Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> นายเฮงโลกป่วน... ( เหนื่อยที่ 1 )

เรื่อง :

นายเฮงโลกป่วน

( เหนื่อยที่ 1 )

|-----------------------------------------------• By Sir.Hnumarnz •---------------------------------------------|


                        สวัสดีครับ ท่านสุภาพบุรษและสตรีทุกท่าน พวกคุณคิดถูกแล้ว

        ที่กดเข้ามาอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้ หรืออย่างน้อย แม้ว่าคุณจะกดเข้ามาหาเรื่องที่คุณสนใจ

        เพราะคุณต้องการรู้ว่าชีวิตของผมมันเป็นอย่างไร หากคุณไม่ต้องการรับรู้เรื่องราวของผม

        คุณคงไม่คิดจะกดเข้ามาเป็นแน่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรคุณก็ได้กดเข้ามาอ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

        จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างมันเถอะ เพราะผมมีบางอย่าง หลายๆ อย่าง ที่อยากให้คุณได้รับรู้

        ให้คุณตัดสินว่า มันคืออะไรกันแน่ เพราะบางอย่างผมก็ไม่แน่ใจ  ว่าอะไรคืออะไร



                        อันที่จริงแล้ว ผมก็อยากรู้จักคุณนะ คุณคงจะรู้จักผมนิดหน่อย ใช่เลย ผมชื่อ " เฮง "

        ตามที่ได้ลงไว้ ที่หัวเรื่องนั้นแหละ เดิมทีผมไม่ได้ชื่อ " เฮง " ตั้งแต่เกิดหรอก

        พ่อกับแม่ผมเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ในช่วงที่เขาเห็นผมครั้งยัง เป็นทารก

        พ่อแม่ผมเขาคงคิดกันว่าผมมีลักษณะคล้ายลิง แต่ผมไม่รู้หรอกนะว่าเป็นพันธุ์ไหน บาบูล

        ชิมแปนซี หรือคิงคอง แต่ผมว่า เขาน่าจะมองผมคล้ายๆ ลิงวอกธรรมดานี่แหละ

        พ่อกับแม่ผมเค้าเป็นคนชอบดูละครทีวีมาก เค้าชอบดูเรื่องไซอิ๋วประจวบพอดีกับ

        ช่วงนั้นผมเกิดมาพอดี เลยตั้งชื่อผมว่า " เห้งเจีย " ให้ผมเหมือน หงอคง ตามท้องเรื่อง

        เสมือนว่าผมเกิดมาเพื่อคอยดูแลรักษา " พระถังซัมจั๋ง " ซึ่งก็หมายถึงพ่อแม่ผมเอง

        เค้าคงคิดว่า น่าจะดูกิ๊บเก๋ดีกระมัง



                        พอเวลานานเข้า บรรดาเพื่อนๆ วัยเด็กระแวกบ้านผมเองนั้น ก็เรียกชื่อผมสั้นๆ ว่า " เห้ง "

        ... ไม่ใช่ " เ!้? " นะครับ ไปๆ มาๆ กลายเป็น " เฮง " อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

        จริงๆ แล้ว ประวัติชื่อผมนั้นมีความซับซ้อนยาวนานมากกว่านี้อีก ถ้าคุณอยากรู้เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง

        แล้วนี่ ... คุณน่ะ ... คนที่กำลังอ่านอยู่ ชื่ออะไรหรือครับ .... หาา ... ? อืม ... ไม่เป็นไร

        คุณคงจะเขินสินะ ไม่เป็นไร ไหนๆ เราก็คุยกันมาพอสมควรแล้ว เรามาเป็นแฟนกันนะ ... หือ ... ?

        อ๋อ ... ผมเข้าใจน่า ว่าคุณไม่ใช่คนใจง่าย ผมล้อเล่นน่ะ งั้นเราเป็นเพื่อนกันก็พอ OK มั๊ย ...

        ผมหวังว่าคุณคงจะไม่เสียใจนะ แต่มีข้อแม้ว่า คุณต้องไม่คิดกับผมเกินเพื่อนนะ

        เพราะผมมีแฟนแล้ว ... แฟนผม เธอชื่อว่า " เซสซ์ " เธอเป็นผู้หญิงที่ มองดูแล้วสวยใส

        น่ารักมาก ตัวเธอผิวเหลืองทอง ผมรักเธอมาก เธอทำให้ผมรู้สึกได้ว่า ชีวิตผมขาดเธอไม่ได้

        เรารักกันมาก ผมคิดว่าผมรักเธอมากกว่าที่คู่รักคู่ใดในโลกเสียอีก ซึ่งผมกลัวว่า

        คุณจะอิจฉาในความรักของเรา ... แต่ผมกลับมาคิดอีกที ผมว่าคุณคงไม่อิจฉาหรอก

        ผมคิดว่าคุณจะยินดีกับเราเสียมากกว่า



                        ผมกับเซสซ์ เราแทบจะไม่ห่างกันเลย ทุกๆ วัน เวลาจะไปไหนเราก็ไปด้วยกัน อ้อ !

