Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ความรักสีส้ม ตอนที่ 2

เรื่อง :

ความรักสีส้ม

 ตอนที่ 2

ครูคนใหม่
เท้าก้าวสู่แดนแสนกันดาน
พื้นดินด้านแห้งแล้งเหลือจะเอ่ย
ฝุ่นตลบกลบไปไม่น่าเชย
โอ้อกเอ๋ยเป็นครูอยู่ท้องนา
เมื่อยามสอนเด็กน้อยต้องคอยจี้
มือต้องชี้ให้อ่านและขานไข
ตาแป๋วๆยิ้มแห้งๆแสลงเหลือใจ
ครูคนใหม่...เห็นต้องตรองอีกนาน
ถนนลูกรังทอดยาวกว่า ๔๐ กิโลเมตร ต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้ม ใบไม้แห้งหล่นเกลื่อนพื้นทั้งสองฟากข้าง หญ้าขึ้นรก ดวงใจตื่นเต้นกับงานใหม่ ที่เธอต้องไปทำหน้าที่ ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ต่างหันมามองผู้มาเยือนใหม่เป็นสายตาเดียวกัน ผู้คนบ้างก็เดิน บ้างก็นั่งรถโดยสารประจำทาง บางกลุ่มคุยกันจนเสียงเซ็งแซ่ฟังไม่รู้เรื่อง คนแล้วคนเล่าผ่านเลยไป
“........ว๊าย..?......”
ดวงใจต้องเบรกรถกระทันหัน เมื่อมีสุนัขไล่กวดไก่น้อย ๓ ตัว จนแตกกระเจิงไป
เสียงหัวเราะชอบใจทำให้ดวงใจต้องเหลียวหลังกลับไปมอง
“........ไปไหนคับ........”
ชายหนุ่มรูปร่าง ผอมเกร็ง จนนับซี่โครงได้ ถามแล้วพรายยิ้มให้กับดวงใจ
“........ไปบ้านกำนันค่ะ......”
ดวงใจยิ้มให้ อย่างสุภาพ
“.......กงไปเลยคับ.......”
ชายหนุ่มยกนิ้วแล้วชี้ตรงไปข้างหน้า พลางอธิบาย
“.......ถึงแยกหน้าแล้วเลี้ยวขวา......ไปถามคนแถวนั้นเขารู้จักทุกคน.....”
ชายหนุ่มบุ้ยปากบอกทาง แล้วยิ้มทำตาซุกซน
“......ขอบคุณค่ะ........”
ดวงใจกล่าวขอบคุณแล้วหันหลังกลับจะขึ้นรถ
“.......เดี๋ยว....ซิ....คนสวย...”
ชายหนุ่มเดินมะงุมมะงาหรา เข้ามาหาดวงใจ
“.......ชื่ออะไรอยากรู้จักจัง.......”
เขาทำหน้ายื่น ยิ้มที่มุมปากแล้วยักคิ้ว
ดวงใจถอยกรูด เพื่อทิ้งระยะห่าง
“.......ได้รู้จักแน่.......”
ดวงใจยิ้มให้ แล้วรีบจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มหน้าทะเล้นมองอ้าปากค้าง ก่อนกลืนน้ำลายลงคอ
ดวงใจยืนหันรีหันขวาง
“.......หนูมาหาใครล่ะ.......”
เสียงชายท้องพลุ้ย เหมือนตัวหนังตลุง วัยเฉียด ๕๐ ปี ตะโกนถาม ด้วยเสียงอันดัง พร้อมสุนัข ๕ ตัว วิ่งกรูกันออกมาจากบ้าน

“.......ว๊าย..?.....”
ดวงใจร้องหน้าตื่น หยาดเหงื่อเป็นเม็ดๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเนียน หัวใจเต้นรัวและแรง อกสั่นขวัญแขวนกับเจ้าสุนัขตัวเขื่อง
“.......หนูมาหากำนันค่ะ.....”
เธอตอบพร้อมกับสปริงตัวขึ้นไปยืนบนโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้านทันที
“......เฮ้ย..ไป..ไป..ไปเดี๋ยวนี้.....ไป.......”
