Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 3

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> บ้านปีกไม้กับหัวใจสองดวง(ตอนที่4)

เรื่อง :

บ้านปีกไม้กับหัวใจสองดวง(ตอนที่4)

บทที่4
“ว้าว สวยจังเลยนะคะ ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์เดินมาตั้งนาน” นัฐมนวิ่งไปยังหน้าผาแล้วมองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ
จุดชมวิวนี้อยู่บนยอดเขา เมื่อมองลงไปจะสามารถเห็นรีสอร์ทบ้านปีกไม้ได้อย่างชัดเจน ยิ่งขึ้นมามองจากจุดนี้ยิ่งทำให้เห็นว่ารีสอร์ทใหญ่กว่าที่เธอคิดไว้มากทีเดียว บ้านหลังต่างๆปลูกเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเหมือนหมู่บ้านเล็กๆ อีกแห่งหนึ่ง มีต้นไม้ใหญ่เล็กขึ้นปกคลุมให้ความร่มรื่นเหมือนหมู่บ้านในฝันของหลายๆ คน ส่วนบริเวณรอบๆ จุดชมวิวนั้นมีต้นไม้ขนานใหญ่ขึ้นอยู่เพียงประปราย ใต้ต้นไม้มีม้านั่งยาววางอยู่ไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมวิว ช่วงนี้ใบไม้ที่อยู่บนต้นเริ่มเปลี่ยนสีกันแล้ว มีทั้ง สีแดง สีเหลือง สีส้ม สีทอง ดูละลานตาไปหมด มองดูแล้วต้นไม้ก็เหมือนกับมนุษย์เรา ต้องมีองค์ประกอบมากมายกว่าจะมีชีวิตขึ้นมาและสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ เหมือนอย่างในขณะนี้ต้นไม้ทุกๆ ต้นต่างมีสีสันที่แตกต่างกันออกไป ถึงแม้จะมีแค่ปีละครั้งแต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ หลังจากนั้นต้นไม้ก็จะผลัดใบเก่าทิ้งไปเพื่อให้ใบใหม่ได้เจริญเติบโตขึ้นมาแทนที่ เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงอายุขัยของมัน ซึ่งอาจใช้เวลาถึงหลายร้อยหลายพันปี ถ้าไม่มีใครหรืออะไรมาทำลายเสียก่อน
นัฐมนเดินไปยังบริเวณด้านซ้ายมือของจุชมวิว สุดทางเดินมีต้นไม้เก่าแก่ยืนต้นอยู่ ที่โคนต้นทำเป็นรั้วกั้น หญิงสาวถึงกับตกตะลึงเมื่อเดินเข้ามาใกล้ เธอไม่เคยเห็นต้นไม้ลักษณะนี้มาก่อน ลำต้นไม้ใหญ่มาก สูงเท่ากับต้นไม้ทั่วๆ ไป แต่ที่ทำให้เธอแปลกใจคงจะเป็นดอกที่มีขนาดใหญ่สีแดงสดตัดกับใบที่มีสีเขียวเข้ม ซึ่งกระจายไปทั่วทั้งต้น ดอกไม้มีกลีบเล็กๆ สีแดงสดขึ้นซ้อนกันส่วนตรงกลางดอกเป็นเกสรคล้ายดอกกุหลาบส่วนใหญ่
“นี่เหรอคะดอกกุหลาบพันปี” นัฐมนหันมาถามธีธัชที่กำลังเดินตามหลังเธอมา
“ครับ แต่น้องนัฐคงจะเก็บดอกของมันไม่ได้นะครับ เพราะว่าถ้ามีใครคนหนึ่งเก็บได้คนต่อๆ มาก็คงจะเก็บเอาไปเหมือนกัน” ชายหนุ่มพูดพลางรอดูปฏิกิริยาของหญิงสาว
