Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> เหตุเกิดเมื่อวันที่เธอขอเจอผี( 5 )

เรื่อง :

เหตุเกิดเมื่อวันที่เธอขอเจอผี

( 5 )

ดวงตะวันลับฟ้าไปไม่นานสักเท่าใดที่ปลายฟ้ายังมีแสงสีทองทาบกับมวลเมฆให้เห็นจาง ๆ เสียงหรีดหริ่งเรไร กบเขียดส่งเสียงร้องกันอยู่เนือง ๆ สายลมเย็นพัดมาเบา ๆ กลุ่มสาว ๆ กับสิทธิ์ รวมทั้งเพื่อนชายอีกคนที่สิทธี่พามาด้วยชื่อป๊อกก็ชวนตั้งวงเล่นไพ่กัน สามสาวอย่าง ธารภี แก้ว บัว ไม่เกี่ยงงอนนั่งลงค้นหากล่องหาไพ่ทันที

ในขณะที่สาวอีกกลุ่มแยกตัวกันออกไปนอกเรือนนอน เดินทะลุกันออกไปที่เรือนที่สาม รื้อข้าวของต่าง ๆ ออกมาตั้งตรงเรือนชานระหว่างเรือนกลางกับเรือนสาม บ้างก็ติดเตาถ่าน บ้างก็แกะปีกไก่ออกมาเสียบไม้ปิ้ง บางคนหั่นผักที่ล้างสะอาดแล้ว เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ เตาอั้งโล่ขนาดเขื่องที่มีตะแกรงรองรับก็เต็มไปด้วยของกินสารพัดชนิด

เสียงร้องเพลงจากวิทยุที่แว่วมาจากเรือนที่สองดังสลับกับเสียงบ่นของนักเล่นไพ่ดังลอยมาไม่ขาดสาย เสียงนาฬิกาลูกตุ้มดังเหง่งหง่างบอกเวลาสองทุ่ม แม้จะยังไม่ดึกมากนัก แต่เมื่อมองออกไปที่ด้านนอกเรือนก็มืดราวกับยามเที่ยงคืนแล้ว ดีว่ามีตะเกียงเจ้าพายุจุดในเรือนและที่นอกชานอีกสี่ตัว โดยจุดที่มุมทั้งสี่ด้าน จึงมองสว่างพอที่มินาคิดจะนอนอ่านหนังสือผีเล่มโปรดก่อน เธอจึงละจาก หน้าเตาบาบิคิวเดินเข้าไปหยิบหมอนในห้องนอนหนุนนอนข้าง ๆ สิทธิ์ที่กำลังง่วนอยู่กับการเล่นไพ่

สิทธิ์ปรายหางตามองหน้าคนรักชั่วครู่ก่อนย่นจมูกส่งเสียง “ชิ” เบา ๆ เป็นการล้อเลียน ด้านมินาเองก็ไม่ยอมลดราวาศอกแลบลิ้นปลิ้นตาสวนกลับราวเด็กน้อยก็มิปาน หลังจากนั้นเธอก็หยิบหนังสือผีเล่มโปรดของเธอมาอ่านต่อโดยไม่สนใจสิทธิ์ที่ทำท่าแยกเขี้ยวยิงฟันใส่เธอ


กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!! เสียงกรี๊ดแหลมเล็กแว่วลอยมาแต่ไกลและค่อยดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้น ทุกคนวิ่งออกมาที่นอกเรือนตรงที่เตาบาบิคิว สิทธิ์มองสำรวจจำนวนสมาชิกว่าขาดใครหรือไม่ ทุกคนอยู่ครบ

“ใครได้ยินเสียงบ้าง”

สิ้นเสียงถามยังไม่ทันขาดคำอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทันที!!!


“พี่ทดเอ้ยยยย หมากน้อยร้อยนิด หมากคิดเก็บถึง หมากกลึงรำพึง หมากตึงพึงตา พี่มารับไปเถิดดดดดดด”


“ป๊อก ป๊อก ป๊อก ป๊อก...”