เขาระเบิดเสียงใส่ เจ้าสุนัขทั้ง ๕ ตัว ดังกึกก้อง เจ้าสุนัขกระชากความเร็วลงจนฝุ่นตลบ ดวงใจพยายามเรียกสติกลับคืนมา
เสียงหัวเราะหึๆๆ ของเจ้าของบ้าน
“......เอ้าเข้ามาก่อนหนู........”
หนุ่มใหญ่เชื้อเชิญดวงใจให้ขึ้นเรือน
ดวงใจละล้าละลัง
“.......ฉันนี่แหละกำนัน....เอ้ารีบขึ้นมาซิ......เดี๋ยวหมา......มันจะกัดเอา.......”
สิ้นเสียงกำนัน ดวงใจก็กระโดดพรวดเดียว ก็ประชิดถึงตัวกำนัน ตามติดหลังเจ้าของบ้านทันที เมื่อถึงบันไดดวงใจก็เผ่นขึ้นแซงหน้า ก้าวขึ้นบันได ไปด้วยความรวดเร็ว
“......นั่งก่อนหนู........”
เขาผายมือออก
“......ขอบคุณค่ะ........”
ดวงใจก้มศีรษะลงแล้วยกมือไหว้ ค่อยๆหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ ตัวเก่าคร่ำคร่า กำนันมองหน้าสาวน้อยจับจ้องอากัปกิริยา แล้วคว้าผ้าขะม้าสะบัดซ้ายขวาไล่ยุง
“......ยุงมันแยะหน่อยนะหนู........”
“.......กินน้ำก่อนหนู.......”
สาวใหญ่วัย ๔๕ เดินมาพร้อมผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง ใส่เสื้อคอกระเช้าสีชมพูจนซีดจางเป็นสีมัวๆ นุ่งผ้าซิ่นลายดอกกุหลาบสีแดงแจ๋ ยิ้มให้ดวงใจ ก่อนส่งน้ำเย็นในขันให้
“......ขอบคุณค่ะ........”
ดวงใจยกมือไหว้ขอบคุณหญิงวัยกลางคน
“....ดื่มน้ำจนเย็นใจแล้ว.....พูดธุระของหนูได้เลย..”
กำนันเอ่ยบอก
ดวงใจเงยหน้ามองแล้วบอกว่า
“......หนูจะมาเป็นครูที่นี่คะ........”
ดวงใจยิ้มให้ทั้งสอง
“.......เป็นครู.......”
ทั้งสองเบิกตาโพลง ร้องโพล่งออกไป ด้วยความงงงวยพร้อมกัน
“.......ถามจริงๆเถอะหนูอายุเท่าไรนี่.......”
กำนันเอ่ยถามด้วยความสงสัยแล้วจ้องหน้าดวงใจ
“.......๑๘ ค่ะ.......”
ดวงใจพูดจบก็อมยิ้ม
“.......ห๋า ๑๘.......ดูยังเด็กอยู่เลยเรียนจบแล้วรึ.......”
เมียกำนันถามต่อด้วยความอยากรู้ แล้วจ้องมองดวงใจด้วยความสนเท่ห์
“.......จบแล้วค่ะ.......”
สาวน้อยดวงใจ พรายยิ้มให้ทั้งสอง
“......ดีกว่าเจ้าเพ็ชรซะอีกนะ ....แม่มึง.....อายุมันตั้ง ๒๐ แล้วเรียนจบแล้วก็ยังไม่ยอมทำงานเลย.... ....”
กำนันบ่นพึมพำ แล้วเลื่อนสายตามามองเจ้าของร่างเล็กด้วยความปิติ
“.......พ่อแม่หนูคงดีใจล่ะซินะ.......”
กำนันถาม และยิ้มให้สาวน้อยดวงใจ
“.......เปล่าค่ะพ่อกับแม่อยากให้หนูเรียนต่อ...แต่หนูอยากทำงาน.......”
เธอบอกความจริงไปครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือคือความเป็นอิสระในชีวิตของเธอ
“.......เออหนูนี่ก็แปลกนะ..........”
