Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

>> นกกระยางของพ่อ

เรื่อง :

นกกระยางของพ่อ

รถบรรทุกไม้คันใหญ่ เคลื่อนไปช้าๆ เหมือนงูเลื้อย เพื่อหลบหลุมเล็กหลุมใหญ่ที่มีอยู่ทั่วไปบนผิวถนน มันเป็นถนนฝุ่นสีแดงเถือก ในฤดูร้อนแล้งของเดือนเมษายน ยามล้อรถบดพื้นกรวด ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วทิศทาง เกาะคลุมกิ่งไม้สองข้างทางจนคู้งอ
ฉันชะเง้อคอเพ่งมองไปข้างหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ อีกนานไหมหนอที่จะถึงจุดหมาย พ่อบอกว่าราวๆสองชั่วโมงจึงจะไปถึง และเมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว ให้ถามหาพี่จารึก ลูกสาวของป้าที่ทำงานอยู่ที่สหกรณ์ จากนั้นพี่จารึกจะพาไปบ้านของพี่สาวคนโต ที่ชื่อพี่เรณู
ฉันจำได้ เมื่อไปถึงที่นั่น ที่เรียกว่ากรุงหยัน แม้ฉันจะไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับเมืองโคบาล แต่ฉันสำเหนียกได้ถึงความเป็นบ้านเป็นเมืองที่เพิ่งเกิดใหม่ เพราะตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในรถบรรทุก รถต้องเลาะเลื้อยไปตามถนนลูกรังแคบๆ ผ่านภูเขาลูกเล็กๆ ลูกแล้วลูกเล่า ฉันเห็นสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ๆ แล้วจู่ๆเราก็มาโผล่ตรงกลางหุบเขา บริเวณที่เป็นหุบกว้างนี้ มันถูกถากถาง โค่นล้มต้นไม้จนเป็นลานโล่งนับพันไร่ แล้วบรรจุบ้านพักแบบเรือนแถวชั้นเดียวนับไม่ถ้วน ฉันรู้ตามประสาเด็ก ว่านั่นคือ โครงการปลูกยางพารา ขององค์การสวนยางนาบอน ที่ขยายงานมาที่นี่ พ่อจึงกล้าที่จะฝากฟังฉันมากับรถบรรทุกที่วิ่งผ่านหน้าบ้านเราอยู่ทุกวัน พ่ออาจจะรู้จักเขา หรืออาจจะไม่รู้จัก แต่เพราะพ่อเป็นคนแบบนั้น พ่อจึงกล้าที่จะฝากลูกสาวให้เดินทางไปกับคนแปลกหน้าได้
ช่างเป็นการเดินทางไกลเพียงลำพังที่ตื่นเต้นเหลือเกิน สำหรับเด็กผู้หญิงวัยสิบขวบเช่นฉัน
ฉันชอบความรู้สึกแรกที่ไปถึงที่นั่น ฉันยังจำได้ บ้านป่าเมืองเถื่อนตามคำบอกเล่าของคนทั่วไป ทำให้ฉันยิ่งชอบที่นี่มาก เขาบอกว่าที่นี่ล้วนใช้แรงงานอพยพมาจากอีสาน ส่วนคนงานระดับหัวหน้าคือคนท้องถิ่นละแวกบ้านฉัน แต่อย่างไรเสีย คนที่เป็นหัวหน้าใหญ่ คือคนที่มาจากกรุงเทพฯ พวกเขาจึงดูน่าสนใจ ทั้งการแต่งตัวและวิธีพูด ผู้ชายมีคำเรียกนำหน้าว่า คุณ ส่วนผู้หญิงเรียกว่า คุณนาย แต่พี่สาวฉันไม่ได้เป็นคุณนายองค์การ เธอถูกส่งมาเป็นคุณครูของนักเรียนตัวน้อยๆ ในดงดิบแห่งนี้
