Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ~ยายมารับ~ ฉบับสมบูรณ์

เรื่อง :

ยายมารับ

~ ฉบับสมบูรณ์

กระท้อนเป็นนักข่าว อยู่ที่นิตยสารโลกก้าวหน้า มีคนรักชื่อนพดล ซึ่งเขายังไม่ได้ หย่าขาดจาก วิวรรณ ภรรยาเก่า แต่ก็ตกลงแยกทางเดินกันนานแล้ว นพดลมีอาชีพ
เป็นช่างภาพ อยู่ที่นิตยสารโลกก้าวหน้าด้วยเช่นกัน วันหนึ่งเมื่อไปสัมภาษณ์ บุคคล
ดังผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวขานมากมาย เกี่ยวกับการทุจริตและ พัวพันกับการ
คอรัปชั่นของ สส.หลายคน จากนั้นมาเธอก็เริ่มฝันร้าย..

ดึกสงัดทุกหนทุกแห่ง เต็มไปด้วยความเงียบ กระท้อนขยับตัวอยู่ในความมืดสลัว
ของห้องนอน นัยน์ตาของเธอปิดสนิท แต่หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน และเสียงหายใจ
แรงๆ พร้อมกับขยับร่างกระสับกระส่าย แสดงว่า เธอกำลังตกอยู่ในห้วงฝันร้ายที่ น่ากลัว

อากาศโดยรอบเย็นชื่นฉ่ำ พัดลมที่เปิดไว้ เครื่องเดินเงียบสนิทแทบไม่ได้ยิน แต่
กระท้อนยังขยับตัวไปมา สีหน้าหมกมุ่น ราวกับมีเรื่องทุรนทุรายอยู่ในใจ ศีรษะส่าย
ไปมาบนหมอน ริมฝีปากขมุบขมิบ เหมือนกำลังคุยกับใครบางคน แต่ไร้เสียงลอด
ออกมา นอกจากเสียงครางเบาๆ

เธอขยับตัวแรง และทุรนทุรายยิ่งขึ้น หน้านิ่วคิ้วขมวด จนดูเหยเก ก่อนดิ้นรนราว
กับพยายามปลดอะไรบางอย่าง ที่รัดแน่น จนต้องใช้สองมือมือยกขึ้น แกะวุ่นวาย
ตรงรอบคอตัวเอง

และแล้วในที่สุด เสียงของเธอก็เปล่งลอดออกมาได้ ฟังราวกับตะโกน “ช่วยด้วย!!” จากนั้นร่างทั้งร่างกระตุกพรืด ลืมตากว้าง สะดุ้งตื่นจากฝันร้ายนั้น

เธอยกมือขึ้นลูบหน้า ความชื้นจากเหงื่อซึมทั่ว ทั้งๆที่อากาศกำลังเย็นสบาย ใจเต้นสั่นระริก ราวกับจะทะลุออกมานอกอก แต่ทั้งๆที่เหงื่อซึมเต็มหน้า อากาศ
แค่เย็นๆ แต่ตัวกระท้อนกลับ สั่นสะท้าน ราวแช่ร่างในถังน้ำแข็งก็ไม่ปาน

เธอก้มมองดู มือเท้าที่ซีดขาวโพลน ราวคนตายของตัวเอง อย่างเกรงกลัว
สักครู่จึงตัดสินใจ ออกแรงใช้มือยันกับที่นอน พยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากเย็น
จากนั้นเอื้อมมือไปเปิด สวิทซ์ไฟที่หัวเตียง ความสว่างนวลตา ช่วยขับไล่ความ
มืดสลัว ออกไปทันที

กระท้อนเหลียวมองรอบห้อง ก่อนหายใจยาวอย่างโล่งอก รอยอุ่นๆเริ่มซึมทั่ว กายอีกครั้ง หน้าเริ่มมีเลือดฝาดตามเดิม เธอลุกขึ้น เดินไปรินน้ำเย็น ที่เหยือกน้ำ ใบย่อมบนโต๊ะเครื่องแป้ง ยกดื่มอย่างกระหาย พร้อมกับครุ่นคิดไปถึงฝันร้ายเมื่อครู่

ภาพในความฝัน ไม่ใช่เหตุการณ์แปลกใหม่ ยังคงซ้ำซากเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
แต่คนประสาทแข็งอย่างเธอ เริ่มเกิดความหวาดกลัวมากขึ้น มากชนิดกลัวจับจิตจับ
ใจ กลัวจนทั่วรูขุมขนทุกเส้น สามารถตั้งชันโดยพร้อมเพรียงกัน

สามปีกับอาชีพนักข่าว ที่มักเจอการต่อว่า และสามปีกับการพัวพันกับปัญหา
คาราคาซังของคนรักที่ภรรยาเก่า ยังคงไม่ยอมเซ็นใบหย่าจนแล้วจนรอด จาก
ที่เคยมาราวีกัน ชนิดบุกมาถึงที่ทำงานและที่บ้าน มีทั้งขอร้องและข่มขู่ จนสุดท้าย
ก็เอือมระอาไปเอง กระท้อนยังไม่เคยเกิดความกลัวเลย..ต่างกับฝันครั้งนี้

บ้านส่วนตัวของคนที่ี่ไปสัมภาษณ์ อยู่ในซอยส่วนบุคคล ที่หน้าปากซอยมี คอนโดฯ สร้างใหม่ที่หรูหรา และมีเครื่องอำนวยความสดวกสบายกับคนทำงานมาก
มายหลายอย่าง ไม่ว่าจะอาหารการกิน หรือการคมนาคมติดต่อ มีรถรับจ้างตลอดทั้ง
24ชั่วโมง มียามดูแลอย่างแข็งขัน และที่สำคัญ นพดลคนรักของเธอ ก็เคยมีห้องพัก
อยู่ที่นี่กับวิวรรณ ภรรยาเก่า

ห้องชุดราคาแพงห้องนั้น เป็นของขวัญวันแต่งงาน ที่พ่อกับแม่ออกเงินซื้อให้เขา ปัจจุบันยังเป็นที่พักของวิวรรณกับลูกสองคน รวมทั้งยายจันคนนั้นด้วย ยายจันมา
อยู่ที่คอนโดฯนั่น หลังจากที่นพดล เก็บข้าวของย้ายออกมา อยู่ที่คอนโดฯของเธอ ได้ราวสองอาทิตย์

ยายจันมาจากไหน คุณยายของวิวรรณอาจจะรู้ เพราะคุณยายเป็นผู้ให้มาอยู่
ร่วมบ้าน เพื่อเลี้ยงดูแม่ของวิวรรณมาแต่เด็ก แต่เมื่อแม่แต่งงานกับพ่อ ยายจันก็
ขอแยกตัวกลับไปบ้าน ซึ่งอยู่ในป่าลึก แม้ว่าแม่จะตั้งใจ รวมทั้งขอร้องให้ไปอยู่
ด้วยกัน ที่บ้านของพ่อก็ตาม ยายจันก็ยังคงยืนยันขอกลับบ้าน

แต่เมื่อแม่เจ็บท้องคลอดวิวรรณ แม้พ่อจะรีบนำแม่ไปส่งที่โรงพยาบาล
เร็วแค่ไหน ก็ยังช้ากว่า ยายจันที่้เดินทาง มาคอยเป็นกำลังใจ ให้แม่ที่หน้า
ห้องคลอดแล้ว และอีกครั้ง ในวันที่แม่ตาย ยายจันก็เดินทางมารอที่หน้าวัด
เพื่อปลอบโยนวิวรรณซึ่งมาเผาศพแม่

หลังจากนั้นยายจันก็หายไปนาน ไปอยู่ที่ไหน วิวรรณไม่เคยรู้ และไม่เคยมี
โอกาส ได้ส่งข่าวเรื่องราวทางบ้าน ให้ยายจันรับรู้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นตอนที่แม่
ป่วยหนัก เฝ้าแต่ร้องเรียกหายายจัน หรือเมื่อเธอแต่งงานกับนพดล และคลอด
ลูก จนลูกทั้งคู่อายุ แปดขวบและห้าขวบ ซึ่งได้ไปเรียนที่โรงเรียนประจำ จะกลับ
บ้าน ก็ต่อเมื่อวันหยุดเท่านั้น ยายจันก็ไม่เคยปรากฎตัวมาอีกเลย จู่ๆวันหนึ่งยาย
จัน ก็มาหา มาในตอนที่เธอทะเลาะกับนพดล เรื่องหย่าร้างกัน และยอมมาอยู่ที่
คอนโดฯเพื่อเป็นเพื่อนคลายเหงากับเธอ

