Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>>  ใจนี้จะเพียงเทอ ของ นายด้ามไม้

เรื่อง :

ใจนี้จะเพียงเทอ ของ นายด้ามไม้

ดีคับผมชื่อเพิงคับ และเช้าวันนี้ก้อเป็นเช้าที่สดใสเหมือนทุกๆวันและมันมีสิ่งที่ทำให้เช้าทุกเช้าของผมสดใสคงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก เทอคนนั้น โอ้วช่างมาตรงเวลาจิงๆสาวน้อยแปดโมงสิบห้าเทอเป็นใครนั้นผมก้อไม่รู้จักหรอกแต่เป็นคนที่ผมชอบมากอาจเป็นเพราะบุคลิกท่าทางที่ร่าเริงของเทอ บวกนัตย์ตาสีฟ้า กับ ปากนิด จมูกหน่อย หน้าทรงสวยเข้ากับปากและจมูกของเทอ ยังไม่ต้องพูดถึงรอยยิ้มที่มีเขี้ยวเล็กๆประกอบอยู่กับฟันที่เรียงสวยเป็นเส้นเดียว แค่ยิ้มก้อเฉือนหัวใจดวงนี้ของผมให้เป็นส่วนๆ ผมจะมาเจอเทอทุกวัน ที่ป้ายรถเมล์เป็นประจำแล้วผมก้อจะนั่งรถไปพร้อมกับเทอทุกๆวัน เหอๆๆ วันไหนที่ผมมาถึงก่อนผมก้อจะนั่งรอทั้งๆที่รถที่ผมจะนั้งนั้นว่างผมก้อยังไม่ขึ้นจนกว่าเทอคนนั้นจะมา และค่อยขึ้นรถไปพร้อมๆกันโดยที่เทอไม่รู้ตัวโรงเรียนเทอก้อไม่ได้ไกลจาโรงเรียนผมเท่าไรหรอกกก แหมแค่ตรงข้ามกัน เดินไป 20 ก้าวก้อถึงหน้าประตู โรงเรียนเทอแล้วพอขากลับผมก้อจะนั่งที่ป้ายรถเมล์ขากลับบ้านเพื่อรอเทอคนนั้น จะมานั่งรถกลับบ้านแล้วเราจะได้รถคันเดียวกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าผมจะเพ้อถึงคนที่ผมไม่รู้จักได้ถึงขนาดนี้พอถึงป้ายที่เทอลงผมก้อจะลงตามและแยกกันตรงนั้น อาจมีการโบกมือในใจเล็กน้อย(เหมือนโรคจิตเลยเนอะ) แต่แล้ววันหนึ่งผมก้อได้มีโอกาสรู้จักกับชื่อเทอคนนั้น เพราะเทอคุยโทสับกับเพื่อนเทอตอนเช้า และ ผมก้อนั่งฟังอยู่ด้านหลังไม่ได้ยุ่งเรื่องชาวบ้านนะแต่ได้ยินเองเทอพูดว่า “ฮัลโหล ส้มหรอนี่ แคร์ใกล้ถึง โรงเรียนแล้วนะเจอที่เดิมนะ” เทอคนที่ผมแอบมองอยู่ห่างๆเป็นเวลา 2 เดือนเต็มๆ ชื่อ แคร์ๆๆๆ โอ้วคนอะไรน่ารักทั้งหน้าทั้งชื่อ โอ้โหแค่เชื่อก้อกินขาดและหากเป็นแฟนกันคงจะแคร์กันหน้าดู ทำให้ผมสร้างวิมานในอากาศยิ้มอยู่คนเดียวอยู่หลังรถเสียงหัวเราะเล็กๆของผมทำให้แคร์ได้ยินและหันมาดู เห็นผมนั้งยิ้มอยู่คนเดียวเข้าก้อขำ เอาแล้วไงเห็นกรูเป็นคนบ้าซะงั้นอ่ะแล้วจาเอาหน้าไปไว้ไหนนน ไว้บนบ่าไม่ได้แล้วม้างงงงทำให้ผมหน้าแดงเป็นอย่างยิ่งโหถ้าส่องกระจกคงคิดว่าตูดลิง และแล้วพอผมลงจากรถสิ่งที่ไม่คาดฝันก้อเกิดขึ้น แคร์ เทอคนนั้น