายชราก็อยู่กับเพื่อนๆ ของเขาอีก 2 คน เพื่อนๆ ของ
ชายชราก็อนุญาต บางทีนิลดาและเพื่อนๆ ของเขาก็จะช่วยกันทำงานที่บ้านของชายชรา พวกเขาตกลงกันว่า เช้าวันพรุ่งนี้พวกเขาจะเดินทางไป
ยังเมืองที่พวกยักษ์จอมเกเรอาศัยอยู่
กล่าวถึงมิตรภาพ เขาก็นัดเพื่อนๆ มาปรึกษากันเรื่องการหายตัวไปของแก๊งนกเอี้ยงเหมือนกัน โดยให้ทุกคนแยกย้าย
กันไปตามหาตามที่ต่างๆ แต่ก็ไม่พบ แต่แก๊ง spicy กลับไม่สนใจเลยเอาแต่นั่งสบายอยู่ที่บ้าน

ตอนที่ 5 ผจญภัยเมืองยักษ์





เช้าวันรุ่งขึ้น
นิลดาหยิบรถเหาะออกมาพร้อมกับบอกให้เพื่อนๆ ขึ้นไปนั่งก่อน แล้วนิลดาก็เดินไปบอกชายชราว่า
“ วันนี้ หนูต้องไปผจญภัยที่เมืองของพวกยักษ์ หนูไปแล้วนะคะ หนูคิดว่าหนูอาจจะไม่กลับมาอีก” นิลดากล่าวลาชายชรา พร้อมกับ
อุ้มเจ้าแมวเหมียวแคมมี่อยู่ในมือ และกำลังจะเดินขึ้นรถเหาะ เพราะเพื่อนๆ รออยู่
“ เดี๋ยว ” ชายชราเรียกนิลดา ทำให้นิลดาหันกลับมาอีกครั้ง
“ ฉันมีสิ่งของสำคัญจะให้เธอ บางทีสิ่งของสิ่งนี้อาจจะจำเป็นต่อเธอไว้ใช้ในยามคับขันก็ได้ รอเดี๋ยวนะ ”
นิลดาจึงยืนรอ ชายชราหันไปหยิบสิ่งของสิ่งหนึ่งให้แก่นิลดา นิลดาเห็นดังนั้น จึงถามด้วยความสงสัยว่า
“ นี่อะไรหรือคะ แล้วให้หนูทำไมคะ ”
“ ดูเหมือนของวิเศษอะไรสักอย่างเลย เมี้ยวๆๆ ” แมวน้อยแคมมี่ตอบ
“ ใช่แล้วล่ะ มันคือลูกอมวิเศษ เมื่อเราอมลูกอมสีชมพูเราก็จะหายตัวไป เมื่อเราอมลูกอมสีฟ้าก็จะสามารถปลอมตัวเป็นอะไรก็ได้
ตามที่ใจต้องการ เมื่อเราอมลูกอมสีเขียวเราก็จะสู้ใครต่อใครได้หรือมีพลังและเวทมนตร์ และเมื่อเราอมลูกอมสีม่วง เราก็จะสามารถเรียก
จินนี่น้อยได้ และเจ้าผีน้อยก็ทำได้หลายอย่างตามที่เจ้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นต่อสู้ หรือสาปให้ใครเป็นอะไรก็ได้ หรือจะสาปสิ่งของก็ได้
ตามที่เจ้าต้องการ จำไว้ให้ดีล่ะ ” ชายชราเล่าสรรพคุณของลูกอมทั้ง 4 เม็ด ที่ขุดเจอในป่า
“ เอาไปแบ่งเพื่อนๆ คนละ 4 เม็ด 4 สี ด้วยล่ะ ” ชายชราอธิบายวิธีใช้ลูกอมทั้ง4 เม็ด 4 สี ให้นิลดาฟัง
นิลดาบอกลาชายชราอีกครั้งแล้วเดินไปที่รถเหาะที่เพื่อนๆ รออยู่ นิลดาเล่าเรื่องที่ชายชราให้ลูกอม4 เม็ด 4 สี แล้วก็หยิบลูกอมทั้ง 4 ให้แก่
