Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5
<

>> ความรักของของ 2 สิ่งที่ไม่น่าจะเข้ากันได้เลย

เรื่อง :

ความรักของของ 2 สิ่งที่ไม่น่าจะเข้ากันได้เลย

คำว่า เพื่อน กับ คำว่า แฟน


ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านพ้นมา ดิน กับ น้ำ เป็นเพื่อนกัน เรียนมาด้วยกันตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย น้ำ รู้จัก ดิน ก็เมื่อตอนเรียนมอปลาย น้ำสังเกตดินมาโดยตลอดท่ามกลางเพื่อนๆร่วมชั้นเรียน ดินเป็นคนที่เข้มแข็ง ชอบช่วยเหลือเพื่อน ตั้งใจเรียนในชั้นเรียนเสมอเวลาอาจารย์สอน ช่วงแรกๆ น้ำ ก็ไม่ได้สนใจอะไรดินที่เป็นเพื่อนร่วมห้องกันมากนักเท่าไร น้ำออกจะสนุกไปกับเพื่อนกลุ่มของน้ำตามประสาเด็กผู้หญิงมัธยมปลาย



ด้วยความที่ ดิน และ น้ำ เป็นเพื่อนร่วมห้องเดียวกัน เวลาเลิกเรียนทุกวัน ดินกับน้ำมักจะเจอกันเสมอที่ป้ายรถเมล์ตอนเย็น เพื่อขึ้นรถเมล์กลับบ้าน อีกทั้งบ้านของดินและน้ำอยู่ใกล้กันห่างกันเพียงไม่กี่ซอย จึงลงป้ายเดียวกันเสมอเวลากลับ เนื่องจาก ดิน และ น้ำ กลับรถเมล์สายเดียวกันทุกวัน ทำให้ดินและน้ำต่างได้พูดคุยกันถึงเรื่องเวลาเรียนและเรื่องอื่นๆเสมอหลังจากเลิกเรียนเป็นแบบนี้ประจำ



หลายครั้งที่ดินมักกินข้าวคนเดียวในโรงอาหารตอนพักเที่ยงเสมอ เพราะเพื่อนของดินชอบที่จะเล่นฟุตบอลมากกว่ากินข้าว น้ำเห็นว่าดินกินข้าวคนเดียวเป็นประจำจึงขอเพื่อนๆในกลุ่มของเธอไปนั่งกินข้าวกับดินเพื่อชวนดินคุยเล่นเหมือนอย่างที่ดินและน้ำมักคุยกันบ่อยๆ เวลานั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยกัน



จนถึงวันหนึ่ง ดินต้องช่วยงานอาจารย์ทำให้ดินต้องเลิกช้ากว่าเพื่อน ก่อนเลิกเรียน ดิน บอกกับ น้ำว่า “น้ำไม่ต้องรอดินก็ได้นะ กลับบ้านไปก่อนเหอะ พอดีอาจารย์ให้ดินช่วยงานอะไรอาจารย์หน่อย” ในใจน้ำก็คิดว่าจะรอดินเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน เพราะน้ำรู้สึกว่ามันไม่เหมือนวันอื่นๆ ถ้าวันนี้ไม่ได้กลับพร้อมกับดิน วันนั้นฝนตก น้ำต้องรอที่ป้ายรถเมล์เพื่อรอให้ฝนหยุด น้ำรอจนเห็นว่าดินเดินออกมาจากโรงเรียนพร้อมร่มที่ถือมาท่ามกลางสายฝน ดินเห็นน้ำตัวเปียกและติดฝนอยู่ที่ป้ายรถเมล์จึงเดินเข้าไปหาน้ำ วันนั้นน้ำก็ได้กลับบ้านพร้อมดินอีกครั้ง ดินเห็นว่าน้ำตัวเปียกเพราะโดนฝนและน้ำก็ถือหนังสือเยอะด้วย ดินจึงช่วยน้ำถือให้ทั้งหมด



ระหว่างที่กำลังก้าวขึ้นรถเมล์ เผอิญน้ำลื่นตรงบันไดทำให้ล้มแขนกระแทกขอบพื้นถนน น้ำร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะแขนที่กระแทกพื้นเกิดหักขึ้นมา ดินเห็นว่าน้ำแขนหักจึงพาน้ำไป รพ. ด้วยเหตุที่น้ำต้องเข้าเฝือกที่แขนข้างหนึ่ง เวลากลับบ้านทุกเย็น ดินมักจะช่วยเหลือน้ำทุกอย่าง ไม่ว่าจะถือของให้ ถือหนังสือให้เป็นประจำแบบนี้ทุกวัน ทำให้ความผูกพันระหว่างน้ำกับดินเริ่มสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิม แม้ดินจะไม่ได้คิดอะไรเพราะเห็นว่าน้ำเป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมห้อง แต่น้ำเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกดีๆที่ดินมีให้กับน้ำมากขึ้น



