Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 3

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> The Star of RealLove.(ตอนที่2 ...แฟน...)

เรื่อง :

The Star of RealLove.

(ตอนที่2 ...แฟน...)


…แฟน…

ชื่อ ‘ยามฝัน’ ของสาวน้อยต่างดาวคนนี้ ช่างเหมาะเหม็งกับเธอเสียจริง เพราะเจ้าของชื่อ-สวยจนคนมองคิดว่ากำลังเจอนางฟ้าอยู่ในความฝัน และต่อให้นึกจนหัวแตกตาย มาวินก็จนปัญญาจะสรรหาคำใดมาเรียกแทนตัวเธอได้อีก…
คนบางคน อาจยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ยอมกินเส้นแล้วค่อยกินลูกชิ้นทีหลัง แต่ในกรณีของยามฝัน มาวินไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องอารัมภบทความงามของเธอให้ยืดยาดเสียเวลา และจะกล่าวชื่นชมเธอแบบตรงๆอยู่ในใจไปเลยว่า…น่ารักมากๆจ้ะ…
นอกจากหน้าตาจะสะสวยเข้าขั้นระดับนางเอกละครแล้ว ชุดที่ยามฝันใส่อยู่ก็ช่วยตอกย้ำความเซ็กซี่เสริมเข้าไปอีกหนึ่งมุมมอง กระโปรงเอวต่ำสั้นแค่คืบ-สีบลอนด์ กับเสื้อเกาะอกเอวลอยสีเดียวกัน โชว์หน้าท้องแบนราบและเนินอกขาวเนียน พอมองไปมองมา กลายเป็นจะเหมือนพริ้ตตี้ขายรถยนต์มากกว่ามนุษย์ต่างดาวตามที่เธอกล่าวอ้างเสียอีก
เป็นธรรมดาของผู้ชายที่จะรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเวลามีสาวสวยอยู่ข้างๆ ยิ่งถ้าแต่งตัววับๆแวมๆ แบบนี้ด้วยแล้ว…แต่มาวินก็ไม่มีเจตนาเยี่ยงคนกักขฬะและหวังมุ่งร้าย เขาเพียงรู้สึกเป็นกังวลมากกว่า กลัวว่าถ้าพายามฝันลงจากเชิงเขานี่ไป พวกหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ข้างล่างจะพากันรุมฆ่ายามฝันด้วยสายตาชีกอแหงมๆ
นึกชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดมาวินก็ตัดสินใจ เขาบอกให้ยามฝันรออยู่ที่นี่ ส่วนตัวเขาจะรีบวิ่งเปรี้ยวไปหาเสื้อผ้าสักชุดมาให้เธอเปลี่ยน เอาที่มันใส่แล้วรัดกุม-เรียบร้อย
กำลังจะก้าวเท้าออกวิ่ง ยามฝันก็เข้ามาคว้าแขนเขาไว้ เธอไม่พูดพร่ำคำใด แต่มองด้วยสายตาอ้อนวอน และมาวินก็บ้าจี้ตามพอจะอ่านจากแววตาออกได้ว่า อย่าทิ้งเธอไปนะ…
เขายิ้มให้อย่างปลอบใจ พร้อมกับชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว
“ด้วยเกียรติของคนจริงใจ ผมสัญญาจะกลับมาแน่นอน”
ยามฝันมองตามหลังมาวินที่เห็นหลังไหวๆวิ่งลับตาลงจากเนินเขาไป เธออาจไม่เข้าใจความหมายของสัญลักษณ์การชูสองนิ้ว และคำสัญญาจากปากของผู้ชายในดาวโลกดวงนี้ บางทีก็มีความหมายเท่าๆกับการโกหก แต่สำหรับเธอ-ผู้มาเยือนจากดาวอื่น คำสัญญาเป็นสิ่งสำคัญ และมันจะยิ่งสำคัญที่สุด ถ้าคำสัญญานั้นมาจากผู้ชาย-เพศบุรุษที่เธอไม่เคยได้พานพบมาก่อนเลยในชีวิต จนกระทั่ง…ได้มาพบกับมาวินคนนี้นี่แหละ
ยืนชะเง้อคอเป็นนาน เขาหายไปกว่าครึ่งชั่วโมง ยามฝันถอนหายใจทิ้งเสียหลายครั้ง ‘จะเชื่อได้รึเปล่านะ…คำสัญญาผู้ชายเนี่ย’ เธอคิด แต่ก็ต้องเปลี่ยนมายิ้มอย่างดีใจแทน ทันทีที่เห็นมาวินปุเรงๆวิ่งขึ้นมา