เพื่อนๆ ของเธอพร้อมกับเล่าถึงสรรพคุณทั้ง 4 นิลดาได้ขึ้นมานั่งบนรถเหาะแล้วก็บอกให้รถเหาะ เหาะไปยังเมืองยักษ์



ถึงเมืองของยักษ์
รถเหาะได้เหาะมาเรื่อยๆ จนถึงเมืองของยักษ์ นิลดาและเพื่อนๆ ของเขาได้ลงจากรถเหาะ แล้วก็พับรถเหาะเก็บดังเดิม พวกเธอ ได้ค่อยๆย่องเข้าไป ในพุ่มไม้เพื่อรอดูทีท่า ของยักษ์ พวกยักษ์นี้ได้มี เป็น 3 พวก พวกยักษ์ผู้หญิง ชอบ อมลูกอม และขนม และเก็บดอกไม้ เพื่อร้อยเป็น
มงกุฎ พวกนี้มักออกจะติงต๊องซักหน่อย แต่ถ้าดูที่ใจจริงๆ ก็ฉลาดไม่เบา อีกพวกหนึ่งเป็นพวกยักษ์จอมเกเร แข็งแรง และมีท่าทีดุร้าย แต่จริงๆแล้วเจ้ายักษ์พวกนี้โง่และยิ่งกว่าทึ่มเสียอีก ทั้งยักษ์ผู้หญิงและยักษ์ผู้ชายต่างก็รัก และหวงแหน พวกลูกยักษ์มาก และพวกสุดท้าย เป็น พวกลูกยักษ์ ที่จะอยู่รวมกัน เพื่อเล่น และจะคอยหาเพื่อนใหม่เล่นด้วยกันทุกวี่ทุกวัน ยอมทำทุกอย่างเพื่อได้กินขนมหวาน พวกแก๊ง นินจาจึงได้รูถึงจุดอ่อน ของพวกยักษ์ และได้วางแผนกัน
แผนการที่ 1 โดยจะเริ่มที่ลูกยักษ์ พวกเขาก็ได้ตกลงกันว่า จะให้นิลดากับมะนาวกินลูกอมสีฟ้าแล้วปลอมตัวเป็นลูกยักษ์ แล้วก็แกล้งเข้าไปตีสนิทกับลูกยักษ์ แล้วก็ให้พุทรา ผักกาด กับส้มโอ ปลอมเป็นแม่ครัว เพื่อใส่ยาสลบในอาหารให้พวกลูกยักษ์หลับใหล แล้วจึงช่วยกันจับพวกลูกยักษ์ เข้าไปในกรงยักษ์ ที่หมู่บ้านของชายชรา โดยใช้ลูกอมเม็ดสีชมพูหายตัวไป และก็ปรากฏว่า เป็นไปตามแผนที่พวกเขาได้วางไว้ เพราะตอนนี้พวกลูกยักษ์ถูกจับอยู่ในกรงยักษ์ ที่หมู่บ้านของชายชราแล้ว
แผนการที่ 2 โดยจะเริ่มจัดการที่พวกยักษ์ผู้ชายถึงแม้จะแข็งแรงแต่ถ้าโง่และทึ่มอย่างนี้ก็คงจะจัดการได้ไม่ยาก ครั้งนี้พวกเขาก็ได้ใช้แผนการเหมือนกับแผนที่ได้ใช้กำจัดพวกลูกยักษ์ โดยให้นิลดากับมะนาวกินลูกอมสีฟ้าแล้วปลอมตัวเป็นยักษ์สาวที่แสนสวยแล้วก็แกล้งเข้าไปตีสนิทและหลอกล่อใส่ยาสลบลงในน้ำดื่มของพวกยักษ์ผู้ชาย แล้วก็ให้พุทรา ผักกาด และส้มโอ ซึ่งปลอมตัวเป็นคนใช้ไปเอาน้ำที่ใส่ยาสลบนี้มาให้ แต่ครั้งนี้ไม่เป็นไปตามแผนที่พวกเขาวางไว้ เพราะพวกยักษ์ผู้ชายกลุ่มนี้ไหวตัวทัน ขณะที่นิลดายื่นน้ำให้พวกยักษ์ผู้ชาย พวกยักษ์ผู้ชายเกิดได้กลิ่นเหมือนกลิ่นยาสลบจึงสงสัย พวกยักษ์ผู้ชายมองไปทั่วๆ จนรู้ว่ากลิ่นยาสลบนี้มาจากน้ำที่นิลดายื่นให้ จึงจับได้ว่าพวกยักษ์สาวกลุ่มนี้คิดจะวางยาตน พวกยักษ์ผู้ชายไม่รู้จะทำอย่างไรจึงจับตัวไปให้พวกยักษ์ผู้หญิง
