Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 3

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
>> กาลครั้งหนึ่งที่เรา(เคย)รักกัน ตอนที่ 2 แรกพบ

เรื่อง :

กาลครั้งหนึ่งที่เรา(เคย)รักกัน ตอนที่ 2 แรกพบ

ตอนที่ 2 แรกพบ

30 พ.ค. วันแรกพบสัมพันธ์

อันฌิสามาถึงลานกว้างใต้ตึกอเนกประสงค์ก่อนเวลาที่รุ่นพี่นัดเกือบหนึ่งชั่วโมง เมื่อสักครู่ปลายฟ้าโทรมาบอกว่าเพิ่งออกจากบ้าน หญิงสาวกดเบอร์โทรศัพท์หาเพื่อนที่จบมาจากโรงเรียนเดียวกันแต่อยู่คนละภาควิชากับเธอ

“ฮัลโหล พั้นช์ อยู่ไหนเนี่ย” เสียงใสห้วนจัด ก็แม่เพื่อนตัวดีของเธอน่ะสิ นัดไม่เป็นนัด นี่ก็ไม่รู้ว่าหายไปอยู่ที่ไหน

“แหม เสียงดุมาเชียว ฉันก็กำลังจะเดินไปหานั่นแหละ แวะซื้อของกินนิดหน่อยเอง รออยู่นั่นนะ” เสียงหวานแบบแปร่งๆเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจ


อันฌิสานั่งรอไม่นานนัก เพิ่มศักดิ์ หรือ พั้นช์ กะเทยร่างอรชร(ไปทางยักษ์วัดแจ้ง) ก็ส่งเสียงมาแต่ไกล

“รอนานมั้ยแก เนี่ยซื้อลูกชิ้นมาฝากด้วย ได้ยินเสียงแล้วรู้ว่าต้องหิวแน่ๆเลย” เพื่อนชาย(ใจหญิง)รีบยื่นถุงลูกชิ้นที่แวะซื้อมาเป็นอภินันทนาการแก่อันฌิสา ด้วยรู้อารมณ์หญิงสาวดี

“เออ มานั่งได้แล้วไม่ต้องมาพูดมากหรอก ดีนะว่ามีเพื่อนมาด้วยไม่งั้นแกเละแน่” พูดพร้อมกับยิ้มเผื่อแผ่ไปยังคน 3-4 คนด้านหลังเพื่อน

“นี่เพื่อนๆฉัน คนนี้ดาว คนนี้โอ น้ำ นั่นปอ ส่วนคนนี้ดิว เพื่อนโรงเรียนเก่าของนังโอมัน และทุกคนนี่อิ้งเพื่อนโรงเรียนเดียวกับพั้นช์เองค่า” เพิ่มศักดิ์ เอ้ย พั้นช์ จีบปากจีบคอแนะนำ

“หวัดดีอิ้ง ดิวเห็นอิ้งตั้งแต่วันปฐมนิเทศแล้วล่ะ” ผู้ชายที่นั่งตรงหน้าเอ่ยทัก ในขณะที่อันฌิสาได้แต่ทำหน้างงๆ

“เหรอ เห็นที่ไหนล่ะ เราว่าวันนั้นเราก็อยู่แต่ในห้องภาคตลอดเลยนะ”

“ก็เห็นที่ห้องภาคนั่นแหละ ดิวก็อยู่ภาคเดียวกับอิ้งนะ สงสัยจะจำดิวไม่ได้ล่ะสิเนี่ย” คนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดขึ้นมาตะหงิดๆ ก็แหมความจริงวันนั้นรุ่นพี่ก็ให้ทำความรู้จักกันแล้ว แต่ด้วยจำนวนคนที่ค่อนข้างเยอะ เธอก็เลยยังจำชื่อใครไม่ได้มากนัก


“เอ่อ อืมขอโทษนะ เราก็อยู่กับฟ้าทั้งวันเลยไม่ค่อยรู้จักใครน่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ก็เรายังอยู่ด้วยกันอีกนานนี่ แล้วอีกอย่าง อิ้งต้องยังไม่รู้แน่เลย ว่าเราสองคนมีพี่เทคคนเดียวกัน” ดนัยณัฐยักคิ้วพลางหยิบตะเกียบขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายใบเท่ ส่งให้อันฌิสาดู

