Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 4)

เรื่อง :

ฤๅเพราะพรหมลิขิต

 (ตอนที่ 4)

อายุเธออยู่ในราวยี่สิบ หรืออาจมากกว่านั้นก็ไม่เกินสองปี เส้นผมบางละเอียดยาวเคลียไหล่ สีน้ำตาลแก่ไม่ดำสนิท เสียงฝนกลบเสียงที่เธอตอบคนข้างห้อง แม้จับความคำพูดเหล่านั้นไม่ได้ แต่เสียงเธอก็ใสน่าฟังไม่น้อย หน้าเรียวขาวสะอาดที่เห็นเพียงข้างๆ มีจมูกโด่งปลายเชิดนิดๆ บอกความดื้อไม่น้อย

อาการซบหมอน เอียงหน้าออกไปมองสายฝน ที่ตกไม่ลืมหูลืมตา ทำให้เขาเฝ้ามองเธอได้นาน แต่บาดแผลที่หน้า ทำให้เขาเริ่มมึนเล็กน้อย จึงหลับตาลง


“ไอ้บ้าห้าร้อย ไม่มีแรงทำงานรึ? ต้องมาขโมยเขากิน”


เขารับรู้ถึงตะหลิวที่เคาะลงที่หัวเขา แต่เขาแค่เหลือบมองเธอได้อีกครั้ง ก็มึนจนทรุดล้มลงที่ระเบียงตรงนั้น ก่อนสลบไปเขายังได้ยินเสียงใสๆอุทธรณ์ต่อว่า


“นี่นายทึ่ม ที่หน้าแตกนี่ ชั้นไม่เกี่ยวน่ะ ชั้นแค่ตีหัวแก”


เขาหลับอยู่สองวันเต็มๆด้วยพิษไข้ บวกกับบาดแผลที่หน้า แต่แม้กระนั้น เขาก็มีสติบางพัก อาการสลึมสลือ ที่หลับๆตื่นๆ บอกให้เขารู้ว่า สาวน้อยแปลกหน้าคนนี้ คอยเช็ดหน้าป้อนยา ป้อนน้ำข้าว ยามเขาลุกนั่งได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เธอทำโดยไม่รังเกียจ ไม่รับรู้เขาเป็นคนดีเลว ที่ทำไปทุกอย่างล้วนบริสุทธิ์ใจทั้งสิ้น

วันที่สามที่เขาเริ่มรู้สึกตัว เธอเพียงสั่งสั้นๆว่า


“ชั้นต้องไปทำงานก่อนน่ะ ถ้าหิวมีข้าวต้มอยู่ในครัว”


แต่เขายังเพลียจนไม่คิดขยับตัว แม้ท้องจะร้องเตือนหลายหน เย็นลงสาวน้อยหน้าหวาน จึงกลายเป็นแม่ครูแก่ ที่เริ่มบ่นตั้งแต่จับเขานั่งป้อนข้าวคำแรก ไปจนหมดชาม ก็ยังบ่นอยู่ไม่เลิกลาง่ายๆ เขาเริ่มอิ่มและเริ่มมีแรงขยับตัวได้ดีขึ้น จึงรวบร่างเล็กบางของสาวน้อยตาโตคนนั้นมาจุมพิต

สาวน้อยหน้าแดงก่ำ ก่อนลุกไปอาบน้ำแก้เก้อ จากนั้นก็มาถึงรายการพยุงเขาไปห้องน้ำ ทำธุระเสร็จ เธอเช็ดเนื้อตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อให้ ขณะที่เขาคิดถอดกางเกง เสียงร้อง ว๊ายๆๆดังลั่น จน “เสือยิ้มยาก”อย่างเขากลั้นไม่อยู่ ต้องปล่อยก๊ากกก แม้จะเจ็บแผลที่ตึงบวมที่หน้าก็ตาม ที่แท้เธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์นั่นเอง เขาเข้าไปเปลี่ยนกางเกงที่ฉากกั้น จากนั้นสาวน้อยแปลกหน้า ก็สั่งเขานอนลง นำผ้ามาห่มให้เขา ราวกับเขาเป็นเด็กทารก


ความรู้สึกละมุนละไม เริ่มซึมซับเข้ามาในชีวิต 25 ปีมานี้ เขาผ่านสาวนับสิบ แต่เป็นครั้งแรก ที่เริ่มคิดว่า..รักเธอ..ชาอุ่น



“ทำไมชื่อชาอุ่น อย่าบอกน่ะว่าชอบดื่มชา”