เพื่อนร่วมห้องของน้ำและดินมักจะแซวดินเสมอ ว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน ทำให้น้ำยิ่งรู้สึกถึงความหมายที่มากกว่าคำว่าเพื่อนที่มีต่อดิน ในขณะที่ดินก็ยังคิดกับน้ำด้วยความรู้สึกเดิมๆ คือ เพื่อน วันถัดมา ดิน ได้รู้จักรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เนื่องจากทำกิจกรรมอยู่ชมรมเดียวกันเสมอ และอาจารย์มักให้ดินกับน้องคนนี้ทำกิจกรรมคู่กันเสมอ ไม่มีใครจะรู้เลยว่าดินนั้นแอบปลื้มรุ่นน้องคนนี้มาก ด้วยความที่น้องคนนี้สุภาพและน่ารักเป็นกันเอง แทนที่ดินจะรู้สึกคำว่าแฟนมากกว่าเพื่อนกับน้ำ แต่ดินกลับหลงไปกับรุ่นน้องคนนี้แทน



หลายครั้งที่น้ำมักเห็นว่าดินมักจะเดินกลับรุ่นน้องเสมอ และเริ่มห่างจากน้ำมากขึ้น จนถึงวันสุดท้ายที่น้ำและดินต้องไปเรียนต่อที่อื่น ในขณะที่ดินนั้นได้รุ่นน้องคนนั้นเป็นแฟน และน้ำคงเป็นเพียงแค่เพื่อนเท่านั้นในสายตาของดิน ท่ามกลางความงุนงงของเพื่อนๆร่วมห้องที่เห็นว่า ดินและน้ำสนิทสนมกันดี แต่ทำไมดินถึงได้ไปชอบรุ่นน้องคนนี้แทนน้ำไปได้



ดินมีแฟนแล้วเป็นรุ่นน้องคนนั้น ส่วนน้ำก็ยังคิดถึงดินเสมอแม้ว่าดินจะไม่คิดกับน้ำเหมือนที่เธอคิด วันสุดท้ายที่ต้องล่ำลากัน ดินสอบติดได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยมีชื่อ ส่วนน้ำสอบได้คนละที่กับดิน แม้ดินจะมีแฟนแล้วก็ตาม แต่วันสุดท้ายที่ต้องลากัน น้ำก็ยังคิดกับดินมากกว่าคำว่าเพื่อนตลอดเวลา ทั้งสองคนก็ยังที่จะกลับบ้านพร้อมกันด้วยกันนั่งรถเมล์เหมือนเดิมเพื่อเตือนถึงความทรงจำดีๆที่เคยมีให้แก่กัน เมื่อวันสุดท้ายต้องมาถึง





ทั้งน้ำและดินต่างนั่งรถเมล์บนถนนสายเดียวสายสุดท้ายบนความผูกพันธ์ที่ได้มีต่อกันมาตลอดระยะเวลาที่เรียนด้วยกันและกลับบ้านด้วยกัน แม้ว่าดินจะคิดกับน้ำเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่ง แต่ในใจของน้ำไม่เคยที่จะมีวันลืมดินไปได้เลย เพราะน้ำได้หลงรักดินไปแล้ว



หลังจากนี้ไปทั้งสองคงไม่ได้นั่งรถเมล์กลับบ้านพร้อมกันอีกแล้ว และดินก็คงต้องดูแลรุ่นน้องคนนั้นที่เป็นมากกว่าแค่รุ่นน้องของดิน น้ำคิดในใจเช่นนั้นในวันที่น้ำได้นั่งคู่กับดินบนรถเมล์สายเดิมและอาจเป็นสายสุดท้ายของทั้งคู่ในครั้งนี้ที่จะได้ใกล้ชิดมากที่สุด หลังจากนี้จะไม่มีอีกแล้วที่ทั้งคู่จะได้ใกล้ชิดกันอีกแล้ว



น้ำได้แต่พูดในใจในขณะที่สายตาของน้ำจ้องมองดินอีกครั้งก่อนที่ทั้งคู่จะจากกัน น้ำพูดในใจถึงดินเพื่อส่งไปถึงใจของดินให้ดินได้ยินว่า“น้ำบอกไม่ได้ว่าน้ำจะบอกรักดินทุกวันได้หรือเปล่า แต่น้ำรู้ว่าดินรู้ว่าทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไปน้ำรักดิน”



ความรักของคนสองคนแม้จะเป็นเพียงแค่เพื่อนกัน คำว่า “เพื่อน” คือสิ่งหนึ่งที่เป็นอีกสถานะหนึ่ง ส่วนคำว่า “แฟน” คือสิ่งที่หนึ่งที่เราเรียกกันก็เป็นอีกสถานะหนึ่ง



คำว่า แฟน มีความหมายที่กินลึกลงไปในใจของชีวิตคู่ๆหนึ่ง ถึงอย่างไร คำว่าเพื่อนนั้น ก็น่าจะพัฒนาไปได้ถึง คำว่าแฟน แล้วเราจะให้เรียกคำว่าเพื่อนและคำว่าแฟนนั้นเข้ากันไปไม่ได้เลยหรือ ในขณะที่หลายคู่มักเริ่มต้นคำว่าเพื่อนก่อน แล้วจึงค่อยเป็นแฟนกันในตอนหลัง ความรักของของสองสิ่งสองสถานะที่ไม่น่าจะเข้ากันได้มันก็ต้องเข้ากันได้อยู่ดีซะวัน





***Spirit of JR type II Lum...


โดย : เด็กนิเทศ JR การเรือน
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 3 ก.ย. ปี 2006 [ เวลา 16 : 59 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com