Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> หลงทางรัก

เรื่อง :

หลงทางรัก

การเป็นลูกกำพร้าแม่ ขาดความอบอุ่นจากพ่อ อีกทั้งลับหลังพ่อทีไรแม่เลี้ยงจะแอบทุบตีเขาอยู่เสมอ ทำให้อาทรเกิดความเครียดบ่อยๆ และความเครียดของเขานี่เอง ที่เป็นบ่อก่อเกิดให้มีพลังจิตชนิดหนึ่ง พลังประหลาดชนิดนี้ เขาสามารถบังคับใช้มัน สั่งให้เคลื่อนที่หรือไปทำลายวัตถุอื่นๆรอบๆตัวเขาได้อย่างง่ายดาย ราวกับมีปุ่มบังคับโดยอัตโนมัติ!!

เมื่อกลับไปอยู่ที่โรงเรียนประจำ มีเวลาว่าง เขาจะไปหมกตัวที่ห้องสมุด ครั้งล่ะหลายสิบชั่วโมง เขาค้นพบหนังสือ ที่ช่วยให้พลังประหลาดที่เขาเคยมี เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น. “หนังสือพลังจิตและสิ่งลึกลับในโลก” ซึ่งเป็นประตูอีกขั้นที่ช่วยสอนเขาให้ท่องไปในโลกของพลังจิต นอกเหนือจากพรสวรรค์ของตัวเอง...

และเมื่อมีโอกาสเหมาะเขาได้ทดลองใช้กับ สัตว์เลี้ยงรอบตัวหลายชนิด เมื่อเขาสั่งมันหลับ.....เขาสามารถทำการย้ายวิ ญญาณของสัตว์ตัวหนึ่ง ไปใส่เข้าอีกตัวหนึ่งได้ อย่างเหลือเชื่อ!!!

แต่เมื่อเขาจบมัธยมปลาย พ่อก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ โอกาสที่จะศึกษาต่อจึงสิ้นสุดลง เขากลายมาเป็นพนักงานซ่อมรถที่อู่รถยนตร์แห่งหนึ่ง การเป็นคนช่างคิดและชอบอ่านตำหรับตำรามาก เมื่อนายช่างใหญ่แนะนำเพียงเบื้องต้น เขาก็มุมานะค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติมต่ออย่างตั้งใจ อยู่เสมอ

จึงได้รับความเอ็นดูจากนายช่างใหญ่เสนอเข้ามาเป็นผู้ช่วยทันที ที่ผ่านการทดลองงานแล้ว..และคอนโดฯแห่งนี้ที่เขามาเลือกเช่าพัก ทำให้เขาได้พบกับเธอ “ดรีม”

ดรีม ไม่เคยรู้มาก่อนใครคือพ่อแม่ แต่ที่รู้แน่ๆคือเธออยู่ที่ “บ้านเด็กกำพร้า”นับแต่จำความได้ ชีวิตที่ไม่ต่างจากคุกสักเท่าไร เพียงแต่เป็นคุกที่ยังห่อหุ้มด้วยความเมตตาธรรมเป็นส่วนใหญ่ การดิ้นรนเอาชีวิตรอด คือสิ่งที่เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ความปรานีอย่างจริงใจหาได้ยากพอๆกับหยดน้ำกลางทะเลทราย

ดรีมเรียนรู้กฎเกณท์ของชีวิตที่นี่ ที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงและบางคราวต้องใช้กำลังจึงจะอยู่รอดได้ และดรีมก็เป็นโรค “ขาดความอบอุ่น”อย่างร้ายแรง ถึงขนาดเกิดเป็นความริษยา ทุกครั้งที่พบคนรักกัน เธอจะคิดมุ่งทำลายคนเหล่านั้นทันที !!