วันนั้น เป็นวันที่เธอกลับจากรับลูกที่โรงเรียน ยายจันยืนรอที่หน้าคอนโดฯ
วิวรรณไม่คิดสงสัยต่อไปอีกแล้ว ว่าทำไมยายจันรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนและ มีเหตุการ
อะไร เกี่ยวกับชีวิตเธอ ที่ต้องบอกเล่ากับยายจัน เพราะทุกครั้งทุกคราว ยายจัน
จะเป็นผู้เอ่ยปากก่อน ราวกับอยู่ร่วมในเหตุการเหล่านั้นด้วย แต่สิ่งที่เธอพบทุกครั้ง
คือเมื่อใดที่เธอมีความทุกข์ ยายจันจะมาหาเอง มาเพื่อดูแลเธอให้ผ่านพ้นความทุกข์
เหล่านั้น ก่อนจะจากไปอีก

ยายจันอายุเท่าไร วิวรรณก็ไม่แน่ใจ เพราะทุกครั้งที่วิวรรณพบยายจันจะพบ ก็แต่ หญิงชราในวัยราว 70 เหมือนที่พบเห็นทั่วๆไป มีผมสีเทาเงิน ที่ตัดสั้นแค่หู เรือนร่างผอมบาง เดินเหิน กระฉับกระเฉง คล่องแคล่วแข็งแรง หลังตรงไม่งอค่อม
ส่วนที่สะดุดตาคนมากที่สุด อยู่ที่ดวงตาที่คมกริบ มีประกายวาวประหลาด ไม่ขุ่นมัว
อ่อนล้า เหมือนตาคนชราทั่วๆไป พูดเสียงแหลมเล็กราวเสียงเด็กๆ

“วรรณ เชื่อยายน่ะ อย่าไปหย่า อีกไม่นานเขาต้องกลับมา”

นั่นคือสิ่งแรกที่ยายจันบอกวิวรรณ เมื่อพบกันวันนั้น วิวรรณเชื่อยายจันทันที วิวรรณยังจำคำสอนแม่ได้เสมอ ในทุกครั้งที่เกิด มีปัญหาใหญ่หลวงขึ้น แม่จะเฝ้า เพ้อบ่นราวคนเสียสติ และไม่นานเมื่อเธอกลับจากโรงเรียน ก็จะพบว่าแม่ยิ้มแย้ม
แจ่มใสเหมือนเดิม แม่จะเล่าทุกครั้งไป ยายจันเดินทางมาช่วย แม่คลี่คลายปัญหา
เหล่านั้นแล้ว

และก่อนแม่ตาย แม่ให้แหวนไว้วงหนึ่ง บอกให้วิวรรณเก็บไว้ อย่าให้ห่างตัว เมื่อมีเรื่องเดือดร้อนใจ ให้ระลึกถึงยายจันบ่อยๆ ยายจันจะเดินทางมาหาเอง และ และให้เชื่อยายจันทุกเรื่อง ทำตามยายจันบอกทุกครั้งไป วิวรรณจึงสร้างความ
หงุดหงิดใจอย่างที่สุด ให้กับนพดล เมื่อเธอคืนคำ ไม่ยอมเดินทางไปเซ็นหย่า
ตามหมายกำหนดการ จนเป็นเหตุให้ เขาไม่สามารถไปสู่ขอ กระท้อนกับพ่อแม่
ของเธอได้สักที

กระท้อนเห็นยายจันครั้งแรก ในวันที่ไปสัมภาษณ์นายบรรจบ คนดังของสังคม
พร้อมนพดล เมื่อเสร็จสิ้นงานสัมภาษณ์ ในบ่ายวันนั้น นพดลเกิดนึกอยากกลับไป เอาอุปกรณ์กล้องบางชิ้น ที่เก็บไว้ที่ห้องเก็บของที่ คอนโดฯเก่าของเขา ซึ่งเขารู้ดี
ว่าบ่ายๆเช่นนั้น ไม่มีคนอยู่ เพราะลูกชายเขาเรียนประจำทั้งคู่ จะกลับบ้านเฉพาะ ใน วันหยุด ส่วนวิวรรณทำงานที่กรมที่ดินแห่งหนึ่ง จึงชวนกระท้อนขึ้นไปด้วย