เขาหอบถุงผ้าพะรุงพะรัง แถมเกือบจะคะมำล้มไปอีกครั้งด้วย ยามฝันรู้สึกดีใจและอิ่มใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้เห็นความพยายามของชายผู้นี้ อุตส่าห์ทุ่มเทกระทำให้แด่เธออย่างไม่เคยมีชายใดทำให้มาก่อน
เธอรีบวิ่งเข้าไปหา ตั้งใจจะกล่าวคำขอบคุณ แต่หนุ่มบ้าพลังโชว์สาวอย่างมาวิน ก็ชิงตัดบทพูดขึ้น ทั้งที่ยังหอบแฮ้กๆอยู่
“ผมกะขนาดคร่าวๆ ไม่รู้ว่าคุณจะใส่ได้รึเปล่า”
ยามฝันรับถุงผ้ามาอย่างงงๆ เธอมองเข้าไปในนั้น แล้วจึงหยิบของข้างในออกมาดู
“มันใส่ยังไงน่ะ”
มาวินขอถุงผ้าคืน จากนั้นจึงเริ่มอธิบายวิธีสวมใส่ทีละขั้นทีละตอน
“ชิ้นนี้เป็นกางเกง เขาเรียกว่า กางเกงยีนส์ เวลาใส่ คุณก็เอาตะเข็บปลิ้นมันเข้าไว้ด้านในก่อน แบบนี้ …แล้วก็เอาขาขาวๆ-เอ้ย!-ขาเล็กๆของคุณยัดเข้าไป”
ยามฝันพยักหน้าเข้าใจ แล้วชี้นิ้วไปที่เสื้อบ้าง
“อันนี้ก็ใส่ไม่เป็นเหรอ” มาวินหัวเราะเบาๆ เกาหัวแกรกๆ “นี่เรียกว่าเสื้อ ก็-เหมือนเดิม เอาตะเข็บเข้าไว้ด้านใน แล้วก็เอาหัวยัดเข้าไป จากนั้นก็ใส่แขน ใส่แขน”
พอยื่นเสื้อให้แล้ว มาวินก็หันหลังเดินดุ่ยออกมา ยามฝันไม่เข้าใจการกระทำของเขา เธอขมวดคิ้วและคิดว่า ผู้ชายคงจะต้องถูกผูกมัดด้วยคำสัญญากระมัง มันถึงจะทำให้พวกเขาอยู่กับร่องกับรอยได้
“นั่นคุณจะไปไหน” ยามฝันร้องถามขึ้นอย่างสงสัย
มาวินค่อยๆแหงะกลับมา เขายกมือขึ้นปิดตา แล้วตอบกลับไป
“จะให้ผมยืนดูคุณเปลี่ยนเสื้อผ้ารึไง”
ยามฝันเอียงหัวคิดพิจารณาถึงคำถามของมาวิน เธอลังเลว่ามันเป็นประโยคที่สื่อความหมายตามนั้นจริงๆ หรือเป็นแค่คำพูดประชดกระทบกระแทกแดกดันเท่านั้น แต่ดูๆแล้วเขาคงไม่ใช่คนปากร้ายอะไร เธอจึงไว้ใจแล้วตอบไปซื่อๆ
“ก็ใช่น่ะสิ”
มาวินหัวเราะหึๆ ก่อนจะพูดปนไปด้วย
“จะบ้าเหรอ ผู้ชายดีๆที่ไหนเขาทำกัน”
สาวน้อยตีหน้างอนแก้มป่องทันที เธอไม่พอใจตัวเองที่หลงเข้าใจอะไรง่ายเกินไป เป็นอันว่า เรื่องใหม่ที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้ชายก็คือ ผู้ชายมักจะใช้รูปประโยคประชดเสียดสีสื่อความกับผู้หญิง แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเขาถึงยืนดูเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ได้
“คงไม่ได้ด่าผมอยู่ในใจหรอกนะ” เสียงมาวินท้วงขึ้นมาอย่างขี้เล่น
“เปล่าหรอก…ฉันแอบคิดถึงบ้านน่ะ ฉันบอกคุณไปรึยังว่าดาวที่ฉันจากมามีแต่ผู้หญิง”
มาวินส่ายหัว “ยังเลย”
ยามฝันนิ่งไปครู่หนึ่ง “ที่ดาวของฉันน่ะนะ ไม่มีผู้ชายเลยสักคน ฉันไม่เคยคุยกับผู้ชายด้วยซ้ำ คุณจึงเป็นคนแรก ฉันทั้งตื่นเต้นและสับสน เพราะการกระทำบางอย่างของคุณก็อยู่นอกเหนือความเข้าใจของฉันจริงๆ”
มาวินพยักหน้าเออออ
“อีกอย่าง…ฉันยอมรับว่าฉันบ่นคุณจริง นั่นเพราะคุณว่าฉันบ้ามาสองครั้งแล้ว”
“จ้า…ขอโทษจ้า” มาวินลากเสียงยาว พร้อมกับคิดในใจไปด้วยว่า ‘ดาวบ้าอะไรวะ มีแต่ผู้หญิง’