ชีวิตครูสาวในป่าใหญ่ จะว่าแย่ก็ว่าได้แต่ที่ยิ่งแย่กว่า เพราะพี่สาวคนนี้ต้องเลี้ยงลูกแต่เพียงลำพัง เพราะสามีไปทำงานที่ต่างจังหวัดอันไกลโพ้น หน้าที่ของฉันที่พ่อส่งมา คือมาเลี้ยงหลานคนแรกคนเดียวของตาในเวลาปิดเทอม
เด็กๆอย่างฉันทำได้ก็แค่อุ้มหลานพาเดินเที่ยว และหุงข้าวไว้รอท่าพี่สาวที่กลับมาจากที่ทำงานพร้อมกับแกงถุง ที่ขายอยู่ในสหกรณ์ วันไหนไม่มีแกงขาย ผักบุ้งริมคลองที่มีอยู่ดกดื่นแน่นหนา จะถูกแปรรูปเป็นเมนูหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือแกงเลียงผักบุ้งใส่ไข่
อาหารมื้อนั้นทำให้ฉันใจหายวูบสงสารพี่สาวและหลายชาย ฉันยังเป็นเด็กก็จริงและอยู่บ้านนอกก็ตาม แต่ชีวิตที่นี่ทรหดกว่าที่บ้านเกิดหลายเท่านัก เพราะแม้จะมีเงินแต่ก็ไร้ความหมาย
แกงเลียงผักบุ้ง ไม่เคยได้หวนกลับมาในรายการอาหารบ้านหลังใดๆ ของฉันอีกเลย
ความทรงจำในการเดินทางสู่เมืองโคบาล หรือกรุงหยัน ในครั้งนั้น ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ ในทุกวันนี้ ฉันรักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ฉันว่าคนที่ลิขิตให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อพูดเรื่องการผจญภัยก็คือพ่อนี่เอง พ่อไม่รู้หรอก พ่อทำให้ฉันเป็นคนกล้าหาญ ที่ออกจะเกินเหตุในบางที เพราะฉันเป็นผู้หญิง และบางสถานที่ไม่ควรที่จะไป แต่ฉันยังดั้นด้นไป ไม่ใช่เพราะความสวยหรูงดงาม แต่เพราะมันเป็นความอยากรู้อยากเห็นโดยส่วนตัว มันไม่ใช่เพียงความอยากรู้ที่ฉาบฉวย ฉันไม่เคยเดินทางไปที่ไหนแบบคนผ่านทาง ฉันต้องรู้ให้ได้ว่า คนที่นั่นเขามีความเป็นอยู่เป็นอย่างไร
ฉะนั้น ในแต่ละที่ฉันต้องไปอาศัยอยู่ และนั่นคือที่มาของการทำงานของฉัน นับตั้งแต่การเป็นบัณฑิตอาสาสมัครของธรรมศาสตร์ ที่ไปอยู่ในหมู่บ้านชายแดนภาคเหนือ ที่นั่นฉันประสบกับความลำบาก ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากรุงหยันสมัยโน้น ยามฉันป่วยเพราะแพ้ยาฉีดกันแมลงในนาข้าว พ่อก็ตามขึ้นไปเยี่ยมอย่างทุลักทุเล และงานนั้นอีกแหละที่ฉันขาหัก เดี้ยงไปนานหลายเดือน ก็พ่อนี่ล่ะที่ขึ้นไปรับตัวกลับมา
ขาฉันหุ้มเฝือก นอนเหยียดยาวบนที่นอนในบ้านพักอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พอเห็นหน้าพ่อฉันโผลุกขึ้นกอดพ่อแน่นร้องไห้โฮ พ่อลูบหลังฉันและบอกกับฉันเบาๆว่า
ถ้ารักที่จะเป็นนักผจญภัย ก็อย่าร้องไห้
ฉันจำได้ และมันเป็นคาถาที่ดี ยามฉันต้องไปผจญภัยในต่างแดน และฉันเลือกที่จะไปอาศัยอยู่ทั่วไทย พ่อรับรู้มาตลอด แม้บางครั้งจะไม่เห็นด้วย พ่อบอกแต่เพียงว่า
