Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> จดหมายจาก ปลายข้าว

เรื่อง :

จดหมายจาก ปลายข้าว

หลายครั้งและหลายหน ที่เคยมีคนพูดว่า จิตใจคนเราอ่อนไหว ต่อให้รวยล้นฟ้าขนาดไหน เห็นความเขียวขจี ของ ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร หรือแม้กระทั่งต้นข้าว ต้นเล็ก ๆ ที่ยามมองดูอ่อนไหวตามสายลม ยาวสุดลูกหูลูกตา ก็ต้องยิ้มพิมใจเหมือน ๆ กันนะ แปลกแต่ก็จริง
กว่าชาวนาจะปลูกข้าวจากเมล็ดเล็ก ๆ ที่ดูไม่น่าจะเอาไปทำอะไรได้ ก็เหมือนตอนที่เราทานข้าวแล้วเมล็ดข้าวล่วงจากจานข้าวหรือซาวข้าวแล้วเมล็ดข้าวล่วงจากหม้อข้าวที่เราซาวข้าว เราก็ไม่เคยที่จะเอื้มมือกับลงไปหยิบกับขึ้นมา หรือแม้กระทั่งรับประทานข้าวให้หมดจานเลย แต่ชาวนาถือว่าข้าวไม่กี่เมล็ด มีคุณค่าอนันต์ต่อชีวิตและครอบครัวทั้งของชาวนาเอง และครอบครัวที่ยิ่งใหญ่นั่นก็คือเราทั้งประเทศ แถบบางทียังเอาเงินตรานอกประเทศเข้ามาด้วย
เราจะสังเกตุเห็นจาก งานพระราชพิธี "แรกนาขัวญ" ที่สมัยเราเด็กๆ แล้วได้ดูถ่ายทอดทางทีวี ก็คิดว่า จะไปเบียดเสียดกันให้ร้อนทำไม แต่ตอนนี้ยิ่งโตก็ยิ่งเข้าใจแล้ว บางทีเรามองโลกในมุม มุมหนึ่งก็แคบเกินไปเหมือนกัน
ทุกครั้ง เรามองเห็นคุณค่า ของสิ่ง ๆ หนึ่งแต่ ก็ไม่ได้ปราถนาที่จะไปอยู่กับมันนาน ๆ เพราะเราไม่คุ้นเคย ก็อย่างที่เราเคยมองต้นข้าวที่เขียวขจี แต่เราก็ไม่ได้ปราถนาที่จะปลูกมันแบบเป็นจริงเป็นจังหรือลงไปสัมผัสอยู่กับมันตลอดชีวิต เราชอบภูเขา แม่น้ำ และทะเล
แต่ก็เป็นเพียงชั่วครั้งและชั่วคราวเท่านั้น เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาที่เราเบื่อในเมืองเท่านั้น แต่เราก็ไม่สามารถไปใช้ชีวิตอยู่ตลอดไปได้ เพราะเหตุผลอะไร ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้
ชาวนา ใช้เวลาอยู่กับต้นข้าวเป็น วัน ๆ มีสัตว์ที่เป็นเพื่อนที่ดีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าทุย ควายเพื่อนยาก นกเอี้ยงที่มันช่างเป็นเพื่อนที่ไม่ยอมถอยห่างจากเจ้าทุยเลยสักวินาที นกนานาชนิดที่คอยขับกล่อมเสียงเพลงธรรมชาติเป็นเพื่อน เหมือนเสียงดนตรี มโหรีโรงใหญ่ ที่ส่งเสียงเพลงไพเราะน่าฟังตลอดทุกวัน หนูในรูร่องนา หรือแม้แต่ปูนา กับปลาทั้งหลาย กลิ่นโคนสาบควาย ไม่น่าพิศมัยสำหรับบางคน แต่สำหรับความน่าวิไลในการสัมผัสได้จากสายตาและจหมูกนั้น มันช่างน่าสิวิไลเหลือคณา
คุณค่าของต้นข้าว จึงไม่ได้อยู่แค่ต้นใหญ่แค่ไหน หรือให้ผลิตผลมากเท่าใด แต่คุณค่าของต้นข้าวกลับอยู่ที่ชาวนา ตั้งใจที่จะคอยดูแล เอาใจใส่ จนเราทั้งชาติ ยิ้มออกเมื่อรู้สึกท้องร้องเป็นประจำและเพราะเหตุผลเหล่านี้เราถึงได้ส่งยิ้มทุกครั้งที่เห็นความสวยงามอันหมดจดของ "ต้นข้าว"

********** สดุดีต้นข้าวที่เขียวขจี คำคำนี้ ..... ขอบคุณต้นข้าว....

**แล้วพบกันใหม่กับ ข้าพเจ้าได้เสมอค่ะ "สารจากต้นข้าว" ต้นเดิม

โดย : ต้นข้าว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 4 ก.ย. ปี 2006 [ เวลา 16 : 5 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com