Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>>  เทพยุทธเก้ามังกร : ตอนที่ 1 แผนเก็บกวาดพรรคสุริยัน (เสร็จแล้ววววววว)

เรื่อง :

เทพยุทธเก้ามังกร : ตอนที่ 1

แผนเก็บกวาดพรรคสุริยัน

 (เสร็จแล้ววววววว)

นามานุกรม
เตียวก๊ก (ชาตะ ไม่ทราบแน่ชัด มรณะ ค.ศ.184)
(ตามที่สามก๊กฉบับนิยายได้เขียนไว้) เป็นผู้นำแห่งกองกำลังผ้าเหลือง ซึ่งได้รับคัมภีร์กำหนดฟ้ามาจากนักปราชญ์คนหนึ่งที่เขาพบในถ้ำแถบนครฉางอันจึงได้นำคัมภีร์นั้นมาแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้แก่ผู้คน จนได้เป็นกองกำลังผ้าเหลืองขึ้นมา แต่ในที่สุดโฮจิ๋น ผู้ซึ่งได้รับบัญชาจากพระเจ้าเลนเต้ให้มาปราบกองกำลังผ้าเหลือง ปราบลงได้ในที่สุดโดยถูกกองกำลังของโจโฉและซุนเกี๋ยนเข้าไปบุกถึงเมืองและไปตัดศีรษะลงมาหลังจากที่ได้เสียชีวิตจากโรคที่ถูกเรียกว่าโรคสวรรค์ประทาน

หลังจากตอนที่จะกล่าวต่อไปนี้กระผมใคร่ขอเปลี่ยนชื่อตัวละครหนึ่งตัวนั้นคือ อิมอิ้ง ขอเปลี่ยนเป็น อิมเสี่ยวหลง
ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

เก้ามังกร : เดิมทีนั้นหมายถึงแค่พลังเก้ามังกรของอิมถังผู้เป็นพ่อของอิมเสี่ยวหลงเท่านั้น แต่หลังจากที่มีพลังที่สามารถทัดเทียมกับพลังเก้ามังกรได้นั้น คำว่าเก้ามังกรจึงได้หมายถึงอาวุธวิเศษในยุทธภพเก้าชิ้นและเคล็ดสุดยอดวิชาเก้าวิชา นั้นได้แก่ (อาวุธทั้งเก้า) ดาบหงส์ประจัน, กระบี่เกล็ดมังกร, ทวนตลบฟ้า, กระบี่ยอดจันทร์, กรงเล็บเสือดาวหิมะ, ค้อนสุริยันอาฆาต, กระบี่เยือกแข็ง, ดาบสวรรค์ให้นรกมอบ และ กระบองคู่สวรรค์
(เคล็ดวิชาทั้งเก้า) พลังเก้ามังกร, พลัง 5 มหาวิญญาณเทพ, ดรรชนีเอกสุริยัน, ดรรชนีพลังจันทรา, เคล็ดพลังดาบสวรรค์ให้นรกมอบ, เคล็ดกรงเล็บเสือดาวหิมะ, เคล็ดพลิกฟ้าผ่าพสุธา, จันทร์ผวงพสุธาแยก และ คัมภีร์เพลงดาบสวรรค์