“นัฐไม่ได้อยากได้หรอกค่ะ แค่เห็นนัฐก็ดีใจแล้ว ในชีวิตจะได้เห็นซักทีนึง” หญิงสาวพูดจบก็หันมาส่งยิ้มสดใสให้ ทำให้ชายหนุ่มถึงกับเผลอตัวจ้องไปชั่วขณะ
เขาชอบรอยยิ้มนี้ของเธอมาก มันทำให้เขารู้สึกปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก จนเขาอดที่จะอิจฉาคนที่ได้รับรอยยิ้มแบบนี้ของเธอบ่อยๆ ไม่ได้ ชั่วขณะหนึ่งเขาคิดไม่อยากให้เธอไปยิ้มเช่นนี้ให้กับใคร อยากให้ยิ้มให้เพียงแต่เขาคนเดียว
“”ผมนึกว่าจะอยากได้ซะอีก” เขารู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นว่านัฐมนไม่ได้มีท่าทางเสียใจเลยที่ไม่ได้ดอกไม้ซ้ำยังหันมายิ้มให้เขาอีก
“ไม่หรอกค่ะ นัฐจะเก็บแต่ดอกที่หล่นเท่านั้น ส่วนดอกไม้ที่อยู่บนต้นน่ะสวยอยู่แล้ว นัฐไม่อยากไปทำลายความสวยของมันเพราะถ้าเราเก็บมาไม่นานเดี๋ยวมันก็เหี่ยวเฉา ปล่อยให้คนอื่นๆ ได้เห็นดีกว่า นัฐไม่อยากเห็นแก่ตัวค่ะ นัฐคิดว่าถ้าคนอื่นเห็นเค้าก็คงจะมีความสุขเหมือนกับนัฐ” หญิงสาวพูดพลางเดินวนไปรอบๆ ต้นกุหลานพันปี ซักพักเธอก็จะหันมาส่งยิ้มให้เขาก็หันกลับมองต้นกุหลาบพันปีต่อ
บริเวณจุดชมวิวเริ่มมีนักท่องเที่ยวทยอยกันขึ้นมาบ้างแล้ว ส่วนมากจะมากันเป็นครอบครัว บางคนก็มาเป็นคู่ ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พอเดินขึ้นมาถึงส่วนมาก็จะไปนั่งพักเหนื่อยชมวิวตามม้านั่งที่ต่างๆ
แต่ก็มีบางคนพอเดินขึ้นมาถึงก็ถ่ายรูปเก็บภาพสวยๆ ไว้ รวมทั้งถ่ายรูปครอบครัวเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ในขณะที่ธีธัชกำลังสงสัยว่านัฐมนเดินวนไปรอบๆ ต้นไม้ทำไม ก็มีหนุ่มสาวชาวต่างชาติเดินเข้ามาขอให้ชายหนุ่มช่วยถ่ายรูปให้ หลังจากถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยทั้งคู่ก็กล่าวคำขอบคุณแล้วเดินจากไป ชายหนุ่มหันมามองอีกครั้งเมื่อได้ยินนัฐมนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เป็นอะไรไปครับน้องนัฐ” ธีธัชถามอย่างห่วงใย
“นัฐแค่เสียดายน่ะค่ะที่ไม่ได้เอากล้องมาด้วย บรรยากาศสวยๆ แบบนี้จะได้ถ่ายเก็บเอาไว้ซักหน่อย” นัฐมนกล่าวออกมาอย่างเสียดาย
“ไว้เราค่อยมาถ่ายกันวันหลังก็ได้นี่ครับ”
แล้วก็มีเสียงของชาวต่างชาติกล่าวขัดจังหวะขึ้นมาอย่างเกรงใจ ทำให้ธีธัชและนัฐมนหันกลับไปมอง หนุ่มสาวคู่เดิมที่มาขอให้ธีธัชถ่ายรูปให้
