Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
<

>> มนตรา (บทที่4)

เรื่อง :

มนตรา

 (บทที่4)

สตรีสวยงามทั้งสอง รูปโฉมงดงามราวกับนางฟ้า ตะวันอธิราชสวมชุดที่ถูกตกแต่งมาเป็นอย่างดี อาภรณ์แบบบางแลดูพลิ้วไหวยามต้องลม บนศรีษะสวมหมวกทรงสูง ใบกว้าง ที่ถูกตกแต่งประดับประดาด้วยเครื่องประดับที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ แต่ที่ดูน่ากลัวคือใบหน้าตรงส่วนดวงตาและเล็บตรงปลายนิ้วมือที่ยาวและแหลมคม จนทำให้นึกไปถึงสตรีงามที่ดูร้ายกาจ มีอำนาจมากในจินตนาการของคนส่วนใหญ่ เธอผู้นั้นนั่งนิ่ง ตัวตรง ใบหน้าเชิด ปราศจากความรู้สึกใดๆ ส่วนสตรีอีกผู้หนึ่ง นั่งอย่างงามสง่าเยื้องลงไปทางเบื้องล่าง เธอนั่งขัดสมาธิกับพื้น ลำตัวตั้งตรง อิริยาบถสงบเรียบร้อย ดวงหน้าเฉยชาไร้อารมณ์ อย่างผู้ทรงสมาธิ
“มนตร์บทเบื้องสูง ระยะหลังนี้มีมากขึ้นทุกที เป็นมนตร์ที่ส่วนใหญ่ถูกร่ายขึ้นโดยเทพและมาร ส่วนผู้ร่ายมนตร์บทพุทธคุณ อำนาจแห่งมนตร์ก็ลดน้อยลงไปทุกที มนตร์บทแผ่เมตตาที่เคยค้ำจุนโลกไว้ ส่วนมากที่ทรงอานุภาพก็มาจากทางฝ่ายเทวะทั้งนั้น” ร่างที่นั่งสมาธิพูดขึ้น
ผู้นั่งอยู่บนแท่นสูงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ หลังจากนั้น ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบ ไร้คำพูดใดๆหลุดออกมาจากปาก
อำนาจฝ่ายมาร นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นทบทวี ตราบใดที่มนุษย์บนโลกห่างไกลศีลธรรม
โลกใบนี้มีพลังงานมากมายยึดโยง แอบแฝง พลังงานที่อยู่เหนือโลกปรากฎการณ์ ตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ก่อนที่โลกนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ผู้ที่ครอบครองคือเหล่าเทวะ เวลาต่อมาอีกช้านาน เทวะและเทวะเกิดรบราและฆ่าฟันกันเอง ศึกสงครามเทวะเมื่อครั้งโบราณ ก่อให้เกิดแสงสว่างและความมืดมิดเป็นผลลัพธ์ตามมาทีหลัง เทวะในยุคต้นโลกถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน และนั่นคือจุดเริ่มต้นสตรีสวยงามทั้งสอง รูปโฉมงดงามราวกับนางฟ้า ตะวันอธิราชสวมชุดที่ถูกตกแต่งมาเป็นอย่างดี อาภรณ์แบบบางแลดูพลิ้วไหวยามต้องลม บนศรีษะสวมหมวกทรงสูง ใบกว้าง ที่ถูกตกแต่งประดับประดาด้วยเครื่องประดับที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ แต่ที่ดูน่ากลัวคือใบหน้าตรงส่วนดวงตาและเล็บตรงปลายนิ้วมือที่ยาวและแหลมคม จนทำให้นึกไปถึงสตรีงามที่ดูร้ายกาจ มีอำนาจมากในจินตนาการของคนส่วนใหญ่ เธอผู้นั้นนั่งนิ่ง ตัวตรง ใบหน้าเชิด ปราศจากความรู้สึกใดๆ ส่วนสตรีอีกผู้หนึ่ง นั่งอย่างงามสง่าเยื้องลงไปทางเบื้องล่าง เธอนั่งขัดสมาธิกับพื้น ลำตัวตั้งตรง อิริยาบถสงบเรียบร้อย ดวงหน้าเฉยชาไร้อารมณ์ อย่างผู้ทรงสมาธิ
