Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> อวสาน..ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 10)

เรื่อง :

อวสาน..ฤๅเพราะพรหมลิขิต

 (ตอนที่ 10)

ข้าวตังสะดุ้งตื่น ร่างกายเย็นเฉียบยังคงเกร็ง จนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้อยู่อึดใจ เธอต้องพยายามขยับแขนขา ให้เลือดค่อยๆฉีดขึ้น จนอบอุ่นเป็นปรกติ

“ฝันประหลาด ใกล้จะสิ้นสุดแล้วสินะ”

ข้าวตังรำพึงกับตัวเอง

จากครั้งหลังสุดที่เธอตามแม่ไปวัด เธอก็เริ่มฝันประหลาด จากแรกๆที่ฝันเพียงมัวๆขาดๆ เหมือนการต่อภาพจิ๊กซอร์ เมื่อฝันซ้ำซากนานวันเข้า รายละเอียดก็ยิ่ง เพิ่มมากขึ้น ชัดเจนขึ้น เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น จนเธอปะติดปะต่อเรื่องราว ได้จนจบ..เรื่องในอดีตชาติที่เธอฆ่าน้องสาวฝาแฝดนั่นเอง

จนมาบัดนี้ เธอรู้แล้วว่า มันคือลางสังหรณ์ของคนตาย!!คนตายที่ต้องชดใช้ หนี้ชีวิตให้น้อง เธอจึงขอแม่กลับมาพักที่บ้าน ไม่นอนที่วัดอีกต่อไป แม้ว่าทุกวันนี้ โรคหัวใจของเธอ จะไม่เคยแสดงอาการออกมาอีกแล้ว ราวกับว่าหายสนิท

แต่เธอเท่านั้นที่รู้ดี มันคืออาการขั้นสุดท้าย ที่เตือนสติคนก่อนตาย ให้รีบจัดการกับเรื่องราวที่ยังเป็นห่วง จัดการกับปัญหาที่ยังกังวลก่อนจากโลกนี้ไป ข้าวตังเมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็สั่งคนใช้ ให้เปิดห้องเก็บของ จากนั้นเข้าไปนำข้าวของส่วนตัว ที่ห้องนอนของเธอออกมา จัดแบ่งให้กับญาติๆ และเพื่อนบ้าน รวมทั้งเพื่อนสนิทคนนั้น พี่พงศ์ที่เธอแอบรักเขา

“มือถือรุ่นนี้ ข้าวได้จากพ่อเป็นของขวัญวันเกิด เมื่อสองวันก่อนค่ะ”

“น้องข้าวครับ ควรเก็บไว้ใช้เองน่ะครับ ของขวัญจากพ่อน่ะ”

“พี่พงศ์คิดว่า มือถือทุกรุ่น ถ้าไม่มีแบตเตอรี่ จะใช้ได้ไหมค่ะ?”

พงศ์มองหน้าคนถาม พักนี้เธอแปลกผิดตา ราวคนละคน ขนข้าวของแสนหวงทุกชิ้น ออกแจกจ่ายคนทั่วไปหมด ทั้งที่เป็นคนงกข้าวของที่สุด เท่าที่เขาเคยพบคนมา เขารู้ว่าเธอรักเขา และแม่ก็เชียร์เขาอยู่บ่อยๆ แต่สิ่งที่เขาทนเธอไม่ได้จริงๆ ก็คือการหวงข้าวของเกินเหตุนี่แหละ


เขายังจำวันนั้นได้ดี เมื่อเขามาเยี่ยมเธอพร้อมกับแม่ ขณะนั้นเธอ กำลังสั่งคนใช้ที่บ้าน ให้ไปขนเสื้อผ้าเก่าๆ เมื่อปีกลาย ที่แม่ของเธอให้เด็กคนนั้นไปใช้ เธอทวงคืนมา เพื่อนำไปเก็บไว้ ที่ห้องเก็บของตามเดิมเท่านั้นเอง เขาจึงหมั่นใส้ พูดกระทบเธอ ให้เข้าใจผิด คิดว่าเขารังเกียจเธอเพราะไม่ชอบพ่อเธอ


“ข้าวให้พี่พงศ์ค่ะ สักวันพี่พงศ์จะเข้าใจ ข้าวเหมือนมือถือรุ่นนี้ในสายตาของพ่อ มันเป็นของแพงมีค่า ที่พ่อมอบให้ด้วยความรัก แต่ข้าวเป็นมือถือที่ไร้แบตเสียแล้วค่ะ มันเลยไม่สามารถใช้งานได้อีกแล้ว”

วันนี้เธอขนข้าวของมาเต็มคันรถ มาแจกคนในบ้านเขาทั้งหมด รวมไปถึงเพื่อนบ้านอีกหลายคน ที่เธอเคยไม่ชอบหน้าเขาเหล่านั้นมาก่อน ทุกคนออกมารับของฝากด้วยความงุนงง แล้วก่อนเธอจะกลับไป สิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่า ว่าตัวเองจะพูดกับเธอมาก่อน มันก็หลุด
จากปากเขาไปอย่างไม่รู้ตัว

“ข้าวเอาแหวนที่ไหนมาใส่น่ะ ทำให้นิ้วช้ำไปหมดแล้ว..”