“ป่าว ชั้นชื่อชาอุ่น เพราะยายตั้งน่ะค่ะ ยายชอบดื่มชาร้อนๆที่สุดค่ะ”



ครั้งนั้นเขาหลบกบดานรักษาตัวที่บ้านเช่าเธอ สี่วัน ก่อนจากไป เขาถอดแหวนที่ซื้อเองสลักชื่อเขาเป็นครั้งแรก ในวันที่เขาชกมวยชนะเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งเขาเชื่อว่ามันเป็นแหวนนำโชคมาให้เขาเสมอ ..ให้เธอไว้..สาวที่เขา..รักคนแรก


สี่วันที่ชาตินี้ทั้งชาติ แม้ชาติหน้ามีจริง เขาก็พร้อมที่จะทำทุกสิ่งเพื่อได้อยู่เคียงข้าง เฝ้าปกป้องดูแลเธอ ชีวิตไอ้นัทคนนี้ สาวที่รักที่สุด มีเพียงสองคน น้าจุ๋ม ที่รักและเลี้ยงเขาดังลูกของตน ที่ทุกวันนี้ เขายังต้องหาเงินก้อนใหญ่ไป จ่ายให้ทางโรงพยาบาล “เป็นพิเศษ”ทุกเดือน เพื่อให้คนที่นั่น ดูแลน้าจุ๋ม ผู้เป็นเสมือนแม่เขาให้ดีที่สุด เขาติดสินบนแม้กระทั่ง คนทำความสะอาดห้อง

ไอ้อีหน้าไหน กล้าข่มเหงรังแกแม่จุ๋ม ให้บอกเขา มันผู้นั้น ต้องได้รับผลตอบแทน อย่างสาสม แม่จุ๋มของเขา จึงยังอยู่ดี มีสุขที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้น ด้วยรายจ่ายเดือนละไม่ต่ำกว่าแสนบาท เขาจ่ายอย่างไม่เสียดายเลย


ส่วนสาวที่สองในชีวิต คือสาวน้อยเบื้องหน้าคนนี้ ไอ้นัทพร้อมแล้วที่จะทำทุกอย่างเพื่อเธอ รออีกหน่อยเถิดน่ะ รอไอ้นัทเก็บเงินได้สักพัก แล้วเราจะไปจากทุกสิ่งที่นี่ ไปหาชีวิตข้างหน้า ที่ดีและสะอาด เหมาะกับเธอ แม้ว่าจะให้ไอ้นัทไปอยู่ถึงในป่า ไอ้นัทก็พร้อมที่จะไปเพื่อเธอ ..รอไอ้นัทอยู่ที่นี่เถิดน่ะ..สาวน้อยคนดี


แต่แล้วเธอก็ถูกย้ายอีก หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ผ่านไปเดือนกว่า เขาพบเธอครั้งที่สอง ที่สาขาสมุทรสาคร เธอถูกส่งไปเป็นพนักงานชั่วคราวที่ร้านมินิมาร์ท ที่นั่น ขณะที่เขาไปคุมรถแข่งที่จัดแข่งแถวนั้น สิบแปดวัน ทุกเย็นที่เขาว่างงาน จะพบเธอมายืนรออยู่แล้ว แม้งานจะยุ่ง จนเหนื่อยและเพลียแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยปฎิเสธเธอสักครั้งเดียว

“พาอุ่นไปดูพระอาทิตย์ตกได้ไหมค่ะ?”


และเช้าวันสุดท้าย ของการแข่งขันเสร็จสิ้นลง เธออ้อนขอไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แม้จะไม่ได้นอนหลังเลิกงาน แต่เขาเต็มใจทำเพื่อเธอ....ชาอุ่นที่รัก.. เขานั่งเคียงข้างเธอ ศรีษะเล็กๆ ที่มีผมหนานุ่มซบมาที่บ่าเขา เธอเผลอหลับ แต่เขาก็พร้อมจะทน แม้จะเริ่มชาที่บ่า นาน..และนาน จนดวงอาทิตย์สีส้มนวลๆเริ่มแย้มหน้าออกมา



“วาววววววสวยจังเลยนัทจ๋า”

เขาสะดุ้งตื่น เพราะเสียงใสๆข้างตัว กอดเขาแน่นนั่นเอง รอยอุ่นกลิ่นกายละมุน จากเรือนร่าง ที่หอมด้วยแป้งเด็กผสมกับกลิ่นกายธรรมชาติ ทำให้เขาเกิดอารมณ์ทันที เขารวบร่างนั้นมากอดตอบ แน่น.. นาน..แต่แล้วเขาก็ได้สติเพราะเล็บยาวๆที่กดลงที่ต้นแขน

