Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ล่าทรชนคนเหนือโลก 3

เรื่อง :

ล่าทรชนคนเหนือโลก

 3

พิรุณ มองดูเชษ ด้วยความสงสาร เป็นที่สุด
"แล้วน้องคนนี้ เขามีญาตที่ไหนอีกหรือเปล่า "

"ยังไม่ทราบเลยครับ แต่ถ้าไม่มีญาตยังไง จะติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ"

เชษนั้นได้แต่ร้องไห้ พิรุณมองแล้วใจหาย นึกถึงวันที่พ่อแม่จากเขาไป

"ดูแลน้องคนนี้ด้วยนะ มีปัญหาอะไรรายงานให้ผมทราบทันที ผมมีงานด่วนต้องไปก่อน"
พิรุณมองดูเชษอีกครั้งก่อนจากไป

.............หลังจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายผ่านไป เชษไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใคร เขายังคงทำงานที่ในตลาด วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งต้องการให้เชษ ขายยาบ้า เชษปฏิเสธ จึงถูกซ้อมอย่างหนัก เขาต้องทนอยู่อย่างนี้เกือบทุกวัน

....วันหนึ่ง พิรุณมาอรอุมา ไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงเข้าไปดู เห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเข้าเตะต่อยเชษนอนกลิ้งอยู่ที่พื้น กลุ่มวัยรุ่นวิ่งถอยออกไป เมื่อพิรุณวิ่งเข้ามา พิรุณเข้าไปประคองเชษ

"เป็นไงบ้าง"
"ไม่เป็นไรครับ" เชษตอบพร้อมกับเงยหน้าขึ้น พิรุณจำได้ว่าพ่อแม่เชษเพิ่งตายจากไป

"ทำไมเขาถึงทำร้ายเราละ"
"ผมไม่ยอมร่วมมือขายยาบ้า กับพวกมัน มันจะให้ผมเสพ ผมไม่เอา ผมกลัวครับ" เชษตอบด้วยท่าทีที่หวาดกลัว

"เดี๋ยวพี่พาไป ร.พ.นะ " ขณะที่อรอุมาเดินเข้ามา
"มีอะไรเหรอลูก" อรอุมาถามด้วยความเป็นห่วง

"น้องเขาโดนทำร้ายครับแม่ ผมจะพาเขาไปโรงพยาบาล "
"งั้น เดี๋ยวแม่กลับเอง นะ ลูกพาเขาไปเถอะ ดูท่าเขาจะเจ็บมาก"

ที่โรงพยาบาล

"เป็นไงหนุ่มน้อย หมอบอกอยู่ที่นี่อีก 2-3 วันนะ" พิรุณเข้ามาทักเชษ

"ผมไม่มีค่ารักษาหรอกนะครับ พี่" เชษแสดงอาการเป็นกังวล

"เฮีย ไม่ต้องวิตก เดี๋ยวพี่จัดการเอง"
"จะดีหรือครับ ยังไงก็ขอบคุณพี่มากเลยครับ" เชษยกมือไหว้

"พี่จำได้ว่าน้องอยู่ที่นั่น แล้วก็พ่อกับแม่ของน้องก็....."

"ใช่ครับ พ่อแม่ผมตาย ตายด้วยยาบ้า ผมจึงไม่คิดยุ่งกับมันอีกเลย มันฆ่าผมด้วย" เชษพูดพร้อมกับร้องไห้

"แต่เชษ ก็เป็นคนดีนะ ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับมัน แล้วต่อไปจะทำยังไงละ" พิรุณถามด้วยความเป็นห่วง

"ยังไม่รู้เลยครับ ผมยังไม่ได้คิด "
"งั้น รักษาตัวที่นี่ก่อน พี่ต้องไปทำงานแล้วละ แล้วนี่เงินเอาไว้ใช้นะ" พิรุณยื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง

"ไม่ดีกว่าครับ พี่ช่วยผมมากแล้ว"
"ไม่เอาน่า เก็บไว้นะ ไม่ต้องเกรงใจ"
เชษรับเงิน แล้วกล่าวขอบคุณ

พิรุณเดินออกไปจากห้อง และนึกถึงตะวัน ที่ตะวันคอยดูแลเขาตอนที่เขาไม่สบาย ทำให้เขารู้สึกหดหู่อีกครั้งหนึ่ง