เดินเข้ามาคุยกับผมเดินมาด้วยท่าทางที่ร่าเริงแล้วพูดว่า “ นั่งคุยกับเบาะบนรถเมล์อ่ะสนุกไหมเห็นขำใหญ่เลย” โอ้วแม่เจ้ากล้วยทับบดไปบดมา เหลือไหมเนี่ย ดีใจก้อดีนะแต่อายมากกว่าหาว่าเราคุยกับเบาะรถเมล์ แต่เค้าก้อพูดมาอีกว่า” เราล้อเล่นนะ เราจะถามว่าเทอชื่ออะไรหรอ เห็นนั้งรถมากับเราทุกวันเลยอยากรู้จักจะได้มีเพื่อนเวลานั่งรถกลับและมาจากบ้าน” ผมตอบไปด้วยเสียงติดอ่างเล็กน้อย พะ..เพิงคับ “ เค้าบอกว่า “เราชื่อแคร์นะเดี๋ยวนั่งรถแล้วคงได้คุยกันนะ “ แล้วเทอก้อเดินแยกไปหาเพื่อนโห ผมนิสิแทบจะ ตีลังกาเข้า โรงเรียน แบบว่าตัวเบาเลยอ่ะ เข้าโรงเรียนอย่างเบิกบานใจเป็นความรู้สึกที่วิเศษมากกกกก แหมเห็นเราบ้าๆอ่ะเข้ามาทัก รู้งี้บ้าตั้งนานแล้วไม่ทนนั่งวางมาดเป็น นายร้อยหน้าเข้ม ขรึม ตั้ง 2 เดือน ชอบบ้าๆก้อไม่บอกเดี๋ยวจัดให้นานแว้วว นีเป็นความคิดผมในใจตลอดทั้งวันที่คิดซ้ำแล้วซ้ำอีก อยากให้เลิกเรียนไวๆ จะได้ไปนั่งรอแคร์ ที่ป้ายรถเมล์ที่เก่าแหมแต่ไอ้เจ้านาฬิกาเนี่ยมานเดินช้าจิงๆ อยากจะเดินเข้าปรับเวลาให้เป็นเวลาเลิกเรียนซะตอนนี้เลย พักเที่ยงผมก้อนั่งที่ริมหน้าต่างที่มองเห็นโรงเรียนที่อยู่ตรงข้าม ทันใดนั้นเหมือนมีมารมาขัดอารมณ์ “เฮ้ย เห่าเครื่องบินอยู่หรออย่าเงยมากละเดี๋ยวคอเคล็ด” เป็นเสียงที่คุ้นหูมากคนไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ไอ้โรจน์ เพื่อนคู่รักคู่แค้นผู้ชายที่มีร่างกายสูงใหญ่แต่ใช้ปากเป็นอาวุธ ปากแม่งไวอย่างกับกรรไกรไม่เหมาะกับลักษณะตัวที่ใหญ่ สูงของมันเลยย เลยตอบมันไปว่า “เอออย่างน้อยข้าก้อยังมีเครื่องบินให้มองเว้ยไม่เหมือนเอ็งที่ ต้องใช่กล้องดูดาวส่องดูดาวพลูโต” มานหัวเราะร่วนๆ แล้วถามว่า” เอ็งได้คุยกับเขายังวะไอ้คนที่เอ็งมองอ่ะ” ผมตอบไปด้วยความปิติโคดหลายว่า “ ได้คุยแว้ววว รู้ชื่อเขาแล้วด้วย” ไอ้โรจน์มันมองด้วยสายตาไม่เชื่อแล้วถามว่า “เอ็งไปใช่มีดขู่กระตุกคอถามชื่อมาป่าววะ” ผมเลยบอกไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่ผมเจอมา มานแทบจะกระโดดก้านคอผมเพราะทางผมทำท่าจะมีหวัง แต่ ทางมันยังมืดแปดด้าน เหมือนห้องคุกปิดตายขังลืมประมานนั้น ที่ไม่รู้จะมีโอกาสได้คุยกับเขาหรือป่าวเพราะคนที่มานจะจีบเป็น รุ่นน้องตัวเล็กๆสูงประมาน 155 แต่มานแม่งหยั่งกับแด๊กกระทิงมาเกิดตัวก้อถึกสูงตั้ง 175 โห 20 เซน แม่งช่างเป็นช่องว่างระหว่างวัยดีจิงๆ คนที่มานจาจีบชื่อ สา เป็นรุ่นน้องแค่ ปีเดียวเท่านั้นแหละผมก้อคงได้แต่เชียร์อ่ะคับตัวผมเองยังทำท่าจะได้แหล่ไม่ได้แหล่เลยชื่อน้องเค้าก้อดีนะ สา จะได้มารักษาปากมันให้หายหมาซักกะที แล้วมันก้อชวนไปกินข้าวและผมก้อไป พอถึงเวลาที่รอคอยมาทั้งวันคือเวลาที่จะรอแคร์จะมานั่งรถเมล์กลับบ้านผมนั่งรออยู่คนเดียวเพราะไอ้โรจน์ผมไม่ให้มากลัวว่าเค้าพาลตกใจในความถึกจนไม่กล้าเข้ามาหาซะป่าวๆ และแล้วเทอก้อมาพร้อมยิ้มที่น่ารักฟันเรียงเป็นเส้นเดียว เห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นแฟนกันเนี่ยคงต้องห้ามไม่ให้เทอยิ้มอย่างงี้อีกเดี๋ยวใจคนอื่นเขาละลายและหันมามองเทอกันหมด นี่เราเป็นไรไปเนี่ยไปกับใหญ่และ เราหวงแม้กระทัง รอยยิ้มของเทอซะงั้นอ่ะทั้งที่ยังไม่ได้คุยกันเลยนะเนี่ย แล้วเทอก้อโบกมือลาเพื่อนแล้วแยกตัวมานั่งที่ป้ายรถเมล์ส่วนเพื่อนเทอเหมือนจะไปเที่ยวกันต่อ เทอมานั้งข้างๆแล้วไม่ได้พูดอาไร บรรยากาศ มาคุมากอ่ะและแล้วก้อเหมือนมีเสียงสวรรค์ แคร์ พูดขึ้นมาว่า “ นี่เทอชื่อเพลงหรอ” ผมเลยงงคับเอ้าจำชื่อเราเพี้ยนไปและตามลักษณ์เราที่เค้าเห็น ผมเลยแก้ไปว่า “ ผมชื่อเพิงคับแหมไม่ได้ชื่อเพลง ชื่อซะผู้หญิงเลย” เทอทำหน้าเลี่ยงอายเล็กน้อยและยิ้มออกมา โอ้วแม่เจ้ามายิ้มใกล้ๆยิ่งน่ารักผมเลยอดใจไม่ไหวเเล้วเลยชวนเทอคุยในทุกเรื่องทั้งมีสาระ และไม่มีสาระ ส่วนใหญ่ไม่มีสาระมากกว่า จนรถมาผมเลยให้เทอขึ้นรถก่อนและผมขึ้นตาม โหโคดแมนอ่ะ พอขึ้นรถผมเลยให้เทอนั่งริมหน้าต่างที่เทอชอบเพราะเห็นเทอชอบนั่งริมหน้าต่างทุกวัน เทอแปลกใจเล็กน้อยที่ทำไมรู้ว่าเทอชอบนั้งริมหน้าต่าง เทอก้อพูดออกมาว่า “ รู้ได้ไงอ่ะว่าเราชอบนั่งริมหน้าต่าง” แหมไอ้ตัวผมคงจะบอกไปไม่ได้อ่ะนะว่าแอบมองทุกวันจะไม่รู้ได้ยังไง เลยบอกไปว่า” เดาหนะ เพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงชอบนั่งริมหน้าต่าง” แคร์พยักหน้าแล้วนั้งลง แล้วแคร์พูดออกมาว่า” เอ้าแล้วงี้คนข้างหน้าก้อเป็นเกย์สิ เพราะเป็นผู้ชายแล้วนั่งริมหน้าต่าง” เอาแล้วไงอยู่ดีไม่ว่าดีไปว่าคนอื่นเขาซะงั้น “กวนเหมือนกันนะเนี่ยเห็นหยั่งงี้” ผมบอกกับเทอ ส่วนเทอนะหรอ หัวเราะแบบเบาๆแต่สั่นทั้งตัวอ่ะและเราก้อคุยกานไปตลอดทาง แล้วสุดท้ายเราก้อได้แลกเบอร์กันเพื่อการติดต่อในตอนเช้าจะได้มาเจอกันง่ายๆ อ่ะอิอิอิ^_^ อย่างผมไม่ใช่แค่ตอนเช้าหรอกจะโทแม่ง