        ผมลืมบอกคุณว่า " เธอ คือ รักแรกของผม " แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยสวยในสายตาของคนอื่น

        แต่เซสซ์ คือ ผู้หญิงที่สวยที่สุดสำหรับผม และที่สำคัญ คุณแม่ของผมเอง เป็นคนที่แนะนำเซสซ์

        ให้กับผม เราห่างกันเฉพาะเวลาอาบน้ำเท่านั้นเอง และบางทีผมก็แอบเช็ดตัวให้เธอด้วยนะ

        เราสวีทกันมาก ก่อนนอนผมจะบอก " Good night " กับเธออย่างแผ่วเบา

        พอรุ่งเช้าผมจะพบเธออยู่ข้างกายทุกวัน ผมมักจะแซวเธอว่า " คุณนายตื่นสาย นี่เช้าแล้วนะ "

        แล้วผมค่อยไปอาบน้ำ



                        ผมรู้จักเธอครั้งแรกตอนผมอายุสิบห้าเห็นจะได้ เพราะตอนนั้นผมมองอะไรไกลๆ ไม่ค่อยชัด

        จึงไปหาจักษุแพทย์ หมอให้ผมตรวจวัดสายตา ปรากฏว่าผมสายตาสั้น

        คุณแม่จึงพาผมไปตัดแว่นสายตา ที่นั่นเองทำให้ผมได้เจอกับเซสซ์ ทีแรกผมเห็นเธอก็รู้สึกเฉยๆ

        แต่พอได้รู้จักเธอ ได้รู้เรื่องราวของเธอ และได้คบกันแล้ว ยิ่งทำให้ผมรักเธอมาก

        จริงๆ แล้ว เซสซ์ เป็นเพียงชื่อเล่นของเธอ ชื่อจริงของเธอ คือ " กลาสเซสซ์ (Glasses) "

        ใช่แล้วครับ ! เซสซ์ คือแว่นตาของผมเอง แม้ว่าตอนนี้เราจะเลิกคบกันแล้ว

        แต่ผมก็ยังเก็บเธอไว้ในใจเสมอ ป่านนี้เธอคงอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้องเก็บของที่บ้านเก่าของผม

        และผมก็ยังรักและคิดถึงเธออยู่เสมอ อ้อ ! ... ผมลืมบอกอีกเรื่อง

        แฟนใหม่ของผมชื่อ " น้องแท๊ค "เธอคือ คอนแทคเลนส์ของผมเอง



                        ขณะนี้ผมอายุได้ ยี่สิบสามปีเศษ บ้านเกิดของผมอยู่ที่จังหวัดอยุธยา

        แต่เข้ามาทำงานที่เมืองกรุงเทพฯ เรานี่แหละ ที่เขาว่าศิวิไลหนักหนา โอ้ย ! พอพูดถึงกรุงเทพฯ

        แล้วมันก็รู้สึกคันยุบยิ๊บในปาก มันอยากจะเซดให้แซดให้ท่วมจอ

        ผมต้องขอถามคุณก่อนดีกว่าว่าคุณเป็น " ขาเมาท์ " หรือเปล่าครับ ... ? ... หื่อ ... ? อั่นแหน่ะ ...

        ถึงคุณจะไม่บอกก็ไม่เป็นไร ... เรื่องนี้ผมรู้ดี คุณอาจไม่คิดว่าคุณเป็น " ขาเมาท์ " แต่จริงๆแล้ว

        คนเราเป็น "ขาเมาท์" กันทุกคนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับเวลา สถานการณ์ รวมไปถึงต้องมีคนที่คุยสนุกรู้ใจ

         ... เอ๊ ! แล้วผมจะไปก่ายเรื่องคุณทำไมนิ ขอโทษทีนะครับ เอาเป็นว่าเรื่องในกรุงเทพฯ

        หรือที่ในสมัยโบราณเค้าเรียกว่า " พระนคร " ผมขอแปะไว้ก่อนแล้วกัน        

        พอดีกว่าผมมีเรื่องอื่นที่อยากจะให้คุณรับรู้อีกมาก



                        ตั้งแต่ที่ผมจำความได้ ... ผมรู้ว่า ... " ข้า ! ไม่รู้อะไรเลย ... ใครก็ได้ช่วยบอกข้าที "

        รู้แต่เพียงว่า เมื่อหิว... ต้องกินแล้วล่ะ ... แต่... ไม่รุ้จะกินอะไรดี มันเหมือนสัญชาติญาณ

