Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> ชินกับชุน 1

เรื่อง :

ชินกับชุน 1

ชินกับชุนเป็นพี่น้องที่ไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน เนื่องจากพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่พวกเขายังเล็กมาก ชินอยู่กับพ่อส่วนชุนอยู่กับแม่ ตลอดระยะเวลาสิบหกปี ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของกันเลย จนเมื่อชุนได้มาเรียนต่อที่เชียงใหม่ เขาก็ได้พยายามตามหาชินจนพบ ชุนไว้ใจชินทุกอย่าง เขาปลื้มและศรัทธาในตัวของชินมาก ชุนมีความสุขทุกครั้งที่ได้คุยกับชิน เขาชอบฟังเวลาที่ชินเล่าเรื่องประสบการณ์ต่างๆให้เขาฟัง ชุนอยากมีความคิดดีๆ พบเห็นเรื่องราวมากมายอย่างชินบ้าง เมื่อชุนกับชินได้ใกล้ชิดและคุ้นเคยกันมากขึ้น ทำให้ชุนได้รู้ว่า ความจริงแล้วเขาไม่ได้ด้อยความคิดหรือประสบการณ์แตกต่างจากชินเลย วิ่งที่ชินรู้วันนี้คือสิ่งที่ชุนรู้ในวันข้างหน้า ชินบอกกับชุนว่า “ฉันไม่ได้เก่งไปกว่านายเลย ทุกอย่างเป็นเพราะประสบการณ์ฉันเร็วกว่านาย” และมีหลายๆสิ่งที่ชุนไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จากชิน
ชินกับชุน