“โอ๊ยเจ็บ”

เสียงหัวเราะใสแหลม ที่กระโดดโลดเต้นไปมา ช่างเป็นภาพที่เขาอยากพิมพ์ไว้ชั่วชีวิตนี้จริงๆน่ะ


จากวันนั้น เขาเริ่มสาบานกับตนเอง จะไม่แตะต้องสาวใดอีกต่อไปนอกจากเธอ เขาไปสักชื่อเธอ เพื่อเตือนสติทุกเวลา ยามใกล้สาวงาม ..หลังจากนั้นหนึ่งเดือน เมื่อเขาปลีกเวลาไปพบเธอ เขาก็พบว่าเธอถูกสั่งย้ายอีกแล้ว???


แล้วการพบเธอครั้งที่สามก็มาถึง..เดือนที่ห้าเขาไปกรุงเทพฯ พบเธออีกครั้งที่ตรอกจันทร์ ที่จริงถ้าเขาจะสังเกตสักนิด จะพบความผิดปรกติของ “นาย” แม้ว่าเพิ่มพูล หนุ่มใหญ่วัย 45ไม่เคยมีข่าวว่าชอบสาวรุ่นๆมาก่อน แต่การที่นายมักย้ายชาอุ่น ไปสาขานั่นบ้าง สาขานี้บ้าง ในยามนี้เมื่อมาย้อนคิด จะเห็นได้ว่านายหวงเธอ แม้ไม่แสดงชัดๆ แต่การย้ายเธอตามที่ทุกที่ๆนายต้องไปคุมงาน ก็เป็นเครื่องหมายบอกทางอ้อมแล้วนี่นา นายอยากเอาเธอไว้ดูแล “ใกล้ๆนั่นเอง”

“นู๋อุ่น ผมผ่านมาทางนี้ กินข้าวที่ร้านนี้ ทอดมันปลา กับข้าวผัดปู รสชาดไม่เลว เลยซื้อติดมือมาฝากน่ะ”

“แหวนวงนี้กับจี้เพรชอันนี้ เป็นของที่คนเอามาปล่อยกับผม มันเล็กเกินไป เก็บไว้ก็ไม่ค่อยได้ราคา ไหนๆผ่านมาทางนี้เลย คิดว่าเอามาให้นู๋อุ่นใส่เล่นแล้วกันน่ะ”

“ผ้าไหมผืนนี้ ทางร้านเขายกให้ ผมว่าสีเหมาะกับนู๋อุ่นจริงๆน่ะ”

ทุกครั้งทุกคราว นายมักอ้างโน้นนี่ แต่นายเคยที่ไหน ให้ข้าวของคนที่ไม่มีผลประโยชน์กับนาย แถมเอาไปให้ด้วยตัวเอง???


“แล้วทำไมนายฆ่าเธอ?”


นัทคิดวนเวียนไปมา เกี่ยวกับเรื่องที่ชาอุ่นหายไปอย่างลึกลับ ถ้ายายหลิวของอาเส่งพูดจริง..ศพเธอตอนนี้อยู่ที่ไหนน่ะ?..แล้วเกิดอะไรขึ้น?..ทำไมนายถึงไม่คิดตามหาเธอ ทำไมนายต้องปิดบังเขาด้วย?

ทุกอย่างล้วนมืดมนไปหมด..คงเหลือแค่รอยายหลิว..ยายบอกว่าต้องรอวันขึ้น๑๕ค่ำ ถึงจะทำพิธีเชิญวิญญาณเธอมาสอบถามได้?..อีกตั้ง ห้าวัน เฮ้อ เขาจะทำเช่นไรดีหนอ?..ถึงจะรู้ความจริงได้เร็วที่สุด


ขณะนั้นลมโชยมาวูบหนึ่ง กลิ่นที่ลอยมาตามลม ทำให้นัทคิดถึงชาอุ่นทันที กลิ่นแป้งเด็กที่ชาอุ่นมักทาหลังอาบน้ำทุกครั้ง..ชาอุ่นที่รัก..เธออยู่ไหน..พี่คิดถึง


ถ้านัทมีตาวิเศษอาจได้เห็นว่า ยามนี้ข้างหน้าเขา สาวคนรักกำลังยืนร้องไห้ ร้องเรียกหาเขา.... “นัทช่วยอุ่นด้วยยยย!!!”


..จบ..ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 4)…



โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 5 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 13 : 25 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com