กำนันกล่าวเนิบๆ แล้วหัวเราะเสียงแห้ง
เมฆดำทะมึน ฟ้าครึม บรรยากาศเย็น ลมพัดกระโชก ฉับพลันฝนก็ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ผิวเนื้อดำแดง วัย ๒๐ ปี กระโดดข้ามกองหินที่ขวางหน้า เข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งตื๋อเข้ามายืนหายใจหอบแห่กๆลิ้นห้อย ตัวสั่นด้วยความหนาว
“......เอ็งนี่ทำอะไรเหมือนเด็ก......ดูซิ.......เลอะเทอะเปรอะเปื้อนหมด.......”
ผู้เป็นแม่ สบถด่าลูกชายที่ยืนจังก้าอยู่หน้าประตู ชายหนุ่มอ้าริมฝีปากค้าง อากัปกิริยาตื่นตะลึงจังงังเมื่อพบหน้าแขกผู้มาเยือน ชายหนุ่มหายจากอาการตะลึง เขารีบผงกศีรษะให้ดวงใจพร้อมกับยิ้มด้วยประกายตาหวานฉ่ำ
“......ไปอาบน้ำอาบท่าก่อน........”
กำนันเอ็ดใส่ลูกชาย
ชายหนุ่มทำหน้าเมื่อย แล้วชำเลืองมองดวงใจ ด้วยประกายตาวาววับ ยิ้มให้นิดหนึ่งก่อนจากไป
“.......อย่าไปถือสามันนะครู.......”
กำนันหันมาบอกกับดวงใจ
“......ค่ะ........”
ดวงใจพยักหน้ารับคำ และอดยิ้มให้กับความทะเล้นของลูกชายกำนันไม่ได้
ความละเมียดละไม และเป็นคนมองโลกในแง่ดี จนเป็นที่หมายปองของเหล่าชายหนุ่มหลายคนในหมู่บ้าน ซึ่งรวมทั้งนภดลหนุ่มใหญ่ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวเนียนสวยเหมือนผู้หญิง วัย ๓๒ ปี ลูกชายนายอำเภอ เขาเป็นพ่อหม้ายไม่มีลูกติด ทุกเช้านภดลจะมาหาดวงใจถึงที่ทำงาน
“.......ดวงใจพี่ซื้อไข่ละก้อเนื้อหมูมาฝาก....ตอนเย็นๆพี่จะมากินข้าวด้วยนะ.....”
พูดจบชายหนุ่มก็ยื่นถุงวัสดุ ในการประกอบอาหารที่หอบหิ้วมาจากตลาดส่งให้ดวงใจ
“........ค่ะ........”
ดวงใจยื่นมือเข้ารับของจากนภดล ในใจเธอไม่เคยคิดไกลเกินไปกว่าความเป็นคนรู้จักกัน หรือนับถือชายหนุ่มเยี่ยงพี่ชาย
เย็นวันนั้น หลังจากเลิกเรียน ดวงใจสาละวนอยู่กับการทำอาหารในครัว
“......หอมจังวันนี้แม่ครัวทำอะไรกินเอ่ย..........”
นภดลร้องทัก แล้วทำท่าสูดอากาศที่มีกลิ่นอายของอาหารโชยมาจนเต็มปอด
“.......ครู....หนูมาแล้ว.........”
เสียงตะโกนขัดจังหวะ จากเด็กหญิงนุชจรีวัย ๘ ขวบ วิ่งตื๋อด้วยความเร็ว พลางยกขาซ้ายพับไปด้านหลังแล้วกระโดดโลดแล่น ออกไปข้างหน้าด้วยขาข้างเดียว สองมือกางออกเพื่อให้เกิดความสมดุล ใบหน้าสดใสยิ้มแย้ม...........หัวเราะร่า
“.......โอ้ย.........”
ร่างของนุชจรีร่วงผล็อยอย่างไม่เป็นท่า กลิ้งขลุกๆไปกับพื้นดินจนฝุ่นตลบ เด็กหญิงค่อยๆลุกขึ้นแล้วทำปากจู๋ บงบอกอาการเจ็บ แล้วเอามือปัดฝุ่นที่ติดตามเนื้อตัวและกระโปรงออกจนฟุ้งกระจาย
ดวงใจหันมาเห็นพอดี จึงรีบออกมาจากในครัว
“.......เป็นไงบ้างคะ.........”