แต่เมื่อเปิดห้องเข้าไป ทั้งเธอและนพดล ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ยายจันทักทาย
เธอกับนพดลได้ถูกต้อง ทั้งชื่อและนามสกุล ทั้งๆที่เธอและนพดล มั่นใจอย่างยิ่งว่า
ไม่เคยพบคนแก่คนนี้มาก่อนแน่ๆ และที่แปลกแถมน่ากลัวยิ่งขึ้น ตรงที่ยายจันเดินมา
เอ่ยเบาๆที่ข้างตัวเธอว่า

“คุณกระท้อน อีกสามวัน ที่คุณจะไปบ้านนายบรรจบอีกครั้ง เอาหมวกกันน็อต ติดมือเข้าไปด้วยน่ะค่ะะ”

กระท้อนอึ้งไปนาน จนนพดลเดินออกมาจากห้อง พร้อมอุปกรณ์กล้องสามชิ้นนั้น
“อีกสามวันเป็นความลับ” ที่ทางนิตยสารสั่งให้เธอกับนพดล แอบปีนเข้าไปหลบที่ สวน ของนายบรรจบคนนั้น ในยามราตรี เพื่อจับ สังเกตความเคลื่อนไหวบางอย่าง
ที่เป็น ข่าวลือเกี่ยวกับการคอรัปชั่นของนายบรรจบ ซึ่งข่าวนี้รู้กันเพียง 3คน คือเธอ
นพดล และบรรณาธิการ แต่ทำไมยายจันมารับรู้ได้?

แต่กระท้อนก็นำหมวกกันน็อต ที่เธอใช้สวมตอนขับ มอเตอร์ไซด์ ติดมือเข้า ไปด้วย ในคืนนั้นกระท้อนแอบจอดรถไว้ ตรงข้างรั้วบ้าน ฝั่งตรงข้ามบ้านนายบรรจบ
ก่อนอาศัย ความมืดสลัวของพุ่มไม้ ลัดเลาะเข้าไปที่รั้วบ้านนายบรรจบ ซึ่งนพดลทำ
เครื่องหมายแอบเก็บบันไดซ่อนไว้ให้ ส่วนเขาจะขับรถตู้ย้อนอ้อมไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่ง อยู่ติดกับ แม่น้ำ จากจุดตรงนั้น เขาจะแอบถ่ายภาพได้สดวก และปลอดภัย จาก สายตาคนพบเห็นได้มากที่สุด

คืนนั้นกระท้อน มีหน้าที่เข้าไป ใกล้คนทั้งสามให้มากที่สุด เพื่ออัดเสียงทั้งสส.
ทวี สส.อรอนงค์ รวมทั้งตัวนายบรรจบด้วย จะต้องพยายามนำเครื่องเล่นอัดเสียง
เข้าไปใกล้คนเหล่านั้นให้มากที่สุด เนื่องจากคราวก่อน สัญญาณที่ติดตั้งไว้ระยะไกล
ได้รับคลื่น รบกวนจากรถมอเตอร์ไซด์ ที่วิ่งรับส่งคนเข้าออกตลอดเวลา จนทำให้
จับความไม่ได้ดี

กระท้อนไม่เคยกลัว เพราะการทำงานแบบนี้ เธอทำมานับครั้งไม่ถ้วน
นพดลและวัท บรรณาธิการหนุ่มใหญ่ จึงเชื่อใจในฝีมือเธอเสมอมา คืนนั้นจึงวาง
ใจให้เธอเข้าไปคนเดียวเช่นเดิม แต่คืนนั้นเป็นคืนแรก ที่สามารถทำให้เธอฝันร้าย
ไปทุกคืน..จนยายจันมารับเธอไป!!