แผนเก็บกวาดพรรคสุริยัน

เมืองที่อยู่ตามริมแม่น้ำฮวงโหทุกเมืองจะเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าฮั่นโกโจและตลอดเรื่อยมาจนถึงเวลาที่จีนตกอยู่ในความแตกแยก
ภูเขาหัว ทางตะวันตกของนครฉางอัน
ชายคนหนึ่งดูท่าทางอายุประมาณ 40 ปีแต่งตัวดูท่าทางเป็นบัณทิตที่กำลังเสาะแสวงหาที่สงบเพื่อเตรียมจะสอบจอมหงวนครั้งที่ 6 ในชีวิตของเขาซึ่งเจ้าหน้าที่รู้จักหน้าคร่าตาของชายผู้นี้เป็นอย่างดีเขามีนามว่า เตียวก๊ก ได้กำลังเดินทางขึ้นไปยังภูเขาหัวเพื่อขอเข้าพบ ซุนเยื่ย ผู้ที่ถูกขนานนามเป็นหนึ่งในสามปรมาจารย์แห่งยุคทั้งที่มีอายุเพียง 38 ปีเท่านั้น สามปรมาจารย์แห่งยุดนี้นั้นได้แก่ อิมถัง ผู้ใช้พลังเก้ามังกรและเป็นผู้ครอบครอบ ดาบหงส์ประจันและกระบี่เกล็ดมังกร ชาวหลาง ผู้ที่มีพลังอันล้ำลึกนั้นคือเคล็ดวิชาจันทร์ผวงพสุธาแยกและเคล็ดพลังดาบสวรรค์ให้นรกมอบซึ่งรวมถึงดาบสวรรค์ให้นรกมอบด้วยเช่นกัน และ ซุนเยื่ย ผู้ใช้พลัง 5 มหาวิญญาณเทพและดรรชนีพลังจันทรา
แต่ในขณะขึ้นเขานั้นเตียวก๊กได้เดินไปสะดุดกับก้อนหินก้อนหนึ่งจึงพลัดตกลงไปด้านล่างแต่ด้วยวิชาตัวเบาที่ได้ฝึกมาบ้างจึงทำให้ไปเกาะกับต้นไม้ที่ริมหน้าผา
“ไยข้าจึงเดินไม่เคยดูสิ่งที่กีดขวางทางเดินของข้าเลยสักครั้ง”
ในขณะเดียวกันนั้นเตียวก๊กจึงได้สังเกตเห็นถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ถัดลงไปด้านล่างแต่ถ้ำนั้นไม่มีหน้าผาให้สามารถลอยตัวลงไปยืนได้และผนวกกับนิสัยของเตียวก๊กที่เป็นคนไม่ชอบความมืดและการเข้าถิ่นที่อยู่ของคนอื่นโดยพละการจึงตัดสินใจใช้กำลังที่เหลือภายในร่างกายกระโจนขึ้นจากต้นไม้ที่ตนยืนอยู่กลับขึ้นไปยังทางเดินที่เขาได้ตกลงมา พอขึ้นมาถึงเขาตัดสินใจที่จะไม่พักฟื้นฟูลมปราณแต่จะเดินหน้าต่อไปยังวิหารชี้จันทรา ที่เป็นที่อยู่ของ ซุนเยื่ย ไม่นานนักเตียวก๊กก็มาหยุดอยู่ที่หน้าวิหารแห่งหนึ่งซึ่งถูกประดับด้วยเพชรพลอยนานาชนิดที่ถูกวางจัดเรียงให้เป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ ตัววิหารมีสีขาวสลับกับน้ำเงินซึ่งเป็นหลังคาให้แต่ละชั้นที่มีอยู่ทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นล่างสุดนี้มีบันไดหินสีขาวจำนวน 3 ขั้นอยู่ตรงหน้าทางเข้าสู่ประตูวิหารถัดออกมาจากประตูของวิหารนั้นมีสระน้ำเล็กๆที่ทอประกายแสงสีเงินออกมาตลอดเวลาที่มันรู้ว่ามีคนจ้องมองมันอยู่ถัดไปเบื้องหลังของบ่อน้ำจะมีเจดีย์เล็กอยู่หนึ่งองค์ขนาดที่คนไม่สามารถเข้าไปได้
เตียวก๊กเยื้องย่างกายเข้าไปด้านในเขตของวิหาร
“ผู้ที่มาเป็นใคร” เสียงชายคนหนึ่งที่น้ำเสียงมีรังสีอาฆาตดังออกมาจากวิหาร
“ข้าน้อยเตียวก๊ก ข้าพเจ้าจะมาขอสนทนากับท่าน ซุนเยื่ย ไม่ทราบว่าท่านซุนเยื่ยอยู่ที่นี่หรือไม่ ”
“ไม่ ท่านซุนเยื่ยบัดนี้ฝึกวิชาอยู่ในเจดีย์ห้าวิญญาณ ” เสียงของชายคนนั้นเริ่มอ่อนนุ่มลง
“ถ้าไม่เป็นการรบกวนข้าน้อยขอเฝ้ารอที่จะพบท่านซุนเยื่ยอยู่ที่นี่ได้หรือไม่ “
