Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> เรื่องสั้น

เรื่อง :

เรื่องสั้น

คุณค่าการศึกษา
โรงเรียนมัธยมที่นั่นมีอาคารเรียนสองหลังตั้งอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยอาคารคหกรรมด้านหลังและหอประชุมด้านหน้า สภาพโดยทั่วไปไม่ถึงกับเก่ามากนักแต่ก็ไม่ใหม่ เป็นโรงเรียนประจำตำบลขนาดเล็กซึ่งรองรับเด็กนักเรียนจากหมู่บ้านรอบข้างได้ไม่เกิน 1,000 คนและที่จริงแล้วก็ไม่เคยมีนักเรียนเกิน1,000 คนเลยด้วยซ้ำ เราเลือกโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนเป้าหมายเพราะค่อนข้างกันดารและขาดแคลนในหลายอย่างที่โรงเรียนโดยทั่วไปควรจะมี
ปิดเทอมปีสามผมมีโอกาสทำค่ายซึ่งเป็นของภาควิชาที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กนักเรียนมัธยมที่ห่างไกล โดยเฉพาะชนบทภาคอีสานให้มีความรู้และตระหนักถึงการศึกษาว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต ในการดำเนินงานทั้งหมดเราได้งบประมาณสนับสนุนจากภาควิชาสำหรับการใช้จ่าย กินนอน จัดเตรียมทุกอย่างในค่ายร่วม 8 วัน
ก่อนถึงวันเปิดค่ายเราต้องไปจัดเตรียมสถานที่ก่อนหนึ่งวันเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับชาวค่ายที่จะตามมาทีหลัง
วันนั้น ยามเช้าที่อากาศมัวซัว ขณะที่ฤดูร้อนเดินทางมาเยือน รถโดยสารหกล้อจอดนิ่งสลึมสลือเหมือนยังไม่ตื่นจากความฝัน ผมหอบกระเป๋าใบใหญ่บรรจุสัมภาระส่วนตัวสิ่งของจำเป็นที่จะใช้ในการดำเนินชีวิตต่างถิ่น เพื่อนพ้องกว่าสิบชีวิตต่างก็มีสัมภาระติดตัวเช่นกัน เราจับโยนขึ้นไปเก็บบนกระบะซึ่งขอบสองข้างถูกปรับปรุงให้เป็นเบาะนั่ง อุปกรณ์สิ่งของทุกอย่างที่จำเป็นในการเตรียมค่ายถูกลำเลียงขึ้นบนรถจนกระบะที่กว้างดูแคบเข้าถนัดตา หลงเหลือที่นั่งเล็กน้อยเพียงพอให้เบียดเสียดกัน หมดหรือยัง เหลืออะไรอีกมั๊ย? ใครคนหนึ่งถามขึ้นเพื่อต้องการความมั่นใจ การเตรียมความพร้อมที่ดีย่อมทำให้อะไรต่างๆง่ายขึ้น โดยอย่างยิ่งแล้วสถานที่ข้างหน้าเรายังไม่ทราบว่าจะขาดเหลืออะไร หมดแล้ว เพื่อนอีกคนยืนยันหนักแน่น
หลังจากโบกมืออำลาเพื่อนที่มาส่งเรียบร้อยแล้ว รถหกล้อที่จอดนิ่งมานานก็ขยับตัวออกเดินทางโยกโยนไปบนผิวถนน เบื้องหน้ามองเห็นถนนสีดำคดโค้งหายเข้าไปในหมู่บ้านไกลลิบ………
เด็กน้อยแถวนี้ มันบ่ค่อยมาเฮียนนี้ดอก มันไปเฮียน ต.อ. เหมิด จำได้ว่าวันแรกที่ไปถึงลุงภารโรงได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเด็กนักเรียนที่นี่ อีหยังลุง ต.อ. เตรียมอุดมศึกษาแม่นบ่ ต.อ. กะตัดอ้อย! แกตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยเกินกว่าผมจะคิดว่าเป็นการปล่อยมุข ลุงภารโรงเป็นชายร่างเล็กหลังค้อมลงเล็กน้อย ใบหน้าเหี่ยวย่นเนื่องจากถูกวันเวลาแผดเผาจนกร้านเกรียม เนื้อหนังภายนอกห่อหุ้มกระดูกแทบไม่มิด มันบ่งบอกถึงประสบการณ์
