Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 2

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> กรรมของลุงมา

เรื่อง :

กรรมของลุงมา

กรรมของลุงมา
"ว่าไงลุง เนี่ย!ผมช่วยเต็มที่แล้วนะ อนาคตของลูกของหลานอย่าเอามาเสี่ยงมันไม่คุ้ม ลุงต้องคิดถึงลูกถึงหลานบ้างมันยังไปได้อีกไกลอย่าให้มาสดุดกับเรื่องแค่นี้เลย" คำแนะนำจากสัสดีวัยกลางคน เขาพูดโดยไม่รอดูผลของผู้ฟังกลับก้มลงทำงานตรงหน้าต่อเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปากกาในมือขยับยิกๆลุงมามองดูจนตาลาย หัวสมองมืดตื้ออุดตันคิดอะไรไม่ออก
ที่นั่งตรงหน้าเป็นชายชราร่างเล็กผมสีขาวแทรกแซมสีดำเกือบหมดหัว ใบหน้ายับย่นเหมือนเศษกระดาษเก่าๆที่ถูกขยำทิ้ง เส้นเอ็นปูดโปนดังจะขับเน้นกระดูกให้ผุดโผล่ออกมาจากผิวหนัง สายตานั้นก็ฝ้าฟางตามวัย ลุงมาไม่เคยมีอาชีพอื่นนอกจากชาวนาเหลือจากมีมือสำหรับจับคันไถไหล่สำหรับหาบคอนกล้า สิ่งที่แกพอจะทำได้นอกจากนี้คืองานกรรมกรก่อสร้างแต่นั่นมันเกิดขึ้นในวัยหนุ่มแน่นซึ่งผ่านมานานจนกลายเป็นส่วนเสี้ยวเล็กๆบนเส้นทางชีวิตของแก ความทรงจำที่ยังหลงเหลือครั้งวัยหนุ่มแน่นผาดโผนนั้นคือริ้วรอยบนร่างกายที่ส่องกระจกดูคราวใดก็สดใหม่เหมือนเกิดขึ้นวันนี้หรือเมื่อวาน มันชัดเจนแจ่มแจ้งกระทั่งบางคืนแกถึงกับผวาตื่นกลางดึก เหงื่อเม็ดเป้งๆไหลโซมอาบแผ่นหลัง
"ฝันร้ายอีกล่ะซิ ไม่เป็นไรหรอกลืมๆมันซะ อย่าคิดมาก" คำปลอบโยนจากภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก นั่นไม่ได้ช่วยให้ลุงมาดิ้นหลุดจากฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนแกเลย
วันนั้น แสงแดดแผดกล้าดังจะเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ บนฟ้าไม่มีเมฆสักก้อนพอจะบดบังแสงอาทิตย์ ลมซักหอบก็ไม่มีอากาศจึงอุดอู้ด้วยความร้อนและความร้อน ไอแดดเต้นพริบพรับอยู่ตรงหน้าดังหัวเราะเยาะเย้ยผู้คน"ร้อนตับจะแตก" แกบ่น กรรมกรอย่างแกกินค่าแรงขั้นต่ำทำงานคิดรายวัน เจ็บป่วยไม่มีค่ารักษา ใครทำงานก็ได้เงินใครขาดงานก็ขาดเงินส่วนยุติธรรมที่สุดส่วนทำมากทำน้อยขึ้นอยู่กับหัวหน้างานที่จะเร่ง นั่นแหละ หัวหน้างานมักแอบมาตรวจโดยไม่บอกกล่าวอยู่เสมอ วันนั้นอีกนั่นแหละที่หัวหน้างานมา
หัวหน้าแต่งตัวภูมิฐานสวมแว่นตาดำกางร่มยืนชี้มือตะโกนโหวกเหวกสั่งงานอยู่ด้านล่าง
"มันไม่ได้ขึ้นมาทำเองไม่รู้หรอกว่าบนนี้ร้อนจะตาย"แกบ่น "เออๆ กูรู้แล้ว กูรู้แล้ว!" ปากก็พูดขาก็ขยับไปตามแผ่นไม้ที่ตีเป็นนั่งร้านสูงจากพื้นดินสามชั้น แม้คนที่ไม่กลัวความสูงมองลงมายังเสียวสันหลัง ลุงมาขยับใต่ไปเรื่อยๆเหงื่อก็ไหลลดแผ่นหลังเปียกชื้น ขณะยังไม่ถึงที่นั่งพลันรู้สึกใจสั่น หวิวๆวูบวาบตรงหน้า กระพริบตาสองสามครั้งก็ยังไม่หาย มือที่เกาะแผ่นไม้อยู่เย็นชื้น โงนเงน……….วูบ!
ลุงมารู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงแว่วๆร้องตะโกนอยู่รอบๆตัว คลับคล้ายคลับคลาว่าร่างเบาหวิวของแกถูกยกออกจากตรงนั้น
