Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ไม่รัก..ฤาจะรอด

เรื่อง :

ไม่รัก..ฤๅจะรอด

ดาวรู้จักกับป๋อง ตั้งแต่วันนั้น วันที่คุณแม่พามาส่ง ที่โรงเรียนอนุบาล ดาวไม่เข้าใจเลย ทำไมป๋องจึงไม่ ต่อต้าน ไม่ฟ้องครู เมื่อโดนเพื่อนอันธพาล เอาดิน เหนียว ๆ ป้ายหน้า โดยกล่าวหาว่า ป๋องมองหน้าเขา แล้วแอบด่าอยู่ในใจ?
คุณหนูดาว เมื่ออยู่บ้าน หรือแม้แต่ที่โรงเรียน ก็ตาม ใครจะว่าอะไรสักนิด ก็ไม่เคยยอม ถ้าไม่เถียงสุดฤทธิ์ ก็จะ อาละวาดจนคนเกรงใจ ไปตาม ๆ กันเลยสิน่า ก็เรื่อง อะไรล่ะ ชั้นเป็นคนตรงๆนี่ ไม่ชอบก็ต้องบอก ไม่พอใจ ก็ต้องแสดงให้คนรู้สิ
เธอไม่เคยยอมคิด เธอทำอะไรได้ “พิเศษกว่า คนอื่นเพราะอะไร”
เธอทำอะไรแล้วใครจะรู้สึกอึดอัดไหม? ที่แน่ ๆ เธอต้องการจะทำสะอย่าง ใครจะทำไม?
การเป็นลูกสาวคนเล็ก และลูกสาวคนเดียวในบ้าน ที่พ่อแม่ และพี่ชาย 2 คนนั้น การไม่เคยถูกปฎิเสธ สักครั้ง เพราะทุกคนรักและถนอมเธอ ทำให้ เธอมัก ลืมตัวและนำนิสัยเหล่านั้น ออกไป ใช้ที่ โลกภายนอก อยู่เสมอ
“นี่ป๋องเธอมันโง่ เชื่อรึ? คนพวกนั้นไม่ตั้งใจ”
ดาวมักเรียกป๋องมาดุ ด้วยความไม่พอใจ ที่เธอมัก บอกเหตุผลตัวเองว่า ชั้นทำไปเช่นนี้ เพราะรักเพื่อน ป๋องอายุมากกว่าดาว 2 ปี แต่ป๋องกลับเป็นคนมองโลกคับแคบและอ่อนแอกว่ากับทุกคนอยู่เสมอ เพราะปมด้อยที่ ป๋องเป็นลูกกำพร้านั่นเอง ป๋องมียายเป็นผู้เลี้ยงดู และครูสายชลญาติห่าง ๆ ของยาย ไปรับเขามาเป็นลุกบุญธรรมอีกที เมื่อยายเสียชีวิต จากอุบัติเหตุรถชน ตอนป๋องพึ่งจะย่างเข้า 6 ขวบ
นับจากวันนั้นวันที่ป๋องเข้ามาอยู่ในอุปการะของคุณครูสายชล เด็ก 2 คนก็เป็นเพื่อนรักกัน สำหรับ ป๋องแล้ว ดาวไม่ใช่แค่เพื่อน แต่ดาวเป็นแสงไฟ ส่องชีวิตเขา ทุกอย่างที่ดาวเอ่ยปาก ป๋องจะทำ ตามทุกเรื่อง โดยไม่เคยเอ่ยปากถาม แม้บางครั้งในใจเขา อด แย้งความคิดบางอย่างของดาว ก็ตามที
จากอนุบาลจวบจนเรียนจบมหาวิทยาลัยป๋องตามดาวไปเรียน ไปสอบเข้าทุกที่ ทุกคณะ การคบหาของคนทั้งคู่ ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายเฝ้ามองดูมาตลอดเวลา และบิดามารดาของดาว ก็ค่อนข้างชอบนิสัย อ่อนน้อมถ่อมตนของป๋อง จึงไม่คิดรังเกียจเขา แม้จะรู้ว่าเขา เป็นแค่เด็กกำพร้า ที่ครูสายชลอุปการะเท่านั้นเอง