ดวงใจตะโกนถาม แล้วเข้าประคองนุชจรี
“....เดินดีๆก็ได้นี่คะทำไมต้องกระโดดโลดเต้นด้วยละคะ...”
ดวงใจพูดพลาง.....ก็ก้มลงช่วยปัดฝุ่นให้
“........ก็หนูอยากกระเติ๊บเล่นนี่น่ะครู...หนุกดี.....”
เด็กหญิงตอบครูด้วยภาษาท้องถิ่น
นุชจรีน่าตามอมแมม เด็กหญิงไว้ผมหน้าม้า สั้นเต่อจนเห็นดิ่งหู ยิ้มให้ครูโชว์ฟันหลอ ๒ ซี่หน้า นัยน์ตาบ่งบอกถึงความเป็นธรรมชาติของเด็กที่ใสซื่อไม่มีมารยา
“.......แล้วเป็นไงล่ะคะ...เห็นมั๊ยได้แผลเลย.........”
ดวงใจมองนุชจรีด้วยตาที่คมกริบ เธอจุ๊ปากให้เด็กหญิง แล้วปรามด้วยเสียงนุ่มนวล พร้อมกับ คว้าแขนแล้วจูงเด็กน้อยไปทำแผลในบ้าน โดยมีนภดลตามมาไม่ยอมห่าง
ไม่เฉพาะนภดล ยังมีสมศักดิ์หมออนามัยอีกคน เดชาครูในโรงเรียนเดียวกับดวงใจที่เข้ามาพัวพัน และเพียรจีบดวงใจทุกวัน ทุกคนต่างมีแบบฉบับเฉพาะตัวเอง ต่างพยายามชิงความได้เปรียบเสียเปรียบกันตลอดเวลา
ความที่เป็นเด็กสาว ที่เพิ่งเดินออกจากครอบครัวมาใช้ชีวิตคนเดียว แน่นอนบนเส้นทางที่เธอเดินไปและคิดว่ามันคือดอกกุหลาบที่สวยงาม มัน สังคมใหม่ที่เธอต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง ชายหนุ่มหลายคนต่างแวะเวียนเข้ามาชิดใกล้เพื่อพิชิตใจเธอ ดวงใจก็ไม่เคยปฏิเสธความสัมพันธ์ ไม่เคยตอบรักใคร เธอให้ความเคารพนับถือทุกคนเสมือนพี่ชาย ในที่สุดวันเวลาก็ช่วยคัดกรองสิ่งที่ดีไว้ให้เธอ เพราะใจเธอมีเจ้าของเสียแล้ว
ทุกวันเธอก็ยังตอบจดหมายของชลธีและทุกฉบับ หากมีเวลาว่างชลธีก็มาหาเธอถึงบ้าน ในบางครั้ง ดวงใจแอบไปเที่ยวบ้านของชลธี ครอบครัวของชลธีให้การต้อนรับดวงใจเป็นอย่างดี ดวงใจอบอุ่นมาก เพราะความเป็นกันเอง ระหว่างดวงใจและทุกคนในครอบครัวของชลธี ทำให้ดวงใจฝันไปไกลว่า สักวันหนึ่ง ดวงใจคงได้มาเป็นสมาชิกในบ้านหลังนี้ ทุกครั้งที่ดวงใจมาเที่ยวบ้านของชลธี สิ่งแรกที่ดวงใจจะต้องทำ คือ
“.......คุณยายขา.........”
ดวงใจค่อยนั่งลง แล้วคลานไปหาหญิงชราผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ดวงใจก้มกราบคุณยาย
สองมืออันเหี่ยวย่นของหญิงชรายื่นออกมาลูบศีรษะของดวงใจเบาๆ
“.......รู้มั๊ย..ยายชะเง้อหา.....หนูทุกวัน...........”
หญิงชรากล่าวเนิบๆ แล้วยิ้มให้ ดวงตาที่มองสร้างความอบอุ่นให้กับดวงใจอย่างประหลาด ดวงใจกอดหญิงชราเป็นการตอบแทนกับความรู้สึกที่ดีๆ ที่มีให้ดวงใจ
“........นี่พี่ดวงใจ...คุณยายบอกว่าถ้าพี่มา..คุณยายจะให้ญาติทางบ้านเหนือ ทำหมูสะเต๊ะชาววัง ให้พี่กินรู้ไหมสูตรนี้เป็นสูตรชาววังเลยนะ..หากินไม่ได้ง่ายๆหรอก....ยายของมิ้นเป็นคนในวังเชียวนะ.......”