คืนนั้นเธอได้พบเห็น การฆ่าคนเพื่อปิดปาก อย่างอำมหิตเลือดเย็นที่สุด
มือปืนกระหน่ำกระสุนนัดแล้วนัดเล่า เลือดแดงฉาน พุ่งกระจาดกระจายและ เสียงร้องโหยหวน ของสส.ทั้งคู่ ก่อนศพจะถูกเก็บลงกระสอบ เพื่อนำไปถ่วงลงแม่น้ำ
แต่ ขณะที่ปีนบันไดกลับออกมา กระท้อนยังขวัญผวา กับเหตุการณ์นั้นไม่หาย ทำ ให้เธอก้าวพลาด ร่วงหล่นก่อนถึงพื้น เกิดเสียงดังขึ้น ทำให้สมุนของนายบรรจบ วิ่ง ออกมาตามหาทันที

และด้วยหมวกกันน็อตใบนั้น กับรถมอเตอร์ไซด์เก่าๆ เธอจึงอำพรางรอดจากมุม
รั้วนั้น และรอดผ่านการสกัด ทางของคนเหล่านั้น ซึ่งในยามปรกติ เธอเป็นผู้หนึ่ง ที่
มักฝืนกฎ ไม่สวมหมวกกันน็อตเสมอ เมื่อกลับมาที่ห้องพักได้อีกครั้ง ในคืนนั้นเธอ
ก็เริ่มฝันร้าย!!!

ฝันถึงการตายของเธอเอง ฝันว่าเธอถูกฆ่ารัดคอ จากมือปืนปริศนา??นับวันฝันก็
ยิ่งชัดเจนละเอียดมาก ขึ้นทุกที จนเธอเริ่มหวาดกลัวราวกับเป็นลางสังหรณ์ เพื่อ
บอกเหตุอะไรสักอย่าง หรือเธออาจเป็นคนต่อไป ที่ถูกสั่งเก็บ?


การที่นายบรรจบกำลังถูกจับตามอง จากหลายฝ่าย นิตยสารโลกก้าวหน้า กับ หนังสือพิมพ์ข่าวเท็จจริง ที่ปองพลเป็นเจ้าของ ก็มีส่วนนำเสนอ ขุดคุ้ยออกมาตีแผ่ นี่นา หรือเขาเริ่มรู้ว่า เธอกับนพดลเข้าไปร่วมด้วย กับการขุดค้นเรื่องราวของเขา

กระท้อนสลัดหัวไปมา เพื่อขับไล่ความมึนงง แม้ตอนนี้ บรรณาธิการ จะสั่ง ให้เธอพัก ร้อนได้ 2 อาทิตย์ก็ตาม แต่เธอก็ไม่รู้จะเดินทางไปไหนดี ในเมื่อ
เธอมัวแต่กังวล ในเรื่องนั้นจนฝันร้ายอยู่ทุกคืน เฮ้อ..รึไปหายายจันอีกครั้ง?

“ท้อนครับ รีบมาที่บ้านพี่วัทด่วนน่ะจ๊ะ เราได้หลักฐาน ที่มั่นใจจะลากไอ้บรรจบ เข้าคุกอีกชิ้นแล้วจ๊ะ”

กระท้อนจึงต้องเก็บ ความคิดเรื่องส่วนตัวลงอีกครั้ง จัดแจงคว้ากุญแจแล้ว ล็อกห้อง นพดลไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดฯเธอ นานนับอาทิตย์แล้ว เนื่องจากงาน
มากมายที่ต้องติดตาม เขาจึงย้ายไปพักกับวัท บรรณาธิการหนุ่มใหญ่ไฟแรงคนนั้น
ที่ห้องชั้นบนของที่ทำงานนั่นเอง ทั้งคู่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ซึ่งก่อนหน้านั้น เธอจะ เข้าไปร่วมด้วยอย่างกระตือรือร้น มีแต่อาทิตย์ที่ผ่านมา นับแต่เกิดเรื่องขึ้น วัทเห็น
อาการหน้าซีดเซียว มักเหม่อลอยของเธอ จึงสั่งให้พักร้อน

“เอ็งแน่ใจน่ะ ไอ้เป๋”

ชายขาพิการคนนั้นพยักหน้า สมศักดิ์ควักแบ็งค์ร้อย สามใบส่งให้ ชายคนนั้น
เดินห่างไปแล้ว สมศักดิ์จึงกดมือถือ คุยกับนายบรรจบสักครู่ ก่อนเดินเตร่ไปมาตรง แถวนั้น เหลือบไปเห็นแม่ค้าหาบข้าวแกง เขาก็เรียกแม่ค้าแวะแล้วสั่งข้าว ลาดแกง เนื้อสองจาน