ส่วนครูสายชล ที่ครองตัวเป็นโสด เธอไม่เคยรังเกียจและมองป๋องเป็นคนอื่น เธอคิดฝากผีฝากไข้ กับป๋อง ในบั้นปลายของชีวิต เธอจึงทำหนังสือ มอบมรดกทั้งของเธอเอง และยายของป๋องที่ฝากไว้ก่อนตาย ให้ป๋องเป็นผู้ดูแลเทน เมื่อป๋องบรรลุนิติภาวะ หลังจบรับปริญญาตรีเพียง 3 วัน
จากนั้นครูสายชล จึงยอมเดินทางไปท่องเที่ยวรอบโลก กับคนรักซึ่งเธอเพิ่งรู้จัก หลังเธอเลิกสอนหนังสือ ได้เพียง 2 ปี เพราะหมดห่วงอีกต่อไป กับสัญญาที่ ได้รับปากกับยายของป๋อง ซึ่งเธอรักเสมือน แม่ของเธอผู้หนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ค้างอยู่ในใจครูสายชลมาตลอดเวลาคือ เธอเองบอกไม่ถูก ทำไม เธอไม่ถูกชะตากับดาวเสียเลยนะ?
“ดาวครับ ผมได้รับการบรรจุจากทางธนาคารแล้วครับ”
ป๋องจบมาไม่นาน ก็ได้รับการบรรจุเป็น ผู้ช่วยผู้จัดการ ที่สาขาหนึ่งของธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ จึงต้องเดินทางเข้ามา หาซื้อบ้านแถวชานเมืองอยู่ สวนดาวยังคงอยู่ที่เชียงใหม่ มีหน้าที่ ช่วยทางบ้านทำบัญชี ไปวัน ๆ โดยป๋องรับปากว่า เมื่อมีหนทางเหมาะ ๆ จะหาทางช่วยแนะดาวเข้าไปเป็นเพื่อนร่วมงานด้วยกัน
จากนั้นอีกปีต่อมา ป๋องได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการ เขาจึงขอเสนอให้ดาว มาเป็นเลขาส่วนตัว ที่หน้าห้องเข้าได้ในที่สุด ทั้งคู่จากกันเพียง ปีเดียว แต่ป๋องมองดู ดาวเริ่มเปลี่ยนไป แต่เขาก็ยังคงรักและเชื่อเธอเหมือนเดิมเสมอ
จนมาถึงวันนั้น วันที่ป๋องมั่นใจเขาพร้อมแล้ว ที่จะขอแต่งงานกับเธอ พร้อมที่จะสร้างรังรักและทำทุกสิ่งให้ดาว เหมือนครั้งนั้นที่เขาเป็นเพียงแค่หนุ่มน้อยฝันเฟื่อง และรับปากสาวน้อยดาวว่า
“ป๋องจะแต่งงานกับดาว และจะดูแลให้ดาว มีความสุขตลอดไปน่ะจ๊ะ”
ครั้งนั้นดาวสาวน้อยพยักหน้าอมยิ้มอย่างภูมิใจ และตะโกนก้องไปทั่ว สนามหญ้าแห่งนั้นว่า
“เราจะรักกันตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ก็จะไม่แยกจากกันแน่นอน”
แต่จากวันนั้นผ่านไป เพียงแค่ 1ปี จวบจนมาเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันทุกครั้ง ที่ป๋องเอ่ยเรื่องนี้อีกดาวกลับตัดบททุกที ป๋องจึงคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอคงเห็นเรายังไม่มีหลักประกันที่มั่นคงแน่นอน จึงยังไม่คิดตอบรับแค่นั่นเอง