“มนตร์บทเบื้องสูง ระยะหลังนี้มีมากขึ้นทุกที เป็นมนตร์ที่ส่วนใหญ่ถูกร่ายขึ้นโดยเทพและมาร ส่วนผู้ร่ายมนตร์บทพุทธคุณ อำนาจแห่งมนตร์ก็ลดน้อยลงไปทุกที มนตร์บทแผ่เมตตาที่เคยค้ำจุนโลกไว้ ส่วนมากที่ทรงอานุภาพก็มาจากทางฝ่ายเทวะทั้งนั้น” ร่างที่นั่งสมาธิพูดขึ้น
ผู้นั่งอยู่บนแท่นสูงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ หลังจากนั้น ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบ ไร้คำพูดใดๆหลุดออกมาจากปาก
อำนาจฝ่ายมาร นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นทบทวี ตราบใดที่มนุษย์บนโลกห่างไกลศีลธรรม
โลกใบนี้มีพลังงานมากมายยึดโยง แอบแฝง พลังงานที่อยู่เหนือโลกปรากฎการณ์ ตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ก่อนที่โลกนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ผู้ที่ครอบครองคือเหล่าเทวะ เวลาต่อมาอีกช้านาน เทวะและเทวะเกิดรบราและฆ่าฟันกันเอง ศึกสงครามเทวะเมื่อครั้งโบราณ ก่อให้เกิดแสงสว่างและความมืดมิดเป็นผลลัพธ์ตามมาทีหลัง เทวะในยุคต้นโลกถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ…กำเนิดมาร… ตะวันอธิราชยื่นมือทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า ลำแขนเรียว นวลเนียน ผิวพรรณผุดผ่อง ที่ดูร้ายกาจเห็นจะเป็น เล็บที่ยาว แหลมคม จนดูน่ากลัว เหนือฝ่ามือทั้งสองข้าง เกิดแสงสว่างสีน้ำเงินจางๆ ค่อยๆหมุนวนม้วนตัว ก่อนที่จะจับกลุ่มก้อนกลายเป็นลูกแก้วสีน้ำเงินใส สีน้ำทะเล
ตะวันอธิราชร่ายมนตราเพื่อเปลี่ยนลูกแก้วสีน้ำเงินใส ให้กลายเป็น โลกมนุษย์
“ดวงดาวสีน้ำเงินโปรดบอกเราผู้เป็นธิดาแห่งท่านด้วยเถิด ว่าต่อไป เทพหรือมาร ใครจะเป็นฝ่ายกำชัย”
เทวะน้อยเดินทางมายังโลกมนุษย์ เพื่อแก้แค้นให้กับซากสัตว์ที่ทิ้งความรักครั้งสุดท้าย ก่อนวิญญาณล่วงลับ
ที่บ้านของสุริเยน ชายหนุ่มรูปร่างสูง ท่าทางเจ้าสำอางค์ เดินหมุนตัวไปมาท่าทางกระฟัดกระเฟียด งานแต่งงานของเขาล่มสลายลงอย่างไม่เป็นท่าและไม่เข้าท่ามากที่สุด ฝ่ายเจ้าสาวประกาศยกเลิกงานแต่งงาน ทุกสิ่งทุกอย่างที่สุริเยนเพียรทำมาพังทลายลง เพราะอาการบ้าของดาวดาราเท่านั้น และที่ซ้ำร้ายดาวดาราโยนความผิดทั้งหมดมาให้เขา ดาวดาราใช้คำพูดรุนแรงเมื่อพูดถึงทิพย์นารี วาจาก้าวร้าวรุนแรงเป็นสาเหตุให้พี่ น้อง ของทิพย์นารี