..........วันต่อมา พิรุณขับรถมากับโจ ผ่านมาทางตลาดแห่งนั้นอีก เชษกำลังเดินอย่างหมดแรง ออกมาจากปากซอย แล้วล้มลง พิรุณหยุดรถแล้วลงไป

"เชษ" พิรุณเรียก
"ใครครับ" โจถามด้วยความงง
"ผมเคยรู้จักเขา ช่วยยกขึ้นรถหน่อย"

เชษลืมตาขึ้น "ผมหิวครับพี่"
พิรุณและโจ พาเฃษไปทานอาหารที่แห่งหนึ่ง
"ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ละเชษ แล่วตอนนี้ทำอะไรอยู่"

"ผมเดินหางานทำครับ ตอนนี้ผมไม่มีที่อยู่ ครับ งานก็ไม่มี มันหายากนะครับ แค่งานลูกจ้าง กรรมกรก็ไม่มี"

"เอาอย่างนี้ดีกว่านะ ที่บ้านขาดคนงาน เชษสนใจไหม๊ ไปอยู่กับพี่" พิรุณชวนเชษ ด้วยเพราะความสงสาร
"จริงเหรอครับ จริง ๆ นะพี่"

ตลอดระยะเวลาที่เชษมาอยู่กับครอบครัว สารวัตรพินทุ ได้รับความเอ็นดู จากทุก ๆ คน เชษได้เรียนหนังสือในขั้นหนึ่ง แต่เขาอยากหางานทำ จึงได้ทำงานที่แห่งหนึ่ง ของหพรรคพวกสารวัตร เขาพอใจกับการที่มีงานทำ โดยที่ไม่ต้องรบกวนครอบครัวสารวัตรพินทุให้มาก พิรุณเอง ก็เอ็นดูเชษ และสงสารเชษ สำหรับเชษนั้น รักและเคารพทุกคน

คืนหนึ่ง ขณะที่พิรุณกลับเข้าบ้าน พิรุณเมากลับมาจากงานเลี้ยง โจมาส่งที่บ้าน เชษออกมารับ

"พี่เมามากนะครับ เดี๋ยวผมเช็ดหน้าเช็ดตาให้"
เชษถอดรองเท้า ถุงเท้า เปลี่ยนเสื้อผ้า เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตัวให้พิรุณ ยามนี้นี่เองเขามีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้พิรุณ เขาคิดถึงความอบอุ่นที่พ่อเคยมีให้เขาเสมอ มันเป็นความอบอุ่นที่เขาต้องการ พ่อจะปกป้องจากการที่ถูกโดนแม่ทำร้ายเสมอ และจากการที่เขาขาดความรักความอบอุ่นในครอบครัว เขาต้องการใครสักคนที่รักและให้ความอบอุ่นเขา ใช่แล้ว มันเป็นปัญหาครอบครัว เขารู้ดีกว่าเขากำลังสับสน

เชษมองดูพิรุณ แล้วคิดถึงพ่อเขาอยากโอบกอดพ่อ
เชษล้มตัวลงนอนแล้วกอดพิรุณ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่เขาได้รับอย่างบอกไม่ถูก แล้วหลับไป

เช้าแล้ว พิรุณตื่นงัวเงีย เห็นเชษนอนกอดอยู่
"เชษ เชษ " พิรุณปลุกเชษให้ตื่น
เชษ ตืนขึ้นมาอย่างลนลาน ตกใจ เพราะเขายังคงนอนกอดพิรุณอยู่
"ผมขอโทษครับ พี่ ผมคิดถึงพ่อ แล้วผมก็อยากอดพี่เท่ายั้นเอง ผมขอโทษครับ" เชษแสดงอาการตกใจ

"ไม่หรอกนะ พี่รู้มันเพราะอะไร แต่ต่อจากนี้ไปเชษต้องหัดทำตัวใหม่ ให้จิตใจเข้มแข็ง อย่างอ่อนแอ ไม่งั้นเชษจะ.....เอ่อ " พิรุณไม่พูดต่อไป

เชษร้องไห้ "ผมเพียงรู้สึกว่า ผมอบอุ่นเมื่อได้อยู่กับพี่ ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร ทำไมต้องเป็นอย่างนี้"