ตอน 1
ชุนผู้เป็นน้องชาย ถือสายรอไม่นานนัก เขาก็ได้ยินเสียงปลายสายรับ
“วันนี้นายทำอะไรบ้าง” ชุนถามพี่ชายของเขาทันที ที่ชินรับโทรศัพท์
“วันนี้ฉันก็ไปทำงานตั้งแต่สิบโมงจนถึงบ่ายสี่โมงเย็นเหมือนทุกวัน จากนั้นก็กลับมาที่หอแล้วแต่งตัวไปเรียนภาคค่ำ นี่คือชีวิตปกติของฉัน” น้ำเสียงของชินฟังดูเป็นทางการ คล้ายกับว่าเขาเป็นลูกซึ่งกำลังรายงาน ให้กับพ่อผู้ช่างซัก เสียงตอบนั้นไม่ใส่ใจกับคำพูดนัก และก็เป็นเช่นนั้นเมื่อเขาก้มมองเล็บบนปลายนิ้วที่ชูขึ้นอย่างสนใจ พลางใช้เล็บนิ้วหัวแม่มือแคะปลายเล็บของนิ้วชี้ที่เริ่มยาวแล้วในมือข้างเดียวกัน
เมื่อรู้สึกว่าไร้วี่แววของคำพูดต่ออื่นจากชิน ชุนจึงเป็นฝ่ายเริ่มคำถามอีกครั้ง
“แล้ววันนี้ที่ร้านเป็นยังไงบ้างล่ะ มีเรื่องอะไรให้นายตื่นเต้นบ้าง” ชุนน้ำเสียงร่าเริง ปากที่พร่ำคำถามนั้นขยุบขยิบ ไม่ต่างไปจากขาของเขาที่ช่างไม่หยุดยืนหรือนั่งอยู่เป็นที่ กลับก้าวไปก้าวมา เช่นเดียวกับมืออีกข้างที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์มือถือ มันบิดกระเป๋ากางเกงด้านในไม่หยุด อาการทั้งหมดที่เกิดนี้ราวกับเขายังรู้สึกตื่นเต้นเหมือนเมื่อครั้งที่ได้คุยกับชินครั้งแรก
“วันนี้เหรอ มันก็ไม่ต่างจากวันอื่นๆเท่าไรหรอก” ชินตอบ เขาลากเสียงยาว
“นายเหนื่อยเหรอ” ชุนสงสัยเมื่อได้ฟังน้ำเสียงของพี่ชาย เขารับรู้ได้จากเสียงที่ได้ยิน
“แล้วฉันเหนื่อยบ้างไม่ได้เหรอ” ชินพูดน้ำเสียงราบเรียบ พลันเขาก็ลดมือลงและละสายตาจากปลายนิ้ว มาจริงจังกับการสนทนาทางโทรศัพท์กับชุนแทน
“ได้สิ ก็นายเป็นคนบอกกับฉันเองว่าคนทุกคนต้องเคยเหนื่อยด้วยกันทั้งนั้น”
“ใช่ คนทุกคนต้องเคยเหนื่อย ต้องมีเวลาที่รู้สึกเหนื่อยบ้าง” ชินย้ำ แต่เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเสียงสั้นๆที่ฟังชัดเจน ดูเหมือนว่าสิ่งที่พูดจากปากไปนั้น แต่จากหัวใจแล้วกลับเป็นเสียงที่ตะโกนเสียมากกว่า แม้แต่ชุน คนฟังเองยังรู้สึก
“แต่นายไม่คิดบ้างเหรอว่า ถ้าไม่เหนื่อยก็แสดงว่าไม่ได้ทำอะไรไง ไม่ใช่เหรอชิน” ชุนปลอบใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นชุน มันขึ้นอยู่กับว่าเราเหนื่อยเรื่องอะไรเท่านั้นเอง”
ชุนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยคำถามอีกครั้ง
“แล้วนายเหนื่อยเรื่องอะไรล่ะ” ชุนถามพี่ชายน้ำเสียงห่วงใย
“ก็เรื่องชีวิตของฉันน่ะแหละ มันมีปัญหาต่างๆมารุมเร้ามากมาย ช่างมันเถอะ ถึงพูดไปก็เท่านั้น เดี๋ยวนายจะเครียดไปกับฉันเปล่าๆ” ชินไม่อยากพูดถึงเรื่องของเขา
“ไม่หรอก ฉันไม่เครียดไปกับนายหรอก” ชุนแสร้งพูดเสียงสดใส มีเสียงหัวเราะของเขาแทรกในตอนท้าย แม้ภายในใจเริ่มว้าวุ่นด้วยเป็นห่วงและเห็นใจชินแต่อาการเดินกระสับกสะส่ายกับมือที่ล้วงกระเป๋ากางเกงนั้นบิดไปมานั้นก็ยังไม่หยุดเสียที
“เพราะเรื่องเครียดของตัวเองก็มีแล้วใช่มั้ย” ชินหัวเราะเสียงดังบ้าง นั่นไม่ใช่เพราะเขาตลกเลยสักนิด จึงทำให้ได้รู้ว่าไม่ใช่เฉพาะเวลาที่มีความสุข หรือขบขันหรอกคนเราจึงหัวเราะเสียงดังได้ บางครั้งการหัวเราะมันก็ไม่มีเหตุผล หรือเหตุผลอาจเพื่อกลบเกลื่อนบางสิ่ง
กระนั้นชุนก็รู้ว่าเสียงหัวเราะของชิน มันฉาบอยู่บนความรู้สึกที่ยังไม่ค่อยสบายใจนัก
“แล้วทำไม นายไม่มีความสุขเหรอ” ชุนยังคงอยากรู้ สมองของเขาตอนนี้มีแต่คำถามนี้ ชินไม่มีความสุข
“ชีวิตฉันก็อย่างนี้แหละ เพียงแต่ฉันรู้สึกเบื่อๆ ที่มันยังคงจำเจอยู่อย่างนี้ ก็พยายามทำตัวเองให้จอยไปกับมัน”
“ไม่หรอกชิน ชีวิตเราไม่มีอะไรที่จำเจหรอกนะฉันว่า นายลองคิดดูดีๆสิ ทุกวันแม้เราจะต้องทำอะไรเดิมๆเหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้มันก็ไม่เหมือนเมื่อวานไปทุกอย่างหรอก เพราะมันไม่ใช่เมื่อวาน เมื่อวานนายไปทำงาน กับวันนี้ที่นายไปทำงาน ผู้คนที่นายได้พบเจอในแต่ละวัน หรือลูกค้าที่เข้ามาในร้านย่อมไม่เหมือนกัน สิ่งที่นายได้พูดได้ ฟัง ในแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันไม่มีอะไรที่จำเจหรอกนะ ฉันว่าเป็นนายน่ะดีที่สุด ชีวิตของนายน่าสนุกดีออก มีเรื่องมากมายให้ทำ มีประสบการณ์ดีๆ ฉันชอบ” ชุนให้กำลังใจและชื่นชมในตัวชิน
เขาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของชิน ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนว่าเขารู้สึกสบายใจขึ้น
“ฉันยังเป็นฮีโร่ของนายอยู่รึเปล่า” ชินถามชุนบ้าง
“ฉันยังคงชื่นชมนายเสมอ นายเป็นคนเก่ง ฉันพูดจริงๆนะ” ชุนบอกน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อรู้สึกว่าขาเริ่มเมื่อยชุนจึงหยุดการเดินไปมาเสียที แล้วทิ้งตัวลงนั่งกับบันไดหนีไฟชั้นสี่ซึ่งอยู่ติดกับห้องของเขา สายตาที่มองไปยังท้องฟ้าสว่างด้วยแสงไฟเบื้องหน้าทอประกายเมื่อเขาเห็นดาวตกพุ่งผ่านไปชัดเจน ดวงตาที่เบิกโพรงกับหัวใจพองโตเมื่อครู่คลายไป เสียงของชินเงียบไปนาน ชุนรอว่าเขาจะพูดอะไรต่ออีก


โดย : ซีม ปราชญาชน
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 20 : 2 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com