คิดดูเอาเองก็แล้วกัน ว่าจะไปหรือไม่ไป
ในยามฉันจากลา แววตาพ่อซ่อนไม่มิดหรอก ถึงความห่วงใย แต่ทำอย่างไรได้ คนอย่างฉันการเดินทางมันเข้าเส้นเลือดไปแล้ว
เพราะรถบรรทุกคันนั้นนั่นเทียว
ทุกวันนี้ฉันยังเร่ร่อน ยังเป็นนกกระยางออกหากิน ตามคำเปรียบเปรยของพ่อ แต่พ่อจะรู้ไหมว่านกกระยางอย่างฉันใกล้จะสูญพันธุ์ เพราะแหล่งอาหารเหลือน้อยลงทุกที ฉันเองก็ไม่อยากจะมีชีวิตแบบนกกระยางไร้รังนอน ต้องเที่ยวซุกหลับตามโคนต้นไม้เล็กๆ น่ากลัวน้อยเสียเมื่อไหร่ แต่ที่ฉันเร่ร่อนก็เพื่อมองหาต้นไม้ใหญ่ ที่จะฝากฝังร่างในรวงรังที่เข้มแข็งและปลอดภัย
ฉันยังเชื่อว่าที่แบบนั้นยังมีอยู่ ตรงไหนสักที่ของโลกนี้
ฉันไม่ต้องการมีชีวิตแค่กินอิ่มนอนหลับ เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วต้องตบตีแย่งชิงอาหารกับสัตว์อื่น ฉันอยากมีชีวิตที่สันติสุข อยากอยู่ในที่ๆมีความอุดมสมบูรณ์
พ่อคงไม่รู้ การเดินทางไกลครั้งแรกนั้น นอกจากทำให้ฉันรักการเดินทาง ฉันยังรักที่จะเฝ้าดูชีวิตอื่นๆ ที่เป็นไป ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์
ช่างเป็นการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ ที่ไม่มีในบทเรียนของหนังสือเล่มใดจะให้ได้
ฉันไม่รู้ว่า ชะนีในป่าที่ทุ่งใหญ่แห่งนั้น ตัวสุดท้ายหายไปเมื่อใด แต่ในคืนแรกที่ล้มตัวลงนอน เมื่อการการเดินทางไกลสิ้นสุดลง เพราะความเหนื่อยอ่อน ก่อนหลับไหล ฉันได้ยินเสียงชะนีนับร้อยๆ ตัวกู่ขานหากัน กังวานไปทั้งหุบเขา แม้จะเป็นเด็ก แต่ฉันรู้ว่า นั่นคือเสียงเพรียกหาความสงบสุขให้กลับคืนมา
ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมคนจึงต้องแย่งที่อยู่ของสัตว์ ฉันรู้แต่เพียงว่า เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะพยามไม่รังแกใคร ไม่ทำร้ายชีวิตใคร เพื่อความสุขของตัวเองที่ออกจะเกินเหตุเกินผล จนไม่แคร์คนอื่น
พ่ออาจจะรู้ …ในหัวใจของฉันมีกล่องของความรักซ้อนทับกันอยู่หลายชั้น หนึ่งในนั้น ชั้นล่างสุดบรรจุความรักของพ่อ ที่ก่อตัวเป็นฐานรองรับกล่องแห่งความรักชนิดอื่นๆ ที่มีอยู่ในโลก
พ่อขา…นกกระยางชอบที่จะเผยิบปีกบิน ทุกครั้งที่บ่ายหน้าไปทางอื่น มันคิดอยู่ในใจเสมอว่า
การจากลา…คือการเริ่มต้นมาพบกันใหม่อีกครั้ง
แล้วเจอกันนะพ่อ

โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 31 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 47 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com