กล่าวถึงเจ้าแคมมี่แมวน้อยน่ารักของเราที่รอฟังข่าวดีอยู่ที่กระท่อมหลังใหม่ที่พวกเขาช่วยกันปลูกขึ้นอยู่ในเมืองของพวกยักษ์ แมวน้อยแคมมี่ก็รอ รอพวกนิลดา รอ รอ รอ รอแล้วก็รออีก แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าพวกของนิลดากลับมาซักที ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จะออกไปตามหาดีหรือเปล่า แต่ถ้าเกิดออกไปตามหา แล้วพวกนิลดากลับมาแล้วไม่พบเราจะทำไงดี แมวน้อยแคมมี่ครุ่นคิดอยู่สักครู่จึงตัดสินใจว่า จะออกไปตามหาพวกนิลดา

ตอนที่ 6 แก๊งนินจาถูกจับ




ความลับแตก
พวกยักษ์จับได้ว่าพวกยักษ์สาวกลุ่มนี้ ที่มาลอบวางยาตนไม่ใช่ยักษ์ แต่เป็นมนุษย์ และยังรู้อีกว่าพวกลูกยักษ์ที่หายตัวไป โดนพวกมนุษย์
กลุ่มนี้หลอกวางยาแล้วก็จับตัวไปไว้ที่หมู่บ้าน แต่ว่ายังดีที่พวกยักษ์ยังไม่รู้ว่า พวกมนุษย์กลุ่มนี้มีลูกอมวิเศษ พวกยักษ์ทั้งผู้ชายและผู้หญิงโกรธจัด
ยักษ์ผู้ชายถามด้วยเสียงอันดังและน่ากลัวว่า
“ พวกเจ้าปลอมตัวเป็นยักษ์สาวมาหลอกข้า และจับตัวลูกข้าไปทำไม ”
“ ด...เดี๋ยวสิ ท...ท่านยักษ์ ” นิลดาพูดด้วยความหวาดกลัวจนติดอ่าง
“ พ..พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายนะ ต..แต่ว่า พวกเรา เออ..คือ ” นิลดาหวาดกลัวจนติดอ่างและพูกไม่ออก แต่นิลดาก็รวบรวมความกล้าแล้วพูดต่อว่า
“ พ...พวกเรา ม...มาตามหาเด็กกลุ่มหนึ่ง พวกท่านเห็นบ้างไหม ” ในที่สุดนิลดาก็พูดจบ
พวกยักษ์ทั้งหลายยืนคิดอยู่สักครู่ แล้วยักษ์ผู้หญิงจึงหัวเราะและพูดด้วยเสียงดังและน่ากลัวว่า
“ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ไอ้เด็กพวกนั้นนะหรอ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ฉันส่งมันไปอยู่กับพ่อมดแล้ว ป่านนี้มันก็คงต้องทำงานหรือโดนกลั่นแกล้งอยู่ " เออว่าถึง
พ่อมดแล้ว ข้าก็ต้องจับคนไปเพิ่มทุกเดือน จับพวกเองไปให้พ่อมดดีกว่า ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ”