ประสบการณ์ที่แกทำหน้าที่นี้มาตั้งแต่โถมแรงถางป่าสร้างโรงเรียน กระทั่งบัดนี้ ลุงดูแลช่วยเหลือเราทุกอย่าง แม้ยามกลางคืนดึกดื่น บางคืนที่ร่างกายอ่อนเปลี้ยด้วยแอลกอฮอล์แกยังอุตส่าลากสังขารมาถามไถ่ อะไรขาดเหลือ มันไม่ใช่หน้าที่แน่นอนเพราะเลยเวลาราชกาลมานานแล้ว
เรามีน้องค่ายทั้งหมดร่วมเกือบๆ 100 คนโดยส่วนใหญ่แล้วอยู่ ม.4-5 วันแรกนั้นค่อนข้างเงียบเนื้องจากความไม่คุ้นเคย บางคนก็มาจากต่างโรงเรียนกว่าจะสนิทกันได้เวลาก็ผ่านมาสองสามวัน ผมอยู่ฝ่ายวิชาการมีหน้าที่รับผิดชอบคือสอนหนังสือ และอะไรอื่นอีกหลายอย่างตั้งแต่อยู่เวรยามดึก สวัสดิการทำกับข้าว จัดเตรียมสถานที่ ฯลฯ กว่าทุกอย่างจะลงตัวทุกคนก็เหน็ดเหนื่อยไปตามๆกัน
ช่วงกลางคืน สมาชิกชาวค่ายมารวมกันเพื่อทำกิจกรรม ร้องเพลง พบปะพูดคุยระหว่างน้องกับพี่ทั้งเรื่องเรียนเมื่อกลางวันและเรื่องอื่น มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมได้เข้าไปคุยด้วย เนื่องจากชั่วโมงเรียนที่ผมสอนนั้นเห็นน้องนั่งเงียบไม่คุยกับใคร สายตาติดจะเหม่อลอยเหมือนคิดถึงบ้าน ทีแรกน้องไม่พูดอะไร ทว่าไม่นานก็เล่าให้ฟัง น้องบอกอยากเรียนหนังสือและอยากมาเข้าค่ายแต่แม่ไม่ให้มาก็เลยแอบหนีทาไม่ให้ใครรู้ ผมเงียบไปนาน….เราคุยกันต่ออีกหลายเรื่องสุดท้ายผมอดถามไม่ได้ว่า ทำไมแม่ไม่ให้เรียนล่ะครับ แม่บอกว่า เฮียนไปเฮ็ดหยัง เฮียนไปกะบ่ได้เป็นเจ้าคนนายคนดอก ออกมาซอยกูหากินดีกั่ว คำตอบโดยไม่มองหน้าผม สายตาติดจะเหม่อลอย!
เช้าวันถัดมา หลังจากผ่านชั่วโมงเรียนที่ผมเป็นคนสอนแล้ว น้องผู้หญิงสามคนได้เข้ามาขออนุญาตกลับบ้านเพื่อไปร่วมงานแต่งเพื่อน ผมพานซื่อถามด้วยความโง่ว่าทำไมแต่งเร็วนักล่ะ คำตอบที่ได้รับทำให้นิ่งอึ้งอีกครั้ง
ที่จริงเขาไม่อยากแต่งหรอกพี่ แต่พ่อเขาป่วยไม่มีเงินรักษา แม่ต้องไปยืมเงินฝ่ายเจ้าบ่าวมาเป็นค่ารักษาถ้าหากไม่แต่งกับเขา เขาจะปรับ
เขาเป็นคนเรียนเก่งนะพี่สอบได้ที่หนึ่งตลอด
เขาอยากเรียนสูงๆ และอยากมาเข้าค่ายครั้งนี้ด้วย
แล้วทางโรงเรียนล่ะ ครูรู้มั๊ย?
รู้ เขาบอกครูแล้วเดี๋ยวครูก้จะไปร่วมงานด้วย
เงียบ
ก็ต้องออกจากโรงเรียนแหละพี่
ม.4 เนี่ยนะ!
เงียบ
ภายหลังน้องกลับไปแล้วผมนั่งอยู่คนเดียวคิดทบทวนหลายเรื่องทั้งสิ่งที่สอนเมื่อเช้า เรื่องราวเมื่อคืน อีกทั้งคำแรกที่ลุงภารโรงเล่าให้ฟัง นาน นานหลายนาทีที่ความคิดเตลิดไปไกล ผมยังไม่ได้ข้อสรุปซักทีว่าบ่ายนี้จะสอนเรื่องอะไร
……. เฮียนไปเฮ็ดหยัง เฮียนไปกะบ่ได้เป็นเจ้าคนนายคนดอก ออกมาซอยกูหากินดีกั่ว ถ้อยคำเมื่อคืนยังตามหลอกหลอนผมไม่ห่าง



โดย : นิยม วงศา
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 5 ก.พ. ปี 2006 [ เวลา 20 : 18 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com