มิ้มเงยหน้ามองหญิงชรา เธอเลิกคิ้วสูงทำตาหล่อกแหล่กใส่หญิงชรา
“....อยู่ในวังหรือข้างๆวังละ...ลืมไปละ....บอกใหม่....ทิ....”
มิ้มเอียงหน้าเข้ามาใกล้ๆหญิงชรา ทำยิ้มที่มุมปาก
“........โอ้ย........”
มิ้มยกมือกุมศีรษะ พลางทำคิ้วขมวดแล้วทำหน้านิ่ว
“..วันนี้พลังแยะนะ....ถือว่าหลานสะใภ้มา...โชว์พลังใหญ่.....”
มิ้มเป็นน้องสาวคนเดียวของชลธี เธอเป็นสาววัยรุ่นอายุประมาณ ๑๔ ปี เธอชอบคุยอย่างออกรสออกชาติ แล้วทำเสียงกระซิบกระซาบข้างหูดวงใจ
“....พี่ต้องฝึกทำกับข้าวเอาไว้นะ....เพราะ...พี่ชลเขาหม่ำเก่ง....”
หญิงชราหัวเราะชอบใจ แล้วไล่ให้มิ้มกับดวงใจไปบ้านเหนือเพื่อฝึกทำหมูสะเต๊ะมารับประทาน
หญิงชรารักดวงใจมาก ทุกครั้งที่ดวงใจไปหาหญิงชราชอบเล่าความหลังครั้งอดีตให้ดวงใจฟัง ดวงใจเองก็มีความสุขมากที่ได้ฟัง และสุขที่สุดที่ได้อยู่ใกล้ๆหญิงชราผู้มีใจอารี
ทุกครั้งที่ดวงใจมาบ้านของชลธี ดวงใจชอบที่จะแสดงฝีมือในการทำอาหาร ให้ทุกคนในครอบครัวของชลธีได้รับประทาน
“...ว๊าว...พี่ดวงใจ...วันนี้ทำอะไรนี่อู้ฮูเต็มโต๊ะเลยน่ากินจัง..”
เสียงหนุ่มน้อยอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นน้องชายของชลธี เดินรอบๆโต๊ะอาหาร พลางก้มหน้าสูดกลิ่นอายของอาหารที่พวยพุ่งเป็นควัน ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนโต๊ะอาหาร ดวงใจที่กำลังกุลีกุจอทำอาหารเพื่อให้เสร็จทันมื้อกลางวัน
“.........พี่ดวงใจผมกินก่อนได้ไหมเนี่ย.......”
หนุ่มน้อยมองหน้าดวงใจแล้ว ทำท่ากลืนน้ำลาย ลงคออย่างลืมตัว
ดวงใจหันมามองหน้าหนุ่มน้อยน้องชายชลธีแล้วยิ้มให้
“.......กินคนเดียวไม่อร่อยหรอกนะ..อดใจเอาไว้กินพร้อมๆกันจะดีกว่านะ.........”
พูดจบ ดวงใจก็หันกลับไปทำอาหารต่อ ปล่อยให้น้องชายของชลธีหัวเราะเสียงแห้ง ทำหน้าเก้อดวงใจแสร้งทำไม่รู้เรื่อง แต่ก็ขำและอมยิ้มแก้มตุ่ย
ความสุขที่ได้รับ ทำให้ดวงใจหัวใจชื่นบานก่อนกลับบ้าน ดวงใจต้องมาลาหญิงชราทุกครั้ง
“........จะกลับแล้วเหรอลูก........”
หญิงชรามองดวงใจ ด้วยสายตาแห่งความปรานี
“........มีเวลาว่างก็มาหายายอีกนะลูก........”
“........ค่ะคุณยาย........”
ดวงใจก้มกราบหญิงชรา
“........ยายอยากให้หนูสัญญากับยาย........”