“อืม จริงๆด้วย บังเอิญจังเลยนะ” หญิงสาวยิ้มได้เป็นครั้งแรกของวัน

“นี่ๆ จะคุยกันอีกนานมะ ดิวนี่ล่ะก็ คนสวยให้ท่าตั้งนานทำเป็นไม่ยอมคุย เชอะ” กะเทยที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่นานเอ่ยขึ้น เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งโต๊ะ ยกเว้นแต่ดนัยณัฐที่เพียงแค่ส่งยิ้มแหยๆกลับไปให้เท่านั้น

++++++++++++++++++++++++++++++++


เสียงกลองในจังหวะสามช่าดังกระหึ่มจากใต้อาคารกระจายไปทั่วสารทิศ ปลุกอาการคึกคักได้จากทุกคนที่ได้ยิน รุ่นพี่ชายหญิงที่แต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีขาวอันเป็นเครื่องแต่งกายของสตาฟฟ์กำลังทำหน้าที่เอนเตอร์เทนรุ่นน้องอย่างสุดฤทธิ์

“ซู่ซ่า ซู่ๆซ่าๆ ปาทังก้าปาทังกี้ เฟรชชี่ ซูซี่ ปาทังกี้ปาทังก้า”

“น้องคะ เดี๋ยวพี่จะให้น้องๆเล่นเกมสร้างมิตรภาพกันก่อน ตอนนี้เราอาจยังไม่ค่อยรู้จักกัน แต่ต่อไปไม่ว่าจะอีกปี สองปี หรือ สี่ปี เราจะยังคงอยู่ด้วยกันแบบนี้ เพราะฉะนั้นต้องทำความรู้จักกันไว้ จะได้มีเพื่อนมากๆ กติกามีอยู่ว่า พอพี่เป่านกหวีด 1 ที ให้น้องวิ่งไปหาเพื่อนมา 1 คน จะชายหรือหญิงหรือผู้ฉิงก็ได้นะคะ จากนั้นให้ถามชื่อ ชื่อเล่น ภาควิชาของเค้าไว้ สลับกันนะคะ พี่จะเป่าไปเรื่อยๆ ก็ให้น้องเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ พอเกมจบ พี่จะถามชื่อเป็นการสุ่มให้น้องช่วยกันตอบ ถ้าตอบได้มีรางวัลด้วยนะ เอาล่ะค่ะ จะเริ่มแล้วนะ”

‘ปรี๊ดดดดดด’

อันฌิสากับปลายฟ้ากระโดดแยกจากกันทันที ต่างคนก็ต่างวิ่งหาคู่ อันฌิสากำลังมองหาเพื่อนผู้หญิงสักคน แต่ดูเหมือนทุกคนจะมีคู่กันหมดแล้ว เมื่อหันกลับไปมองทางปลายฟ้า หญิงสาวก็ได้คู่แล้วเป็นผู้ชายที่ดูไม่ค่อยจะเหมือนผู้ชายเท่าไหร่ เวลากำลังจะหมดแล้วด้วยสิ เป็นไงเป็นกัน

‘ฟุ่บ’

“ดนัยณัฐครับ ชื่อเล่นชื่อดิว อยู่เมเจอร์คอมพิวเตอร์” ดนัยณัฐที่มาจากไหนไม่รู้ฉุดแขนหญิงสาวไว้พอดี อันฌิสาหันหน้ามาขอบคุณด้วยความโล่งอก

“แต้งค์กิ้วนะดิว เกือบแย่แน่ะ ไม่ต้องแนะนำล่ะมั้ง รู้แล้วนี่”

“อ้าว ไม่ได้สิ กติกาต้องเป็นกติกา ขนาดดิวยังแนะนำตัวก่อนเลย” ดนัยณัฐพูดเสียงกลั้วหัวเราะ ดูเหมือนคนตรงหน้าเขาจะเจ้าเล่ห์ไม่เบา ขนาดกติกาเกมยังแอบโกงเฉยเลย

“ดิฉันชื่ออันฌิสา ชื่อเล่นอิ้ง เมเจอร์คอมเหมือนกัน พอใจยังคะ คุณระเบียบ” อันฌิสาย่นจมูกใส่ชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้ ซึ่งคนเจ้าระเบียบก็เพียงแค่ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้

‘ปรี๊ดดดดด’

เสียงนกหวีดดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งคู่จึงแยกจากกันไปหาเพื่อนใหม่ แล้วคราวนี้อันฌิสาก็ไม่พลาดเหมือนคราวที่แล้ว เพราะหญิงสาวกระโจนไปตะครุบเพื่อนผู้หญิงตัวเล็กๆท่าทางน่ารักได้คนหนึ่ง

“หวัดดีค่ะ เราชื่ออันฌิสา ชื่อเล่น อิ้งนะ อยู่ภาคคอม เธอล่ะ”

