Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> Natan ตอนจุดเริ่มแห่งเส้นทาง

เรื่อง :

Natan ตอนจุดเริ่มแห่งเส้นทาง

ท่ามกลางความมืดสลัวยามราตรีชาวเมืองทุกคนต่างหลับใหล กลับมีแสงสว่างค่อย ๆ ขยายตัวจากจุดเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนสว่างทั่วเมืองเล็ก ๆแห่งนั้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่กระชากหัวใจปลุกผู้หลับใหลอย่างเป็นสุขในขณะนั้นให้ตกใจตื่นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกคนกลับต้องตกใจเมื่อพบว่าความมืดยามค่ำคืนได้กลายเป็นความสว่างเช่นเดียวกับยามกลางวัน อีกทั้งเสียงกรีดร้องที่ยังคงดังก้องกังวานอย่างหาที่มาของเสียงไม่ได้ เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความตื่นกลัวให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมาก ไม่มีใครบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นนอกจากกลัวจนสุดหัวใจ
ไกลออกไปยังชานเมืองของประเทศเอโรอาร่า ซึ่งเป็นศูนย์รวมของความเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ อารยธรรม เทคโนโลยี ที่ล้ำหน้ากว่าทุก ๆ ประเทศในทวีปแอแทนนี้ แต่ที่สำคัญเมืองเอโรอาร่าเป็นศูนย์กลางของมนุษย์ผู้มีอำนาจพิเศษในทุก ๆ ด้าน ในกระท่อมเล็ก ๆ ติดชายป่า ชายหนุ่ม รูปร่างสูงใหญ่ดูสง่างาม ผิวสีแทนดั่งทองคำ ผมยาวสลวยได้ถูกรวบไว้อย่างง่าย ๆ เหมือนไม่ใส่ใจ นั่งหันหลังให้กองไฟ เหมือนมีเรื่องครุ่นคิดอย่างมากมาย ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาได้เกิดขึ้น ชายหนุ่มหันหน้ามาทางกองไฟพร้อมทั้งเตรียมหยิบกริซซึ่งวางอยู่บนโต๊ะมาเตรียมพร้อมทันที แต่อนิจจาภาพที่เห็นอาจทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยต้องตกใจกลัวอย่างแน่นอน เพราะใบหน้านั้นช่างดูดุดัน คิ้วเข้มหนา จมูกใหญ่ ริมฝีปากที่หนาเตอะและมองเผิน ๆ เหมือนมีเขี้ยวขนาดเล็กแทรกออกมาเนื่องจากฟันที่ไม่เป็นระเบียบจนน่าเกลียด ประตูกระท่อมค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างแผ่วเบา พร้อม ๆ กับมีหัวของผู้ชายผมสั้นมีผ้าคาดหัวโผล่เข้ามา ชายหนุ่มซึ่งเตรียมพร้อมอยู่หลังประดูกระท่อมแล้ว กระโดดเข้าล็อคคอผู้ที่โผล่มาพร้อมเอากริซจ่อคอทันที
“เฮ้ย ๆๆ เดี๋ยว นาธาน นี่ข้าเองนะ โอย....ทำไมรุนแรงอย่างนี้อ่ะ” ทีนอล เอามือลูบคลำที่คอตนเองทันทีหลังจากที่นาธานได้ปล่อยเขาเป็นอิสระ พลางเหลือบมองนาธานอย่างเคือง ๆ
“ก็ใครให้นายแอบย่องเข้ามาล่ะ ข้าก็เลยร่วมเล่นกับนายด้วยไง ฮ่า ๆๆๆๆ”
“เออ...ดีนะเพื่อนเรา ข้ากะจะทำให้เจ้าตกใจแค่นั้นเอง ไม่น่าเลย” ทีนอลบ่นออกมา และทำให้นึกได้ว่ามีเรื่องจะคุยกับนาธาน “จริงซิ ข้าได้ข่าวว่า เมืองรานซ์ทางตอนเหนือเกิดเหตุการณ์ประหลาด ว่ากันว่าอยู่ ๆกลางคืนก็สว่างเหมือนกลางวัน แถมมีเสียงร้องโหยหวนดังไปทั่วเมืองโดยไม่รู้สาเหตุอีก นี่ก็เป็นต่อเนื่องกันมาเกือบสิบวันแล้ว ชาวเมืองจากพากันหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าออกจากบ้านแล้ว เห็นว่าเมืองรานซ์ตอนนี้แทบไม่ต่างกับเมืองร้างเลย ตอนนี้ท่านผู้นำประเทศออกประกาศจะให้รางวัลกับผู้ที่แจ้งเบาะแสและผู้ที่สามารถจัดการกับบุคคลหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น นายสนใจไม๊ล่ะ” ทีนอลมองนาธานซึ่งนั่งเงียบใช้ความคิด อย่างลุ้นว่านาธานจะตอบเช่นไร
