Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>>  แดดตอนสาย

เรื่อง :

แดดตอนสาย

แดดตอนสายสาดส่องเข้ามาแล้ว...แต่ประตูห้องของเขายังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออกแต่อย่างใด
เขายังคงนอนสงบนิ่งอยู่บนที่นอนแม้ว่าสายมากแล้วแต่เขายังคงอ่อนเพลียมากสืบเนื่องจากการโหมงานหนักมาตลอดคืน...
เขาจึงยังคงตกอยู่ในมนต์สะกดแห่งปิศาจขี้เซาในเช้านี้...โดยที่ไม่มีสิ่งใดจะดึงเขาให้หลุดพ้นจากมนต์สะกดได้..แม้แต่ศัตรูตัวฉกาจของมัน เจ้านาฬิกาปลุก..ศัตรูตลอดกาลของปิศาจขี้เซา
เพราะมันไร้ซึ่งพลังตั้งแต่เดือนที่แล้ว เพราะว่าเขาไม่ได้ซื้อถ่านมาเติมพลังให้มัน เช้านี้มันจึงยังวางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงอย่างที่มิอาจต่อกรกับเจ้าปิศาจขี้เซาได้ตราบใดที่ยังไม่มีถ่านไฟฉายจอมจุ้นคอยมาบังคับให้มันปลุกคนโน้น คนนี้และคอยปราบปรามเจ้าปิศาจขี้เซามิให้เหิมเกริม...
เสียงจากหมู่นกน้อยที่คอยขับกล่อมบรรเลงบทเพลงยามสายข้างนอกหน้าต่างนั้นก็มิได้ช่วยทำให้เขาตื่นจากการหลับใหลได้...
แสงแดดสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนได้เล็กน้อยเพราะมีผ้าม่านกั้นคอยบดบังแสงแดดที่จะสาดส่องเข้ามาภายในห้องนอน เป็นเพราะหน้าต่างถูกเปิดแง้มเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนสายลมตอนสายจึงแอบย่องเข้ามาสะกิดเพื่อให้เขาตื่นขึ้นจากการหลับใหลอยางอ่อนโยน
เป็นเพราะสายฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนช่วงก่อนรุ่งสาง ทำให้สายลมภายนอกที่แอบย่องเข้ามานั้นชักชวนเพื่อนที่เรียกว่าความหนาวมาโอบกอดร่างกายเขาไว้ แม้ผ้าห่มผืนน้อยก็มิได้ช่วยผ่อนคลายความหนาวแก่เขาได้เขาจึงควานหาผ้าห่มก็พบว่ามันไม่ได้โอบกอดตัวเขาไว้เช่นทุกคืน เขาจึงยันกายลุกขึ้นนั่งขยี้ตาและสบัดหัวไล่ความง่วงออกไป จึงรู้ว่ามันยังคงวางพับไว้อย่างเรียบร้อยอยู่ตรงปลายเตียงตั้งแต่เมื่อคืน
เมื่อคืนเขาตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์รายงานที่คั่งค้างมานาน แม้ว่าอาจารย์จะมอบหมายงานนี้ให้เขาทำตั้งแต่สามอาทิตย์ก่อน แต่เขาเพิ่งจะเริ่มจับงานนี้เมื่อสามวันที่แล้วเองเขาจึงต้องทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลย โชคดีที่สามวันก่อนนี้เขาไม่มีวิชาเรียนแถมเมื่อวานนี้ตามปกติเขาจะมีเรียนวิชาวรรณกรรมไทยซึ่งเป็นวิชาของอาจารย์ผู้ที่มอบหมายงานนี้ให้เขาทำแต่ตอนนี้กำลังใกล้สอบอาจารย์จึงปิดคอสส์ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วเขาจึงมีเวลาในการทำรายงานอย่างเต็มที่จนกระทั่งเมื่อคืนรายงานจึงเสร็จเรียบร้อย...
เขาจึงผละจากจอคอมพิวเตอร์เดินมาที่เตียงอย่างอ่อนเพลีย พลางหันไปมองผ่านหน้าต่างออกไปที่ในขณะนี้ภาพภายนอกที่ปรากฏให้เห็นคือความเงียบงันไร้ซึ่งเสียงรบกวนจากผับที่อยู่ตรงกันข้ามอย่างเคยเป็นเช่นทุกวัน ทำให้รู้ว่าเขานั่งพิมพ์รายงานจนเวลาล่วงเลยมาถึงตี 2 กว่าแล้วเพราะผับที่อยู่ตรงกันข้ามจะปิดเวลาตี 2 และร้านรวงต่าง ๆ ก็ปิดร้านและเข้านอนกันหมดแล้ว คงเหลือแต่รถราที่ยังหลงเหลืออยู่บนถนนเพียงไม่กี่คันเท่านั้น
และเมื่อเขาเดินมาถึงเตียงแล้วทิ้งตัวลงนอนความอ่อนเพลียก็สะกดให้เขาหลับในทันที...
แสงแดดในตอนสายที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องพร้อมกับสายลมเย็นยะเยือกทำให้สติสัมปชัญญะของเขากลับมาเขาก็ระลึกได้ถึงนัดหมายสำคัญในวันนี้ตอน 9 โมงเช้า ที่ห้องสมุดของมหาลัยตรงชั้น 1 บริเวณมุมกาแฟ มันเป็นนัดสำคัญกับคนสำคัญที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ หากเขาไปไม่ทันนัดครั้งนี้สิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดตลอด 4 ปีคงหมดความหมาย... เมื่อนึกได้ดังนั้นแล้วเขาจึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาเพราะเจ้านาฬิกาปลุกยังลาพักร้อนและเมื่อเขาดูเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์...
8 โมงครึ่ง..!!
เขาโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงนอนแล้วแทบจะกระโดดจากเตียงคว้าผ้าขนหนูได้ก็กระวีกระวาดเข้าห้องน้ำ รีบอาบนำอย่างรีบร้อน แต่งตัวอย่างลวก ๆ แค่พอให้ดูดีไม่เน้นความเท่ห์อย่างทุกเช้า แต่กว่าจะเสร็จดูเวลาก็ปาเข้าไปตั้งเกือบจะ 10 โมงครึ่งแล้ว เขาจึงรีบออกจากหอพักนักศึกษาทันที ในใจก็ภาวนาขอให้คนที่เขานัดไว้ยังคงรอเขาอยู่
แสงแดดในตอนสายส่องกระทบร่างกายเขาทันทีที่เขาเปิดประตูทางเข้าหอพัก ออกสู่ตรอกถนนทางเดินแคบ ๆ ที่ทอดออกสู่ถนนใหญ่ เขาแหงนหน้ามองแสงแดดในตอนสายพลางคิดในใจ...
ฉันเกลียดแสงแดดตอนสายบ้า ๆ นี่จริง ๆ..!
แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังที่นัดหมาย...