เสียงดังเย็นเยือก ดังลอยมาพร้อมกับเสียงตำหมากดังถี่ๆ ก่อนขาดหายไป บรรยากาศเริ่มไม่สู้ดีเท่าไหร่ ทุกคนเริ่มถอนหายใจ สอดส่ายสายตามองหน้ากันเลิกลัก และแล้ว เสียงนั้นก็ดังอีกคราว...


“พี่ทดเอ้ยยยย หมากน้อยร้อยนิด หมากคิดเก็บถึง หมากกลึงรำพึง หมากตึงพึงตา พี่มารับไปเถิดดดดดดด”


มินาลุกไปยืนที่ริมระเบียง เงี่ยหูฟังเสียงเพื่อหาจุดที่มาของเสียง ก่อนเดินเหมือนละเมออ้อมระเบียงออกไปที่เรือนหลังแรก สิทธิ์ตั้งสติได้แล้วรีบเผ่นกระโดดข้ามราวกั้นที่ริมระเบียงเรือนที่สอง อ้อมตรงไปดักหน้ามินาทันที..แต่คุณพระช่วย!!!

สิทธิ์ กระโดดจากรั้วบ้านลงมาแท้ ๆ แต่ยามนี้เขามองไม่เห็นใครเสียแล้ว รอบด้านมีแต่ป่าไม้หนาแน่นไปหมด ขณะที่เขากำลังยืนงงอยู่นั้น ก็ถูกชนกระเด็นล้มลง ที่แท้ป๊อกกระโดดตามลงมาพร้อมกับธารภีนั่นเอง

“อ้าว เฮ้ย ใครช่วยตบให้ชั้นตื่นทีเร็ว!!”


เสียงตื่นตกใจของธารภีดังขึ้นเมื่อเธอเหลียวมองไปทั้งหน้าหลังเธอแล้วก็พบว่ามีแต่ป่าไม้ หาได้มีเรือนสักหลังก็หาไม่????


มินาเดินเหมือนคนละเมอเมื่อมาหยุดที่หน้าเรือนหลังแรกเธอก็ยกมือผลักประตูเข้าไปง่ายๆ ราวกับไม่เคยมีกลอนประตูล็อกไว้มาก่อนไม่มีอาการฝืด ไม่มีเสียงแอ๊ดอ๊าด ราวกลับคลี่ผ้าม่านก็ไม่ปาน แต่ยามนั้นเธอไม่รับรู้เรื่องใด ๆ ทั้งสิ้นแล้ว เธอเดินมาตามเสียงเรียกร้อง เสียงที่เธอได้ยินคนเดียว


“ช่วยด้วย!! ฉันเป็นห่วงคนรักฉัน เขากำลังอดตาย”


เสียงนั้นดังมาตลอดนับแต่มินาเงี่ยหูฟังที่ริมระเบียงเรือนหลังที่สอง เธอยืนกับเพื่อนๆ แต่เธอได้ยินต่างจากคนอื่น ในห้องยามนี้มีคนสองคนชายกับหญิง ฝ่ายหญิงกำลังนั่งม้วนมวนหมากเป็นเรียวสวยอย่างบรรจง ก่อนเก็บลงที่กล่องไม้เล็ก ๆ มินามองตามเข้าไปในกล่องเล็กๆนั้นมีหมากตัวเล็กสวยเรียงรายนับสิบมวน


“พี่ทด ฉันจัดหมากให้พี่เท่าเวลาที่พี่เข้าป่าอย่าลืมกินให้หมดน่ะจ๊ะ”

ฝ่ายชายแค่พยักหน้าก่อนง่วนกับการจัดย่ามต่อไป ภาพคนทั้งคู่เลือนหายไปราวกับสายหมอกที่ถูกแสงแดดแผดเผา สักครู่มินามองเห็นสาวคนเดิมนั่งร้องไห้ที่กลางห้องร้องคร่ำครวญราว กับว่าคนรักได้ตายจากไปก็ไม่ปาน


“พี่ทดเอ้ยยยย หมากน้อยร้อยนิด หมากคิดเก็บถึง หมากกลึงรำพึง หมากตึงพึงตา พี่มารับไปเถิดดดดดดด”


