Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
<

>> โชคชะตา เวลา และสองเรา (ตอนที่ 2.)

เรื่อง :

โชคชะตา เวลา และสองเรา

 (ตอนที่ 2.)

แล้วจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่แนบแน่นยิ่งขึ้นของผมกับยายตัวแสบก็มาถึง วันนั้นวันไหนจำไม่ได้แล้วละ เจ๊อ๋อยเพื่อนพี่ชายผมแกโทรมาตามให้ผมไปดูคอมพิวเตอร์ที่ไม่รู้เป็นอะไรเสียหาย แต่ด้วยความขี้เกียจของผมก็เลยให้แกเป็นฝ่ายยกคอมมาให้ผมดูเองที่บ้าน
“สิทธิ์ พี่อ๋อยยกคอมมาแล้ว ออกมารับสิแก”

เสียงพี่ชายผมตะโกนบอกมาจากหน้าบ้าน ผมก็เลยต้องรีบลุกออกไปรับแกที่หน้าบ้านทันที ฉับพลันที่เปิดประตูบ้านผมต้องตะลึงงันชั่วขณะ ข้างหลังเจ๊อ๋อยนั่นมันยายตัวแสบปากดีนี่หว่า
“สวัสดีเจ๊ แล้วนั่น...”
“อ๋อ นี่น้องสาวพี่จ๊ะสิทธิ์ ยายนุชรู้จักกันซะสิ ยายนุชสวัสดีพี่เขาสิ”

แต่แทนที่เธอจะยกมือไหว้ กลับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อย่างท้าทาย ช่างเถอะ...โบราณเขาว่าอย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา สำหรับยายตัวแสบปากดีนี่ ถือซะว่าเป็นคนบ้าไปก็แล้วกัน ผมจัดการยกคอมเข้ามาดูอาการภายในบ้าน ปล่อยให้สองศรีพี่น้องนั่งคุยกับพี่ชายผมไป

จริง ๆ แล้วตัวผมเองก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งกาจเรื่องคอมฯ สักเท่าไหร่หรอก ไอ้ตัวผมเองเรียนมาแค่การใช้โปรแกรมที่ต้องใช้งานเท่านั้น ไม่ได้เรียนซ่อมคอมพิวเตอร์มาจากไหน แต่ก็พอทำได้บ้างจากการเปิดดูจากหนังสือ แต่สำหรับกรณีของสองสาวนี้ สรุปได้ว่าคอมคุณเธอการ์ดจอมันเสียเท่านั้นเอง อย่างนี้แค่เปลี่ยนใหม่ก็ใช้ได้เหมือนเดิม

“พี่อ๋อยการ์ดจอมันเสื่อม เปลี่ยนใหม่ก็ใช้ได้แล้วครับ”
ยังไม่ทันที่ผมจะพูดต่อยายนุชตัวแสบก็แหวขึ้นมาทันที
“นี่ ๆ พี่ชั๊นยกคอมมาให้ดูนะไม่ได้ยกจอคอมพิวเตอร์มามันจะเสียได้ไง คิดจะหลอกเอาเงินกันเหรอยะ พี่อ๋อยอย่าไปเชื่อนะนุชว่าเอาไปให้ช่างที่ร้านเช็กดูดีกว่า”

อารมณ์นั้นผมละอยากจะเอาหัวโขกฝาบ้านจริง ๆ สิพับผ่า ตกลงนี่เธอได้แต่ใช้คอมจริง ๆ นี่หว่า ไม่ได้การแล้วสิครับงานนี้ ผมรีบเดินเข้าบ้านยกตัวซีพียูมาให้ดูพร้อมกับแกะการ์ดจอออกมาจิ้มเข้าไปที่หน้ายายนุช
“อ่ะนี่อันนี้เขาเรียกว่าการ์ดจอ มันอยู่ในนี้ไม่ได้อยู่ที่จอเข้าใจ๊ จำใส่กระโหลกแข็ง ๆ ไว้ซะ การ์ดจอมันอยู่ที่นี่ ไม่ได้อยู่ที่หน้าจอ”