หญิงสาวผมยาวประบ่าสลวยในชุดเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนกับกระโปรงจีบรอบยาวคลุมเข่ากำลังนั่งรออยู่ในร้านกาแฟอย่างกระวนกระวายเพราะเธอนั่งรออยู่ที่บริเวณมุมกาแฟตรงชั้น 1 ที่ห้องสมุดของมหาลัยเป็นเวลาเกือบชั่วโมงแล้ว
บนโต๊ะที่นั่งอยู่ตอนนี้มีถ้วยกาแฟกระดาษกับจานขนมหวานที่เธอสั่งมาทานกับกาแฟ 3 - 4 ครั้งแล้วระหว่างที่รอชายหนุ่ม..
เขานัดเธอไว้ตอน 9 โมงเช้าแต่นี่อีก 15 นาทีจะ 10 โมงตรงแล้ว..
เธอเริ่มจะหงดุหงิดและเบื่อกับการผิดเวลาของเขาเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาสาย
แต่จะเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเธอเองก็จำไม่ได้เหมือนกัน
เธอได้รู้จักเขาเมื่อตออนที่เขาเรียนอยุ่ปี 1 และก็เฝ้าคอยติดตามพฤติกรรมเขามาตลอดเกือบ 4 ปีที่เขาเรียนอยู่ในรั้วมหาลัยด้วยความเป็นห่วง และคอยให้ความช่วยเหลือเขาตลอดมา รวมทั้งคอยกระตุ้นให้เขาปรับปรุงตัวละทิ้งนิสัยไม่ดีต่าง ๆ ออกไปซะจนเขาและเธอเริ่มจะสนิทกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ระยะหลังเขาก็เริ่มละทิ้งนิสัยไม่ดีออกไปได้หลายอย่างแต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยคือนิสัยการผิดนัดเป็นประจำและเข้าเรียนสายบ่อย ๆ ของเขาส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขาลำพองใจว่ายังไงหญิงสาวคงไม่ใจร้ายกับเขาแน่เขาจึงยังคงทำตัวอยางเช่นที่เคยเป็น...
แต่ครั้งนี้เธอเริ่มจะหมดความอดทนกับเขาแล้ว
" ครั้งนี้ฉันจะไม่ช่วยเธออีกแล้ว.. "
หญิงสาวเสยผมที่ลงมาปิดหน้า แม้อายุของเธอจะย่างเข้าสู่เลขสามแล้วแต่เธอก็ยังคงรักษาใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ได้อย่างที่หากว่าให้ลองเดาอายุจากใบหน้าแล้วทุกคนคงคิดว่าเธอคงยังเป็นสาววัย 25 - 27 แน่นอน
หญิงสาวชะเง้อมองหาชายหนุ่ม แต่ไม่เห็นแม้แต่วี่แววของชายหนุ่ม เธอกำลังจะกลับ.. แต่แล้ว
ชายหนุ่มกำลังวิ่งอย่างกระหืดกระหอบมาหาเธอเมื่อเห็นว่าเธอกำลังเขาก็โบกมือข้างหนึ่งเป็นเชิงบอกว่าอย่าเพิ่งไป ในขณะที่มืออีกข้างก็กำรายงานที่เพิ่งทำเสร็จเอาไว้...
" อาจารย์ครับ..! อาจารย์..! อยาเพิ่งไปครับ.."
เขาร้องเรียกอาจารย์สาวซึ่งเป็นอาจารย์ผู้สอนประจำวิชา " วิวัฒนาการของวรรณกรรมไทย " ที่เพิ่งจะปิดคอสส์ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หญิงสาวจึงนั่งลงอย่างเดิมเพื่อจะรอฟังคำอธิบายจากชายหนุ่มแม้จะพอเดาคำตอบได้ลาง ๆ อยู่แล้ว
" เธอมาสายอีกแล้วนะ..."
"ขอโทษครับ..พอดีว่านาฬิกาปลุกเสียครับเลยตื่นสายครับ "