เสียงราวท่องกลอนหรือบทสวดอะไรสักอย่างมินาเดินไปยืนข้าง ๆ เธอ แต่หญิงสาวผู้นั้นยังคงนั่งก้มหน้าร้องไห้อย่างโหยหวน ในมือที่กำแน่นๆ คือหมากตัวสวย ที่มินาเห็นหญิงสาวนั้นมวนกับมือเอง เมื่อสักครู่ แต่ยามนี้มันได้แหลกคามือไปเสียแล้ว มินาคิดนั่งลงถามเธอ


แต่ทันใดนั้นลมพัดมาวูบหนึ่ง เธอมองเห็นตัวเองเดินอยู่ในป่า ชายคนนั้นที่ชื่อทดกำลังยกปืน ขึ้นเล็งไปที่สัตว์ป่าตัวหนึ่ง มันคือ..เสือลายพาดกลอนตัวมหึมา!!!


อนิจจา...เขาไม่สามารถสังหารมันได้ แต่กลับกลายเป็นอาหารมื้อใหญ่ของเจ้าเสือร้ายในคืนนั้น เพื่อน ๆ นายพรานคนอื่น ๆ กว่าจะตามมาถึงนั้น ก็พบว่าทดที่นอนหายใจรวยริน ร่างกายขาดวิ่นแขนหายไปหนึ่งข้าง เนื้อต้นขาขวาถูกแทะหายไปจนเห็นกระดูก ทุกคนคิดจะพาเขากลับบ้านแต่แว่วเสียงของทดขอร้องว่า


“เรากลับไปไม่ได้แล้ว แคล้วเพื่อนรัก อย่าบอกรำนวลว่าเราตาย ฝังเราไว้ที่นี่เถิด”


ทดขาดใจตายอยู่ตรงนั้น เพื่อน ๆ ทุกคนได้ตกลงใจฝังเขาไว้ที่ตรงนั้น ตามที่เขาต้องการ และได้หลอกรำนวลตามที่ทดต้องการว่า ทดไปมีเมียใหม่


รำนวลเองโศกเศร้าเสียใจมาก แม้ว่าจะไม่เชื่อสนิทใจนักแต่แคล้วก็เป็นเพื่อนรักของทดเขาคงจะไม่หลอกลวงเธอแน่ๆ เธอคิดมากร้องไห้เสียใจทุกค่ำคืน และเมื่อถึงเที่ยงคืนตรงเธอจะลุกขึ้นมาพร่ำเพ้อถึงทด พร้อม ๆ กับตำหมากก่อนม้วนห่อหมากตัวเล็ก ๆ เก็บลงกล่องไม้รอทดกลับมากิน


และแล้วเดือนต่อมารำนวลก็ล้มเจ็บและหายจากไปโดยไม่เคยมีใครพบเห็น ไม่รู้เธอตายหรือเป็น แต่ทุกคืนตอนเที่ยงคืนตรงจะมีเสียงโหยหวนของ เธอลอยวนเวียนรอบเรือนทรงไทยที่นี่ เฝ้าตามหาหนุ่มคนรักอยู่เสมอ


“อีหนูเอ้ย ตามยายกลับไปเถิดยายก็อยากช่วยทวดของยาย แต่ว่ายายกับเขามีความเกี่ยวข้องกัน ทางสายเลือดยายไม่สามารถขุดศพคนทั้งคู่ออกมาได้เลย แม้มีคนบอกที่ฝัง แต่ยายไม่เคยมองเห็นศพทวดของยายเลยสักคน เอ็งมองเห็นมั๊ยช่วยทวดยายหน่อยเถิด”


มินาพยักหน้า มิน่าล่ะคนทุกคนที่มาพักที่นี่ชั่วคืนเดียว ก็รีบเผ่นหนีกลับไปเพราะยายของลุงทิวงศ์เล่นพาคนเหล่านั้นมาที่นี่นี้เอง แต่เธอก็มองเห็นแค่เพียงชายคนที่ชื่อทดเท่านั้น แล้วสาวรำนวลเล่า??


..............จบภาคที่(5)…………..




โดย : ขุนพลน้อย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 29 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 3 : 2 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com