Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> Blood Road (ถนนสีเลือด)

เรื่อง :

Blood Road (ถนนสีเลือด)

ถนนหมายเลข 1 Fortune of Angel

โดย Yukihiko
ตอน เสียงที่ไม่ได้ยิน

ในค่ำคืนที่หนาวเหน็บ อากาศย่ำแย่เป็นที่สุด ฝนตกยาวลงมาอย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ ซ้ำร้ายฟ้ายังผ่าลงมาเหมือนมีใครกำหนดให้เป็นเช่นนั้น เวลาโหดร้ายเช่นนี้ย่อมไม่มีใครกล้าออกมาจากในบ้านที่อบอุ่นแน่นอน แต่ที่บนหน้าผาชมวิวแห่งหนึ่ง มีหนุ่มสาวสามคนอยู่ท่ามกลางพายุเช่นนี้
“ ไม่ ไม่มีวันให้อภัย คนทรยส ...หยาบช้าที่สุด สวรรค์ต้องไม่เข้าข้าง ไม่มีวัน เลือดของแกจะไม่มีวันสงบสุข... แกต้องชดใช้ ” คำพูดของหญิงสาวที่ฟังแล้วเหมือนสายฟ้าฟาดลงมายังพื้นดิน ดังสนั่นกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักน่วงปานพายุ เธอยืนอยู่ปลายหน้าผาที่สูงชันไร้การปกป้องจากสิ่งรอบข้าง เธอทำทีถอยหลังหนีจาก หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ร้องขอชีวิตของเธอจากสิ่งที่เธอจะทำ ในกำมือของหญิงสาวที่บ้าคลั่ง มีสร้อยสีเงินวาววับอยู่ในมือ เธอค่อยๆก้าวถอยหลังจนจนทางหน้าชันขึ้นทุกที พร้อมกับบ่นพรึมพรำภาษาที่ฟังไม่เข้าใจด้วยน้ำเสียงที่จงเกียดจงชังอย่างตั้งใจ “ทาเปคาซีอุส แมคคาซัสซาฮาล เรทาดารัสซาร์.......ฮาๆๆ”
“รับไปซะ ของขวัญแต่งงานของพวกเธอ...รับไปซิ” คนทั้งคู่ไม่เข้าใจกลับการให้ของเธอในเวลาแบบนี้ เขาทั้งสองทำท่าทีไม่แน่ใจที่จะรับมัน หญิงบ้าคลั่งตะหวาดขู่อีกครั้ง จนชายหนุ่มต้องจำใจ ค่อยๆยื่นมือออกไปเพื่อรับมัน และเขาก็พยายามที่จะดึงมือหญิงบ้าคลั่งให้ออกมาพ้นจากหน้าผานั้น แต่เธอไหวตัวทันจึงถอยหลังลึกออกไปอีก “โธ่...รูมีซ่า กลับเข้ามาเถอะนะผมขอร้องล่ะ”
“ไม่ ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว มันจบสิ้นแล้ว เพราะเธอ เธอแย่งทุกอย่างจากฉันไป เธอแย่งเขาไป”.
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้...... รักคุณ” ชายหนุ่มทำสีหน้ารู้สึกผิด
“ใช่คุณไม่ได้รักฉันแล้ว ไม่แล้ว” หญิงบ้าคลั่งหันหลังให้คนทั้งคู่ แล้วเธอก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งแล้วหันมาพูดคำสุดท้ายของเธอ “ฉันรักคุณนะรูเพิร์ต”สีหน้าเธอดูอ่อนโยนขึ้นมาทันที แต่แล้วหน้าตาปานแม่มดชั่วช้าของเธอก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง “แต่ฉันไม่มีวันยกโทษให้คนที่ทรยสฉัน ไม่มีวัน” จากนั้นร่างผอมๆของเธอก็ดิ่งลงจากหน้าผา เหมือนดอกไม้แห้งที่ร่วงโรยรา “ฉันขอโทษ
รูมีซ่า ฉันขอโทษ” หญิงสาวครางด้วยเสียงที่แผ่วเบาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้าจากการศูนย์เสียเพื่อนรักของเธอไป

