Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ผมจำต้องรอ..เธอที่รัก

เรื่อง :

ผมจำต้องรอ..เธอที่รัก

เพราะ “กรรมเก่า”นำพาให้มาพบ
สิ่งประสบพบพานเกินคาดฝัน
ชาติก่อนนั้น “ทำร้ายใจ” สาวเกินพัน
จึงสืบสานให้ชาตินี้ต้องเจอะเจอ

ปาร์คเป็นหนุ่มสมัยใหม่ไฟแรง เขาเคยทำงานที่บริษัทคอมพิวเตอร์ ของชาวต่างชาติ ที่มาเปิดสาขาที่สีลม แค่ได้เรียนรู้งานเพียงสองปี เขาก็ลาออกมา เปิดกิจการรับซ่อมและประกอบคอมพิวเตอร์อยู่ที่บ้านแทน โดยเข้าหุ้นกับเพื่อนอีกสามคน และเพราะมีป้ายโฆษณาเล็กๆติดอยู่ที่หน้าร้านของเทพพล เพื่อนสนิทคนหนึ่ง ซึ่งมีร้านเปิดบริการขายทั้งเครื่องดื่มและตู้เล่นเกมทุกชนิด ทำให้มีงานเข้ามาไม่ขาดสาย

งานซ่อมคอมพิวเตอร์ บางช่วงก็ยุ่งเหยิงแทบหยุดหายใจ แต่บางคราวก็ว่าง ให้หายใจได้คล่องเกินไป ทำให้ปาร์คไม่กล้าคัดเลือกลูกค้า เพราะอยู่ในช่วงที่เริ่มตั้งตัว เมื่อเจอลูกค้าจู้จี้เร่งรัด เขาจึงทำได้เพียงมุงานหามรุ่งหามค่ำมากยิ่งขึ้น และคิดราคาย่อมเยามากกว่าที่อื่น จึงมีคนมาอุดหนุนอยู่เนืองๆ และเมื่อมีเวลาว่าง สิ่งที่ปาร์คนิยมผ่อนคลายสมอง ก็ไม่ห่างจากคอมพิวเตอร์อีกเช่นกัน

นั่นก็คือการเล่นmsn แม้เขาไม่เจาะจงชอบใครเป็นพิเศษ แต่การรู้จักคนมากขึ้น ก็เป็นผลดีกับงาน รับซ่อมคอมพิวเตอร์ของเขาเหมือนกัน แต่สาวคนนั้นที่เพิ่งรู้จัก กลับเรียกความตื่นเต้นให้กับเขาได้ไม่น้อย เธอไม่ใช่สาวงาม ไม่ใช่สาวรุ่น เธออายุ......สามสิบแปดแล้ว.. ไม่รู้ว่ายังเป็นโสด หรือมีลูกหลายคนแล้วหนอ?

ณภีพรรณเป็นสาวใหญ่ มีพี่น้องสามคน เธอเป็นลูกคนกลาง ที่หน้าตาไม่สดุดตาเท่าพี่สาวที่คมเข้ม และไม่สวยหวานเท่าน้องสาว แต่หน้าตาก็สะอาดเกลี้ยงเกลา มองดูอ่อนกว่าวัยราว 10 ปี ยังเป็นโสด ในขณะที่พี่ณภีพร แต่งงานไปเมื่อสิบห้าปีก่อน มีลูกชายสองคนแล้ว

ส่วนน้องณภาวรรณที่ห่างจากเธอห้าปี ก็มีลูกสาวตัวน้อยๆเมื่อปีกลาย เธอจึงเป็นทั้งป้าและน้า กอรปกับการที่คอยดูแลรักษาหุ่นให้เพรียวบางอยู่เสมอ วันไหนอารมณ์ดี ณภีพรรณก็ลุกขึ้นแต่งเนื้อแต่งตัวสักนิด มองผิวเผินเธอไม่ต่างจากสาววัย20ทั่วๆไป

ณภีพรรณทำบัญชีที่ร้านbakery ของพี่สาวกับพี่เขย เลิกงานก็แค่แวะไปที่ร้านหนังสือเช่าใกล้ๆแถวนั้น ก่อนกลับมาอ่านอย่างเหงาๆที่ห้อง เธอไม่ชอบดื่มเหล้า เข้าบาร์ หรือไปร้องคาราโอเกะ เพื่อนร่วมงานที่เคยขยันมาชวน ก็เริ่มห่างหายน้อยลงทุกวัน จนวันหนึ่งเมื่อเธอแวะไปเยี่ยมน้องสาวที่บ้าน

“วรรณเอาชื่อของพี่ไปลงที่เวบนี้ มีคนมาขอเป็นเพื่อน พี่พรรณลองคุยดูน่ะค่ะ”