หรืองกไปริบคืนจากใครมาอีกสิน่ะ?

ประโยคท้ายนั่นเขาแค่คิดในใจเท่านั้น ก็คนอย่างเธอ ยอมสะที่ไหน แม้จะของเก่าเก็บนานหลายปี เธอก็ยังดื้อรั้น จะยึดคืน ถ้าเกิดไปพบเห็นเข้าอีกครั้ง ทั้งๆที่ตัวเอง ก็สวมใส่ใช้สอยไม่ได้

“ข้าวตื่นขึ้นมา มันก็อยู่ติดที่นิ้วแล้ว คิดถอดก็ถอดไม่ออกค่ะพี่พงศ์ ถามคนทั้งบ้าน ก็ไม่มีใครตอบได้ว่า ใครกันที่เป็นคนเอามาสวมให้ข้าว ตอนที่หมอสาทิชมาฉีดยาบำรุง แล้วข้าวเพลีย เผลอหลับไป ตอนนั้นมันก็ยังไม่มีแหวนนี้เลยน่ะค่ะ”

พงศ์พยักหน้ารับรู้ เดินมาเป็นเพื่อนส่งเธอถึงที่รถ คนขับรถที่บ้านของเธอ รีบลงจากรถ มาเปิดประตูตอนหลังรออยู่ทันที เขาโบกมือแล้วหันหลัง แต่ก่อนที่เธอขึ้นรถ เขาเหลียวกลับไปมองเธออีกหน ก่อนกระพริบตาอย่างตกใจ...เธอไม่มีเงา!!!


ดึกคืนนั้น ข้าวตังนอนดิ้นทุรนทุรายกับฝันร้าย เธอตกใจจนเผลอร้องกรี๊ดลั่นบ้าน แม่กับยายพลอยตื่นขึ้นมา เมื่อเธอระงับสติได้ แม่ก็ขอให้เธอกินยานอนหลับสักเม็ด เพื่อจะได้หลับต่ออย่างสบายใจ ขณะที่เคลิ้มๆจวนหลับนั้น เธอเห็นร่างสาวคนหนึ่ง เป็นเงาจางๆ เธอคนนั้นเดินมายืนที่ข้างเตียง ของข้าวตัง พร้อมกับหญิงชราผู้หนึ่ง

“หนูเหมย คืนร่างให้น้องเสียเถิดน่ะ แล้วหนูจะได้พ้นทุกข์ ไปเกิดใหม่ ไม่ต้องทนทรมานกับร่างที่ป่วยออดแอดตลอดชีวิต อีกต่อไป”


ข้าวตังมองเด็กสาวคนนั้น นี่หรือน้องสาวในอดีตชาติของเธอ ที่ถูกเธอฆ่าตายด้วยยาเบื่อหนู เอาเถิดน่ะ ฉันก็เบื่อกับชีวิตคนป่วย แบบนี้มานานแสนนานแล้ว ฉันจะคืนร่างให้เธอ แล้วเราสิ้นสุดเวรกรรมกัน แค่นี้เถิดน่ะไหม พี่จะไปเกิดใหม่สักที แต่ก่อนพี่ไป เธอช่วยพี่สักเรื่องสิ ช่วยดูแลแม่รื่นของพี่ได้ไหม?”

ชาอุ่นพยักหน้า วิญญาณของข้าวตัง จึงลอยสูงขึ้น สูงขึ้น แล้วค่อยๆลอย ออกไปที่นอกหน้าต่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ จากยมโลกมายืนรอรับเธออยู่แล้ว จากนั้นวิญญาณสีเหลืองอมทองของชาอุ่น ค่อยๆลอยเข้าร่างข้าวตัง ยายหลิวมองอย่างพอใจ วิญญาณเธอ เป็นสีเหลืองอมทอง แสดงให้เห็นว่า กรรมเก่าของเธอได้สิ้นสุดลงแล้ว ต่อไปนี้นัทกับเธอ จะได้ครองรักกันสักที และหล่านฟ้าแม่ของนัทในชาติก่อน จะได้ไปเกิดใหม่อย่างหมดห่วง
..........................................................


ข้าวตังสะดุ้งตื่น ด้วยเสียงล้งเล้งของคนใช้ในบ้าน ที่วิ่งวุ่นกับการปฐมพยาบาล คุณนายรื่น ที่เป็นลมล้มพับไป เมื่อเห็นภาพประกาศข่าว..เพิ่มพูลถูกยิงตาย ที่หน้าบาร์แห่งหนึ่ง ตำรวจสันนิฐานว่า เกิดจากการขัดผลประโยชน์กันเอง

“แม่เป็นไงบ้างค่ะ?”

รื่นเงยหน้าขึ้นมองลูกสาวเธอ ก่อนกระพริบตาอีกครั้ง จ้องหน้าข้าวตัง นิ่งนาน ก่อนยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าสาวน้อยเบื้องหน้าเธอ คือข้าวตัง ไม่ใช่คนแปลกหน้า อย่างที่ตอนแรกเธอพบเห็นเข้า

“แม่คงตาฝาดไปน่ะ เห็นหน้าใครก็ไม่รู้สิ”


…..จบ..ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 10)……


โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 14 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 18 : 6 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com