พอยักษ์ผู้หญิงพูดจบก็สั่งให้คนใช้ไปจับพวกมนุษย์ไปขัง วันรุ่งขึ้นจะได้นำไปให้พ่อมด “ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ”
“ ช้าก่อน ” พวกยักษ์ผู้ชายค้าน
“ พ่อมดสั่งให้เราจับคนไปให้ทุกเดือนไม่ใช่หรอ แต่เราเพิ่งจับคนไปให้เมื่อวันก่อนแล้วจะจับไปให้อีกหรอ ฉันว่าเราเก็บมนุษย์พวกนี้ไว้กิน
ไม่ดีกว่าหรอ คิดดูดีๆ นะ อีกอย่าง เราก็ไม่ได้กินเนื้อมนุษย์ตั้งนานแล้ว ” ยักษ์ผู้ชายพูดเสียงเบาเพื่อไม่ให้พวกมนุษย์ได้ยิน
“ ตกลง ” ยักษ์ผู้หญิงคิดสักครู่ก่อนจะตอบว่าตกลง
และขณะนั้นเองเจ้าแคมมี่แมวน้อยน่ารัก ที่เดินตามหาแก๊งนินจาในเมืองยักษ์อยู่นานสองนาน ในที่สุดก็พบ และยังได้ยิน
ที่พวกยักษ์คุยกันว่าอยากกินเนื้อมนุษย์ และที่แน่นอนที่สุด มนุษย์ที่ว่านั้นก็คือพวกนิลดาแน่ๆ แย่แล้ว พวกนิลดากำลังตกอยู่ในอันตราย
กล่าวถึงยักษ์ผู้ชายและยักษ์ผู้หญิงกำลังจะเดินไปหาพวกนิลดา แต่พวกยักษ์ผู้ชายและยักษ์ผู้หญิง ก็อยากให้ลูกยักษ์ได้ชิมเนื้อมนุษย์ด้วย
เพราะลูกยักษ์ไม่เคยกินเนื้อมนุษย์เลย วันๆ ก็กินแต่ขนมหวาน ยักษ์ผู้ชายและยักษ์ผู้หญิงจึงเดินไปหาพวกนินจาแล้วแกล้งทำเป็นพูดเสียงเศร้าๆ ว่า
“ เอ้อ...เมื่อสักครู่ พวกเจ้าบอกว่าพวกเจ้าไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่มาตามหาเด็กกลุ่มหนึ่งใช่ไหม ”
“ ใช่สิ ” มะนาวตอบ
“ งั้น...พวกเจ้าก็คืนลูกให้ฉันสิ แล้วฉันจะบอกทางไปเมืองพ่อมด ” ยักษ์ผู้หญิงตอบ
พวกเขาครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก่อนที่จะตอบว่า ตกลง พอเจ้าแคมมี่เห็นทุกคนตกลงกันหมดแม้แต่นิลดาก็ยังตกลง เจ้าแคมมี่จึงเข้าใจว่า
ไม่มีใครรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของพวกยักษ์ว่าจะหลอกกินเนื้อมนุษย์เหมือนกับมัน มันจึงค้านนิลดา และแอบคุยกับนิลดาโดยไม่ให้พวกยักษ์ได้ยินว่า
“ นิน อย่าคืนลูกให้พวกยักษ์เลย เพราะฉันได้ยินมาว่า พวกยักษ์จะหลอกกินเนื้อมนุษย์นะ ”
นิลดารู้สึกตื่นเต้นที่พวกยักษ์จะบอกทางไปเมืองพ่อมด จนไม่ได้ฟังเหตุผลของแคมมี่ และอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับพวกเขา
ทำให้พูดกับแคมมี่รุนแรงมากเกินไปว่า