ที่อยู่ในงานแต่งงานคืนนั้นทะเลาะกับเจ้าสาวและญาติฝ่ายเจ้าสาว จากงานวิวาห์เลยกลายเป็นงานวิวาท แถมตอนท้ายงานยังมีมวยสดให้เเขกเหรื่อเเละสื่อมวลชนได้ดูฟรีกันอีก วันรุ่งขึ้น งานแต่งงานของสุริเยนและลูกสาวคนเล็กของบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ต้องกลายเป็นข่าวประจานตัวเองในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทบจะทุกฉบับ
สุริเยนดังเป็นพลุแตก
สุริเยนในตอนนั้นยังไม่รู้ตัวอีกเรื่องหนึ่ง ชายหนุ่มถูกหมายหัวโดยเทวะน้อย
ถ้าสุริเยนรักภรรยาเช่นเดียวกับที่ฝ่ายหญิงรักฝ่ายชาย เรื่องในวันข้างหน้าคงไม่เกิด
ความมืดเริ่มโรยตัวลงมาอีกครั้ง ท้องฟ้ายามหัวค่ำค่อนสลัว นกบินมาเป็นฝูงใหญ่เพื่อกลับรวงรัง ชีวิตผู้คนที่คลาคล่ำอยู่ตามท้องถนนต่างเร่งรีบเดินทางเพื่อกลับสู่ที่พักอาศัย ไม่ผิดนกที่บินบนฟากฟ้า ร่างสูงโปร่งระเหิดระหง ปีกสีดำยาว กว้างและใหญ่ กางออกมาจากเบื้องหลังทั้งสองข้าง เจ้าของปีกแห่งอำนาจคู่นั้นยืนตัวตรงมองคนกรุงเทพฯจากบน…ฟ้า
“โอ้…ละครคน ช่างซ้ำซาก” เจ้าของปีกสีดำเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากบนใบหน้าแย้มยิ้ม “อาหารอันโอชะของเหล่า…เจ้านายแห่งรัตติกาล”
สุริเยนตั้งหน้าตั้งตาขับรถทันทีที่สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว เขาตั้งใจจะไปปรับความเข้าใจกับดาวดารา ชายหนุ่มนึกเสียดายวันคืนเก่าๆที่เขาเคยใช้ชีวิตร่วมกับดาวดาราในฐานะคนรัก แล้วจู่ๆทุกอย่างก็มาพังทลายลงอย่างราบคาบ ผู้ชายโลภมากอย่างสุริเยนคงทนไม่ได้แน่ ถ้าเขาจะเห็นธุรกิจมากมายมหาศาลหลุดลอย
โลภะ โทสะ โมหะ อัดแน่นเต็มเยียดอยู่ในใจ ไม่ผิดไฟร้ายที่แผดเผาชีวิต
เทวะน้อยตามติดทุกฝีก้าว ด้วยหัวใจเยือกเย็นปานศิลาน้ำแข็ง
ดาวดาราทำหน้าเย็นชาใส่ชายหนุ่มตรงหน้า สุริเยนยิ้มสดใสใส่สตรีตรงหน้า ปากของเขาฉีกยิ้มมากผิดปรกติ หัวใจของชายหนุ่มกระด้าง หน้ากากของสุริเยนมันหนามากพอที่จะปกปิดหัวใจกระด้างของเขาได้สนิทแนบยิ่งนัก แต่หัวใจของฝ่ายหญิงพองโตด้วยความยินดี หญิงสาวอับอายขายขี้หน้ามากที่สุดในชีวิต ที่จู่ๆงานาแต่งงานของเธอที่เธออุตส่าห์จัดเตรียมมาอย่างยิ่งใหญ่ ก็พังทลายครืนลงด้วยสาเหตุบ้าบอคอแตก สองคนต่างจิตต่างใจ หน้ากากยิ้มกับหน้ากากบึ้งตึงหันหน้าเผชิญกัน
หน้ากากยิ้มขยับปากเอ่ยเสียงเล็ดลอดจากริมฝีปาก
หน้ากากบึ้งทำทีท่าเย็นชาใส่ แต่หัวใจสั่นไหว


โดย : เชอรี่
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 0 : 21 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com