เป็นอันว่ายกนี้ผมชนะ ยายนุชเถียงไม่ออก แต่ดูท่าทางเธอจะไม่ยอมรับการพ่ายแพ้สักเท่าไหร่นัก คาดได้ว่าคราวหน้าเธอต้องมีอะไรป่วนผมอีกแน่นอน
ย่ำค่ำอีกสองวันต่อมาขณะที่ผมกำลังง่วนอยู่กับงานที่ทำ ยายเด็กนุชตัวดีก็เดินถือการ์ดจออันใหม่ย่องมาอยู่ข้างหลังผมเงียบ ๆ เล่นเอาสะดุ้งไปเหมือนกันนึกว่าผีบ้านผีเรือนโผล่มาทักทายซะอีก
“เอ้า...เสร็จแล้ว”
“ยกไปส่งให้หน่อยสิมันหนัก”

อ้าวเวร...ทำให้แล้วยังต้องยกไปส่งให้อีกแม่คุณใช้คุ้มค่าจริง ๆ จะไม่ยกไปให้เดี๋ยวก็จะหาว่าเราใจดำ ผมจัดการยกคอมไปส่งถึงหน้าห้อง กำลังจะถามว่าต้องให้ต่อสายให้หรือเปล่า เหมือนเธอจะรู้ชิงตัดหน้าคว้าคอมไปบอกว่าเอามาเดี๋ยวต่อเอง ผมยืนมองเธอว่าจะทำเป็นเก่งจริงหรือเปล่าพร้อมกับสำรวจห้องสาวโสดไปพลาง ๆ โอ้โห สะอาดสะอ้านดีจัง หันไปมองเธออีกที อ้าวเรียบร้อยแล้ว เก่งเหมือนกันนี่นายายตัวแสบ

“อ้าวยังยืนซื่อบื้ออยู่อีก บ้านช่องไม่กลับหรือไง ขอบใจนะที่อุตส่าห์ช่วยยกมาให้ทีหลังไม่ต้องนะ”
โห...เป็นงงสิครับผม คนอุตส่าห์ยกมาให้ถึงที่ ขอบคุณสักคำไม่มี ( ก็เธอบอกขอบใจนี่นา 5 5 ) น้ำท่าก็ไม่ยกมาให้ดื่ม ยังมาบอกทีหลังไม่ต้องมาช่วย แถมปิดประตูใส่หน้าอีก มันน่าฟาดให้ก้นลายซะจริงเชียว

ในวันเสาร์ถัดมา ขณะที่กำลังหลับปุ๋ยคาเตียงนุ่ม ๆ กลับต้องมาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโหวกเหวกอันคุ้นหู ผมลุกออกจากที่นอนอย่างเซ็ง ๆ อ้าวยายตัวแสบนี่หว่า มาทำให้อารมณ์เสียแต่เช้าเลยวันนี้ ประเดี๋ยวพ่อก็กระโดดมอร์นิ่งคิสให้หรอก

“เฮ้ย... มาทำเสียงดังรบกวนถึงในบ้านเลยรึเนี่ย หัดเกรงใจคนอื่นบ้างสิ คนจะหลับจะนอน เดี๋ยวพ่อก็แจ้งตำรวจจับซะหรอก”
“โธ่เอ๊ย ชั้นไม่ได้อยากมาปลุกหรอกย่ะ ถ้าพี่อ๋อยไม่ใช้มาชวนไปกินสุกี้ที่เอ็มเค กะอีแค่เปลี่ยนการ์ดจอให้ไม่รู้พี่อ๋อยจะเลี้ยงทำไม”

“เออเที่ยงครึ่งนะเจอกันที่หน้าร้านเลย”
พูดเสร็จยังไม่ทันที่ผมจะออกปากรับคำ เธอก็ชิงเดินสะบัดก้นออกจากบ้านไปแล้วปล่อยให้ผมยืนเอ๋ออยู่คนเดียว เอาว่ะวันนี้มีของฟรีมาให้กินทั้งทีไม่ไปก็กระไรอยู่
แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นวันซวยของผมหรืออย่างไร ระหว่างที่กำลังหม่ำสุกี้อย่างเอร็ดอร่อย เจ๊อ๋อยดันมีธุระเร่งด่วนต้องกลับไปเคลียงานที่ร้านปล่อยให้ผมอยู่กับน้องสาวแกสองต่อสองพร้อมกับทิ้งตังค์ไว้ให้