“เชิญ เชิญด้านในก่อน” น้ำเสียงของชายผู้นั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ประตูของวิหารชี้จันทราถูกเปิดออก สังเกตได้โดยทันทีว่าน้ำหนักประตูของวิหารนั้นมีน้ำหนักมากเพราะทำด้วยเหล็กจันทราทั้งบาน ไม่มีการลงกลอนของประตู และต้องใช้ชายฉกรรจ์ถึง 12 นายในการเปิดประตูเพียงหนึ่งด้าน
“ข้าขอให้ผู้ที่มาเยือนเอ่ยนามของท่านอีกครั้งก่อนที่จะผ่านประตูวิหาร” ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งร้องขอ
“ข้าน้อย เตียวก๊ก ข้าน้อยมาขอเข้าพบท่านปรมาจารย์”
เตียวก๊กเยื้องย่างกายเข้าสู่วิหารชี้จันทรา แค่เพียงก้าวเดียวก็ต้องหยุดให้กับความสวยงามเกินบรรยายชายผู้ที่สนทนากับเขาผ่านประตูเข้ามาสนทนากับเขาอีกครั้งแล้วจึงพาไปนั่งยังเรือนรับรองที่อยู่ทางด้านซ้ายของทางเข้าสู่ตัววิหารแล้วเตียวก๊กจึงได้ทราบว่าผู้ที่สนทนาผ่านประตูวิหารนั้นคือหลี่เยื่ย องค์รักษ์อันดับหนึ่งของซุนเยื่ยอีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองอาวุธชิ้นหนึ่งในอาวุธเก้ามังกรนั้นคือ ทวนตลบฟ้าและเคล็ดวิชาพลิกฟ้าผ่าพสุธา
เตียวก๊กมาถึงที่วิหารชี้จันทรานี้เมื่อยามหนึ่ง บัดนี้เวลาเยื้องย่างเข้าสู่ยามสองแล้วเขายังคงนั่งสนทนากับหลี่เยื่ยถึงเรื่องทั่วไปในยุทธภพจนกระทั่งเตียวก๊กได้ถามถึงวิชาที่ซุนเยื่ยกำลังฝึกอยู่ ณ ตอนนี้ หลี่เยื่ยจึงบอกว่า
“วิชาที่ซุนเยื่ยฝึกอยู่นั้นท่านต้องแลกกับอายุขัยถึง 30 ปีถึงจะสำเร็จวิชานั้น วิชานั้นคือ.......”
“เทพจันทราน้ำแข็ง” ซุนเยื่ยเดินเข้ามาในเรืองรับรองข้างสระน้ำที่เตียวก๊กกับหลี่เยื่ยนั่งสนทนากันอยู่
ซุนเยื่ย ผู้เป็นหัวหน้าพรรคจันทราที่ครองความยิ่งใหญ่ในทางตอนเหนือของดินแดนจงหยวนปัจจุบันหน้าตาสง่าสมกับที่จะครองความยิ่งใหญ่อีกทั้งยังคมสันและอายุไม่น่าที่จะเกิน 50 ปี ดูเป็นบุรุษที่ติดดินเอามากๆเพราะใส่ชุดบัณฑิตธรรมดาสีไม่ฉูดฉาดนัก
“มีอะไรบนใบหน้าข้าหรือไงเตียวก๊กเจ้าจึงได้ทำหน้าสงสัยเยิ่ยงนั้น” ซุนเยื่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“เห็นชาวยุทธกล่าวกันว่าท่านมีอายุเพียง 38 ปีมิใช่หรอท่าน” เตียวก๊กเอ่ยปากถาม
“นั้นเป็นเพราะข้าสำเร็จวิชา เทพจันทราน้ำแข็งแล้วไงละ” ซุนเยื่ยเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะ
“ท่านประมุขเกรียงไกรไร้ผู้ต้าน เทพจันทราน้ำแข็งคือหนึ่งในยุทธภพ” หลี่เยื่ยพร้อมทั้งลูกน้องทั้งหมดคุกเข้าลงสรรเสริญแก่ซุนเยื่ย
“เตียวก๊ก เจ้าตามข้ามาข้ารู้จุดมุ่งหมายที่เจ้ามาที่นี่ ” พูดแล้วซุนเยื่ยก็เดินนำเข้าไปยังตัววิหาร เดินมุ่งไปทางทิศเหนือไปยังบัลลังก์จันทราแล้วก็ทอดตัวลงนั่งบนบัลลังก์พร้อมกับหยิบคัมภีร์ออกมาหนึ่งเล่มยื่นให้กับเตียวก๊ก
“คัมภีร์กำหนดฟ้าเล่มนี้เจ้าจงเรียนรู้มันแล้วข้าจะมอบหมายงานชิ้นหนึ่งให้เจ้า” ซุนเยื่ยบอกกับเตียวก๊กพร้อมกับเสียงหัวเราะอันดังลั่น

เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่เตียวก๊กได้คัมภีร์กำหนดฟ้ามาจากซุนเยื่ยก็ได้ก่อตั้งกองกำลังผ้าเหลืองขึ้นมาจากการที่เขาแสดงปาฏิหาริย์ขึ้นมาและเริ่มปลุกระดมชาวบ้านเรื่องที่ฮ่องเต้ละเลยกิจการบ้านเมืองและขุนนางกังฉิน 10 คนคอยขูดรีดภาษีชาวบ้าน เตียวก๊กจึงได้กลับไปยังวิหารชี้จันทราเพื่อกล่าวความคืบหน้า
“ข้าน้อยเตียวก๊กขอเข้าน้อมคารวะเจ้าสำนักจันทรา ข้าน้อยสำเร็จวิชากำหนดลม กำหนดฝน กำหนดไฟ และกำหนดดิน แล้วเหลือเพียงแต่วิชากำหนดชาตะฟ้าเท่านั้น”
เตียวก๊กคุกเข่าลงคารวะด้านหน้าของชายแก่คนหนึ่งที่นั่งอยู่บนบัลลังก์จันทรา
“ท่านเจ้าสำนัก ทะ.....ท่านทำไม”
เตียวก๊กตกตะลึงกับใบหน้าตลอดจนร่างกายของซุนเยื่ยที่ดูชราลงจากเดิมที่ได้พบกันเมื่อคราวที่แล้ว
“เป็นเพราะข้าสำเร็จวิชาเทพจันทราน้ำแข็งขั้นสุดท้ายแล้วไงละ ฮ่าฮ่าฮ่า”
ซุนเยื่ยหัวเราะดังลั่นวิหารจันทรา
“เตียวก๊กรับคำสั่งจากข้า....”
“ข้าน้อยเตียวก๊กน้อมรับคำสั่ง”
“ข้าจะให้กำลังพรรคจันทราของข้าผนวกกับกองกำลังผ้าเหลืองของเจ้าไปกวาดล้างพรรคสุริยันทิ้งชะ ถ้าเจ้าสามารถกวาดล้างพรรคสุริยันข้าจะให้ทุกสิ่งอย่างที่เจ้าขอแต่ข้าต้องขอว่าข้าคงให้บัลลังก์นี้แก่เจ้าไม่ได้หรอกส่วนเรื่องแผนการนั้นข้าจะให้หลี่เยื่ยไปช่วยเจ้าอีกแรงจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องขาดขุนพลและกุนซือไงเล่า ฤกษ์งามยามดีก็อีกสองวันยาม 3 จงตระเตรียมกองกำลังผ้าเหลืองของเจ้าชะส่วยทางนี้ข้าจะให้หลี่เยื่ยจัดการทุกอย่างเอง อีกสองวันจงเตรียมทหารของเจ้าไว้ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครฉางอันไว้ให้พร้อม ไปได้ ” ซุนเยื่ยสั่งการทั้งหมดแก่เตียวก๊ก
หลังจากที่เตียวก๊กได้รับคำสั่งมาทั้งหมดก็ได้จัดเตรียมทหารเลวกองกำลังผ้าเหลืองจำนวนแปดพันนายพร้อมกับเสบียงสำหรับการรบหนึ่งเดือนอีกทั้งยังมีเตียวโป้น้องชายเพื่อไปโจมตีพรรคสุริยันที่เมืองฮั่นต๋งซึ่งในขณะนั้นเจ้าเมืองฮั่นต๋งคือเตียวฬ่อ
และแล้วก็ถึงวันที่กำหนดไว้หลี่เยื่ยก็ได้นำพากำลังของพรรคจันทราทั้งหมดแปดพันนายมาสมทบกับเตียวก๊กที่ทุ่งกว้างทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของนครฉางอันเพื่อกระทำการบุกโจมตีพรรคสุริยัน
“พวกเราเคลื่อนทัพ” เตียวก๊กและหลี่เยื่ยกล่าวสั่งการพร้อมกันซึ่งหัวขบวนของแต่ละกองกำลังก็คือ เตียวโป้และกวนชิเทียนทหารนายสนิทของหลี่เยื่ย



จบตอนที่หนึ่ง


โดย : ซุนริว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 11 ต.ค. ปี 2006 [ เวลา 20 : 41 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com