Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 5)

เรื่อง :

ฤๅเพราะพรหมลิขิต

 (ตอนที่ 5)

ชาอุ่นเริ่มถอนใจยาว ช่างเบื่อหน่ายกับคนๆนี้เสียเหลือเกิน แต่เธอก็ไม่มีตาทิพย์ ที่จะมองเห็น เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ เธอจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่า คนๆนี้ไม่ใช่ แค่เปลี่ยนแปลง ชีวิตเธอเท่านั้น แต่วันหนึ่งข้างหน้าชีวิตเธอ..ต้องจบสิ้นลงแต่ยังสาว....เพราะคนๆนี้ด้วย
“ นายเพิ่มพูล”!!!


เขาเป็นนายจ้างที่เมตตาเธอมาตลอด แม้ว่าจะร้ายกาจกับใครมากมายก็ตามที และเพื่อนๆ ที่ทำงานมักล้อเลียนเธอเสมอ..จะได้เป็นนายผู้หญิงแล้วน่ะจ๊ะ

แต่แปลกเธอกลับไม่เคยรู้สึกรู้สา กับความเมตตาและเห่อเหิมความมั่งมีเหล่านั้นเลย ตลอดเวลาเธอเพียงรู้สึก เขาเป็นเสมือนพี่ชายคนโต ที่คอยมองดูและช่วยเหลือน้องเล็กเท่านั้นเอง ใจของเธออยู่ที่เขาตั้งหาก “นัท” ชายหนุ่มผิวคล้ำตาโต หน้าเรียวบาง ที่มีริมฝีปากอิ่มหนา น่ามอง คนนั้น


“ พรุ่งนี้ผมมารับตอนหกโมงเช้าน่ะครับ คุณตื่นไหวแน่น่ะ”


นัทมักสั่งย้ำทุกครั้ง เพราะรู้ว่าชาอุ่นมักต้องทำงาน “กะดึก” ที่จะเลิกงานตอนเช้า เธออยากย้าย ไปทำรอบเช้าบ้าง แต่เพิ่มพูลมักอ้างสารพัดปัญหา แต่เพื่อนๆพนักงาน เดียวกันรู้ดีว่า เพราะตอนดึกๆ นั้นเพิ่มพูลจะว่างงานจะแวะมาชวนคุยได้สดวก อีกทั้งเขามักส่งเธอ ไปตามที่ห่างไกล จากชุมชน เป็นส่วนใหญ่

“เขากลัวหนุ่มๆมาตามจีบเธอน่ะพี่ว่า”

พี่ศรี หัวหน้างานมักกระซิบบอกทุกสิ้นเดือน ที่เธอถูกสั่งย้าย จนเธอเริ่มชินชาเสียแล้วสิ


ทุกครั้งที่ได้ไปเที่ยวทะเลกับนัท.ชาอุ่นรู้สึกว่าชีวิตเธอ มีความหมาย กับการดำรงอยู่ มากยิ่ง ขึ้น การได้นั่งเคียงข้างกัน มองดูดวงตะวันสีส้ม ที่ ค่อยๆโผล่หน้ามาช้าๆ ในตอนเช้าตรู่นั้น ช่างเหมือนยาวิเศษ ที่ทำให้ชาอุ่นเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นทุกที


ชาอุ่นเป็นเด็กสาวที่มีปัญหาครอบครัว แตกต่างจากคนอื่น เธอมีทั้งพ่อและแม่ แต่พ่อกับแม่มักแสวงหาก็แต่ความสุขของตน โดยคิดแค่ว่า มีเงินทองให้เธอจับจ่าย มียายคอย อบรมเธอก็เพียงพอแล้ว..