“ทีนอล นายคิดว่าจะเกี่ยวกับกลุ่ม Death personified หรือเปล่า”
“ข้าไม่มั่นใจเลย อืม..... แต่ก็ไม่แน่นะ เพราะจะหาใครชั่วร้ายอย่างพวกมันไม่ได้แน่ ว่าแต่นายยังคิดจะแก้แค้นที่พวกมันฆ่าพี่ชายของนายและทำให้นายต้องมีหน้าตาเช่นนี้หรือเปล่า ข้าไม่มั่นใจว่าเราจะชนะมันได้เลย แม้ข้าจะรู้ว่าตอนนี้ฝีมือของนายพัฒนาไปมากแล้วก็ตาม” ทีนอลพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าให้รู้ว่าเค้าไม่มีความมั่นใจและกลัวคนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก
นาธานนั่งนิ่ง พร้อมด้วยความคิดที่ย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์วันนั้น วันที่เค้าอายุได้เพียง 15 ปี .......
ในกระท่อมหลังเดียวกันนี้ ชีวิตที่แม้จะขาดพ่อแม่อยู่กับพี่ชายเพียง 2 คนแต่ชีวิตของเขาก็อบอุ่นและมีความสุข
“นาธาน พี่อยากให้เจ้าพยายามฝึกฝนการต่อสู้ และการใช้พลังแห่ง Nature ให้เชี่ยวชาญให้ได้ นะ” ราซานเอ่ยขึ้นบนโต๊ะอาหารเย็น ซึ่งนาธานก็ยิ้มและมองราซานด้วยสายตาที่แสดงความรักและเคารพในราซานเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจะเอ่ยล้อเล่นกลับไปว่า
“พี่จะให้ข้าไปแข่งกับใครที่ไหนเหรอ รับรองว่าตอนนี้ในรุ่นเดียวกันไม่มีใครสู้ข้าได้หรอก”
“เจ้าอย่าทำหลงตัวไปหน่อยเลย” ราซานเอ่ยตอบยิ้มๆ เพราะเขารู้ว่านาธานไม่ใช่คนหลงตัวเองหรือยกตนข่มใคร “แต่ที่พี่เตือนเพราะพี่เป็นห่วงเจ้ารู้ไม๊”
“ข้ารู้ว่าพี่เป็นห่วงข้า ตอนนี้ข้าก็ฝึกอยู่ทุกวันอยู่แล้วพี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก อีกอย่าง ข้ามีพี่คอยดูแลอยู่อย่างนี้ ข้าไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย”
“ไม่ได้นะนาธาน พี่ยังไม่รู้ว่าจะอยู่กับเจ้าไปอีกนานเท่าไร มันไม่มีอะไรแน่นอนเลย เจ้าจะมัวเที่ยวเล่นอย่างเด็กอื่นไม่ได้รู้ไม๊ เราไม่เหมือนคนอื่นเค้า เรามีหน้าที่ความรับผิดชอบมากกว่าคนอื่น ๆ อีกมาก”
“หน้าที่อะไรหรือ ทำไมข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลย แล้วพี่คิดจะไปไหนหรือครับ ” นาธานเอ่ยอย่างสงสัยเพราะเค้าอยู่บ้านหลังนี้ เมืองนี้มาตั้งแต่จำความได้ และชีวิตทุกอย่างก็ดำเนินเหมือนคนอื่น ๆ มาตลอดทำไม ราซานจึงเอ่ยเช่นนี้ ราซานนั่งนิ่งไปซักครู่ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“พี่เองไม่ได้คิดจะไปไหนหรอก แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ เอาเถอะนะซักวันเจ้าจะเข้าใจ แต่ขอให้เจ้าเชื่อพี่และทำตามที่พี่บอกเถอะนะ”
“ได้ครับพี่ ข้าจะตั้งใจให้มากยิ่งขึ้น” แม้นาธานจะไม่เข้าใจความหมายคำพูดของราซานเลยก็ตามแต่ที่เขาคิดตอนนี้คือจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังหรือเป็นกังวลในตัวเขาเป็นอันขาด เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มจะตึงเครียดเกิดไป นาธานจึงชวนราซานคุยเล่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
“พี่บอกว่าเราไม่เหมือนคนอื่นเค้า มีหน้าที่มากกว่าคนอื่น สงสัยข้าจะเป็นเจ้าชายตกยากแล้วต่อไปต้องปกครองประเทศแน่เลย ฮ่า ๆๆๆๆ”
“เจ้าน่ะเหรอเป็นเจ้าชาย ฟังนิทานเด็ก ๆ มากไป เลยเอามาเพ้อฝันน่ะซิ ฮ่า ๆๆ” ราซานเอ่ยแซวน้องชายแล้วหัวเราะประสานเสียงดังลั่น “นาธานเอ๋ย..เจ้าไม่ใช่เจ้าชายหรอก แต่ภาระของเจ้ายิ่งใหญ่กว่านั้น”