แม้ยามนี้สมศักดิ์ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง เหมือนตอนที่อยู่บ้านที่ อีสาน
แต่บางครั้งเขาก็อยากกินอยากนอน ง่ายๆเหมือนสมัยก่อนบ้าง ซึ่งเป็นเรื่อง
ธรรมดา ตามความเคยชินของมนุษย์ ที่มักผูกพัน กับสิ่งที่จำเจมานานวัน แม้ได้ไปพบเจอะเจอ สิ่งที่คิดว่าดีเลิศกว่าแล้ว แต่ส่วนลึกๆในใจ ก็ยังหวนอาลัย
คิดย้อนกลับสู่จุดเดิม ในบางเวลาไม่ได้

สมศักดิ์รู้ตั้งแต่คืนนั้น กระท้อนคือคนที่แอบเข้าไปสืบเรื่องที่บ้านของบรรจบ
แต่เขาก็ยังเป็นมือปืนได้ไม่นาน ยังไม่ละสิ้นจิตใจเมตตา เยี่ยงมนุษย์ทั่วๆไป แต่คืนนี้
สายรายงานให้นายบรรจบรู้แล้ว และเขาได้รับคำสั่ง..ต้องทำงานอีกครั้ง!! สมศักดิ์
เริ่มเบื่องานนี้ แต่เขาก็ถอยหลังกลับไปไม่ได้แล้ว ไม่งั้นเขานั่นแหละ จะต้องไปราย
งานตัวที่ยมโลกแทน

ห้าทุ่มนพดลลงมาส่งกระท้อนที่รถ เมื่อรถเธอแล่นออกไป สมศักดิ์ก็ขับตาม
ไปเรื่อยๆ เมื่อกระท้อนดับไฟที่ห้อง สมศักดิ์ก็เริ่มลงมือทำงาน เขาตรงไปที่ด้านหลัง
คอนโดฯ อาศัยความมืดและช่วงเวลาที่ คนเก็บขยะกำลังง่วนกับงาน เล็ดลอดเข้า
ประตู ตรงไปที่ห้องของกระท้อนทันที เขาใช้ผ้าชุบน้ำใสๆ ก่อนคาดปิดปากตัวเอง
ก่อนจุดวัตถุอีกชิ้นหนึ่งขึ้น สักพักทั่วทางเดิน เต็มไปด้วยหมอกควัน

แปลกยิ่งนัก เมื่อสมศักดิ์เจาะกลอนหน้าห้อง ของกระท้อนด้วย ที่เจาะไฟฟ้า
กระทัดรัดอันนั้น แม้เกิดเสียงไม่ดังกึกก้อง แต่ยามดึกสงัดเช่นนี้ มันก็ดังชัดเจน
ทั่วชั้น..แต่ไม่มีใครตื่นเยี่ยมหน้าออกมาดูสักคนเดียว!!

กระท้อนเริ่มฝันอีกแล้ว ชายร่างหนา มือเท้าโตหยาบหนา อย่างคนทำงาน
หนัก เดินไปหยิบเสื้อคลุมเนื้อเนียนบางของเธอ ที่แขวนอยู่ข้างๆโต๊ะเครื่องแป้ง เขา
จับเสื้อนั้นบิดเป็นเกลียว ก่อนนำมาคล้องรอบคอกระท้อน มัดเสื้อเข้าหากัน ค่อยๆรัด
จนเริ่มติดรอบลำคอระหงนั้น

จากนั้นเขาถอดรองเท้า เหลือเพียงถุงเท้า ยกขาข้างหนึ่งกดยันไว้ ตรงปลาย
คางของกระท้อน สองมือจับชายเสื้อที่มัดรอบคอเธอ..กระชากสุดแรงเกิด กระท้อน
สะดุ้งเฮือก ก่อนดิ้นรนกระเสือกกระสนยิ่งขึ้น หน้านิ่วคิ้วขมวดจนดูเหยเก พร้อมกัน
นั้น เธอก็ยกสองมือขึ้น พยายามแกะวุ่นวายตรงรอบคอตัวเอง แต่เธอรู้สึกว่ายามนี้ ทั่วร่าง เหมือนไร้สิ้นเรี่ยวแรง มือไ้ม้่อ่อนปวกเปียก..และแล้วเธอก็ สะดุ้งเฮือกอีกครั้ง
ก่อนแน่นิ่งไป