“ขอโทษนะครับ ขอถ่ายรูปคู่ของพวกคุณสองคนได้มั้ยครับ” ฝ่ายชายถามขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีฝ่ายหญิงคอยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง “พอดีว่าเมื่อกี้นี้ผมกลับไปเอาฟิล์มน่ะครับ” หนุ่มต่างชาติกล่าวเสริมเมื่อเห็นว่าทั้งสองทำท่างงๆ
“ได้ใช่มั้ยครับน้องนัฐ” ชายหนุ่มหันไปถามความเห็นของหญิงสาวที่ยืนอยู่ดานหลัง เมื่อเห็นว่านัฐมนพยักหน้า ธีธัชจึงกล่าวตกลงเป็นภาษาอังกฤษตอบกลับไป จากนั้นหนุ่มชาวต่างชาติก็บอกให้ทั้งคู่เดินไปอยู่ที่ใต้ต้นกุหลาบพันปี
“คุณครับยืนชิดๆ กันหน่อยซิครับ โอบใหล่คุณผู้หญิงด้วยซิครับ”ช่างภาพจำเป็นบอกเห็นว่าทั้งสองยืนอยู่ห่างกันมากเกินไป
ธีธัชหันไปมองหน้านัฐมนเป็นเชิงขออนุญาตก่อนที่จะยกมือขึ้นโอบไหล่หญิงสาวไว้ แล้วหันไปส่งยิ้มให้กล้อง เมื่อถ่ายภาพเสร็จชาวต่างชาติทั้งสองก็กล่าวขอบคุณแล้วเดินจากไป แต่ก่อนที่ทั้งสองจะเดินจากไป หญิงสาวชาวต่างชาติก็หันไปซุบซิบอะไรบางอย่างกับฝ่ายชายทำให้ฝ่ายชายถึงกับยิ้มออกมา
“ลอร่า เธอบอกว่าพวกคุณเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากๆ เลยล่ะครับ ผมก็เห็นด้วยนะ แล้วก็ขอให้มีความสุขมากๆ รักกันไปนานๆ นะครับ” แล้วทั้งสองก็โบกมือลาจากไป ปล่อยให้ธีธัชและนัฐมนขัดเขินทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวข้างตัวก็เห็นว่าเธอกำลังหน้าแดง เขาสังเกตเห็นว่าเธอหน้าแดงตั้งแต่ที่เขาโอบเธอตอนถ่ายรูปแล้ว แต่เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กลัวว่าถ้าพูดอะไรออกไปเธอจะขัดเขินมากขึ้นไปอีก จะพลอยทำให้เธอไม่กล้าพูดกับเขาอีก
“ถึงเราจะไม่ได้เอากล้องมา แต่ก็ยังได้ถ่ายรูปกันนะครับ” ชายหนุ่มชวนคุย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ยอมพูดอะไรเลย
“ค่ะ” นัฐมนตอบเบาๆแล้วต่างฝ่ายต่างก็เงียบกันไป
ตอนนี้แดดเริ่มแรงขึ้นแล้ว อากาศจึงร้อนอบอ้าว เหงื่อซึมออกตามใบหน้าของหญิงสาวจนต้องหาใบไม้มาพัดไล่ความร้อน พอนั้งไปได้ซักพักก็มีน้ำผลไม้ถูกยื่นมาตรงหน้าหญิงสาว เมื่อเงยหน้าขึ้ไปมองก็เห็นว่าเป็น
ธีธัชซึ่งในมืออีกข้างของเขาก็มีน้ำผลไม้เช่นเดียวกัน
“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่คุณธีไปเอาน้ำผลไม้มาจากไหนเหรอคะ ข้างบนนี้ไม่เห็นมีขายนี่นา
“ผมสั่งลูกน้องไว้ตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับว่าถ้าขึ้นมาข้างบนนี้ให้เอาน้ำผลไม้ใส่กระติกขึ้นมาให้ด้วยจะได้เย็นๆ เพราะที่นี่ช่วงกลางวันจะร้อน
ตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกันกลับลงไปแล้ว ทำให้ขณะนี้เหลือพวกเขาอยู่กันเพียงแค่สองคน ธีธัชจึงชวนหญิงสาวกลับ แล้วทั้งคู่ก็เดินกลับไปด้วยกันบนทางที่ทั้งสองเดินมาเมื่อเช้า
“คุณธีคะ ทำไมนักท่องเที่ยวถึงกลับลงไปหมดเลยล่ะคะ แล้วก็ไม่เห็นมีใครขึ้นมาอีกเลย” นัฐมนถามออกมา เมื่อทั้งสองเดินมาได้ไกลพอสมควร
“ส่วนมากแล้วนักท่องเที่ยวจะขึ้นมาช่วงเช้ากันครับ เพราะว่าช่วงบ่ายจะร้อนมากเลยไม่ค่อยมีใครขึ้นมากัน แต่ว่าจะไปเดินดูสัตว์ชนิดต่างๆ ที่ทางรีสอร์ทของเราเลี้ยงไว้ หรือไม่ก็ไปดูน้ำตกแทนน่ะครับ”


“เที่ยงกว่าๆ แล้ว น้องนัฐหิวรึยังครับ เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า” ธีธัชหันมาถามนัฐมนเมื่อทั้งสองเดินลงมาถึงตัวรีสอร์ทแล้ว “ว่าแต่น้องนัฐอยากไปทานที่ไหนครับบ้านหรือว่าจะลองเปลี่ยนมาทานที่ร้านอาหารของทางรีสอร์ทดี”
“ทานที่ไหนก็ได้ค่ะ”
“งั้นเราไปทานกันที่ร้านอาหารของทางรีสอร์ทดีกว่านะครับ” กล่าวจบชายหนุ่มก็ออกเดินนำหน้าหญิงสาวไป
นัฐมนมองไปรอบๆ ร้านอาหารของรีสอร์ทบ้านปีกไม้ ด้านในของร้านจัดตกแต่งเหมมือนกับว่าให้นักท่องเที่ยวเข้ามาทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติ ด้านหลังร้านทำเป็นน้ำตกเล็กๆ มีน้ำไหลลงมา ส่วนโต๊ะอาหารจะตั้งไว้ที่ข้างในศาลาซึ่งทำคล้ายกับบ้านเล็กๆ หลังคามุงด้วยหญ้า ด้านข้างเปิดโล่ง พื้นยกขึ้นสูงกว่าระดับดินเล็กน้อย จะต้องเดินขึ้นบันไดไป 3 ขั้นจึงจะถึงโต๊ะ ส่วนหน้าของศาลาจะมีโมบายห้อยไว้กับหลังคา เมื่อโดนลมพัดก็จะเกิดเสียงตามจังหวะที่พัด ชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวเข้าไปด้านในสุดของร้านอาหารบริเวณที่ติดกับน้ำตก
เมื่อนั่งลงนัฐมนหันไปมองหน้าชายหนุ่มอย่างทึ่งๆ ที่สามารถทำให้รีสอร์ทออกมาสวยงามและแปลกตาขนาดนี้ได้ แล้วเธอก็หันไปมองรอบๆ ร้านอาหารอีกครั้ง
ด้านล่างของน้ำตกมีปลาสีสันสดใสว่ายฉวัดเฉวียนอวดความงามของมันมากมาย อีกทั้งบนต้นไม้ก็มีนกส่งเสียงร้องเป็นทำนองชวนฟัง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อนจริงๆ พนักงานเสิร์ฟของร้านแต่งกายด้วยชุดประจำภาคคอยเดินบริการให้ความสะดวกสบายแก่ลูกค้า เมื่อเห็นว่าธีธัชและนัฐมนเข้ามานั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พนักงานก็ตรงดิ่งเข้ามาบริการโดยไม่ต้องให้รอนาน