ป๋องตั้งใจว่าวันเกิดปีนี้ของดาวเขาจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ ที่ดาวต้องดีใจอย่างที่สุด เพราะเขามีทั้งบ้าน เงินฝากและงานที่มั่นคง เพียงพอแล้วเขาจะขอเธอแต่งงานท่ามกลางเพื่อนฝูงและพ่อแม่ของเธอด้วย
งานวันเกิดของดาวในปีนี้ ป๋องเป็นคนจัดการทุกอย่างให้เอง เริ่มตั้งแต่เช่าโรงแรมชั้นหนึ่งและสั่งเค็กขนาดใหญ่ สูง 3 ชั้น และอาหารซีฟู๊ต จากกุ๊กมีชื่อ ในโรงแรมแห่งนั้นด้วย เพราะดาว มักบ่นอยากชิมอีกครั้ง หลังจาก ที่ เขาพาดาวไปชิมครั้งแรก ที่ดาวได้เดินทาง เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯนั่นเอง
ดาว สาวสวยวัย 27 ในชุดราตรียาว สีเขียวกลีบบัวอ่อนๆ ที่ช่วยขับผิวขาวผ่องของเธอให้ดูเนียนตามากยิ่งขึ้น เรียกสายตาชื่นชมยินดีได้ทั่วจากห้องบอลรูมแห่งนี้ป๋องเริ่มหัวใจพองโตคับอก มือชื้นเหงื่อที่กำกล่อง แหวนเพชร ซึ่งซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทรัดรูปที่ช่วยเน้นร่างตรงหนาของเขาให้ดูเพรียวบาง เริ่มสั่นน้อยๆ....แต่ทว่า
ป๋อง มองเห็นเขาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่กลับไปรับดาวมาทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน ที่บ้านเธอ ดาวบอกว่า เขาเป็นลูกชายลุงของเธอป๋องจึงไม่เคยสนใจอะไรอีกเลย แต่วันนี้ในระยะ 500 เมตร ที่เขาเห็นดาวจูงมือชายหนุ่มผู้นั้น มันเริ่มดูชอบกล ใจเขาเริ่มกระตุกเป็นครั้งแรกก่อนที่จะ ล้มตัวลงหมดสติไปหูเขายังแว่วเสียง ลอยมาจากโฆษกบนเวทีว่า
“วันนี้นอกจากเป็นวันเกิดคุณดาวเพื่อนแสนสวยของพวกเราแล้ว ยังเป็นวันหมั้นหมายของเธอ กับ พี่เก่ง พระเอกตัวจริงที่เธอซ่อนเพื่อน ๆ มานานด้วยน่ะครับ”
2 อาทิตย์แล้วที่ป๋องนอนนิ่ง ๆ ตาลอยมองเพดานในห้องพัก จากเด็กชายป๋องวัย 5ขวบ กับ เด็กหญิงดาววัย 3 ขวบ จนมาเป็นหนุ่มสาวด้วยกัน บัดนี้เขาย่าง 30 แล้ว นานเท่าไรแล้วน่ะที่เขารู้จักและคบหากับเธอ ทำไมน่ะ ? ทำไมเธอต้องปิดบังเขา ทำไมเธอเปลี่ยนใจ ทำไมเธอไม่ยอมรักเขาเพียงคนเดียว
ป๋องคิดวุ่นวาย จนเส้นเลือดที่ขมับเริ่มสั่นระริกอีกครั้ง เขาโซเซลุกขึ้นคว้ายาแก้ปวดมา 2 เม็ด จากตู้ยาข้างโต๊ะกินข้าว รินน้ำจากเหยือกน้ำอุ่นบนโต๊ะส่งยาเข้าปาก หลังกลืนยาลงท้อง ป๋องยิ้มตาวาว อย่างที่ชั่วชีวิตนี้ ดาวจะไม่มีทาง เชื่อเลยว่าป๋องที่อ่อนแอมาเสมอในสายตาเธอจะมีแววตาโหดร้ายได้เท่านี้!!!