"ไม่เอาน่าเชษ อย่างร้องไห้ พี่ไม่ได้ต่อว่าอะไรนิ เพียงแต่พี่อยากให้เชษเข้มแข็ง เอางี้ดีกว่า ต่อนี้ไปเชษจะต้องอดทน เข้มแข็ง ให้สมกับลูกผู้ชายอกสามศอกดีไหม๊ อย่าคืดมากนะ " พิรุณพูดแล้วหัวเราะ เพราะเพียงไม่อยากให้เชษต้องคิดมากอีก


...........พิรุณนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษากับพ่อแม่
"นี่ละครับ ปัญหาครอบครัว ขาดความรัก ความอบอุ่น เด็กก็เลยต้องไขว่คว้า หาในสิ่งที่เขาขาดหายไปและจากที่ครอบครัวต้องมีเรื่องกันทุกวัน ทำให้เด็กมีจิตใจที่อ่อนไหว และอ่อนแอ บางทีเขาอาจจะมองเห็นว่าเขาได้รับสิ่งที่ไม่ดีจากภาพลักษณ์ของแม่เขา และสงสารและรักพ่อมาก เขาอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขา....."

"เราต้องดูแล ให้เขามีความรู้สึกที่ดีขึ้น ให้ความรัก ความอบอุ่น เข้าใจ และต้องให้กำลังใจเขาด้วย" สารวัตรเสริม

"เดี๋ยวนี้ปัญหานี้มีมากนะคะ แล้วถ้าหากเขามีความรู้สึกอย่างงี้ตลอดไปละคะ" อินถามด้วยความสนใจ

"แม่ว่าด้วยความรัก ความเข้าใจ จะช่วยเขาได้มาก แต่ถ้ามันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เขาก็เป็นเขา สิ่งที่เราทำได้ ต้องมอบความรู้สึกดีดี และเป็นกำลังใจให้เขานะ"

ภาพทั้งหมดหายไป เชษกำลังจะเข้านอน พิรุณเดินเข้ามา
"ไม่สบายใช่ไหม๊ นี่ยาทานซะซิ" พิรุณยื่นยากับน้ำให้
"ขอบคุณครับพี่ "

"พี่จะมานั่งเป็นเพื่อนนาย เผื่อนายไม่สบายมาก"
"ไม่ต้องหรอกครับ พี่ดูแลผมมามากแล้ว แต่ผมยังทำตัว.........." เชษหยุดไม่พูดอีก

"บางสิ่งบางอย่างต้องอาศัยเวลานะเชษ เราจะพูดไม่ได้ว่าเราทำแล้วไม่ได้ เราจะต้องทำให้ถึงที่สุดก่อน ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้หมายความว่า เชษเป็นผู้ชายที่เข้มแข็งไม่ได้ แล้วเชษไม่สามรถอยู่ในสังคมได้ เชษต้องทำให้ดีที่สุดก่อน"

"แล้วถ้าผมทำไม่ได้ ถ้าจิตใจผมยังเป็นยังงี้ละครับ" เชษหมายถึง การที่เขารู้สึกรักและอบอุ่นเมื่อเขาอยู่กับพิรุณ

"เชษ ก็ยังเป็นน้องชายของพี่ไง และเชษก็สามารถทำอะไรได้ ในสังคม ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี"

"ขอบคุณพี่มาก ที่ให้โอกาสผมมาตลอดครับ" เชษเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า พิรุณกอดเชษด้วยความรักและเอ็นดู

"พี่ต้องการให้เชษมีชีวิตที่ดีขึ้น พี่ได้รับโอกาสจากสารวัตร และครอบครัวของท่าน พี่เองก็อยากให้โอกาสคนอื่นบ้าง จำไว้นะเชษวันหน้าหากเชษมีกำลังพอ เชษจะต้องช่วยเหลือคนอื่น และให้โอกาสคนอื่นด้วย เพระว่าการให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ " นั่นเป็นคำพูดของตะวันที่พิรุณจำได้

"ผมจะทำให้ได้ พี่ไปนอนเถอะครับไม่ต้องเป็นห่วง"
"อ้าว ไล่ซะแล้ว งั้นก็ทานยา แล้วนอนพักผ่อนซะ พี่ไปนะ"

พิรุณเดินจากไป เชษได้แต่น้ำตาไหล เขารู้สึกตื้นตัน และดีใจที่เขาได้รับสิ่งดีดีจากคนรอบข้าง