ปีนี้เธออายุ 22 ปี ซึ่งตามกฎของที่นี่ เธอต้องย้ายออกไปหาที่พักใหม่ และด้วยความช่วยเหลือของ อาจารย์ผู้อารีย์ที่รักเธอเสมือนลูก เธอจึงได้งานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ตำแหน่งพนักงานบัญชีฝ่ายส่งออก ซึ่งรายได้ดีไม่น้อย แต่เธออยากพักที่คอนโดฯหรูใกล้ที่ทำงาน จึงต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดอยู่เสมอ ข้าวของเครื่องใช้ดีๆที่เพื่อนๆมี เธอได้แต่แอบชื่นชมปนอิจฉาเท่านั้น

ขจีรัตน์นำรถยนตร์ส่วนตัวมาซ่อม ที่อู่รถที่อาทรทำงานอยู่ วันนั้นนายช่างใหญ่ออกไปทำธุระส่วนตัว เขาจึงต้องทำหน้าที่แนะนำลูกค้าแทน การพูดคุยอย่างสุภาพอ่อนโยน และหน้าตาหมดจด แม้จะไม่หล่อเหลามากนักก็ตาม แต่ก็ยังทำให้ขจีรัตน์เกิดความพอใจได้ และมักแวะเวียนมาไม่ขาดสาย

ขจีรัตน์เป็นสาวใหญ่ที่สวยเพริดพริ้ง อายุเริ่มต้น 40 แล้ว แต่การกินดีอยู่ดีรู้จักการบำรุงรักษาผิวพรรณมาตลอดแต่วัยสาว ในยามนี้มองผิวเผินเธอไม่ต่างจากสาววัยต้น20สักเท่าไรเลย ครั้งแรกที่พบกัน อาทรเองยังเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นสาวรุ่นๆ ที่ยังไม่แต่งงานด้วยซ้ำไป

ขจีรัตน์เล่าว่า มีสามีและลูกสาวสองคนแล้ว อาทรเกิดอาการอึ้งหงอยไประยะหนึ่ง แต่ สาวสวยหุ่นดีมีเจ้าของคนนี้ ช่างมีเสน่ห์เร่าร้อนเหลือเกิน อาทรเกิดความเสียดาย ถ้าต้องหายจากไปเฉยๆ และจากความเสียดาย เริ่มกลายมา เป็นความทะเยอทะยานจนอยากเป็นเจ้าของตัวเธอแต่เพียงผู้เดียว.......

“ทรๆๆ อยู่ไหมค๊า ดรีมขอยืมห้องน้ำหน่อยสิค่ะ เครื่องทำน้ำร้อนเสียอีกแล้วค่ะ” เสียงทุบประตูแต่ตีห้า ทำให้อาทรต้องตื่นอย่างหัวเสียอีกครั้ง อาทิตย์นี้เป็น

ครั้งที่สามแล้ว ที่ดรีมมายืมห้องน้ำใช้ เขาเข้าใจความคิดของดรีม เธอไม่ได้รักเขา เพียงคิดอยากใช้เรือนร่างมาแลกเปลี่ยนที่อยู่เท่านั้น ดรีมไม่ใช่สาวสวย ทรวดทรงแบนๆตรงๆ แม้ผิวพรรณขาวหมดจดก็ตาม แต่ที่สำคัญ เขาไม่เคยชอบสาวรุ่นแม้แต่ผู้เดียว

เมื่อเขากระชากประตูเปิดออกไปแรงๆ ดรีมซึ่งนุ่งกระโจมอกยืนเคาะประตูอยู่ จึงเซถลาเข้ามา ปะทะหน้าอกเขา ผ้าผ่อนหลุดหลุ่ย!ขณะที่อาทรยืนตะลึงตัวแข็ง ดรีมก็รีบวิ่งเข้าไปคว้าผ้าขนหนู วิ่งหายเข้าห้องน้ำไปทันที ต่อมาเมื่อพบหน้าเจอะเจอกัน อาทรมักเป็นฝ่ายก้มหน้าหลบเสมอ..แต่แล้วเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น...ทำให้คนทั้งคู่จำต้องกลายมาเป็นคู่รักกันชั่วคราว

วันนั้นอาทรยังจำได้ดี เป็นเช้าวันอาทิตย์เขาตื่นมาจัดห้องด้วยความตื่นเต้น เพราะคุณขจีรัตน์ที่อาทรหลงรักเป็นบ้าเป็นหลัง โทรศัพท์มาหาเขา อ้างว่าเหงา เนื่องจากสามีได้พาลูกๆไปเยี่ยมปู่ย่า ที่บ้านต่างจังหวัด และการทานข้าวเพียงลำพังคนเดียว ก็เป็นสิ่งที่เธอเกลียดและเบื่อหน่ายที่สุด เมื่อคุยๆกันไป จู่ๆขจีรัตน์บอกว่าอยาก มาทานข้าวเย็นกับเขาที่ห้องแทน...

เขาอึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง ช่างเหมือนสามล้อถูกหวยเหลือเกิน สาวสวยรวยทรัพย์ที่เขาเฝ้าหมายปอง ยอมโน้มกิ่งลงมาหา.. เขารีบรับปากด้วยความเต็มใจอย่างที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ และในเย็นวันอาทิตย์...ขจีรัตน์หิ้วข้าวของมากมายไปเยี่ยมอาทร ซึ่งอาทรเพิ่งเข้าไปอาบน้ำ หลังจากที่ง่วนกับการจัดห้องแต่เช้าจนเหงื่อไหลไคลย้อย เสียงเคาะประตูที่ดัง ก๊อก ก๊อก เรียกอาการมือไม้สั่นแก่เขา

อาทรเดินไปเปิดประตู ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยหัวใจลิงโลดสุดระงับ ขจีรัตน์ในชุดเสื้อกระโปรงผ้ายืดสีขาวตามสมัย กระโปรงสั้นเข้ารูปแนบเนื้อ มองเห็นรอยนูนที่หน้าอกชัดเจน เพราะเจ้าตัวไม่ได้สวมเสื้อยกทรง โชว์หน้าอกเต็มตึง อวบอิ่มอย่างเต็มที่ รองเท้าส้นสูงเรียวแหลมขนาด 3 นิ้วช่วยทำให้ช่วงขาของเธอดูเรียวยาวสมส่วนยิ่งขึ้น
อาทรจ้องมองสาวใหญ่ที่หน้าห้องอย่างตะลึงงันในความงาม ขจีรัตน์เอาปลายจมูกเข้าไปแนบแก้มเขา เป่าลมหายใจรดหน้าไปอีกครั้ง อาทรมือไม้สั่นยิ่งขึ้น รีบกระแอมไอเป็นการเรียกสติ

“เอ่อ...ขอโทษครับเชิญเข้ามาข้างในก่อนครับ”อาทรพูดปนเก้อเขิน เบี่ยงตัวเชิญขจีรัตน์เข้าห้อง

เธอจูงมืออาทรเข้าไปในครัว ด้วยกัน ครัวที่มีเครื่องครัวน้อยชิ้น แต่สะอาดตา ขจีรัตน์จัดแจงนำผ้ากันเปื้อนที่ซื้อมา พร้อมกับข้าวของต่าง ๆ ขึ้นมาสวมอย่างทะมัดทะแมง ก่อนแบ่งงานให้อาทร อย่างผู้ชำนาญการ แต่ดูเหมือนผู้ช่วยรายนี้ทำอะไร เก้งก้างไปหมด
เพราะ มัวแต่จับจ้องมองดูร่างสมส่วน ที่ก้มๆเงยๆเบื้องหน้า อย่างไม่กระพริบตา ขจีรัตน์ เหลือบมองแล้วเกิดคิดสนุก ซุกซนเหมือนเด็กๆทันที เธอเดินไปยืนที่ด้านหลังอาทร ใช้สองมือสอดเข้าไปซ้อนที่ใต้มือเขา

“ต้องหั่นผักแบบนี้สิค่ะ”
อาทรยืนตัวแข็งชั่วขณะหนึ่ง ก่อนหันช้าๆมามองร่างงามเบื้องหลัง สายตาที่บอกแววท้าทาย เชิญชวน ริมแนบลำตัวชิดร่างชายหนุ่ม ร่างต่อร่างแนบชิดแทบเป็นเนื้อเดียวกันฝีปากเต็มอิ่มที่เรียกร้อง.....เขาหมุนตัวคว้าร่างนั้นมากอด ระดมจูบไปทั่ว....สุดท้ายอาหารมื้อนั้นต้องเปลี่ยนเป็นอาหารรอบเช้ามืดแทน

จากวันนั้น อาทรมักนั่งรถเก๋งคันงามของขจีรัตน์ไปทำงาน ทำให้ดรีมทั้งอิจฉาและเสียหน้าอย่างมากมาย ที่สาวรุ่นอย่างเธอ สู้สาวใหญ่อย่างขจีรัตน์ไม่ได้ เธอจึงเฝ้ารอโอกาส และแล้ววันที่เธอเฝ้ารอก็มาถึง