“ดาวครับ ผมเพิ่งหายไข้ อยากสูดอากาศที่ชานเมือง ดาวว่างไหมครับ”
“เอ่อ...คือว่า...ดาว”
เสียงปลายสายที่ตอบแบบลังเล เรียกความเจ็บปวด เพิ่มขึ้นที่นัยน์ตาของป๋อง เขาสูดลมหายใจยาว ก่อนเอ่ยทิ้งท้ายว่า
“ป๋อง จะเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ สิ้นเดือนนี้ครับดาว”
“งั้น...วันแต่งงานดาวป๋องจะไม่มารึค่ะ?”
เสียงลิงโลดของดาว ป๋องขบกรามแน่
“ครับ”
ดาวที่มาหาเขาที่หน้าห้องพักในค่ำคืนนี้เธออยู่ในชุดยีนต์เอี้ยมง่าย ๆ เหมือนเดิมไม่ผิดสาวน้อยวัย 17 คนเดิม ที่เคยรับปาก จะฝากชีวิตไว้ ให้เขาดูแลเธอ แต่เพียงผู้เดียว
“หลังตึกนี้ มีสวนหย่อม ที่เงียบสวยน่ะป๋อง เราไปที่นั่นก็ได้น่ะ”
ดาวมองเห็นร่างซีดเซียวของป๋อง เธอเริ่มใจอ่อนและเสียใจอยู่ลึก ๆ ที่เธอทำร้ายเขา แต่ความรักมันช่างร้ายกาจกว่าสิน่ะ เราขาดพี่เก่งไม่ได้เราจึงต้องทำร้ายใจเธอน่ะป๋อง ดาวสารภาพเพียงลำพังในใจเธอเท่านั้นเอง
ป๋องขับรถพาดาวออกมาไกล จากที่พักมาก จนดาวเริ่มขยับตัว เป็นครั้งที่ 4 ก่อนจะเอ่ยปากถามอีกครั้ง ก็เห็นป๋อง เลี้ยวเข้าไปที่ตึกแห่งหนึ่ง เหมือนบ้านพักตากอากาศส่วนตัว
เมื่อลงรถ ป๋องจูงมือเธอให้เดินตามเขาไป ป๋องไขกุญแจรั้ว จากนั้นถอยรถเข้าจอดที่หน้าบ้าน ดาวมองอย่างงุนงงปนคำถาม
“เดี๋ยวดาวก็รู้จ๊ะ ตามมาสิจ๊ะ”
เสียงอ่อนโยนของป๋องคนเดิม เรียกความมั่นใจให้ดาวอีกครั้ง ป๋องยังคงเป็นป๋องนั้นเอง ดาวเดินตามไปอย่างว่าง่าย และไม่ระแวงอีก แต่นั่นคือครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิตเธอ!!! ที่ตัดสินใจผิด
ที่ห้องรับแขก มีอาหารวางไว้เรียบร้อย รอบๆโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ มีแต่รูปสีน้ำมัน และรูปถ่ายขนาดใหญ่ จัดวางอย่างสวยงาม มีรสนิยม คนในภาพคือ เธอ นั่นเอง
“เอ๊ะ? ทำไมคะป๋อง”
“ครับ บ้านของเราที่ป๋องเคยรับปากจะหามาตามที่ดาวสั่งจ๊ะ”
ดาวก้มหน้านิ่งนาน ป๋องเดินไปจัดจานกินข้าว จุดเทียนขึ้น
“ดาวจ๊ะ ป๋องหิวแล้วน่ะ “
การตัดบทของป๋อง ทำให้ดาวเดินอย่างโล่งอกมานั่งกินข้าวด้วยทันที ตลอดระยะเวลา นับ 2 ชั่วโมง ดาวยังคงเป็นดาวคนเดิม เธอยังคงติเรื่องนั้นว่าเรื่องนี้ไปตลอด โดยไม่เคยมองสังเกตเลยสักนิด ป๋องเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว โดยเฉพาะในแววตาของเขาที่เคยเชื่องเชื่อ บัดนี้มันกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“ของหวาน วุ้นลิ้นจี่จ๊ะดาว”