จากวันนั้นมา เธอก็มีเพื่อนทั้งวัยเดียวกันและต่างวัยกันที่มีรสนิยมชมชอบเรื่องคล้ายๆกันหลายคนจนมาพบเขา..ปาร์ค

“ปาร์ค เราไปเซ็นชื่อรับบ้านนั้นแล้วน่ะ นายจะย้ายเข้าไปเมื่อไรดีล่ะ”

วิสิทธิ์ถามปาร์คที่เป็นทั้งนายจ้างและเพื่อนสนิท

“คืนวันที่30ก็แล้วกัน จะได้ทุนค่าน้ำไฟในเดือนนี้ด้วย แต่นายว่างก็หาเด็กไปเก็บกวาดห้อง และขนของใช้ส่วนตัวไปจัดไว้ก่อนก็ได้น่ะ”

บ้านเช่าที่ปาร์คกับเพื่อน เช่ารวมกันเริ่มคับแคบลง เพราะงานที่มีเพิ่มมากขึ้น คอมพิวเตอร์นับร้อยตัวที่เรียงรายเต็มห้อง เพื่อรอการซ่อมแซม ทำให้เขาต้องส่งเพื่อนออกไปติดต่อหาบ้านเช่าแห่งใหม่ ที่ใหญ่กว่านี้ โดยมีข้อแม้ว่าค่าเช่าต้องถูกและการคมนาคมต้องสะดวก เพราะจะได้จัดส่งคอมพิวเตอร์คืน ได้ทันตามเวลาที่กำหนด

ปาร์คเป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างมัธยัสถ์ จากการปลูกฝังของยาย ด้วยวัยเพียง 14 เขาสามารถจัดงานศพให้ยาย ด้วยเงินที่เก็บสะสมไว้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวบ้านแถบนั้น

ยายสอนเขาให้เก็บออมทรัพย์แต่เด็ก เมื่อเขาย่าง 8ขวบ ยายตากฝนกลับมาบ้าน จากการหาบข้าวแกงขายในหมู่บ้าน ตกดึกตัวร้อนจัดไข้ขึ้นสูง เขาวิ่งไปขอความช่วยเหลือ จากหมอพร ที่คลีนิกในหมู่บ้าน ต่อมาอาการปอดบวม ของยายแม้ทุเลา แต่ยังต้องกินยาติดต่อกันไปอีกนาน จนเงินที่เก็บสะสมไว้หมดลง..เด็กกำพร้าที่แม่นำมาทิ้งอย่างเขา จึงตัดสินใจ..รับปากลุงมี

ลุงมีเปิดร้านขายของชำอยู่ในหมู่บ้าน เขาชอบอัธยาศัย ของสองยายหลานคู่นี้ จึงเอ่ยปากจ่ายค่ายารักษาให้ก่อน แล้วทุกเย็นที่เลิกเรียน ให้ปาร์คมาทำงานใช้หนี้แทน และทุกครั้งที่ปิดเทอม ปาร์คก็ไปรับจ้างตัดหญ้าหน้าบ้าน ให้คนในหมู่บ้าน เป็นรายได้เสริมอีกทาง ..แต่อาการของยายก็เจ็บออดแอดมาตลอด..

หลังยายตาย ..วันหนึ่งน้านันท์น้องชายลุงมี มาเยี่ยมพี่ชาย เขาชอบปาร์ค และต้องการคนช่วยงาน เมื่อปาร์ครับปาก เขาจึงพาไปอยู่ด้วย ที่ร้านรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด..เขาสอนการซ่อมทุกอย่างและสนับสนุนปาร์คเรียนต่อทางด้านคอมพิวเตอร์..

วันที่เขารับปริญญา น้านันท์ไปซื้ออะไหล่ที่คลองถม เมื่อข้ามถนนมาอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อรอรถเมล์กลับร้าน ก็มีรถยนตร์คันหนึ่ง ขับส่ายไปมาเหมือนคนเมา แล่นขึ้นมาที่ฟุตบาตที่น้านันต์ยืนรอรถเมล์พอดี ...รถทับน้านันท์ล้มลงขาดใจตายคาที่...

น้ารพีภรรยาน้านันท์ จึงตัดสินใจย้ายกลับไปต่างจังหวัด โดยขายกิจการร้านค้าทั้งหมด ทำให้ปาร์คตกงาน แต่เพียงเดือนกว่าๆต่อมา เพื่อนก็มาชวนไปสมัครงาน ที่บริษัทของชาวต่างชาติ..และโชคดีได้งานทำ....