        ให้เราร้องไว้ก่อน เดี๋ยวก็มีคนเอาอะไรๆ มาใส่ปากให้เรากินเองแหละ พอได้กิน ได้อม

        ได้เคี้ยว ได้กลืน แล้วท้องอิ่ม เราก็จะหยุดร้องไปเองโดยอัตโนมัติ เพราะมีบางอย่าง

        ที่เขาเอามาให้กินนั้นมาอยู่ในปาก เลยทำให้ร้องลำบาก ฉะนั้นให้หยุดร้องไว้ก่อนเดี๋ยวจะเหนื่อย

        เก็บแรงไว้ คราวหน้าหิวอีกจะได้ร้องให้ดังลั่นสะหนั่นจอไปเลย บางทีก็โดนเขาหลอก

        ดูดจุกนมปลอมไปหลายชั่วโมง



                        สิ่งที่ผมรู้อีกในชีวิตก็คือ เสียงและสัมผัสของคนที่อุ้มเรา มันรู้เองโดยไม่ต้องมองหน้าว่าเป็นใคร

        เมื่อใดที่เราอยู่ในอ้อมกอดนี้เราจะรู้สึกว่าปลอดภัยสุดๆ ซึ่งถ้าเราแยกแยะออกมาแล้ว

        มีหลายอย่างมาก ที่จะทำให้ " ทารก " อย่างเรา รู้ว่าคนที่อุ้มเราอยู่นั้น เป็นใคร


                                        " แรงที่อุ้ม " ต้องมีค่าที่ใกล้เคียงกัน คือ 0.28 นิวตัน / เมตร x เมตร

                                        " อุณหภุมิ " ความอุ่นของร่างกายคนที่อุ้ม คือ 37-38 องศาเซลเซียส

                                        " ความหยาบ - เนียนของผิว " เสมือนภาษาเบล ที่ใช้ผิวสัมผัสบ่งบอก

                                        " ความแข็งแรง " วัดได้จากการสั่นเบาๆ แรงบีบรัด และความมั่นคงขณะอุ้ม

                                        " ความนุ่มของมือและแขน " ดูได้จากชั้นไขมันของคนที่อุ้ม

                                        " ขนาดสรีระ " รู้สึกได้จาก หน้าอก หน้าท้อง ต้นแขน โดยฟังจากเสียงการกระเพื่อมของชั้นไขมัน

                                        " เสียง " ฟังจากความทุ้ม ต่ำ แหลม และความถี่เสียงเฉพาะบุคคล

                                        " ความเต็มใจในการอุ้ม "

                                        " ลักษณะการวางแขน "

                                        " ฯลฯ " ลมหายใจ กลิ่นปาก กลิ่นตัว กลิ่นน้ำหอม โอ้ยมากมายยิ่งนัก



                        มันน่าตกใจมากเมื่อผมลองย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องนี้ จึงทำให้ผมรู้ว่า...

        ทำไมผู้ใหญ่หลายๆ คน จึงไม่ค่อยชอบ " ทารก " ไม่ใช่เพราะ เด็กทารกยุ่งยากน่ารำคาญ

        วุ่นวาย อย่างที่คิดกันหรอก... เมื่อดูจากสิ่งที่เจ้าทารกมันคิดคำนวนแต่ละอย่าง ที่ผมได้บอกไป

        ข้างต้น อาทิแรงที่อุ้ม กี่ N / m x m อุณหภูมิ ฯลฯ ซึ่งผู้ใหญ่อย่างเราๆ

        ยังไม่คิดมากมายขนาดนั้นเลย เหตุผลที่หลายๆคนไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้เจ้าทารกน้อยที่แท้จริง

        คือ " มันรู้มาก " หากเราเผลอไปอยู่ใกล้ๆ เจ้าตัวแสบนี่ เกิดเจ้าหนูแอบรู้รหัสบัตรเครดิต

        โดยคลื่นความถี่ไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือ ไปกระทบแถบแม่เหล็กในบัตรเครดิต แล้วสะท้อน

        เข้าสู้สมองมัน แล้วมันแอบเอา " IDและรหัสบัตร " ไปบอกคนที่อุ้มมัน แล้วๆ เจ้าของบัตรล่ะ

        มิต้องหมดตัวงั้นหรือ เจ้าทารกน้อยๆเหล่านี้มันช่างอันตรายเสียจริงๆ





( จบเหนื่อยที่ 1 )
|------------------------------------------------------• Thanks •----------------------------------------------------|






* ผมไม่ใจนะครับว่าจะพิ่มพิ์ต่อในกระทู้ต่อไป หรือเข้ามาแก้ไขเพิ่มในนี้ได้เลย เพิ่งลงครั้งแรกครับ
ยินดีรู้จักทุกๆ ท่านครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยคนนะครับ

*จะติชมก็เต็มที่เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ
ถ้าจะชมก็ขอให้ชมให้ตัวลอยไปเลย
ถ้าจะติ ก็ติให้หนักๆ แบบว่าให้จมดินไปเลยนะครับ ผมชอบ
ขอบคุณครับ...



โดย : Sir.Hnumarnz
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 12 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 11 : 8 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com