เวลาผ่านไปค่อนข้างนาน มาวินใช้เท้าเขี่ย-เขียนบนดินเป็นชื่อแฟนเก่าแก้เซ็ง กระนั้นก็ยังแอบคิดแขวะยามฝันอยู่ด้วยว่า ผู้หญิงมาจากดาวไหนก็เหมือนกัน คือ แต่งตัวช้า
มาวินนึกคำถามสนุกๆขึ้นมาได้ ไหนๆ ยามฝันก็อ้างว่ามาจากต่างดาวแล้ว เขาเองก็น่าจะแกล้งหลิ่วตาตาม ทำฟอร์มถามคำถามเพี้ยนๆ เผื่อจะได้คำตอบที่สามารถทำให้มองเห็นภาพสาวๆสวยๆนุ่งน้อยห่มน้อยเต็มเมืองได้ นี่แค่คิด-จินตนาการยังรู้สึกเหมือนมีน้ำลายไหลออกมาด้วยเลย
“คุณว่า…ที่ดาวของคุณมีแต่ผู้หญิงใช่ไหม” มาวินเปิดประโยคร้องถามขึ้น เขารอให้ยามฝันขานรับ เมื่อเธอร้องอืมห์เบาๆ เขาก็จึงพูดต่อ “งั้น…คุณก็ไม่เคยมีแฟนน่ะสิ”
“อะไรคือแฟน” ยามฝันถามกลับมา
พอให้คิดหาคำอธิบายถึงคำว่าแฟน มาวินก็คอตกทันที เจอคำถามสะกิดความทรงจำวันวานเข้า ภาพในโหมดแฟนเก่า ก็ทะลักแทรกสัญญาณเข้ามาในหัวกบาลอย่างไม่ยอมแจ้งไว้ก่อนล่วงหน้า ทำให้เขาต้องขอเปลี่ยนเรื่องพูดไปเลย
“ช่างเถอะ…ว่าแต่…คุณเปลี่ยนชุดเสร็จรึยัง”
“เสร็จแล้ว”
ปุ้บปั้บ-ยามฝันก็มายืนประชิดอยู่ด้านหลังแบบไม่ทันให้รู้ตัว ทำเอามาวินตกใจผงะหนี แต่พอหันมาเห็นเธอในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ชุดใหม่ เขาก็ยิ้มอย่างชื่นชม เธอใส่แล้วสวย กางเกงยีนส์ใส่แล้วเต็มสัดส่วนสาวชะมัด
มัวแต่ยืนยิ้มเผล่ จนเกือบลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไป มาวินคิดได้ว่าถ้าพายามฝันไปไหนต่อไหนด้วยกัน เพื่อนของเขาอาจมาเจอเข้าหรือที่แย่ไปกว่านั้นนั่นก็คือแฟนเก่า พวกนี้ต้องมีคำถามแน่ๆถ้าเกิดได้เจอยามฝันเดินคู่กับเขา สำหรับเพื่อนพวกมันคงแปลกใจและแอบอิจฉาเท่านั้น แต่สำหรับแฟนเก่า นี่ถือเป็นการเปิดตัวแฟนใหม่ของมาวินและเป็นช่วงเอาคืนที่สะใจสุดๆ
มาวินเริ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ คนเรามันก็เหมือนเหล้าในแก้วของคนไทยขี้เมาบางคน ในนั้นมันไม่ได้มีแต่เพียงเหล้าแท้เพียวๆ แต่มันยังมีทั้งโซดาและน้ำแข็ง มาวินก็รู้ตัวดีว่าเขาเองไม่ใช่คนวิเศษวิโสอะไร ดังนั้น ถ้าจะทำเรื่องที่มันรู้สึกไม่ดีบ้าง ย้ำ-เพียงแค่ความรู้สึกเท่านั้น มันก็คงไม่เลวร้ายถึงขั้นจะทำให้ใครเลือดตกยางออกได้หรอก