สมศักดิ์ปลด เสื้อออกจากคอกระท้อน ม้วนเป็นก้อน สอดเข้าถุงกระดาษที่หยิบ
มาจากบนโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดประตู หิ้วถุงเสื้อกับกระเป๋าใส่เครื่องเจาะไฟฟ้า ที่ทิ้งไว้
ตรงหน้าห้อง เดินกลับลงไปที่ทางเดิม เมื่อผ่านทีวีวงจร ตรงมุมประตู เขาก็ขยับคอ เสื้อขึ้นปิดแนบหน้า ดึงหมวกให้กดต่ำลง ก้มหน้าเปิดประตู กลับขึ้นรถขับออกไป

“คุณกระท้อนคะ ลุกขึ้นเถิด ยายมารับคุณแล้วค่ะ อย่าให้ท่านทูตรอนานน่ะ”

กระท้อนค่อยๆลืมตาขึ้น ตัวเบาหวิว ร่างลอยไปมาได้?? กระท้อนตาตื่น เหลียว
มองยายจัน ยายจันไม่ได้ตอบอะไร นอกจากชี้มือไปที่เตียง กระท้อนหันไปมองตาม
ร่างที่หลับแน่นิ่งไม่ไหวติง ช่างเหมือนเธอราวกับแฝด ยายจันตอบคำถามนั้นทันที

“ใช่ค่ะยายมารับวิญญาณคุณ ยายมาจากแผนกเสริมบุญ ปลดทุกข์ค่ะ มาเพื่อรับคุณไปเป็นเจ้าสาวของท่านยมทูต คุณนับว่าโชคดีน่ะ ที่คราวก่อน คุณไปบ้านนายบรรจบ เผอิญท่านยมทูตประจำการพอดี ท่านไปรับวิญญาณ
ของ สส. 2 คนนั้นแล้วถูกชะตา กับคุณ หลังจากที่ส่งภรรยาเก่า ไปเกิดแล้ว มีตำแหน่งภรรยาผู้ช่วยยมทูตว่างลง เลยติดต่อไปที่แผนกของยาย ซึ่งมีหน้าที่
คอยช่วยบริการคนดี ให้พบความสุขในช่วงหนึ่งๆ สั่งให้ยายมารับคุณ เพื่อไปเป็น
เจ้าสาวคนต่อไปของท่าน จะได้ช่วยจับวิญญาณเลวร้ายทั้งหลาย เราีัรีบไปเถิดค่ะ
ช่างตัดเสื้อคงมารอ เพื่อวัดตัวตัดเสื้อแล้วน่ะค่ะ”

“ท้อนยังไม่อยากตาย ท้อนอยากอยู่กับนพดล ยายช่วยท้อนด้วย”

“ยายช่วยคุณไม่ได้ค่ะ ที่จริงคุณอาจจะแค่อาการสาหัส ถ้าคุณไม่ได้แย่งคนรัก
ใคร แต่นี่เคราะห์กรรมเจอกำลังบวก จึงหนักมาก กลายเป็นสองเท่า เพราะคุณแย่ง
คนรักของคนอื่น เขาสาปแช่งคุณ อยู่ในใจบ่อยๆ แรงแค้นที่มุ่งมั่น จึงเดินทางลัด
สายด่วน มาบวกกับดวงคราว เคราะห์ของคุณ ทำให้คุณต้องตายก่อนเวลา ถึง25 ปี
แต่คุณไม่ต้องกลัวเหงา นะค่ะเพราะท่านยมทูตชอบคุณ ใน 25ปีมนุษย์ คุณจะได้ ไปเสวยสุขกับท่าน ยมทูต ก่อนไปเกิดใหม่ค่ะ”

ยายจันจูงมือกระท้อน ที่น้ำตาอาบหน้า เดินไปเรื่อยๆทางหน้าต่างก่อนจะ
เลือน ลับหายไปในราตรีนั้น.....และที่เบิ้องหน้าลิบๆนั้น ชายในร่างสูทสูงสง่า กำลัง
ยืนรอรับเธอ ด้วยรอยยิ้มเต็มใจ…


BY...ยามี่จัง

โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 12 ก.ย. ปี 2006 [ เวลา 20 : 27 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com