“ไม่ทราบว่าคุณธีจะรับอะไรดีครับ” พนักงานเสิร์ฟถามขึ้นอย่างนอบน้อม
“น้องนัฐอยากทานอะไรก็สั่งได้ตามใจเลยนะครับ” ธีธัชถามพร้อมกับยื่นเมนูอาหารมาตรงหน้าหญิงสาว
รายการอาหารของที่นี่มีมากมายไม่ว่าจะเป็น ย่าง ต้ม ผัด แกง ทอด ครบทุอย่าง มีทั้งที่หญิงสาวเคยเห็นและไม่เคยเห็นมาก่อน อาหารของที่นี่ส่วนมากล้วนเป็นของป่าแทบจะทั้งสิ้น เพื่อที่จะได้เข้ากับบรรยากาศของที่นี่
“เอาอะไรก็ได้ค่ะ นัฐทานได้หมด” ได้ยินดั้งนั้นชายหนุ่มจึงหันไปสั่งอาหารกับพนักงานเสิร์ฟที่คอยจดรายการอยู่
“น้องนัฐครับ ช่วงบ่ายพอดีว่าผมมีงานด่วนเข้ามา คงจะพาน้องนัฐเที่ยวชมรีสอร์ทไม่ได้ ต้องขอโทษด้วยนะครับ” ธีธัชกล่าวอย่างรู้สึกเสียใจ
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ แค่คุณธีพานัฐเที่ยวช่วงเช้าก็สนุกมากๆ แล้วล่ะค่ะ แล้วอีกอย่างถ้าจะให้เดินตอนบ่ายอีกก็คงจะไม่ไหว เดินขึ้นลงเขาก็เหนื่อยแทบจะขาลากแล้ว ทั้งนัฐก็รบกวนเวลาคุณธีมามากแล้วด้วย” เมื่อได้ยินนัฐมนพูดว่าเหนื่อยชายหนุ่มก็เหมือนจะคิดอะไรออก
“น้องนัฐครับ ลืมเรื่องที่เราคุยกันเมื่อเช้ารึยัง” เมื่อเห็นว่านัฐมนทำท่างงๆ ชายหนุ่มจึงรีบกล่าวเสริม “ตกลงน้องนัฐจะไปออกกำลังกายกับผมตอนเช้ารึเปล่าครับ”
ธีธัชคอยฟังคำตอบของหญิงสาวอย่างตั้งใจ เขาอยากจะให้เธอตอบตกลง เขาจะได้มีเวลาอยู่กับเธอมากขึ้น เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วเขาทำงานทั้งวันแถมยังกลับบ้านดึกอีกคงจะหาเวลามาคุยกับเธอได้ยาก เมื่อเห็นว่าเธอค่อนข้างเหนื่อยง่ายจึงชวนไปออกกำลังกาย
“ถ้าคุณธีไม่ขี้เกียจเดินเป็นเพื่อนนัฐนะคะ” นัฐมนตอบกลับมาเสียงอ้อมแอ้ม ทำไมเธอจะต้องดีใจขนาดนั้นด้วยนะที่เขาชวนไปออกกำลังกาย หญิงสาวแปลกใจตัวเอง
“ด้วยความยินดีครับ เอาเป็นว่านัดกันตอน 6 โมงเช้าที่หน้าบ้านนะครับ” พอชายหนุ่มกล่าวจบอาหารก็มาเสิร์ฟพอดี
นัฐมนทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีชายหนุ่มคอยแนะนำให้ชิมโน่นชิมนี่ ทั้งยังตักใส่จานให้หญิงสาวอีกมากมาย เขามองเธอกินอาหารอย่างมีความสุข จนเขาแทบจะไม่ได้แตะอาหารของตนเองเลย เมื่อหญิงสาวรู้สึกว่าถูกมองจึงหันไปทางชายหนุ่ม ก็พบว่าเขากำลังมองเธออยู่ พอเธอเหลือบไปดูจานข้าวของเขาก็เห็นว่าเพิ่งจะพร่องไปแค่นิดเดียวเอง
“คุณธีไม่หิวเหรอคะ ปล่อยให้นัฐทานอยู่คนเดียว เอ้านี่นัฐตักให้ ทานเยอะๆ นะคะจะได้มีแรงทำงาน เมื่อเช้าคงจะใช้พลังงานไปหมดแล้ว” พูดจบนัฐมนก็ตักอาหารใส่จานชายหนุ่ม
