Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> วันแรก

เรื่อง :

วันแรก

ถ้าหากบอกว่าชีวิต คือการถือกำเนิด ขณะนี้ข้าก็คงไม่ต่างจากทารกที่ถูกบ้วนออกมาจากมดลูกของชะตากรรมที่ใครบางคนแอบซ่อนองค์ยูไลไว้ ไม่ให้พระองค์มองเห็น
หลังจากจองจำกิเลสตัวเองด้วยผ้าเหลืองในคราบของบรรพชิต ข้าต้องกลับมาใช้ชีวิตเยี่ยงปุถุชนอีกครั้งเพราะสำนึกว่า เราอาจหลบหนีผู้อื่นได้ทั่วยุทธภพ แต่กลับไม่อาจหลบหนีตัวเองได้ตลอดชีวิต ตราบเท่าที่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสง ให้มองเห็นเงาตัวเอง
ข้ากำลังอยู่ในอาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งจะถูกตกแต่งให้เป็นสถานบันเทิงในไม่ช้านี้ หลังจากที่ไอ้หลงหลงกับเจ่เจ๊ขับรถไปรับถึงหน้ากุฏิ ไม่รู้ว่าเป็นบุญของเขาหรือบาปของข้า ที่ทำให้ต้องมาอยู่ในที่ๆเคยอยู่เมื่อครั้งอดีตอีกครั้ง คิดแล้วก็อดสงสารความเจ็บปวดของตัวเองไม่ได้
ไอ้หลงกับข้ารู้จักกันมานาน เพราะเมื่อก่อนที่ทำงานของเราอยู่ติดกัน แม้จะไม่สนิทกันมากนัก แต่ก็เคยเสเพลด้วยกันเมื่อหลายฤดูที่ผ่านมา ส่วนเจ่เจ๊ ข้านับถือในฐานะผู้มีพระคุณ มากกว่าจะคิดเป็นอย่างอื่น แม้ว่านางจะมีอายุมากกว่าข้าแค่ 2เดือน แต่สตรีอายุ 30ปี กับบุรุษอายุ 29ปี10เดือนนั้น มีข้อแตกต่างกันอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอบายมุข หรืออวัยวะ พวกเขามารับข้า เพื่อจะให้มาช่วยงานในคาราโอเกะที่กำลังจะเปิดในอาคาร 3ชั้นแห่งนี้.ในไม่ช้า
โลกภายนอกเต็มไปด้วยแสงสี ต่างจากโลกที่เคยอยู่ในช่างครึ่งปีที่ผ่านมายิ่งนัก 6เดือนที่ห่างหายจากลีวายส์ ไม่ได้ทำให้รู้สึกคิดถึงกุฏิที่เคยจำวัดแม้แต่น้อย ใครบางคนกล่าวว่า ขุนเขายากกลับกลาย สันดานคนไม่เคยเหือดหาย ช่างตรงใจนัก แทนที่จะรู้สึกสงบ เมื่อได้สัมผัสกับโลกของเหล่าสัตบุรุษ ที่ดำรงชีวิตตามรอยทางแห่งพระอริยะสงฆ์ แต่ข้ากลับต้องมาเผชิญกับคนสิ้นไร้ไม้ตอก ที่อาศัยอาภรณ์ภิกษุสงฆ์ห่อหุ้มร่างกาย บดบังตัณหาตัวเอง ฟัก! เดียรัจฉานแอบเข้าไปห้องข้าและอ่านคัมภีร์ที่เป็นความลับทั้งมวลของข้า ในข้อหาที่พวกมันยัดเยียดให้กับแพะตัวหนึ่ง รับบาปในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ ครก!
แม้ข้าจะไม่เคยอ่านพระปิฎกในหอไตรจบทั้ง 3เล่ม แต่ก็พอจะรู้ว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้สั่งสอนให้เหล่าสาวกปฏิบัติเยี่ยงนี้กับผู้ใด แต่มันเกิดขึ้นกับข้า บัดซบ! ข้าไม่เคยสั่งสอนลูกจ้างโรงงานชำแหละเนื้อ ฆ่าหมูเซ่นไหว้ศาลพระภูมิและใส่บาตร เพื่อบรรลุนิพพาน เหตุใดพระเจ้าต้องให้คนๆหนึ่งทำบาป เพื่อปกป้องอีกหลายคนให้บริสุทธิ์ ถ้าคนฆ่าหมูบาป คนกินหมูคงได้บุญบัดซบ
ข้าอาจท่องศีล5 ไม่เก่งเท่ากับปาติโมกข์ที่ท่องจำโดยภิกษุที่ไม่รู้บาลีแม้แต่หางอึ่ง ใครบางคนบอกว่า เขาร้องเพลงสากลได้โดยจำเป็นต้องรู้ความหมาย ข้าไม่โต้เถียง แต่การละเมิดต่อวิญญาณผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีในบทบัญญัติใดในคัมภีร์แห่งสงฆ์