“ เจ้าเป็นแค่แมว อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลยน่ะ เจ้าแมวขี้อวด เชอะ ”
“ แล้วอย่าหาว่าแมวไม่เตือนละกัน เชอะ เมี้ยวๆๆๆ ” เจ้าแมวแคมมี่ตอบด้วยอารมณ์โกรธ และไม่ยอมช่วยพวกนิลดา
นิลดาเห็นดังนั้นก็ปล่อยวาง ไม่ยอมสนใจเจ้าแคมมี่ แล้วก็กินลูกอมสีชมพูแล้วก็หายตัวไป สักครู่หนึ่ง พวกนิลดาก็กลับมาพร้อมกับ
พวกลูกยักษ์ ฝ่ายเจ้าแคมมี่ก็ยังโกรธพวกนิลดาและไม่ยอมพูดด้วย แต่ในใจก็ยังเป็นห่วงนิลดาจึงเตือนอีกครั้ง แต่นิลดากลับยังไม่ยอมฟังเจ้าแคมมี่
แม้แต่น้อย แถมยังไล่เจ้าแคมมี่ให้กลับบ้านพร้อมพูดว่า
“ เจ้ากลับบ้านไปก่อนเถอะน่ะ เดี๋ยวพอฉันคืนลูกยักษ์ให้แก่พวกยักษ์ แล้วพอพวกยักษ์บอกทางไปเมืองพ่อมด ฉันจะมารับนะ ”
“ ทำไมนินถึงได้ดื้อขนาดนี้นะ เมี้ยวๆๆๆ ” เจ้าแคมมี่บ่น
“ นี่ อย่ามาหาว่าฉันดื้อนะ กลับบ้านไปเลยไป เชอะ ฉันโกรธจริง ๆแล้วนะ ” นิลดาพูดท่าทางเอาจริงเอาจัง
เจ้าแคมมี่โมโหมากจึงเดินกลับบ้าน แต่ในใจก็ยังเป็นห่วงนิลดา จึงไม่ยอมกลับบ้าน แต่คอยแอบมองอยู่ใกล้ๆ โดยระวังไม่ให้
พวกยักษ์ และพวกนิลดาเห็น เผื่อเกิดอะไรขึ้นกับพวกนิลดาจะได้ช่วยได้
กล่าวถึงพวกนิลดาก็ยอมคืนลูกยักษ์ให้แก่พวกยักษ์โดยดี และไม่ได้นึกถึงเจ้าแคมมี่เลย ขณะนั้นเองที่นิลดากำลังยื่นลูกยักษ์
ให้แก่พวกยักษ์ พวกยักษ์ก็รีบอุ้มลูกยักษ์มาและรีบสั่งให้พวกทหารยักษ์จับตัวพวกนิลดามัดไว้ และสั่งให้ตั้งกระทะโดยด่วน เพราะกำลังจะได้กิน
เนื้อมนุษย์ย่าง ซึ่งนานๆ ทีที่จะได้กินเนื้อมนุษย์ซักที นานเป็นปีหลายปีเชียว
“ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่ คิดหรอว่าฉันจะบอกทางไปเมืองพ่อมด ฝันไปเถอะ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ” พวกยักษ์เยาะเย้ย
“ นี่ท่านยักษ์ปล่อยพวกเราไปเถอะนะ นะท่านยักษ์ ฮือ...ฮือ...ฮือ... ” พุทราขอร้องและพูดทั้งน้ำตา
“ เรื่องอะไรจะปล่อยให้โง่ล่ะ วันนี้ฉันก็จะได้กินเนื้อมนุษย์ย่างแล้ว มีความสุขจริงๆ เลย โอ้...อาหารอันโอชะของฉัน ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ”
พวกยักษ์ดีใจอย่างมากที่จะได้กินเนื้อมนุษย์