ดวงใจเงยหน้ามองหญิงชรา
“........หนูอย่ามีแฟนใหม่นะ ต้องรอชลธีเรียนจบก่อน ยายรักหนูยายอยากให้หนูมาอยู่ใกล้ๆยายอย่างนี้ทุกวัน........”
หญิงชราหยุดพูดนิดหนึ่ง
“.........สัญญากับยายได้รึเปล่า.......”
หญิงชรานัยน์ตาฝ้าฟาง ผิวหนังเหี่ยวย่น ยกมือขึ้นเสยผมดวงใจเบาๆ ดวงใจกระพริบตาปริบๆ หญิงชราพูดด้วยเสียงนุ่ม มุมปากเป็นรอยยิ้มละมุน
ดวงใจตื่นเต้นรู้สึกประหม่าแล้วยิ้มให้หญิงชรา
“........หนูสัญญาค่ะ........”
ดวงใจตอบหญิงชรา เธอปราศจากความลังเลเธอมั่นใจเหลือเกินว่า เธอต้องกลับมาเป็นหลานสะใภ้ของหญิงชราในโอกาสข้างหน้าแน่นอน
ในวันครบรอบวันเกิดของชลธี ดวงใจจะมอบของขวัญให้กับชลธีทุกครั้ง ของขวัญชิ้นล่าสุดทำด้วยฝีมือของเธอ คืองานถักไหมพรมเป็นลูกสุนัขขนปุยสีเทา ทำเป็นกล่องกระดาษทีชู
ยามเย็น แสงแดดเริ่มอ่อนลง ลมพัดพลิ้ว ใบไม้หลุดร่วงตามแรงลม ใบแล้วใบเล่า ทั้งเขาและเธอยังเกี่ยวก้อยพากันเดินลัดเลาะไปตามถนน ที่มีรถวิ่งกันอย่างขวักไขว่ ไกลแสนไกล ร้อนแสนร้อน เขาและเธอไม่รับรู้
“.......โน่น.........”
ชลธีแตะแขนดวงใจเบาๆ
“......ใครน่ะ..........”
ว่าพลางชลธีก็ยกนิ้วชี้ไปยังรถสองแถวที่กำลังจะแล่นผ่านไป
“.......หือ.........”
ดวงใจมองตามมือที่ชี้
“......ก็เจมส์ไง..........”
ชลธีแกล้งหยอกเอิ้นดวงใจ
“...เห็นเจมส์ชอบทำตาหวานให้บ่อยๆไม่ใช่เหรอ....”
เขาหันหน้ามามองเธอแล้วทำท่าล้อเลียน
“.......บ้า..นี่แน่ะ.........”
เธอทุบที่แขนเขา
“.........โอ้ย..กลัว..กลัวจริงๆครับ..ดุอย่างนี้ถ้ามีลูก.....ขอหนึ่งตัวนะ.......”
ชลธียังพูดเย้าไม่ยอมเลิก
“.......ชล..น่ะ.......”
ดวงใจค้อนควักให้ชลธีทันที
“........อ่ะ..แต่..ช้า..แต่....ๆ..ๆ....”
เขาหัวเราะร่าแล้วทำมือทำไม้หลอกล่ออยู่เบื้องหน้าของเธอ
“........หึม........”
ดวงใจอมยิ้มไม่รู้จะตอบโต้เขาอย่างไร ชลธีเอง ทั้งๆที่ก็รู้ว่าดวงใจมีแต่ความเป็นเพื่อนให้เจมส์เท่านั้น แต่ด้วยความที่เป็นคนอารมณ์ดี เขาชอบสรรหาแต่เรื่องมาให้เธอหัวเราะกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนเจมส์นั้นเล่าเคยเป็นเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกันมาทั้งดวงใจ และชลธีเจมส์รู้จักกับดวงใจมาก่อนชลธี เขาแอบชอบดวงใจและเธอเองก็รู้ แต่ด้วยความที่ดวงใจมีใจชอบชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ และต้องเป็นนักกีฬา เจมส์จึงไม่อยู่ในสายตาของดวงใจ แต่เขาก็ยังคงเพียรมาจีบดวงใจเสมอหากมีโอกาส






โดย : สแสง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 13 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 17 : 16 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com