คิดได้ตามนั้น มาวินก็ตัดสินใจตะล่อมถามความสมัครใจของยามฝันทันที
“อยากรู้ไหมว่าแฟนคืออะไร”
“อยากรู้สิ” ยามฝันตอบ
มาวินฟอร์มทำหน้าขึงขัง แล้วจึงพูดต่อ “แฟนหมายถึงเพื่อนนะ…รู้จักคำว่าเพื่อนไหม”
ยามฝันพยักหน้า
“คุณนับผมเป็นเพื่อนรึเปล่า”
ยามฝันพยักหน้าอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น…ผมก็เป็นแฟนคุณ และคุณก็เป็นแฟนผม” มาวินโกหกมั่วสงเดช แต่ยามฝันที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรก็เออออไปแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว
“งั้นเราก็เป็นแฟนกันน่ะสิ” เธอว่า
“ถูกต้องนะคร้าาาาาาาาาาบ…” มาวินชี้นิ้ว พร้อมๆกับเลียนเสียงตลกๆ “ถ้าใครมาถามคุณ-ยามฝัน คุณก็บอกไปเลยว่าเราเป็นอะไรกัน”
“แต่ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยนะ”
“อ้าว…” มาวินเลิกคิ้วขึ้น “นี่ผมยังไม่ได้บอกหรอกเหรอ”
“อืมห์”
“ผมชื่อมาวิน”
“ชื่อแปลกจัง…รู้มั้ย-ชื่อคุณคำนี้มันพ้องเสียงกับคำ-คำหนึ่งในภาษาของดาวฉัน” ยามฝันเคาะนิ้วอยู่ที่ปากอย่างใช้ความคิด “รู้สึกมันจะหมายความว่า…เห็นแก่ได้”
มาวินหน้าจ๋อยไปในทันที
“ล้อเล่นน่า...” ยามฝันทำแก้มป่อง
กระนั้น มาวินยังรู้สึกผิดอยู่ จริงที่การโกหกในครั้งนี้อาจไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ แต่…มันอาจทำให้ อาคันตุกะผู้น่ารักจากแดนไกลต้องช้ำใจถ้าได้รู้ความจริง
แต่ก็อย่างว่า-นิสัยของผู้ชาย มาวินเองก็ต้องยอมรับในเรื่องนี้ จะให้เขากลับแล้วคำเล่าความจริง เดี๋ยวเธอก็หมดความเชื่อใจเท่านั้น ทางออกที่ดีคือสงวนท่าทีและใช้คำว่าแฟนในความหมายของเขากับยามฝันให้น้อยที่สุด… ‘นี่ตูทำอะไรลงไปวะ’ มาวินคิดด่าตัวเองในใจ…
…………………………………..


โดย : แดง หัวโต
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ เวลา 21 : 42 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com