“ นี่...พวกท่านหมายความว่าอย่างไร เนื้อมนุษย์ย่างนั้นคือพวกเราใช่ไหม นี่...ท่านก็หมายความว่าพวกท่านจะกินพวกเราใช่ไหม ”
มะนาวถามด้วยความหวาดกลัวและกำลังจะร้องไห้ออกมาดังๆ
“ ก็ใช่นะสิ ไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ” พวกยักษ์ตอบพร้อมกับเยาะเย้ย
“ เพราะฉันคนเดียว เรื่องถึงได้เป็นแบบนี้ ฉันเป็นคนทำให้พวกเธอถูกจับ ถ้าฉันเชื่อเจ้าแคมมี่แต่แรก และก็ไม่คืนลูกยักษ์ให้แก่พวกยักษ์
เราก็คงไม่ต้องโดนจับ แถมฉันยังด่าเจ้าแคมมี่และไล่ให้กลับบ้านไปอีก ฉันนี่มันแย่จริงๆ เลย ฉันอยากจะขอโทษเจ้าแคมมี่จังเลย
แล้วฉันก็ต้องขอโทษพวกเธอด้วยนะ ” นิลดาสารภาพผิด
“ โถ่...เธอไม่ต้องขอโทษฉันหรอก แล้วก็อย่าคิดมากเลย ถ้าจะมีคนผิด เราก็ผิดด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ ” เพื่อนๆ ช่วยกันปลอบใจนิลดา
“ อย่ามัวพูดมากกันอยู่เลย ตอนนี้กระทะก็ใกล้จะเดือดแล้ว เตรียมตัวเตียมตายไว้ให้ดี ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ”
พอพวกยักษ์พูดจบก็รีบสั่งให้พวกทหารยักษ์ไปจับตัวพวกนิลดามาใส่ลงในกระทะ

ตอนที่ 7 ช่วยแก๊งนินจา




เจ้าแมวเหมียวแคมมี่หรือ เทพธิดาน้อย ที่คอยแอบดูเหตุการณ์ต่างๆ อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ยินที่นิลดาพูดสารภาพผิดก็ยกโทษให้ แต่
จริงๆ แล้ว เจ้าแคมมี่ไม่ได้โกรธนิลดาอย่างที่ แสดงต่อหน้านิลดาแม้แต่น้อย และก็ไม่เคยโกรธด้วยแม้แต่จะคิดก็ยังไม่เคยเลยสักครั้งเดียว พอ
เจ้าแคมมี่เห็นพวกทหารยักษ์กำลังจะไปจับตัวพวกนิลดามาใส่ลงในกระทะ ก็ตกใจเป็นอย่างมาก และก็ไม่รู้ว่าจะช่วยพวกนิลดาอย่างไรดี ก็ได้
แต่คิด คิด แล้วก็คิด แต่ก็ยังคิดไม่ออก ดูแล้วแปลกจังเลยนะคะ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ แต่ทำไม ? กลับไม่มีใครนึกถึงลูกอมวิเศษ 4
เม็ด 4 สี ที่ชายชราให้มา แต่ไม่ต้องเป็นห่วง นะคะ เพราะในที่สุด เจ้าแมวน้อยแคมมี่ก็หวนคิดถึงเรื่องลูกอมวิเศษที่ชายชราให้มา
“ จริงสิ... ลูกอมวิเศษ ลูกอมวิเศษต้องช่วยเราได้แน่ๆ แหม...ลืมไปได้ยังไง เราน่าจะคิดออกตั้งแต่แรกแล้ว แย่จัง เมี้ยวๆๆๆ แต่เรา
จะใช้สีไหนดีนะ ”