จริงอยู่ยายมักพาเธอไปวัดอบรมให้เป็นคนดี แต่วัดไม่เคยช่วยให้ใจเธอหายเหงาได้ จะมีก็แต่ความสงบ ของวัด ทำให้เธอมีสมาธิ ทำให้เธอเกิดมีพลังจิตขึ้นชนิดหนึ่ง ซึ่งเธอเองก็ไม่เคยรู้ มาก่อน

มันเป็นพลังจิต ธรรมชาติ ที่บริสุทธิ์ ที่เกิดจากความสะสมพลังงานมาแต่เด็ก นั่นคือ การสร้างฝันที่เธออยากมีคนรักสักคน


และเมื่อชาอุ่นได้เจอนัท ชาอุ่นก็มั่นใจว่า จะไม่มีวันเลิกรักเขาได้ตลอดไป เธอเริ่มสะสม ความ ต้องการตัวเขาออกมาเป็นรูปแบบที่เธอฝัน จนมันเริ่มเกิดเป็นพลังจิตที่ยึดมั่น

ทุกครั้งที่เพิ่มพูล ย้ายเธอไป ทำงาน ที่ใดก็ตาม..เธอจะสามารถ..”ส่งพลังงานความคิดถึงไปให้นัท” เขาจึง “บังเอิญ” มาพบเธอได้อยู่เสมอ


ความรักของเธอกับนัทงอกงามมากเท่าไร พลังจิตของเธอก็มากขึ้นตามไปด้วย ยิ่งเมื่อเธอ เหลือบไปเห็น รอยสักชื่อเธอ ที่ต้นแขนของนัท เธอรู้แล้วว่า ชีวิตนี้เธอพร้อมจะบุกน้ำลุยไฟ ไปกับเขาทุกที

แม้ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อย แทบขาดใจ เธอก็พร้อมที่จะทน เธอจะสร้างรังรักของเธอกับนัท แล้ว มีลูกเล็กๆและจะคอยดูแล สั่งสอนอบรมอย่างใกล้ชิด ให้ลูกรักทั้งเธอและนัทให้ได้

จะไม่ทำให้ลูกชิงชังเธอ..เหมือนที่เธอชิงชังพ่อกับแม่ มาตลอดชีวิต เธอจะทำให้ลูกรู้ว่า ลูกคือโซ่ทองคล้องใจพ่อกับแม่..จริงๆนะ ไม่ใช่ภาระหน้าที่ๆน่า เบื่อหน่าย.. ดังที่พ่อกับแม่สร้างเธอขึ้นมา.


พ่อกับแม่ก็เหมือนคนหนุ่มสาวสมัยใหม่ ที่พร้อมจะหาความสุขใส่ตัวทุกเวลา อาจจะ จริงอยู่ว่า แม่กับพ่อก็เคยรักเธอ เมื่อยามเธอเกิดใหม่ๆ เด็กทารกที่หน้าตาน่าเอ็นดู ล้วนทำให้ คนอยากเข้า ใกล้ ชิดอยู่เสมอนี่นา

แต่เมื่อนานวัน ภาระที่มากขึ้นกอรปกับค่าครองชีพที่เข้ามาเบียดเบียนความสุขทุกๆเดือน เธอก็เริ่มกลายมาเป็น

”เสมือนเสื้อที่ใส่แล้วระคายตัวสำหรับพ่อกับแม่”

พ่อกับแม่ซึ่งเคยชินกับการเป็นลูกรักคนเดียวในบ้าน เริ่มเกี่ยงงอนที่จะรับภาระของตัวเธอ นี่ยังดีนะ ว่าพ่อกับแม่หน้าตาดีกันทั้งคู่ จึงเรียกความสนใจจากคนอื่นได้ตลอดเวลา

ซึ่งพลอยทำให้ ยายกับเธอไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงินทอง ที่พ่อกับแม่ผลัดเปลี่ยนส่งมาให้ใช้จ่ายอยู่เสมอ ขาดก็เพียงแต่ ความอบอุ่นของครอบครัวเท่านั้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทำร้ายใจชาอุ่น และทำให้เธอโหยหามาแต่เล็ก


“น้องเปิ๊ล แม่ห้ามกี่หน ไม่ให้เล่นกับยัยเด็กอุ่น อยากมีผัวตั้งแต่ยังเล็กรึไงน่ะเราเนี๊ยะ”


“น้องป๊อก คราวหน้าแม่เห็นเราพาเด็กอุ่นมาเล่นที่บ้านอีก แม่จะตัดเงินค่าขนมของเราทั้งเดือนน่ะ”

ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่พ่อแม่ของเด็กโรงเรียนอนุบาลแห่งนั้น มักแสดงลับหลังยาย และแสดงความ รังเกียจต่อหน้าต่อตาเธอ จากเด็กไร้เดียงสาในวัย 5 ขวบจนเติบโตเป็นสาวรุ่นวัย 15-16 เธอจึงมีเพื่อน สนิทเหลือเพียงคนเดียว คือแก้ว


เมื่อยามเป็นเด็ก ทุกวันพระยายมักพาเธอไปนอนที่วัดด้วย เธอมักเข้าไปกราบ หลวงพ่อองค์โตๆ ที่โบสถ์ จากเด็กที่ไร้เดียงสา บริสุทธิ์ผุดผ่อง ความคิดแน่นิ่งเป็นพลังงานให้เกิดสมาธิได้เร็ว เธอมัก ก้มลงกราบอธิฐานอยู่ข้างๆยาย ว่า

“หลวงพ่อเจ้าขา ขอให้อุ่นได้พบคนรักอุ่นจริงๆสักคนด้วยเทอญ”


พลังจิตบางครั้งอาจเกิดได้ยากเย็น แต่บางเวลากับบางคน ก็ง่ายจนยากแก่การเชื่อถือ

ดังเช่นการที่สาวท้องโย้ใกล้คลอด เมื่อเกิดเพลิงไหม้บ้าน เธอก็สามารถลากลูกคนโต อุ้มลูกคนเล็ก อีกทั้งหอบหิ้วข้าวของมีค่า วิ่งหนีไฟข้ามไปได้ไกล หลายร้อยเมตร

โดยไม่รับรู้ถึงความเหน็บเหนื่อย จากน้ำหนักที่แบกไปด้วยฉันใด ชาอุ่นก็เป็นฉันนั้น


“ปัง!!”

เสียงปืนนัดนั้น ทำให้ชาอุ่นสะดุ้งเฮือกชานิ่งสักครู่ ก่อนร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด เมื่อกระสุนแล่นผ่านชายซี่โครงเธอ

เธอรู้แล้ว เพิ่มพูลใจอำมหิตที่หลบอยู่เบื้องหลังเธอ..ต้องการให้เธอตายแทน


“ไม่!!!ฉันไม่ยอมตาย ฉันจะคอยพบนัทของฉัน”


พลังจิตขุมหนึ่งเกิดขึ้นทันที หมอกบางๆที่ล้อมรอบตัวชาอุ่นใสบาง เนียนจนตาเนื้อ คนธรรมดา ยากจะมองเห็นได้ ปกป้องกระสุนนัดแล้วนัดเล่า ที่แล่นเข้าตัวเธอ ดังเสมือนทิ้งกรวดลงน้ำ

ชาอุ่นหลับตานิ่งตกอยู่ในสมาธิ พลังจิตคุ้มครองชีวิตเธอบังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตราบจนเพิ่มพูลสั่งคนทิ้งร่างเธอลงทะเล เธอยังไม่ตาย!!!

เธอยังหลับแน่นิ่งอยู่ในพวัง ที่คิดถึงคนรักเป็นที่ตั้ง สมาธิที่ฝึกมาแต่เด็ก เริ่มเกิดพลังงานคุ้มครองตัวเธออย่างหนาแน่น

ยามนี้มองผิวเผิน เธอคือ คนตายแล้ว.. แต่ที่จริงเธอเหมือนสัตว์จำศีลทั่วๆไป.. ที่ไม่เคลื่อนไหว หลบนิ่งนั่นเอง


“นัทช่วยอุ่นด้วย อุ่นหนาว หิว แล้วก็กลัวเหลือเกิน ที่นี่มืดจริงๆน่ะ”

นัทสะดุ้งตื่น เขาเริ่มเชื่อแล้ว ชาอุ่นต้องมาหาเขาแน่ๆ มาเพื่อบอกว่า เธออยู่ที่ไหน แต่มันมืดเหลือเกิน เขามองเห็นไม่ชัดเจน แต่เขาคิดว่ามันช่างคล้ายถุงกระสอบ ชาอุ่นอยู่ในถุงกระสอบ??

“คุณพระช่วย!!!”

……..จบ..ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 5)…………



โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 7 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 17 : 22 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com