"เธอจะหวังพึ่งนาฬิกาปลุกไปทั้งชาติเลยหรือไงทำไมไม่หัดนิสัยการตื่นเช้า ๆ อย่างชาวบ้านเขาบ้าง หรือคิดว่าอาจารย์อะลุ้มอะหล่วยให้ตลอดเธอจึงคิดว่าไม่เป็นไรหรือไง.."
" เปล่าครับอาจารย์.."
" เอาหล่ะ ๆ ช่างเถอะแล้วว่าไงหล่ะรายงาน..?
" เอ่อ...คือว่า...ไอ้เสร็จมันก็เสร็จอยู่หรอกครับแต่ยงัไม่เรียบร้อยดี "
เขายื่นรายงานให้อาจารย์สาว..
เมื่อรับรายงานของลูกศิษย์มาเปิดดูทำใหห้หญิงสาวยิ่งผิดหวังในตัวเขามากขึ้นกว่าเดิมเพราะรายงานของเขานั้นไม่เอาใหนเอาเสียเลยจริง ๆ
" อะไรกัน..! นี่ฉันรอมาเป็นชั่วโมงก็เพื่ออ่านรายงานชุ่ย ๆ ของเธออย่างงั้นเหรอ ..! ฉันเสียใจนะแต่เธอคงต้องติดอีวิชาอาจารย์แล้วหล่ะ..."
หญิงสาวพูดจบก็เดินจากไป...ปล่อยชายไว้เพียงลำพัง
... ไม่น่าเลย.. ไม่น่าปล่อยเวลาให่ผ่านเลยไปเปล่า ๆ อย่างนี้เลย รู้งี้ทำให้เสร็จ ๆ ตั้งแต่แรกซะก็ดี..ติดอีอีกจนได้นะเรา... ชายหนุ่มรำพึงในใจ
ไม่น่าเลยจริง ๆ เขาคิดได้เมื่อสายไปเสียแล้ว...
อาจารย์สาวจากไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเก็บรายงานขึ้นมาอย่างหมดอาลัยตายอยากแล้วเดินอย่างคนที่ไร้ซึ่งวิญญาณออกมาจากห้องสมุด
เขาเดินอย่างเชื่องช้าจนมาถึงถนนหน้ามหาลัย สายตาที่เลื่อนลอย สองขาที่ยังคงก้าวต่อไปข้างหน้าช้า ๆ พาเขาเคลื่อนตัวไปข้างหน้าโดยมิรู้ว่าอีกไม่กี่ก้าวก็จะเป็นพื้นถนนที่ขณะนี้มีรถเก๋งคันงามกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูง
ปกติเขาจะไม่ข้ามถนนตรงใต้สะพานลอย แต่วันนี้เขาไม่มีจิตใจที่จะข้ามสะพานลอย เขาไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า.. ไม่รับรับรู้ว่าชะตาชีวิตเขากำลังจะขาดสะบั้นลงทันทีที่เขาก้าวขาออกไปอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
เก๋งคันงามยังคงวิ่งมาด้วยความเร็วสูงโดยไม่ได้เอะใจว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหน้าจะก้าวเข้ามาในวีถีการเคลื่อนที่ของเขาเลย
ไม่มีใครคาดคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น...
สายตาที่เลื่อนลอย และสองขาที่ยังคงก้าวไปข้างหน้า ทำไห้ขณะนี้ที่กลางถนนหน้ามหาลัยแห่งนั้นชายหนุ่มกับเก๋งคันงามกำลังจะเข้าสวมกอดกันในอีก 5 วินาทีข้างหน้า...
5 ...
4 ...
3 ...
2 ...
1 ...
และแล้ว ...
ตี๊ด... ตี๊ด...
ตี๊ด... ตี๊ด...
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือของเขาที่เขาตั้งปลุกไว้แทนเจ้านาฬิกาปลุกขี้เซาก็ปลุกให้เขาตื่นจากการหลับใหลในบัดดล...

โดย : kero-kero
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 25 ต.ค. ปี 2006 [ เวลา 15 : 23 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com