นอนอยู่โรงพยาบาลหลายอาทิตย์ หัวหน้าให้เงินหมื่นหนึ่งแวะมาเยี่ยมครั้งสองครั้งแล้วก็หาย เงินค่าแรงได้เท่าจำนวนวันที่ทำ………. ทำงานก็ได้เงินขาดงานก็ขาดเงิน ยุติธรรมดี!
บาดแผลที่ตกจากนั่งร้านทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนข้อที่หลุดออกมาลากดึงให้แผ่นหลังงองุ้ม ดูไปแล้วคล้ายกับคนแบกของหนักไว้บนบ่าตลอดเวลา อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้ลุงมาจบอาชีพกรรมกรก่อสร้างนับแต่นั้น
"ตกลงมั๊ยลุง เชื่อใจผมได้ คนอื่นตกลงหมดแล้ว ลุงแค่ตอบตกลงคำเดียวที่เหลือผมจัดการให้หมด สามหมื่นนี่ไม่แพงหรอกลุงผมต้องวิ่งเต้นหลายทาง เจ้านายผมเยอะ" สัสดีคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาพูดอีกครั้ง เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มือก็เคาะปากกากับโต๊ะ ลุงมาเงอะงะในท่าที ดาวและมงกุฎบนไหล่สะท้อนแสงพริบพราวเหมือนพยับแดดในวันนั้น
เช้านี้ หลังกลับจากท้องนา ตอนสายๆผู้ใหญ่บ้านให้เด็กน้อยมาบอกว่าสัสดีอำเภอต้องการพบไม่ทราบว่าเรื่องอะไร คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องเกณฑ์ทหาร ลุงมาคิดเอาเองว่าคงให้ไปรับหมายเรียกแทนไอ้หนูมัน ''ไอ้หนูมันไม่ได้อยู่บ้าน เพราะไปเรียนนี่นา''แกพูด พูดถึงไอ้หนูลูกชายคนเดียวพลันอดคิดถึงมันไม่ได้ ตอนที่มีมันอยู่ได้ช่วยงานช่วยการพอมันสอบได้ไปเรียนไกลบ้านต่างถิ่นภายในแกรู้สึกโหวงเหวง เหงาลึกๆ "นี่แหละลูกผู้ชายเมื่อถึงเวลาไปก็ต้องไป" แกพูดอยู่กับตัวเอง
'ทำกับข้าวกินข้าวเสร็จ เดี๋ยวค่อยไป' แกเหลียวมองดูถังปลาช่อนที่ติดเบ็ดเมื่อคืน 'แกงปลาช่อนไอ้หนูเรามันชอบนักได้มาทีไรมันร้องบอกให้ทำให้กินทุกที มันทำเองไม่เป็นหรือไงนะ ครั้งหนึ่งมันจะฆ่าปลาเงื้อค้อนทุบลงบนหัว ปลาหลุดมือดิ้นปัดๆไม่ยักตาย' แกหัวเราะ หึๆ 'มานี่! ฆ่าปลามันต้องอย่างนี้' แกบอก มือซ้ายกำปลาช่อนไว้แน่นมือขวาถือค้อนเงื้อขึ้น 'ทุบลงตรงรอยต่อระหว่างคอและหัว' โพล๊ะ!! ปลาช่อนตัวโตหมดโอกาสดิ้นหลุดมือหางโบกวีขึ้นลงอย่างแผ่วล้า เลือดกับมันสมองไหลเยิ้มปนคาวเมือก………..
เครื่องปรับอากาศเป่าไล่ความร้อนให้หลบหนีออกไปนอกห้องส่งเสียงครางหึ่งๆ กระนั้นลุงมายังรู้สึกร้อนผ่าว วูบวาบบนแผ่นหลังเหงื่อเม็ดเป้งๆเกาะเสื้อจนเปียกชื้น
"กลับไปคิดดูก่อนก็ได้ลุง ไม่ต้องรีบร้อนเดี๋ยวค่อยให้คำตอบผม" สัสดีอำเภอบอกเมื่อเห็นเค้าความไม่แน่ใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ครับ เดี๋ยวผมกลับไปคิดดูก่อน" ตอบเสียงอ่อย
………………..
ขณะเดินออกจากห้องจะกลับบ้าน พลันแกนึกถึงภาพปลาช่อนถูกทุบหัว
"กรรม! กรรมของกู" แกพูด ได้กลิ่นคาวปลาฉุนกึกขึ้นจมูกทันที……….



โดย : จอมยุทธน้อย
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 12 ก.พ. ปี 2006 [ เวลา 15 : 48 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com