Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> ธรรมจัดสรร/เสนอตอน ปุจฉาธรรม

เรื่อง :

ธรรมจัดสรร/เสนอตอน ปุจฉาธรรม

ขอแนะนำตัว เราเป็นสมาชิกใหม่ของเว็บนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวกับพวกศิษย์พี่ทั้งหลายด้วย เราจะนำเสนองานเขียน เป็นตอนๆ ตามแต่ความน่าสนใจจะมานำเสนอให้เรื่อง นับจากตอนแรกในฉบับนี้ อย่างไรมีโอกาสก็สนทนากันได้นะ

contact me at msn : ap_indiana@hotmail.com

ปล.อ่านจบแล้วโมทนาบุญด้วยนะ จะได้บุญกันคนละนิด คนละหน่อย อย่ารอทำบุญตอน วันพระ หรือเทศกาลเลย นะ มันไม่ได้ไรมาก สะสมไปเรื่อยๆ ดีกว่า ขอให้สู่นิพพานทั่วกันทุกท่าน สาธุ สาธุ สาธุ


ตอน ปุจฉาธรรมที่ 1

ท่านทั้งหลายคงเคยสงสัยใช่ไม๊ว่า ทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลไป คนตายที่เรารักทั้งหลายแหล่นั้นจะได้รับผลบุญกุศลนี้หรือเปล่า....

เรามีคำตอบนั้นมาให้ท่าน โดยอ้างอิงจาก หนังสือ ปุจฉาวิสัชนาในประเทศ โดย พระราชนิโรธรังสี หรือ หลวงปูเทสก์ เทสรังสี

ท่านหลวงปู่เมตตา แบ่งไว้เป็น 3 ประเด็นหลักๆ ดังนี้ เพื่อความเข้าใจ

ปุจฉา

1. การทำบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
2. ทำอย่างไรจึงทราบว่า ผู้นั้นได้รับหรือไม่
3. ถ้าไม่ได้รับ แล้วบุญนั้นเป็นของใคร

วิสัชนา
1. การทำบุญแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่รัก เคารพ นั้นแสดงถึงความรัก ความกตัญญูของบุตร หลาน อันนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องตั้งมั่นอยู่บนความตั้งใจ และศรัทธาธรรม จึงได้บุญทั้งผู้ให้ และผู้รับ การทำบุญดังกล่าวต้องอาศัยตัวกลางที่เป็นสื่อในการส่งบุญ นั้น คือ พระสงฆ์ นั่นเอง แล้วไม่ควรอย่างยิ่ง เพื่อการถวายภัตราหารที่ดีแด่พระสงฆ์ผู้เจริญธรรมนั้น ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เช่า ฆ่าเป็ด ไก่ หมู เพื่อให้ได้อาหารที่สดมาถวายพระ นั่นเป็นสิ่งเกินความจำเป็นไป เราซื้อสัตว์ที่ตายแล้วมาประกอบอาหารได้ การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เป็นการผิดศีลข้อแรกเลยทีเดียว ทำให้เป็นอกุศล ส่งผลให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วย นั่นคือ กรรม การทำทานได้บุญ แต่ยังไม่เท่ารักษาศีล การรักษาศีล ยังไม่เท่าการภาวนาจิต ปฏิบัติธรรมนะท่านสาธุชนทั้งหลาย ดังนั้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อทำทานนั้น บุญที่ได้จากการทำทาน ไม่สามารถตัดกรรมจากการผิดศีลได้เลยทีเดียว จำไว้อย่างเด็ดขาด การอุปมาที่ดีเยี่ยม และเห็นภาพค่อนข้างจะชัดเจนทีเดียว ของหลวงปู่เทสก์ (ขอเรียกท่านอย่างง่าย ด้วยความเคารพอย่างสูง) อานิสงฆ์ จากการทำบุญ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณ หากแต่ขึ้นอยู่กับความศรัทธายิ่ง เปรียบเหมือนเทียนที่เราไปขอต่อจากคนอื่น ของเขาไม่ดับ ของเราก็สว่าง เป็นการต่อยอด ไม่มีวันหมด ดังนั้นท่านผู้อ่านอย่าลืมต่อเทียนจากข้าพเจ้า เพื่ออานิสงฆ์ผลบุญของท่านเอง เพราะข้าพเจ้า นำเสนอด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง หวังให้ผู้อ่านด้วยความศรัทธาได้รับอานิสงฆ์บุญนี้เช่นกัน