“เราชื่อมณทิรา ชื่อเล่นมิ้นท์ อยู่ไฟฟ้าจ๊ะ” ผู้หญิงตรงหน้าพูดด้วยรอยยิ้มสดใส อันฌิสาเพิ่งสังเกตว่า คนตรงหน้าตากลมโต ปากนิด จมูกหน่อย เหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบยังไงยังงั้น ดูสวยงามบอบบางและน่าถนุถนอม

“ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ มิ้นท์ หวังว่าคงจะได้เจอกันอีกนะ” อาจฟังดูเหมือนเป็นคำพูดทักทายตามมารยาท หากแต่คนพูดกลับรู้สึกว่ามันจะเป็นไปได้ตามนั้นจริงๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++

“ทำไงดีอ่ะฟ้า เราลืมเอาสมุดมา วันนี้เลกเชอร์วันแรกด้วยดิ” อันฌิสาบอกปลายฟ้าด้วยท่าทางเป็นกังวล

“อ้าวทำไงล่ะ เรามีเล่มเดียวด้วย เอางี้เดี๋ยวเราฉีกแบ่งให้แล้วกันนะ”

“ไม่เป็นไรฟ้า อย่าฉีกเลย อาจารย์เริ่มสอนแล้วด้วย ฟ้าจดไปก่อนแล้วกัน เผื่อเราจดไม่ทันจะได้ยืม” หญิงสาวบอกเมื่อเห็นปลายฟ้าทำท่าจะฉีกสมุดส่งให้


“อิ้ง เอาของดิวแล้วกัน” ดนัยณัฐที่คงจะได้ยินบทสนทนาของสองสาวยื่นสมุดเล่มหนาสีฟ้าส่งมาให้จากด้านหลัง


“แล้วของดิวล่ะ เดี๋ยวก็ไม่มีจดหรอก” อันฌิสาที่รับสมุดมาแล้วก็เปลี่ยนใจส่งกลับไปใหม่ด้วยกลัวว่าคนที่ส่งมาจะไม่มีใช้

“ของดิวมี 3 เล่ม แล้ววันนี้ก็เรียนแค่ 2 ตัวเอง อิ้งเอาไปใช้เถอะ” คนมีน้ำใจส่งยิ้มกว้างขวางมาให้ สรุปว่าอันฌิสาก็ทำได้เพียงแค่กล่าวขอบคุณเบาๆ แล้วหันกลับมาตั้งหน้าตั้งตาจดเลกเชอร์ตามสไลด์ที่ตอนนี้อาจารย์สอนผ่านไปแล้วหลายแผ่น


“ฟ้า อิ้ง ไปกินข้าวกัน” เพื่อนผู้หญิงที่เรียนด้วยกันเอ่ยชวนเสียงใส

“อืม ไปสิ กินที่ไหนดีล่ะ อิ้งว่าไง” ปลายฟ้าตอบรับคำชวนและไม่ลืมที่จะหันมาถามความเห็นอันฌิสาด้วย

“ยังไงก็ได้นะ ตอนนี้พยาธิในกระเพาะเราออกมาเต้นระบำกันหมดแล้ว” คนพูดทำหน้าเหมือนคนป่วยพลางเอามือลูบท้องเป็นการยืนยัน


เมื่อทั้งหมดเดินมาถึงโรงอาหาร โต๊ะที่ว่างก็ถูกจับจองจนเกือบหมด ถึงจะว่างแต่ก็ไม่พอจำนวนคนทั้งหมดอยู่ดี

“อิ้ง ฟ้า ทางนี้” เมทัศน์ เพื่อนภาควิชาเดียวกันตะโกนพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้ทั้งหมดมานั่งด้วยกัน อันฌิสาจึงส่งสัญญาณไปว่าจะไปซื้อข้าวก่อนแล้วจะกลับมานั่ง
วุ้นเส้นต้มยำส่งกลิ่นหอมหวนถูกวางลงบนโต๊ะ ตามมาด้วยเจ้าตัวที่พร้อมจะก้มหน้าก้มตากินอย่างเต็มที่ ถ้าไม่ติดที่ความรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ เงยหน้าขึ้นมาก็เจอดนัยณัฐส่งยิ้มข้ามฟากมาให้ ซึ่งหญิงสาวก็เพียงแค่ส่งยิ้มกลับไปแล้วหันมาจัดการเสบียงตรงหน้าต่อ


โดย : bluelemon
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 26 พ.ค. ปี 2006 [ เวลา 20 : 41 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com