วาบบบบบ...... แสงสีขาวสว่างบาดตาเกิดขึ้นฉับพลัน...ช่างราวกับโลกนี้มีแต่สีขาวเท่านั้น.....แสงสีขาวที่สว่างขึ้นเรื่อย ๆ ๆๆๆ
นาธานรู้สึกตามองไม่เห็นไปชั่วขณะเนื่องจากแสงที่สว่างเจิดจ้าขึ้นกระทันหัน เขาได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นอยู่ในหูจนต้องยกมือปิดหู และอยู่ ๆ ใบหน้าของเขาก็เหมือนมีหน้ากากที่มีชีวิตมาครอบปิดหน้าของเขาไว้ นาธานดิ้นทุรนทุรายจากอาการปวดแสบที่ใบหน้าราวดั่งใครเอาน้ำกรดมาราด ลมหายใจที่ติดขัด จนเขาคิดว่าตัวเองต้องตายอย่างแน่นอน และเมื่อเสียงกรีดร้องนั้นเงียบลงสายตาเขาเริ่มมองเห็นได้ลาง ๆ แสงสีขาวนั้นก็ได้จางลง ๆ อาการเจ็บปวดเริ่มลดน้อยลง จนเมื่อเขามองทุกอย่างได้เป็นปกติทุกอย่างรอบตัวก็กลับเหมือนเดิม ยกเว้น....อา...ไม่นะ....ไม่มีราซานอยู่ตรงที่นั่งของเขา หากแต่มีกองเลือดกองใหญ่อย่างน่ากลัวเกิดขึ้นแทน พร้อมกับตัวหนังสือที่เขียนด้วยรอยเลือดบนโต๊ะกินข้าวว่า Death personified นาธานทำอะไรไม่ถูก เขาช็อคไปชั่วขณะ ก่อนจะตะโกนก้องพร้อมกับวิ่งออกไปในความมืดที่ย่างกรายเข้ามา.....พี่....รา....ซาน............

“นาธาน...นาธาน...นายเป็นอย่างไรบ้าง” ทีนอลเรียกนาธานอย่างตกใจที่จู่ ๆ เพื่อนของเขาก็เงียบไป พร้อมกับมีสีหน้าแสดงความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอยู่ชั่วครู่ แล้วน้ำตาก็ค่อย ๆ ไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ นาธานยกมือลูบหน้าตัวเอง และนึกถึงรอยยิ้มของพี่ราซานที่จะช่วยปลุกปลอบกำลังใจให้แก่เขา พร้อม ๆ กับยกมือปาดน้ำตาทิ้งยืดหลังตรงเหมือนพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไปโดยไม่ย่อท้ออีก


โดย : ศรศิลป์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 16 : 17 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com