ครับความซวยบังเกิดขึ้นต่อจากนั้น มีคนโทรมาหายายนุช แล้วโทรศัพท์เธอดันถ่านหมด หรือว่าแกล้งหมดก็ไม่รู้สิ ยายนุชขอตัวออกไปใช้โทรศัพท์สาธารณะ ผมก็รอ รอ รอ ผ่านไปเกือบชั่วโมงยายเด็กนั่นไม่กลับมาสักที พนักงานมันก็เหล่กินเสร็จไม่ยอมลุกซะที มองหาเงินที่เจ๊อ๋อยทิ้งไว้ อ้าวไม่มีหาย ยายตัวแสบเล่นผมอีกแล้วกระเป๋าเงินเอย โทรศัพท์มือถือเอยทิ้งไว้ที่บ้านหมดทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือแค่สิบกว่าบาท ต้องหน้าด้านขอยืมโทรศัพท์พนักงานโทรไปบอกให้พี่ชายเอากระเป๋าเงินมาให้

เห้อ...แทนที่จะได้กินฟรีกับต้องมาเสียเงินจ่ายเองซะนี่ มันน่าเจ็บใจจริง ๆ เสียเหลี่ยมหมดเลย สักวันเถอะพ่อจะจิ้มให้ท้องป่องเลยคอยดู...
หลังเหตุการณ์วันนั้นผมและเด็กบ้านั่นก็ยังเจอะเจอกันอยู่ประจำทั้งแถวหน้าบ้านผมและตามห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ บ้านบ้าง แต่ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้ประคารมกันนัก แค่เดินผ่านมองเห็นหน้ากัน ส่งสายตายียวนกวนประสาทใส่กันเนือง ๆ

และแล้วสายวันหนึ่งเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น ขณะที่กำลังส่งงานให้กับลูกค้าโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะได้
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ...พี่สิทธิ์ นี่นุชนะ”

คุณพระช่วยยายนุชโทรมาหาผม เป็นไปได้หรือนี่ วันนี้สงสัยฝนคงตกหนักเสียละมั้งนี่ เอ...เธอโทรมาหาผมทำไมกันนะ เอ๊ะ...หรือว่าจะแอบปิ๊งเราเข้าให้
“หา...นุช อ๋อเธอเองเหรอมีอะไร ไปเอาเบอร์พี่มาจากไหน จะโทรมาด่าหรือไง”
“เอ่อ...พี่สิทธิ์ ขอสงบศึกก่อนนะ คือนุช เอ่อ...”

นั่นเรื่องประหลาดที่ได้ยินในรอบปีเลยนะ นั่นยายเด็กนุชบอกขอสงบศึก ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะมาไม้ไหนอีก แต่รู้สึกว่าเสียงเธอดูร้อนรนอย่างไรก็ไม่รู้สิ ผมถามย้ำไปอีกทีว่ามีอะไรยายนุชยังไม่ตอบ จนเพื่อน ๆ ของเธอต้องส่งเสียงเร่งให้ตอบแว่วผ่านเข้ามาในสาย

“พี่สิทธิ์ เอ่อ...ช่วยทำหนังสือพิมพ์ให้นุชหน่อยสิ ห้องคอมที่มหาวิทยาลัยใช้ไม่ได้ งานกลุ่มนุชยังไปไม่ถึงไหนเลย นุชจะเอ่อ...ขอให้พี่ช่วยแล้วก็ใช้คอมพี่ได้ไหมคะ”
“หา........ให้ชั้นช่วยเนี่ยนะหูฝาดไปเปล่าเนี่ย”
“ถ้าพี่ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไรคะพวกนุชแก้ F เทอมหน้าก็ได้”

แหมดูยายนุชพูดเข้าช่างตัดพ้อเสียเหลือเกิน เธอลงทุนโทรมาขอขนาดนี้แล้วไอ้ผมจะใจร้ายก็คงไม่ดีแน่นอน เลยบอกให้พวกเธอเข้าไปรอที่บ้านเลยมีพี่สะใภ้อยู่ แล้วผมจะตามไปหลังส่งงานเสร็จ
เอ...ทำไมผมถึงตกปากรับคำช่วยเธอนะ ทั้ง ๆ ที่เธอทำแสบขนาดนี้ แต่ก็ช่างมันเถอะโบราณเขาว่าช่วยคนได้กุศลแรง