บ้านเช่าหลังใหม่ที่ปาร์คย้ายเข้าไปอยู่ เป็นบ้านเดี่ยวมีสองชั้น สี่ห้องนอน ปาร์คเลือกอยู่ห้องริมสุดติดบันไดทางขึ้นลง เหมือนบ้านเก่า ต่างกันแค่ตรงที่บันไดบ้านใหม่นี้ เป็นบันไดวนซ่อนติดผนังเพื่อประหยัดเนื้อที่ ไม่ใช่บันไดทางตรงดังเช่นบ้านเก่าที่เคยเช่าอยู่ถึงสองปี

ที่หน้าทางลงบันไดมีชั้นลอย กั้นแบ่งออกมาจากห้องนอน ปาร์คใช้เป็นห้องทำงาน เขานำข้าวของใช้ส่วนตัวเข้าไปเก็บ ก่อนลงมาประชุมกับเพื่อนที่ห้องรับแขกใหญ่ที่ชั้นล่าง

“เทพพลเอาคอมมาส่งแปดตัว อาทิตย์นี้ต้องเสร็จ วิสิทธิ์กับแม้วผลัดกันจัดการเรื่องกับข้าวแล้วกันน่ะ ที่ปากซอยมีทุกอย่าง เราขอเป็นข้าวผัดทุกมื้อ จะได้อิ่มท้องนานหน่อย ส่วนทิวนายเอางานมาซ่อมที่ห้องรับแขกนี่เลย ถ้าลูกค้าเอาคอมมาซ่อม นายก็จัดการตามสดวก ไม่ต้องเรียกเราลงมาน่ะ”

ปาร์คเป็นทั้งเพื่อนและนายจ้างที่สู้งาน แถมอดทนอดนอนได้ดีกว่าทุกคน ทำให้เพื่อนๆรักใคร่ และเต็มใจทำงานด้วยอย่างแข็งขันเสมอ...ตี2คืนนั้นวิสิทธิ์อาบน้ำเสร็จ แวะมาถามปาร์ค

“ขาดอะไรรึป่าว?ปาร์ค เราจะไปหยิบมาให้”

ปาร์คเพียงส่ายหน้าให้รับรู้ เขาจึงกลับห้องส่วนตัว
ตอนเช้าวิสิทธิ์พบปาร์คฟุบที่หน้าห้องน้ำ เมื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล เขาหลับเป็นตาย ราวถูกวางยา!! หมอบอกเพียงว่า ยังไม่พบสาเหตุ ให้รอดูอาการก่อน...

ปาร์คมองร่างที่นอนเหยียดยาวบนเตียงคนไข้ ..ก่อนเหลียวมามองร่างที่ยืนท้าวเอว มองหน้าเขา ยิ้มมีเลสนัย

“คุณปาร์คอย่าแปลกใจเลย ที่นอนนั่นน่ะมันคือกายหยาบของคุณ ส่วนผมมีตำแหน่งเป็นเทพที่คอยดูแลตัวคุณ แล้วที่นั่งเอ๋อกินตรงหน้าอย่างคุณ เขาเรียกว่า วิญญาณครับผม”

ชายหนุ่มหยุดสักพักมองดูอาการนิ่ง รับฟังของปาร์ค ก่อนพูดต่อว่า

“เมื่อตี5ที่คุณลงมาอาบน้ำ แล้วอ้ายวิธีวิ่งลงบันไดทีล่ะ3-4ขั้น มันก็เลยทำคุณหัวทิ่มลงมา เพราะบันไดบ้านนี้มันวนครับ ไม่ใช่บันไดตรงๆอย่างบ้านเก่า ...อย่าเพิ่งทำหน้าเหม็นเบื่อสิ ผมตามอธิบายและช่วยคุณมา4ชาติแล้วนี่ชาติที่ 5ผมก็จะได้หมดหน้าที่สักที ทนฟังหน่อยน่ะ”

เขาจบคำพูดยึดยาวแล้วชี้มือไปที่ม่านกั้นข้างเตียงคนไข้ สักครู่มีภาพปรากฎขึ้นราวจอภาพยนตร์ ...ขุนนางหนุ่มที่นั่งกลางเรือน แวดล้อมไปด้วย ผู้คนมากมายทั้งชายหญิง ..บ้างก็พิมพ์นิ้วมือ ..บ้างก็รับถุงผ้าเล็กๆอย่างประจบประแจ

“คุณเคยรวยมาก พ่อทิ้งเงินไว้เยอะ คนมากู้ยืม เมื่อขาดส่งดอก คุณก็ไปยึดข้าวของและฉุดลูกสาวมาเป็นนางบำเรอ...แล้วแค่ไม่กี่เดือน..คุณก็เบื่อ...เลี้ยงอย่างทิ้งๆขว้างๆ..สาวๆเหล่านั้น..บางคนป่วยตาย..บางคนก็ฆ่าตัวตาย”

เสียงทุ้มที่เล่าหยุดนิ่งสักครู่ ปาร์คมองภาพต่อไป สาวบางคนถึงกลับกรีดเลือดลงเซ่นพระแม่ธรณี พร้อมกับสาปแช่งขอให้ได้กลับมาแก้แค้น...สาวๆเหล่านั้นมองดูยังสาวมากปาร์คคิดว่าคงไม่เกิน 20 สักคน
ภาพต่อมาคือที่หน้าบ้านยาย เด็กนักเรียนหญิงวัย 15 นำห่อผ้ามาทิ้งไว้ ...ไม่ต้องมีใครบอก ปาร์คก็เดาได้..นั่นคือแม่ของเขา !!!