พิรุณ กลับไปนอน ในขณะที่นอนอยู่ เงาดำร่างหนึ่งปรากฎขึ้น
"พิรุณ" เสียงเรียกจากเงาดำนั้น
พิรุณตกใจตื่น มองหาเงามืดนั้น

ที่ฐานของเมียงยี บัดนี้ตะวันโตเป็นหนุ่มใหญ่ พร้อมกับฟูชิ ซึ่งเป็นผู้ที่มีพลังจิตตั้งแต่เด็ก เมียงยีใช้พลังจิตและไสยเวทย์ที่เขาเก่งกล้า บังคับให้ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความทรงจำกันตั้งแต่จับทั้งคู่มาอยู่ที่ฐาน โดยให้ตะวันจดจดว่าตัวเองคือเมียงยี ผู้มีอำนาจ และผลิต ค้ายา มีบริวารมากมายและเก่งกาจเป็นที่สุด ซึ่งเป็นการอุปโลกจากเมียงยี และให้ฟูชิจดจำความทรงจำของตะวัน ซึ่งเป็นความทรงจำที่ขมขื่นตั้งแต่เล็ก ๆ และฝังใจการการล้างแค้น และติดตามน้องชายคือพิรุณ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเองเลยว่าเขาเป็นเพียงเด็กชาวป่าคนหนึ่งที่ครอบครัวโดนฆ่าหมด เขารู้แต่เพียงว่าเขา คือตะวัน

ที่ถ้ำกลางปาแห่งหนึ่ง ฟูชิอยู่กับอาแปะคนหนึ่ง ฟูชินั้นมีท่าทีที่เคร่งขรึม เขาแต่งชุดดำ มีผ้าคลุมบ่า และคลุมศรีษะ แต่ไม่ปกปิดหน้าตา เขาเป็นผู้ชายที่ดูสง่า เข็มแข็ง แต่เขากลับจมอยู่กับความทุกข์ ภาพความทรงจำของตะวัน ยังคงย้ำเตือนเขาเสมอ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันสร้างความปวดร้าวให้เขา ทั้งที่เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเลย

ขณะที่จะออกจากสมาธิ ฟูชิลืมตาขึ้น แสงสีฟ้าที่ร่างกายเขาหายไป เขาลุกไปที่ไหน้ำเพื่อดื่มน้ำ เขารวบรวมพลังจิต ปรากฏเป็นแสงที่ฝ่ามือ กระบวยตักน้ำซึ่งอยู่อีกทีหนึ่งลอยมาสู่มือเขาอย่างง่ายดาย เขาตักน้ำดื่ม ทันใดนั้น มีดสั้นอันหนึ่งลอยแหวกอากาศมา เขาหมุนตัวกระโดดเตะ สวนกลับไป มัดสั้นหมุนคว้างปักที่ท่อนไม้ที่อาแปะถืออยู่ อาแปะกระโดดเข้ามาพุ่งเท้าถีบ ฟูชิจับเท้าอาแปะเหวี่ยงเป็นวง เขาเตะเท้าขวาสูงขึ้นหลายครั้ง อาแปะใช้มือรับต้านไว้ ฟูชิม้วนตัวกลับหลัง ใช้พลังจิตบังคับร่างกระโดดลอยขึ้นบนโขดหิน แล้วหมุนร่างควงสว่านลงมา ปล่อยหมัดใส่อาแปะ

อาแปะกระโดดถอยพร้อมเตะไปที่ฟูชิ เขาม้วนตัวกลับพร้อมดีดเท้าออก โดนบ่าอาแปะเซไป ฟูชิลงสู่พื้นวิ่งเข้าไปประคองอาแปะ

"อาแปะเป็นไงบ้างครับ" ฟูชิถามด้วยความเป็นห่วง

"สงสัยว่าจะแก่ขึ้นทุกวัน นับวันพลังจิตของเจ้าแก้กล้าขึ้นทุกวัน น้อยคนนักที่จะนำพลังจิตออกมาใช้ได้อย่างเจ้า"

"ไหนอาแปะบอกว่าทุกคนก็มีพลังจิตไม่ใช่เหรอครับ"

"ใช่ทุกคนมี แต่การจะดึงออกมาใช้ไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนทำไม่ได้เลย" อาแปะนั่งลงที่เก้าอี้ไม้


โดย : เทพเบญจา
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 9 : 57 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com