ธีธัชตักอาหารที่นัฐมนตักให้เข้าปาก ชายหนุ่มรู้สึกว่ารสชาติของมันอร่อยกว่าทุกๆ ครั้งที่เขาเคยทานมา ทั้งที่จริงๆ แล้วอาหารทุกอย่างเขาก็เคยทานมาแล้วทั้งนั้น วีธีการทำก็เหมือนเดิม พ่อครัวก็คนเดิม แต่เขากลับคิดว่ามันแปลกออกไป เมื่อมีนัฐมนมาคอยตักอาหารให้เขา จากที่เข้าเหลือเต็มจาน ตอนนี้กลับหมดจานแล้ว อีกอย่างมื้อนี้เขาก็เจริญอาหารกว่าปกติด้วย
หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ ชายหนุ่มก็เดินไปส่งหญิงสาวที่บ้าน พอเห็นว่าเธอเดินเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินตรงไปยังที่ทำงานทันที แต่ระหว่างทางเขาก็พบกับชายชาวต่างชาติที่มาขอถ่ายรูปเขาและนัฐมนเมื่อเช้า
“คุณครับ โชคดีจังพวกเรากำลังตามหาคุณอยู่พอดี เอ่อนี่รูปของคุณกับแฟนครับ รูปคู่ของพวกคุณสวยมากเลยนะครับ” ชายชาวต่างชาติพูดพร้อมกับยื่นรูปส่งให้
“เราไม่ใช่แฟนกันหรอกครับ” ถึงแม้จะกล่าวปฏิเสธออกไป แต่ลึกๆ แล้วเขากลับกำลังใจเต้นแรง ที่มีคนคิดว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน
“เหรอครับน่าเสียดายจังพวกคุณเหมาะสมกันมากเลยรู้มั้ยครับ เอว่าแต่เธอไม่ได้มาด้วยเหรอครับ” ชายชาวต่างชาติกล่าวออกมาอย่างสงสัย
“เธออยู่ที่บ้านน่ะครับ แล้วก็ขอบคุณมากนะครับสำหรับรูป”
“ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าในรูปพวกคุณเหมือนคู่รักกันมากๆ เลยนะครับ ถ้าตอนนี้คุณชอบเธออยู่ล่ะก็อย่าปล่อยให้เธอหลุดมือนะครับ” ชายชาวต่างชาติกล่าวแล้วก็เดินจากไป
ชายหนุ่มมองลงไปที่รูปถ่าย ‘คู่รักงั้นเหรอ’ ในภาพเขากำลังเขากำลังโอบกอดนัฐมนไว้ ภาพของคนทั้งสองกำลังมองมาทางเขาและส่งยิ้มมาให้เขาอย่างมีความสุข โดยฉะเพราะหญิงสาวที่ยิ้มสดใสกว่าปกติมาก แล้วหน้าของเธอก็ออกแดงนิดๆ ด้วย ภาพนี้ทำให้เขาถึงกับยิ้มออกมา เธอคงจะเขินอีกแล้วซินะ ชายหนุ่มคิดว่าจะเอาภาพนี้ไปเข้ากรอบแล้วตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน เวลาเหนื่อยเมื่อมองภาพนี้แล้ว เขาก็คงจะสามารถยิ้มออกมาได้
ความคิดของชายหนุ่มหยุดชะงักลงทันที ‘หรือว่าเขาจะชอบเธอเหมือนที่ชายชาวต่างชาติพูดเมื่อกี้นะ’
ชายหนุ่มคิดอย่างตกใจแต่เขาก็ไม่สามารถให้คำตอบกับตนเองได้เช่นกัน


โดย : ศศพินทุ์
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 4 พ.ค. ปี 2006 [ เวลา 18 : 1 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com