อากาศยามเช้าในตัวเมืองหลวงยามนี้ ช่างดูสดใสเหลือเกิน นกน้อยบินถลาเล่นกลับสายลมที่แผ่วเบาในยามเช้า ผีเสื้อสาวแสนสวยบินผละออกจากดอกกุหลาบสีขาวที่ชูหน้ารับแสงแดดอ่อนๆยามเช้าเช่นนี้ มันบินอวดปีกแสนสวยของมันจนไม่ทันระวังหน้าต่างที่อยู่ตรงหน้ามัน แล้วมันก็บินโซเซผ่านหน้าต่างห้องนอนของเด็กสาววัย 9 ปี ที่กำลังตื่นมาด้วยความรำคาญจากเสียงข้างบ้านทำเสียงปึงปังแต่เช้า “อรุณสวัสดิ์ มูมู่” แมวตัวอ้วนขนสีขาวพันธ์เปอร์เซีย กระโดดขึ้นมาอยู่บนกลางตัวเพรสซี่ที่กำลังขยี้ตาอยู่บนเตียง ห้องของเธอเป็นสีชมพูอ่อนๆ ประดับประดาไปด้วยสิ่งของเครื่องใช้ที่ถูกจัดเป็นระเบียบ ดุเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างของเธอจะเป็นสีชมพูไปซะหมด
“เพรสซี่ ลูกรัก ตื่นแล้วเหรอลูก ไปอาบน้ำซิจ๊ะแม่เตรียมน้ำไว้ให้แล้ว” แม่วัยสาวเดินเข้ามาสะบัดผ้าปูที่นอนของลูกสาวเธอ “ค่ะแม่”แล้วเธอก็วิ่งไล่เจ้าแมวตัวอ้วนที่คาบผ้าขนหนูเธอไป