“ทรๆๆ อยู่ไหมค๊า ดรีมขอยืมห้องน้ำหน่อยสิค่ะ เครื่องทำน้ำร้อนเสียอีกแล้วค่ะ”เสียงเรียกร้องและเคาะประตูอย่างเร่งร้อน ทำให้ขจีรัตน์ละมือจากผักที่หั่น เดินออกมาจากครัว เพราะอาทรเพิ่งเข้าไปอาบน้ำ

“หาใครไม่ทราบ” ขจีรัตน์มองเด็กสาวนุ่งกระโจมอก ที่เบื้องหน้า เกิดอาการหึงติดหมัดทันที

“แล้วคุณเป็นแม่คุณทรรึป่าวค๊า ถ้าช่ายยยจาตอบค๊าาาาาา” เสียงดรีมที่ตอบอย่างท้าทาย แถมเรียกเน้นตรงคำว่า “แม่” จี้จุดปมด้อยของขจีรัตน์ทันที

“ชั้นเป็นเมียของทร ย่ะ”
“รึค๊า นึกว่าแม่.. ทรก้อ..ทำไมตาต่ำขนาดนี้ค๊า แค่ดรีมงอนนิดหน่อย ต้องแกล้งประชดไปพาแม่มาอยู่ด้วยรึค่ะ?”
ดรีมตอบโต้อย่างไม่ลดละ ก่อนรีบเปลี่ยนเป็นเสียงอ่อนหวาน เมื่อเหลือบเห็นอาทรเดินออกมาจากห้องน้ำ ด้วยชุดผ้าขนหนูตัวเดียว อาทรอึ้งไปชั่วครู่ ก่อน เดินมาดันดรีมออกจากห้อง ก่อนปิดประตูลง ดังปั๊งใหญ่ ดรีมแนบหูฟังที่หน้าประตูห้องทันที

“ทร พี่ไม่ย๊อมไม่ยอม ทรต้องเลือกพี่น่ะ ไหนบอกก่อนสิจ๊ะว่าทรยังรักพี่”
“ผมไม่เคยรักยัยดรีม ยัยนั่นหลงไปเอง ผมรักพี่คนเดียว”
“ถ้าจริง ทรไปเรียกมาคุยต่อหน้าพี่เดี๋ยวนี้สิจ๊ะ”

อาทรยังไม่ทันเอ่ยปาก เสียงหัวเราะที่ดังแว่วจากหน้าประตู บอกให้รู้ ดรีมยังไม่ได้กลับห้อง อาทรเกิดอาการโกรธสุดขีด และเมื่อเขาโกรธเขาก็เกิดความคิดต้อง “ทำลาย” เขากระชากเปิดประตูออกไปแรงๆ ดรีมไม่ทันตั้งตัว เซถลาเข้ามาล้มที่หน้าห้อง อาทรกระชากเธอขึ้นมาเขย่าหัวหมุน

“ทำไมดรีมทำแบบนี้ ผมไม่เคยรักคุณ คุณก็รู้”
“แต่ดรีมรักคุณ ดรีมพร้อมที่จะเป็นเมียคุณ คุณก็รู้นี่ค่ะทร”
ดรีมบอกเสียงสั่น เกิดอาการกลัวขึ้นมาทันที เมื่อหันไปมองเห็นหน้าตาอาทรในยามนี้ ตาดุดันของเขา เหมือนสัตว์ป่ายามบาดเจ็บ ทันใดนั้น ขจีรัตน์แทรกตัวเข้าไปจิกผมดรีม ตบหน้าดรีมสองฉาดด้วยความหึงหวง ดรีมโกรธสะบัดมือหลุดจากการยึดกุมของอาทร
จากนั้นมวยเอกระหว่าง ขจีรัตน์กับดรีม ก็เริ่มขึ้น

คนข้างๆห้องคนแล้วคนเล่าที่มาเมี่ยงๆมองๆ อาทรรู้ดีอีกไม่นาน ทั่วทั้งตึกต้องรู้เรื่อง ยามต้องขึ้นมา เขาต้องทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว อาทรเดินไปปิดประตูอีกครั้ง แถมปิดหน้าต่างด้านหน้าห้องพักด้วย
จากนั้นเขายืนนิ่งตั้งสมาธิ มองไปที่สาวสองคน ที่กำลังรุมรันกันเหมือนสัตว์ป่าก็ไม่ปาน ไฟในห้องกระพริบดับๆเปิดๆ สักครู่ ร่างของสองสาวก็ทรุดล้มลง หลับแน่นิ่งที่กลางห้อง อาทรเดินไปหยิบเสื้อของขจีรัตน์มาสวมที่ร่างเปลือยเปล่าของดรีม จากนั้นอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอนเขา

จากนั้นเขาปลุกร่างขจีรัตน์ ที่ยามนี้ได้มีวิญญาณของดรีม เข้าไปสิงสู่แทนที่แล้ว เธอลืมตาช้าๆ อาทรส่งกระจกไปให้ เธอรับมาส่องหน้า ก่อนกรีดร้องดังลั่น อาทรเอามือปิดปาก ก่อนพูดช้าๆว่า
“ดรีม ตอนนี้วิญญาณคุณ เข้ามาที่ร่างของคุณรัตน์ คุณจะได้สุขสบายบนกองเงินกองทองตามที่คุณหวัง คุณอยากคืนไปที่ร่างเดิมอีกไหม?”
“ทร ดรีมไม่ได้ฝันไปน่ะค่ะ คุณสามารถย้ายวิญญาณได้จริงๆหรือค่ะ?”
“ครับ คุณพร้อมที่จะกลับไปแทนแล้วใช่ไหมดรีม”

ดรีมยิ้มร่า พยักหน้าและลุกขึ้นเดินไปที่หน้าประตู “ขอบคุณค่ะ ทร”
ดูเหมือนว่าสองหญิงหนึ่งชาย จะพบกับวิถีทางที่ตนเองต้องการ อาทรได้อยู่กับขจีรัตน์สาวใหญ่ ในร่างของหญิงสาว ที่ทำให้เขาไม่ต้องคอยพะวง กับคำนินทาของสังคม หรือ มองด้วยสายตาล้อเลียนแกมสมเพชอีกต่อไป

ขจีรัตน์เองก็ได้กลับมาเป็น สาวสวยสะพรั่งเนื้อหนังมังสาเต่งตึง เป็นที่เย้าตายวนใจ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลายแหล่ ตามที่เธอชื่นชอบ
ขณะที่ดรีมก็ได้มี ชีวิตบนกองเงินกองทองในแบบที่เธอใฝ่ฝัน แม้จะต้องดูอยู่ในร่างของขจีรัตน์ที่ไม่สาวสะพรั่ง เหมือนร่างเดิมของเธอ แต่ทรวดทรงที่งดงามก็แก้ความเสียดายของเธอได้ ทุกสิ่งนี้คงจบลงด้วยดี

แต่มันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เมื่ออาทรเริ่มรู้สึกถึงความผิดพลาดบางประการ ขจีรัตน์ในร่างของดรีม ใช่สิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริงไม่ เพราะแต่ไหนแต่ไรมา เขาต้องการและปรารถนา แต่สาวรุ่นพี่ ไม่ก็รุ่นแม่เลยทีเดียว ซึ่งเป็นปมทีฝังใจมาแต่วัยเด็ก

ทุกค่ำคืนที่เขา ก่ายกอดหญิงอันเป็นที่รัก อาทรเริ่มรู้สึกหมดความต้องการเสียแล้ว สิ่งนี้เองทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เริ่มเกิดระยะห่างระหว่างกัน แต่ดูเหมือนขจีรัตน์เองจะไม่ยี่หระ กับสิ่งที่เกิดขึ้นสักเท่าใด ต่างกันกับอาทรโดยสิ้นเชิง ช่วงหลังมานี้มักทำงานผิดพลาด อันเนื่องมาจากขาดสมาธิในการทำงาน จนถูกหัวหน้าตำหนิอยู่บ่อยครั้ง ปัญหามากมายดูเหมือนจะรุมเร้าเข้ามา จนเขาแทบจะแบกรับไม่ไหว

ในที่สุดอาทรตัดสินใจ นัดสองสาวมาเพื่อจะถ่ายเทวิญญาณทั้งคู่ กลับคืนสู่ร่างที่แท้จริง แต่อนิจจา...อาทรผู้น่าสงสาร ทั้งขจีรัตน์และดรีมต่างฝ่ายต่างพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้ และไม่ต้องการกลับสู่สิ่งเดิม ๆ อีกต่อไปเสียแล้ว....

โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 15 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 13 : 58 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com