2. ทำอย่างไรจึงทราบว่าผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้รับหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นเรื่องตอบยากมาก เพราะถึงบอกว่าได้ เพราะพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ให้ทำบุญทานกับภิกษุสงฆ์ หรือผู้มีศีลมากๆ ได้บุญมากน้อยตามลำดับ แต่อย่าเลือกใส่บาตรพระ ไม่ใส่เณรนะ จิตไม่เป็นกุศลไม่ได้บุญหลอก มีน้อยทำน้อย มีมากทำมาก อย่าเบียดเบียนตัวเอง แต่สาธุชนทั้งหลายก็ไม่เห็นด้วยตา แต่ท่านกล่าวอย่างไรโปรดเชื่อเถิด อย่าสงสัยในคำสอนของพุทธองค์นั่นเป็นธรรมข้อหนึ่ง เราเกิดในพุทธศาสนา หลายๆ คนคงรู้จักพระสาวกอยู่ไม่น้อย ท่านเหล่านั้นมีจำนวนมากเพียงฟังเทศน์ของพุทธองค์เพียงครั้งเดียวก็บรรลุธรรม อย่างน้อยก็โสดาบรรณ การเชื่อในพุทธองค์ซึ่งเข้าใจในเหตุผลของธรรมมะ ซึ่งเป็นคำสอนที่ท่านตรัสไว้ดีแล้วนั้นเป็นมหากุศลของตัวท่านเอง เพราะพระพุทธเจ้าท่านผจญ ทุกขเวทนาในโลกมา 4 อสงไขย แสนกว่ากับป์กัล ท่านเกิดเป็นทุกๆ อย่างในโลก เรียนรู้โลกมามากมายนัก จนท่านนิพพานดับสูญ พ้นทุกขเวทนา ไม่มีความรู้สึกอีกแล้ว ไม่มีแม้แต่อนุภาค ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด หรือรอรับผลบุญอย่างที่เราๆ พยายามจะส่งให้ใครต่อใคร ที่ล่วงลับไปแล้วนั้น หากแต่จะแน่ใจว่าบุญกุศลนั้นถึงแก่ผู้ล่วงลับจริงๆ แล้ว การภาวนาจิต ปฏิบัติธรรม ที่เราเรียกกันสากลว่า การปฎิบัติวิปัสนากรรมฐานนั่นเอง นั่นถึงแน่นอน ถ้าทำอย่างมีสติ ใช้สติคุมจิตให้เกิดกุศล ตามอย่างมหาสติปัฏฐานสูตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นเอง ถึงแน่ ถ้าแต่มีข้อแม้ว่า หากผู้ที่ล่วงลับที่ท่านอุทิศบุญนี้ให้ ต้องไม่ทำผิด 5 ประการต่อไปนี้ 1. ฆ่าบิดา 2. ฆ่ามารดา 3. ทำร้ายพระอรหันต์ 4. ทำให้พระพุทธเจ้าต้องเลือด และ 5. ยุให้สงฆ์แตกกัน อันนี้ใครก็ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ มีเรื่องเล่าถึง อาแป๊ะคนหนึ่งตายตกนรกอเวจี ไม่มีผู้มีบุญโปรดถึง ลูกบวชเณร ภาวนาจิต ปฏิบัติธรรมให้ ยังเลื่อนขึ้นมาจากนรกขุมนึง หลานบวชให้ก็เลื่อนมาอีกขุมนึง ศีล ทานเฉยๆ คงไม่ถึงหรอก ดังนั้นอย่าประมาทกับชีวิต ตอนมีชีวิตนี่ก็ทำบุญกันมากๆ หน่อย หันมองตัวเองบ้างว่าวันหนึ่งๆ ทำกุศลกี่นาที ทำอกุศลที่ชั่วโมง ปีหนึ่งคิดเป็นเท่าไร แล้วตลอดชีวิตเป็นอย่างไร

3. บุญนั้นเป็นของใคร จำไว้เลยทุกท่าน...บุญกุศลใครทำใครก็ได้ ทำแทนกันไม่ได้ แล้วแย่งกันไม่ได้ นอกจากจิตเป็นกุศล ยินดีกับผู้ทำดี เป็นธรรมข้อหนึ่ง โมทนาบุญกับผู้ที่ทำบุญ ท่านก็มีจิตเป็นกุศลแล้ว ได้กุศลด้วย บุญทาน จะถึงผู้ล่วงลับ จริงอยู่แต่ยากและน้อยมากต้องทำอยู่เรื่อยๆ ถ้าท่านผู้มีจิตกุศลมีใจมุ่งมั่น สละเวลาทางโลกของท่านวันละเล็กน้อย แต่ขอให้สม่ำเสมอ และศรัทธาแท้จริง ถือศีลห้าอันเป็นข้อควรปฏิบัติอยู่แล้วสำหรับมนุษย์ สวดมนต์ ภาวนาจิต วิปัสนาบ้าง แผ่เมตตาให้ผู้มีคุณ และเจ้ากรรมนายเวร อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ ขอให้สม่ำเสมอ และศรัทธา อันนี้ถึงแน่นอน และเกิดกุศลกับตัวท่านเองด้วย ผู้รับจะได้มากน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับบุญทำ กรรมแต่งของบุคคลนั้นๆ


* ติดตามต่อฉบับหน้า ขอบคุณค่ะ




โดย : indy
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 15 : 4 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com