ว้อท เดอะ ฟัก ทู เฮล!?
ข้าควรขอบคุณเขาที่ให้ร่มเงาข้าซุกหัวนอนด้วยหนี้บุญคุณสูงล้นกระหม่อม และเขาบอกให้ข้าทดแทนเขาด้วยการเปลือยก้น (บึ้ง) ให้พวกมันชำเราต่อวิญญาณอันบริสุทธิ์ของข้าทางประตูหลังด้วยความหื่นกระหาย ครก! ข้าไม่ยอมให้ใครล่วงละเมิดทำอัตกามกริยาได้ตามอำเภอใจ ไม่ว่าเขาหรือมันผู้นั้น จะอยู่เปรียญ11 หรือเคยเป็นเด็กหิ้วปิ่นโตมาก่อนก็ตาม
ข้าขึ้นรถมากับเจ่เจ๊ด้วยเสื้อผ้าเพียงชุดเดียว หลังจากที่ต้องหนีใครบางคนอย่างหัวซุกหัวซุน ไม่นึกว่าจะได้กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง อดีตที่เลวร้ายคล้ายต้นหญ้าพิษ ที่งอกรากขึ้นภายในจิตใจ
ข้ากลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่า แพะฝูงหนึ่ง มิใช่จะขี้ขลาดหมดทุกตัว การคิดถึงสิ่งที่พยายามลืมตลอดเวลา นับเป็นความทรมานอันร้าวรานนัก ข้ามิอาจบอกใครได้ว่า ตอนนี้ข้าเป็นใคร มาจากไหน หรือเคยทำอะไรมาก่อน นี่คือเรื่องราวของข้าที่ข้าพยายามเล่ามันขึ้นมาจากคราบน้ำตาของหัวใจของตัวเอง
เมื่อวานห่มไตรจีวร วันนี้นุ่งกางเกงยีนส์ มันต่างอะไรในความเป็นมนุษย์? ข้าก็ยังเป็นข้า ทุกคนต่างก็มีภารกิจต้องทำ ตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน รับประทานอาหาร พักผ่อนหลับนอน ชีวิตวนเวียนอยู่ในวัฏสงสาร ไม่เว้นแม้นายกรัฐมนโท หรือคนแบกถังอุจจาระ ไม่มีตลกคนใด อับอายต่อเสียงหัวเราะของผู้คนที่มีต่อเขา นี่มิใช่ภารกิจหรือ?
เรื่องราวของข้าเริ่มต้นในวันนี้ ไม่ว่าก่อนหน้านี้ จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ชีวิตเริ่มนับตั้งแต่จีวรปลิวออกจากร่าง ข้าไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอีกยาวนานสักเท่าใด อย่าได้ถามว่าข้าเป็นใคร แต่จงถามว่าข้าจะทำอะไร หนังสือของหลู่ซิ่นเราไม่จำเป็นต้องถามมิใช่หรือว่าใครเป็นคนเขียน มันอาจน่าหัวร่อสำหรับใครบางคน แต่เวลาข้าหิว ใครให้ข้าวข้ากิน? เวลาข้าง่วง ใครให้ที่พักผ่อนหลับนอนกับข้า?
วันนี้รู้สึกอ่อนเพลีย และต้องการพัก อนาคตจะเป็นอย่างไรกระทั่งสวรรค์ยังไม่อาจล่วงรู้ ชีวิตข้าไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่มันติดลบจนเลยจุดเยือกแข็งไม่รู้กี่องศาของความล้มเหลว กระทั่งคิดตะเกียกตะกายขึ้นมานับหนึ่งยังยากเย็น แล้วทำอย่างไรได้?
ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป ในเมื่อลมหายใจยังไม่ขาดห้วง ชีพจรยังเต้นตามปกติ ท้องไส้ร่ำร้องยามหิวโหย คนต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้ว่าจะอยู่อย่างทนทุกข์ทรมานก็ตาม การได้รับความทุกข์เพื่อมีชีวิตอยู่ ก็นับเป็นความสุขประการหนึ่ง เพียงแต่ในโลก มีไม่กี่คนที่ล่วงรู้ความหมายนี้ และมีวาสนาได้เสพย์รับ ข้าได้แต่ปลอบใจตัวเอง


โดย : เสี่ยวเอ้อ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 19 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 12 : 35 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com