บ่ายแก่ ๆ ของวันนั้นยายนุชพร้อมกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มอีกสามคน ผู้หญิงทั้งนั้น แต่ละคนหอบข้าวของเต็มไม้เต็มมือ ผมก็เลยยกคอมให้สาว ๆ โดยที่ตัวเองคอยดูอยู่ห่าง ๆ เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงงานของพวกเธอยังไปไม่ถึงไหน ผมก็เลยต้องไปลงมือทำให้เองเสียเลย เวลาผ่านไปพวกเธอค่อย ๆ ผล็อยหลับไปทีละคนจนเหลือยายนุชเป็นคนสุดท้าย แต่แล้วคุณเธอก็มาตัดช่องน้อยแต่พอตัวหลับไปอีกคน สรุปคืนนั้นผมนั่งโต้รุ่งหนังสือพิมพ์ให้พวกเธออยู่คนเดียว กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเจ็ดโมงเช้า

ผมวางผลงานไว้หน้าคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวไปข้างนอกทั้งที่สองตานั้นแดงก่ำ จากการอดหลับอดนอนกว่าจะได้กลับเข้าบ้านก็มืดค่ำ เหมือนฟ้าดินจะกลั่นแกล้งผู้ชายตัวน้อย ๆ อย่างผมหรือไงก็ไม่ทราบ ยายนุชนั่งหน้าเจี๋ยมเจี้ยมพร้อมขนมทีผมชอบเต็มโต๊ะ เป็นการชอบคุณผลงานผมเมื่อคืน

“พี่สิทธิ์คะ ช่วยนุชทำรายงานเดี่ยวหน่อยสิ นุชต้องทำโปสเตอร์เพื่อการประชาสัมพันธ์ค่ะ”
เห้อ...คืนนั้นผมก็เลยต้องอดหลับอดนอนช่วยงานเธออีกหนึ่งคืน บอกตรง ๆว่าวันนั้นไม่เข้าใจตัวเองเลยสิทำไมจะต้องมาอดนอนช่วยเธอด้วยก็ไม่รู้

แต่หลังจากนั้นผลจากการอดนอนสองคืนเต็ม ๆของผม มันได้ผลดีจริง ๆแฮะ ผมเริ่มรู้สึกว่าระหว่างเราสองคนมีอะไรที่ลึกซึ้งมากขึ้นครับ จากยายนุชปากดี พูดคำด่าคำ แซวได้ทั้งวัน เปลี่ยนมาเป็นพี่คะ พี่จ๋า (เวลาจะจิกหัวใช้) แต่ยังไม่เลิกด่าอยู่ดีนั่นแหละ

เธอมักจะหาอะไรมาให้ผมต้องช่วยเหลืออยู่เนือง ๆ แต่พักหลัก ๆ ดูเธอจะจ้ำจี้จ้ำไชเกินกว่าครั้งแรก ๆ ที่มาขอความช่วยเหลือ คงเพราะสัมพันธภาพที่เริ่มแน่นแฟ้นกันมากขึ้นนั่นเอง

บ่อยครั้งที่เธอชวนผมไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี้กับกลุ่มเพื่อน ๆ แต่ครั้งใดก็ตามที่เพื่อน ๆ ของเธอมาแสดงความสนิทชิดเชื้อกับผม ยายนุชจะมีอาการบึ้งตึงไม่พูดไม่จา เชิดใส่อยู่เรื่อย ๆ แถมยังเหน็บแนมอยู่เรื่อย ๆ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเธอจะคิดอะไรกันมากมายนักหนา ก็เพื่อน ๆ ของเธอทั้งนั้น และที่สำคัญผมไม่ได้ชอบเพื่อนเธอสักหน่อยนา
ผมชอบเธอต่างหากล่ะยายตัวแสบ...

โดย : ขุนพลน้อย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 31 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 0 : 3 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com