“อย่าเสียใจเลย นั่นก็คือเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ชาติก่อนคุณก่อกรรมทิ้งเขาไปเหมือนกัน”

ภาพสุดท้ายที่ปรากฎคือ หญิงร่างอ้วนสูงใหญ่ ในวัย 60 ที่ยังแข็งแรงเกินวัย ยืนท้าวเอวชี้หน้าด่ากราดคนทั้งบริษัท โดยมีหนุ่มใหญ่ในวัย 35 ที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างๆ

“ชาติก่อนเขาคือคนที่คุณเคยช่วยชีวิตไว้ครั้งหนึ่ง และเขาเคยสาบานจะช่วยเหลือคุณทุก ชาตินี้คุณคิดจะรับความช่วยเหลือจากเขาก็ได้น่ะ โดยเป็นสามีให้เธอครับผมจะดลใจให้”

“คนเหล่านี้ที่มาผูกพันทั้งช่วยเหลือคุณได้ เพราะเขาติดหนี้บุญคุณของคุณ รวมทั้งผมด้วย แต่กรรมเก่าที่คุณทำกับสาวๆ มันมีเยอะเกินกำลังของพวกเรา ทางเดียวที่จะช่วยคุณได้ คุณต้องตามหาแม่อรุณ เขาเคยเป็นเมียคุณ แม่อรุณเป็นเมียที่แม่คุณแต่งมาให้ช่วยคุณ และเขารักคุณมาก ตอนที่คุณตาย เขาก็สาบานจะตามไปเกิดเพื่อช่วยสะเดาะเคราะห์ให้คุณ เขาเคยบวชเรียนมา มีวิธีช่วยคุณได้....ผมมันคนบุญน้อยเสุดกำลังที่จะตามหาให้คุณได้ครับ ..พอรู้แค่ว่าชาตินี้แม่อรุณจะต้องมาเกิดเป็นสาวใหญ่วัย 38อีกแน่ๆ ถ้าคุณพบเขา คุณก็จะหายเป็นปรกติ ไม่ต้องนั่งรถเข็นอีกต่อไปครับ”

ปาร์คตกใจจนลืมตาขึ้นทันที...จากนั้นหมอก็ให้เพื่อนมารับเขากลับมาบ้าน เขายังคงนั่งอยู่บนรถเข็น ทำงานได้ตามปรกติทุกอย่าง...แต่เดินเหินไปไหนมาไหนด้วยขาตัวเองไม่ได้...เขาจึงต้องตามหาสาว วัย38ทุกคน แม้ใครๆจะว่าหนุ่ม 25อย่างเขาเป็นบ้าก็ตามที..

“ปาอะไรที่ผู้หญิงทั้งเกลียดและกลัว” ปาร์คทักมา

“ชอบมากคือ ปาหน้าคุณ”

ณภีวรรณคอมเม้นต์สวนไปทันที ที่ปาร์คถามกวนๆมา เธอโดนเพื่อนๆและคนสนิทล้อบ่อยๆที่ปาเข้าไปจะ40ยังไม่มีคนมาขอแต่งงาน ทำไมจะไม่รู้คำตอบ

“แหมกวนไม่น้อยเลยน่ะครับ ทั้งๆที่หน้าติ๋มๆเหมือน.....?”

ปาร์คหยุดเงียบไปสักครู่ ก่อนคอมเม้นต์ล้ออย่างนึกสนุกทันที

“หน้าฉันสวยกว่าน้าคุณใช่ไหมค่ะ”

ณภีพรรณ พลอยสนุกไปด้วย
จากวันนั้นมา ปาร์คเลิกงานแม้จะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม ถ้าพบว่าณภีวรรณออนmsnเมื่อไร เขาจะแวะเข้ามาทักทายก่อนนอนทุกครั้ง เช่นเดียวกับณภีพรรณ ที่นับวันรอคอยพบเขา เขาเริ่มกลายเป็นปัจจัยที่หก ที่เธอเริ่มคิดถึง..แม้จะรู้ว่า..อายุต่างกันมากก็ตาม

เธอไม่รู้เขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน และมีใครนั่งเฝ้าอยู่ในใจรึเปล่า? ที่แน่ๆเธอยังคิดรอเขา...รอ..และรอ...เผื่อว่า....????

โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 26 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 17 : 16 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com