ที่โต๊ะอาหารชายหนุ่มกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ต่างประเทศอยู่อย่าง ขมักเขม่น
“พอร์ตเมด พ้นโทษจากคดีฆ่า แซม เมอลิงสัน แล้ว ศาลตัดสินว่าแซมฆ่าตัวตายเอง บ้าชะมัดเลยน่าจะตัดสินว่าไม่ผิดตั้งแต่ที่แรกแล้ว วันที่หมอนั่นตายเขายังนั่งจิบกาแฟกับผมที่ดอยตุงอยู่เลยตอนที่ผมไปเยี่ยมป้าเทนน่ะ” เขาทำสีหน้าไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง แต่หน้าเขาก็กลายเป็นสีชมพูอีกครั้งเมื่อภรรยาแสนสวยโต้กลับมา “ฉันว่าคุณอ่านข่าวหน้านั้นซ้ำไปซ้ำมาให้ฉันฟังตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะค่ะ” เขาทำท่าจะโต้กลับภรรยาของเขา แต่เขาก็เปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อหันมาเห็นลูกสาวที่นั่งอยู่เก้าอี้ข้างๆ “ว่าไง เจ้าหญิงน้อยๆของพ่อ...วันนี้จะออกไปไหนกลับแม่ล่ะลูก”
เด็กสาวไม่ตอบ เธอมีสีหน้าไม่ค่อยดีนักก่อนจะพูดว่า “พ่อค่ะ..เมื่อคืนหนูฝันร้ายอีกแล้ว..หนูไม่ชอบความฝันของหนูเลยพักนี้ แย่จัง” เขาหัวเราะเล็กๆก่อนจะพูดปลอบตามภาษาผู้ใหญ่
“ฝันร้ายจะกลายเป็นดีเชื่อพ่อซิ พ่อว่าลูกอย่าไปเอาอะไรกับความฝันเลยลูก” “แต่มันเหมือนจริงมากเลยนะค่ะหนูฝันเห็นซ้ำๆแบบนี้ของเรื่องผู้หญิงที่ชื่อรูมิซ่ามาหลายหนแล้วนะค่ะหนูว่ามันไม่ธรรมดาหรอกป้าเทนยังบอกว่า...” ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก เขาหันไปมองหน้าภรรยาของเขาที่มีสีหน้าตกใจทุกครั้งที่ลูกสาวของเธอพูดถึงฝันของผู้หญิงที่ชื่อรูมิซ่า “ไม่มีอะไรหรอกที่รักแกแค่ฝันไป...” เขาพูดเบาๆพลางจับมือภรรยาไว้ “พ่อว่าหนูไปเรียนว่ายน้ำเถอะนะลูก ปานนี้ครู
แจสรอนานแล้ว...ส่วนเรื่องความฝันพ่ออยากให้ลูกลืมมันนะลูก ไว้โตขึ้นแล้วพ่อจะเล่าให้ลูกฟัง”
“ค่ะพ่อ..หนูไม่น่ามาถามพ่อเลย หนูไปเล่าให้พี่แจสฟังก็ได้” เด็กสาวเดินปังๆออกไปจากบ้าน
“ทำไมแกถึงเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับรูมิซ่าได้...ทั้งทีรูซตายไปก่อนเธอเกิดอีก” ชายหนุ่มรำพึงรำพัน”เขาไม่มีวันอภัยให้เราหรอกมันเป็นแรงอาฆาต...ฉันไม่น่า...” หญิงสาวน้ำตาคลอ...”ผมไม่อยากให้คุณเป็นแบบนี้เลยมันเป็นอดีตไปแล้ว...เชื่อผมเถอะนะ” ทั้งคู่ยืนกอดกันแน่นท่ามกลางสายลมที่พัดโชยเบาๆเข้ามาตามบานประตู ถัดจากที่นี้ไปอีก 2 ซอยเล็กๆมีหนุ่ม สาว คู่หนึ่งยืนเถียงกันไปมาอยู่หน้าบ้านไม้หลังใหญ่
“แจส... ผมว่าเราค่อยคุยกันวันหลังดีกว่า ผมต้องรีบไปประชุม.. ปล่อยแขนผม” หนุ่มน้อยรูปร่างกำยำทำท่าทีสะบัดมือของแฟนสาวออกอย่างน่ารำคาญ “ไม่นะ วี เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน..อย่าทิ้งฉันไปแบบนี้ซิ” เพรสซี่ที่เดินตึงๆมาตั้งแต่ไกลเปลี่ยนท่าทีทันทีเมื่อเธอเห็นคนทั้งคู่
“เพรสซี่..อรุณสวัสดิ์ จ๊ะ วันนี้มีเรียนกับแจสใช่มั้ย มาซิ เข้าไปในบ้านเลยจ๊ะ” ชายหนุ่มได้ทีบ่ายเบี่ยงออกจากแฟนสาวของเขา “เอ่อ..เพรสว่าเพรสกลับก่อนดีกว่ามั่งค่ะ” “ได้ไง..มาแล้วนี่จ๊ะ น้าพี่สองคนคุยกันเสร็จแล้ว.. จริงมั้ยที่รัก.. แล้วค่อยเจอกันตอนเย็นนะผมไปล่ะ” หญิงสาวจำยอมแต่โดยดี เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจูงมือเด็กสาวเข้าบ้าน.....
“พี่แจสทะเลาะอะไรกับพี่วีเหรอค่ะ เพรสมาผิดเวลารึเปล่า” “เรื่องปกติน่ะ...อย่าไปสนใจเลยไว้ให้พี่รู้แน่ก่อนแล้วพี่จะบอกเพรสคนแรกเลย..ว่าแต่เรา วันนี้ไม่มีเรียนกับพี่นี่” เพรสซี่ทำหน้าบึ้งตึงเหมือนเดิมทันที “ก็พ่อซิค่ะ ไม่ยอมเล่าเรื่องผู้หญิงที่ชื่อรูมิซ่าให้หนูฟังสักที”
“เพรสฝันเรื่องของหล่อนอีกแล้วเหรอ...” เพรสซี่พยักหน้า “พ่อบอกว่าเพรสยังเด็กบอกไปก็ไม่รู้เรื่อง” แจสหัวเราะเล็กๆ แล้วลุกจากเก้าอี้ไปหยิบเหยือกน้ำส้มมารินให้สาวน้อย “ก็ถูกของพ่อเพรสนะ...เขาอาจจะมีอะไรบ้างอย่างที่ยังไม่อยากบอกเราถึงแม้ว่าเราจะอยากรู้แค่ไหน..อีกอย่างถึงบอกอะไรตอนนี้..เพรสอาจจะไม่เข้าใจก็ได้นี่ อย่าหัวเสียไปเลยนะ” “แต่...มันไม่ปกติเลยนะค่ะที่เพรสฝันถึงเขาบ่อยแบบนี้...เฮ้อ ยอมก็ได้ ไม่พูดแล้ว..แต่พี่แจสต้องพาเพรสไปตลาดนัดตรงหน้าปากซอยเป็นการปลอบใจด้วย” แจสหัวเราะอีกครั้ง...ก่อนจะจูงมือพากันออกไปจากบ้าน...
ในมุมมืดด้านหลังสองสาวมีเสียงหัวเราะที่เยือกเย็นน่ากลัวแว่วออกมา “ฮึๆๆอยากรู้อยากเห็นไปเรื่อยๆซิเพรสซี่...เธอจะได้รู้ในสิ่งที่เธออยากรู้ไง...อีกไม่นานหรอกเราได้เจอกันแน่” เงามืดๆนั้นลอยแวบหายไปช้าๆทิ้งเหลือไว้แต่เสียงหัวเราะ
“เพรสหัวเราะเหรอ...” เด็กสาวสั่นหน้าด้วยความงง”มีอะไรเหรอค่ะ” “สงสัยพี่หูฟาดน่ะ...ปะ ขึ้นรถเถอะ...”


โดย : นางสาว สุภาวิณี เรืองแจ้ง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 26 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 23 : 56 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com