เจ้าแมวน้อยแคมมี่ครุ่นคิดอยู่สักครู่แล้วก็เลือกหยิบลูกอมเม็ดที่ไม่จำเป็นออก และนั่นก็คือลูกอมสีชมพูและลูกอมสีฟ้า ไว้ใช้
สำหรับหายตัวและปลอมตัว และตอนนี้เจ้าแคมมี่ก็จะเหลือแต่ลูกอมสีเขียวและลูกอมสีม่วง ไว้ใช้สำหรับต่อสู้และใช้เรียกจินนี่น้อย เจ้าแคมมี่
ไม่รู้จะเลือกเม็ดไหนดีจึงลองสุ่มดู ผลก็ได้ปรากฏออกมาว่า ได้ลูกอมสีเขียว
“ ว้า...ได้ลูกอมสีเขียว ฉันก็ต้องไปต่อสู้กับพวกยักษ์ทั้งหลายน่ะสิ ” เจ้าแคมมี่พูด
ว่าแล้วเจ้าแคมมี่ก็ไม่รอช้า รีบหยิบลูกอมสีเขียวใส่ปากทันที แล้วอยู่ๆ เจ้าแคมมี่ก็รู้สึกเหมือนว่า ตัวเองมีพละกำลังมากขึ้น
หลายร้อยเท่า และเจ้าแคมมี่ก็มีเวทมนตร์ขึ้นมาเองโดยไม่ต้องท่องคาถาหรือพูดอะไรเลย แต่มันก็แน่อยู่แล้ว เพราะเจ้าแคมมี่ได้กินลูกอม
สีเขียวเข้าไป เจ้าแคมมี่ได้รีบเดินไปหาพวกยักษ์โดยไม่รอช้า และเจ้าแคมมี่ก็มาได้ทันเวลาพอดี เพราะขณะนั้น พวกทหารยักษ์กำลังจะ
จับพวกนิลดาลงกระทะพอดี แต้เจ้าแคมมี่เดินมาอย่างสง่า พร้อมกับพูดว่า
“ ช้าก่อน เจ้ายักษ์ชั่วร้าย ”
พอเจ้าแคมมี่เดินเข้าไป และพวกนิลดาก็เห็นเจ้าแคมมี่ก็ตกใจเป็นอย่างมาก แล้วทุกคนก็พูดพร้อมกันด้วยความดีใจว่า
“ แคมมี่ โถ่...เจ้าเป็นเพื่อนยากของเราจริงๆ ” พอแก๊งนินจาพูดจบ เจ้าแคมมี่ก็เหลือบไปมองพวกนิลดาเล็กน้อย แล้วก็หันกลับ
“ แหม วันนี้วันดวงดีของข้าจริงๆ นอกจากจะได้กินเนื้อมนุษย์แล้ว ยังจะได้กินเนื้อแมวอีก ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ช่างมีความสุขจริงๆ ”
เจ้ายักษ์พูดเยาะเย้ยอย่างมีความสุขที่จะได้กินเนื้อมนุษย์และเนื้อสัตว์ แต่เจ้ายักษ์พวกนี้หารู้ไม่ว่า เจ้าแมวตัวนี้ ก็คือ
เจ้าแคมมี่ แมวน้อยน่ารักที่ได้กินลูกอมสีเขียวเข้าไป ซึ่งจะช่วยให้มีพละกำลังและเวทมนตร์
“ ปล่อยพวกมนุษย์เดี๋ยวนี้นะ ” เจ้าแคมมี่สั่ง
“ เรื่องอะไรจะปล่อย ” พอพวกยักษ์พูดจบก็รีบสั่งให้พวกทหารยักษ์จับเจ้าแคมมี่ทันที แต่เจ้าแคมมี่หลบทัน แล้วก็พูดเยาะเย้ยว่า
“ แล้วอย่าหาว่าแมวไม่เตือนละกัน ”
ว่าแล้วเจ้าแคมมี่ก็เสกเชือกออกมา แล้วก็เสกให้เชือกพวกนี้ไปรัดตัวพวกยักษ์ไว้อย่างแน่นหนา ส่วนพวกนิลดาเห็นเจ้าแคมมี่
มีเวทมนตร์ก็ตกใจและสงสัยเป็นอย่างมาก แล้วนิลดาก็นึกขึ้นได้ว่าเจ้าแคมมี่ต้องใช้ลูกอมวิเศษสีเขียวแน่ๆ จึงรีบบอกเพื่อน แล้วทุกคน ก็รีบ