“โอ๊ยยยย ถ้าไม่มีพี่เก่งน่ะ ดาวแต่งกับป๋องจริงๆด้วยน่ะเนี๊ย คนอะไรรู้ใจไปหมด”
ดาวเริ่มสดใสเริ่มเพ้อเจ้อ ไม่หยุดพี่เก่งอย่างนั้น พี่เก่งอย่างนี้ ช่างดีไปทุกอย่าง ขณะที่ป๋องขบกรามแน่นยิ่งขึ้นทุกที กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุก ตึบ ตึบ
“จิตมนุษย์นั้นไซร้ ยากแท้หยั่งถึง”
คำนี้ยังคงใช้ได้ทุกชาติ ทุกเวลา ไม่ว่าโลกจะหมุนไปไกล ณ ที่ใด สิ่งหนึ่งที่ยังตรึงใจคนเสมอ ดั่งผีร้ายไม่มีวันผุดเกิด คือความเห็นแก่ตัว ยามคับขัน
ป๋องกลัวว่าดาวจะมีชีวิต รอดไปอยู่กับชายหนุ่มคนอื่น เป็นเหตุให้เขาต้องเจ็บปวดใจอีก จึงเทยาเบื่อหนูลงที่วุ้น ถ้วยของเธอเกือบหมดห่อ ด้วยจิตใจ มนูษย์สามานย์คนธรรมดาของโลก ป๋องต้องการให้เธอตาย ตายให้สาแก่ใจ เขาจึงใส่ยาหนักมือที่สุด เหลือเพียงเศษเล็กน้อย เทลงถ้วยวุ้นของตน
“อุ๊ย! ทำไมดาวรู้สึกลิ้นชา ๆ ค่ะป๋อง?”
“ครับ...ป๋องก็มีอาการเหมือนดาวครับ เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่มีพี่เก่งคนนั้น อีกแล้วครับดาว”
ดาวหันมาจ้องมองป๋องอย่างเต็มตา นับเป็นครั้งแรกในค่ำคืนนี้ ก็ว่าได้ เธอเริ่มตาลาย น้ำลายฟูมปาก ชักกระตุกถี่ขึ้น ป๋องกลับอาการดีกว่าเธอ ตรงเข้าอุ้มเธอ เข้าไปที่ ห้องนอน ก่อนฟุบ ล้มทับร่างเธอ...ชักกระตุกครั้งสุดท้าย..แล้วนิ่งเงียบเกือบพร้อมกัน
ครูสายชล กลับจากต่างประเทศ ได้รับคำรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า ลูกชายของเธอ ได้ฆ่าเพื่อนสาวตายมาได้ 3วันแล้ว ขอให้โทรแจ้งญาติผู้ตายให้ไปรับศพ ได้ที่โรงพยาบาลแห่งนั้น สาเหตุการตายคือ.. เกิดจาก “ยาเบื่อหนูในวุ้นลิ้นจี่ครับ!!!”

ส่วนป๋องทุกวันนี้ เมื่อมองผ่านหน้าต่างสี่เหลี่ยม ที่มีเหล็กซี่หนาแน่นออกไปที่โลกภายนอก..จะคิดถึงคำพูดครูสายชล ก่อนเดินทางไปต่างประเทศในครั้งนั้น อยู่ทุกครั้งไป เขาเริ่มซึมซับ กับความหมายที่ครูมักทิ้งท้ายให้เขาคิด “ แม้ขาดเธออาจใจสลาย แต่เวลาจะลบเธอหายไป..แต่ทำลายเธอ..วิญญาณเราเท่านั้น ที่จะมีอิสระ”
สงสารแต่แม่สายชล ผู้มีพระคุณ ลูกช่างเนรคุณสิ้นคิด แม่คงเจ็บช้ำไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ?
...แม่ครับผมขอโทษ

โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 0 : 48 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com