หยิบลูกอมสีเขียวออกมา แล้วก็ใส่ปากทันที ขณะนั้นเองทุกคนก็รู้สึกเหมือนกับเจ้าแคมมี่ ซึ่งก็คือ ตัวเองมีพละกำลังมากขึ้นหลายร้อยเท่า
และก็มีเวทมนตร์ขึ้นมาเองโดยไม่ต้องท่องคาถาหรือพูดอะไรเลย แล้วทุกคนก็ใช้พละกำลังดิ้นจนเชือกหลุด แล้วก็รีบวิ่งไปหาเจ้าแคมมี่
“ เป็นยังไงบ้างทุกคนปลอดภัยดีหรือเปล่า ” เจ้าแคมมี่ถามด้วยความเป็นห่วง
“ พวกเราทุกคนปลอดภัยดีจะ ” ผักกาดและส้มโอตอบ
“ ฉันต้องขอขอบใจเธอมาก แล้วก็ต้องขอโทษเธอด้วยนะ คราวหลังฉันจะไม่ดื้อ แล้วก็จะเชื่อฟังเธอนะ ” นิลดากล่าวขอโทษ
“ ไม่เป็นไรหรอก เพราะจริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้โกรธเธอหรอก ว่าแต่ว่า เราจะทำยังไงกับยักษ์พวกนี้ดี ” เจ้าแคมมี่ถาม
“ อืม ฉันว่านะ เรากินลูกอมสีม่วงแล้วก็เรียกจินนี่น้อยมาสาปให้เจ้ายักษ์พวกนี้กลายเป็นก้อนหินเลยดีไหม ” นิลดาถาม
“ เอ้อ เป็นความคิดที่เยี่ยมไปเลย นินเพื่อนรัก ” มะนาวและพุทราพูดพร้อมกัน
“ อย่าเลยนะ พวกฉันกลัวแล้ว ได้โปรด อย่าสาปให้ฉันกลายเป็นก้อนหินเลยนะ พวกฉันขอร้อง ” พวกยักษ์ขอร้องพวกนิลดา
“ จะให้พวกฉันทำอะไรก็ได้ แต่อย่าสาปฉันเลยนะ ” พวกยักษ์ขอร้องพวกนิลดาอีกครั้ง
“ อืม......... ” นิลดาคิดสักครู่แล้วก็พูดว่า
“ ก็ได้ แต่พวกเจ้าต้องสาบานกับฉันก่อนว่าจะเป็นคนดี และไม่กินเนื้อมนุษย์ ตกลงหรือเปล่า ”
“ นิน อย่าเลย เจ้ายักษ์พวกนี้ไม่รักษาคำพูดหรอก ครั้งก่อน ก็เกือบจะกินพวกเธอไปแล้วนี่ เมี้ยวๆๆๆ ” แคมมี่แย้ง
“ พวกฉันสาบานว่าฉันจะเป็นคนดี และไม่กินเนื้อมนุษย์ ถึงพวกฉันจะไม่รักษาคำพูด แต่ว่าพวกฉันก็ผิดคำสาบานไม่ได้หรอกนะ
ฉันขอร้องล่ะ อย่าสาปฉันให้เป็นก้อนหินเลยนะ ขอร้อง ” พวกยักษ์ขอร้องพวกนิลดา
ก็ได้ แต่อย่าลืมที่สัญญาล่ะ ยังไงคนดีก็มีแต่คนรัก และชื่นชม
ยังไม่จบนะคะ คุณผู้อ่าน********* อดใจรอก่อนนะคะ

โดย : เด็กใหม่ฝึกเขียน หมั่นพากเพียร พาก้าวหน้า
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 20 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 58 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com