ทุกคืนเลยอ่ะอิอิอิ แล้วเราก้อแยกกันที่ป้ายรถเมล์เหมือนเดิมแต่คราวนี้ไม่ต้องโบกมือในใจแล้ววว โบกออกนอกหน้าก้อไม่มีใครว่าแล้วเป็นวันที่ผม Happy มากกกแทบจะเต้นแจ๊สแดนส์ กลับบ้าน หลังจากนั้นผมกับแคร์ได้นั่งรถคุยกันทั้งไปทั้งกลับไปด้วยกันทุกวันเป็นเวลาหลายเดือนแต่ นาฬิกาในใจผมยังเหมือนว่าเมื่อวานเพิ่งจะรู้จักกันเองเพราะเวลาผ่านไปไวมากยิ่งกว่าผมไปนั่งหมุนนาฬิกาเองอีก หลังจากคุยกับเทอเป็นเวลานานผมได้รู้หลายๆอย่างเกี่ยวกับเทอว่าเทอ เป็นลูกคนเดียวของบ้าน และที่สำคัญสิ่งที่ผมไม่รู้มาโดยตลอดคือบ้านของเทออยู่ถัดจากซอยบ้านผมแค่ไม่กี่ซอยเอง แค่ 5 ซอยเท่านั้นอะ โหรู้งี้ไปส่งทุกวันแล้วไปรับด้วย แล้วเดี๋ยวนี้ผมพัฒนาแล้วครับจาก การส่งแค่ป้ายรถเมล์ตอนนี้มาส่งถึงหน้าบ้าน โอ้ว… พัฒนาขั้นกระโดด แต่เราก้อยังเป็นแค่เพื่อนกันอยู่แต่ไมนานหรอกผมจะขอเทอเป็นแฟนให้ได้ไม่ช้าก้อเร็วเหอๆฮะฮ่าไม่มีไรไกลเกินฝันหากหยุดฝันมันก้อไปไม่ถึงเป็นไงละ แคลชไปได้แฮะ “ วันนี้เอาวะจะขอแคลเป็นแฟนให้ได้เลย” เป็นคำที่คิดขึ้นมาตอนพักเที่ยงตอนที่กินข้าวอยู่กับไอ้โรจน์ ที่โรงอาหารของโรงเรียน ไอ้โรจน์พูดขึ้นว่า “ จาดีหรออแน่ใจแล้วหรอว่าเค้าจาชอบเอ็งอ่ะเค้าอาจเล่นๆด้วยเฉยๆก้อได้นะ” โหห ไอ้ปาก the dog พูดมาได้ไม่ได้ให้กำลังใจเพื่อนเลยยเลยตอกกับไปว่า “ ถ้าต้องรอแน่ใจก่อนก้อต้องรอกันเป็นชาติๆหยั่งเอ็งกับน้องสาเขาละว้า เห็นปะปัจจุบันยังไม่ค่อยจาได้คุยกันเท่าไรเลยยยย” โดนคับท่านคำนี้ทำถึงกับจุกไปเลยมานเงียบไปเลยเป็นที่ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง แล้วมันก้อไม่กล้าพูดอะไรอีกเลยยเพราะกลัวโดนสวนมาอีก มุขจะจุกกว่าเดิม วันนั้นตอนเย็นก้อเป็นเเบบทุกวันคือผมจะมารอแคร์ที่ป้ายรถเมล์ แคร์มาแล้วววแต่คราวนี้แปลกแคร์ไม่ยิ้มร่าเดินมาแบบทุกวันแต่ก้อไม่ถึงกับเศร้ามาก พอเห็นผมเทอก้อยิ้มให้แต่ไม่นานก้อทำหน้ากลุ้มอีกและเทอก้อมานั่งที่ป้ายรถเมล์ข้างๆผมๆก้อไม่ได้ถามอะไรมากเพราะกลัวเดี๋ยวหาว่าไปยุ่งเรื่องของเขามากไปอีก แต่เทอเป็นฝ่ายชวนคุยขึ้นมาเองว่า “ วันนี้เพิงว่างไหม” ผมตอบไปง่ายๆเลยว่า “ว่างจ่ะ แหมเราก้อว่างทุกวันแหละมะมีไรทำ” แคร์ยิ้มพร้อมพูดว่า “ดีแล้วงั้นวันนี้เพิงนั่งรถเลยบ้านไปสถานที่ๆนึงกับแคร์นะ” ผมก้อสงสัยหรอกนะว่าจะไปไหนแต่ก้อไม่ได้ถามว่าเทอจะไปไหนได้แต่เดินตามเทอขึ้นรถเมล์ แล้วสุดท้ายไปลงที่ สวนลุม เวลาในตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 6 โมงเย็นแล้ว ผมจึงถามแคร์ว่า “มาที่สวนลุมทำอารายจารำไทเก๊กหรอออ” แคร์ยิ้มแล้วพูดว่า “ เอาน่าเดี๋ยวก้อรู้เองว่าเก๊กหรือไม่เก๊ก “ เทอไม่พูดเปล่ากับดึงมือจูงผมไป โอ้ววววเทอจับมือผมด้วยเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่แคร์จับมือผมเดิน เหอๆๆแล้วก้อเดินมาถึงที่เช่าเรือไอ้เราก้อนึกว่าแคร์จะเช่าเรือถีบที่ไหนได้เทอเช่าเรือพายเฉยเลยแล้วเหนื่อยใครละครับผมนี่สิเป็นคนพาย ผมเริ่มคิดแล้วว่าที่พาเรามานี่ใช่แรงงานเราอ่ะป่าวหว่าเนี่ย แล้วเทอก้อให้ผมพายไปที่อีกฝั่งของสระซึ่งไม่มีคนและให้พายไปกลางน้ำแล้ว เทอบอกให้ผมนอนลงเอาหน้าขึ้นฟ้าไอ้ผมก้องงแต่ก้อไม่ได้ขัดขืนอะไร และเทอก้อมานอนข้างๆผมเเล้วเทอก้อพูดขึ้นว่า “เนี่ยวันไหนที่เราไม่สบายใจนะเราอยากจะมาที่ๆตรงนี้มากลางสระน้ำนี่แล้วเงยหน้าหน้าขึ้นฟ้ามันจะสบายใจขึ้นมากอาจเป็นความรู้สึกที่ไม่นิ่งไหวๆของน้ำซึ่งเหมือนเทอที่ไม่มีอะไรแน่นอน” พอเทอพูดจบ ผมก้ออึ้งไปเหมือนกันนะว่าผู้หญิงที่ดูไร้เดียงสาจะมีความคิดอารมณ์ สุนทรีย์ได้ขนาดนี้นะเนี่ยยย แล้วผมก้อพูดออกไปว่า” แคร์มีอะไรในใจบอกเราได้นะเราจะช่วยเป็นที่ปรึกษาได้ตลอดเลยนะ” เทอยิ้มให้แล้วพูดออกมาว่า “ แคร์อ่ะไม่อยากให้ใครมาเครียดเพราะเรื่องของแคร์อ่ะจ่ะ แค่เพิงมาเป็นเพื่อนเราในตอนที่เราไม่สบายใจทุกครั้งก้อพอจ่ะ “ คำพูดนั้นทำให้ยิ้มออกมาว่าเค้ายังเห็นเราเป็นที่พักพิงยามไม่มีใครอยู่แต่ในใจลึกๆมานก้อเจ็บอยู่เหมือนกานนะเนี่ยว่าแคร์ยังไม่ไว้ใจที่จะปรึกษาเราอีกหรอเนี่ยแต่ก้อไม่ได้คิดอะไรมากเพราะผมคิดว่าการที่ผมได้เป็นที่พักพิงยามที่เทอไม่มีใครเป็นความสุขของผมแล้วไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของเขา โหห คิดซะพระเอกเลยแฮะ และหลังจากนั้นเรานอนกันกลางสระน้ำอีกประมาน 20 นาทีและเราก้อนั่งรถกลับบ้าน ผมก้อเดินไปส่งเทอที่หน้าประตูบ้านเทอที่เก่า เทอพูดว่า “ คืนนี้โทมาด้วยนะอยากคุยด้วย” เป็นครั้งแรกเลยที่เทอเป็นฝ่ายชวนให้โทมาคุยกัน ซึ่งปกตินั้นผมจะโทเองทั้งๆที่เทอไม่ได้ชวน เทอไม่รู้หรอกว่าคำพูดคำนี้มันทำให้ใจของผมติดปีก บินไวหยั่งกับซุปเปอร์แมน พอหลังจากส่งเทอเส็ดผมรีบดิ่งตรงกลับเข้าบ้าน อาบน้ำกินข้าวเรียบร้อยและไปนั่งรอที่โทรศัพท์และนั่งจ้องนาฬิกา ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาโทก้อคือ 2 ทุ่ม พอถึงเวลาก้อผมก้อกดเบอทันทีแล้วเสียงน่ารักใสๆก้อมารับสายผมก้อพูดไปทันทีเลยว่า “ ว่าไงจ่ะ แคร์ อาบน้ำ กินข้าว หรือยังงง “ เสียงที่ตอบกลับมาคือบอกว่า “ ขอโทดนะคะ แคร์อาบน้ำอยู่ค่ะมีอะไรเดี๋ยวจะให้โทกลับนะค่ะ”เสียงที่ดูมีหลักการณ์แต่เสียงเล็กๆนี้ไม่ใช่คนอื่นไกลแม่เทอนั้นเอง แป่วววหน้าแตกสิครับเป็นเสียงผู้หญิงเล็กๆก้อนึกว่าแคร์ที่ไหนได้ดันเป็นแม่ไปได้ซะนี่แล้วผมก้อขอโทดและวางสายไปอีก15 นาที แคร์เป็นฝ่ายโทมาหาเองแล้ว เทอโทมาพอได้ยินเสียงผมเทอหัวเราะไม่หยุดเลยอ่ะ เทอฮาที่ ผมไปทักแม่เป็นเทอ โหเทอพูดกึ่งขำๆว่า “ เป็นไงละแม่ยังสาวอยู่เลยแม่น่ารักลูกเลยน่ารักตามแม่ อิอิอิ “ แล้วหลังจากนั้นก้อคุยเล่นกันได้พักใหญ่ๆเทอก้อเริ่มพูดถึงงานวันเกิดของเทอที่จะถึงใน 2 อาทิดนี่เองเทอจะจัดงานฉลองที่สวนหลังบ้านของเทอแล้วเทอชวนผมไปด้วย แหมๆๆระดับผมแล้วชวนมีหรือจะไม่ไปเลยตบปากรับคำของเทอผมก้อนับวันถอยหลังเป็นการเคาน์ดาวน์ปีใหม่เลย ก่อนวันเกิดเทอ 3 วันผมตระเวนเดินทั่วกรุงเทพเพื่อจะหาของขวัญที่ดีที่สุดให้เทอ ผมเดินๆไปก้อมีแต่ของเดิมๆที่ทั่วไปให้กันซึ่งนั้นไม่ใช่สะเป็คผมเล้ยยย ผมจะหาอะไรที่มานแหวกๆกว่าชาวบ้านแล้วเป้นที่ประทับใจจนเทอไม่ลืมว่าของชิ้นๆนี้อ่ะได้มาจาก นายเพิงคนนี้เหอ ๆ จนผมเดินมาถึงร้านขายของที่อยู่ในซอยลึกหน่อยผมไปเตะตากับ ต่างหูที่เป็นสีหินเหล็กไหลแล้วข้างในหินตรงกลางมีมีเม็ดใสๆอยู่ผมเลยหยิบขึ้นมาดู มีเสียงดังมาจากหลังผมแล้วว่า “ นั้นเป็นต่างหูที่จะเปลี่ยนสีของหินตรงกลางตามความรู้สึกของคน หากโกดจะเป็นสีแดง เบื่อจะเป็นสีฟ้า เส้าเป็นสีดำ สดใสสีเหลือง มีความสุขสีชมพูตอนแรกผมไม่เชื่อหรอก แต่มันก้อจิงๆอ่ะผมถืออยู่มันเป็นสีเขียวที่แปลว่า งง สงสัย ผมถูกใจมากกกก เลยตกลงเอาเป็นอันนี้แหละ เลยถามว่า .”เท่าไรครับ” คนขายบอกราคาเท่านั้นแหละเข่าแทบทรุด 1200 โอ้วแม่เจ้าต่างหูอาไรวะแพงชิปเป้งใส่ที่หูนี่แทบบินได้แทนปีกเลยมั้ง ซื้อทีนี่กระเป๋าบินได้เลยนะนั้น แต่ผมติดใจอันนี้จิงๆเลยจะซื้อแน่นอน ผมเปิดไปดูกระเป๋าตังผมด้วยความพิศวง มี 1005บาท โอ้ววววขาดไป 200 ได้ โอ้วววแม่จ้าวแต่แม่ค้าเห็นใจเลยพูดบอกว่าเคๆงั้นเอาไป 1000 โหผมเลยรีบให้หมดตัวเลยแล้วเอาต่างหูนั้นออกมาตัวมันเบาๆอ่ะแต่ผมลืมไปเลยนะเนี่ยกรูจะกลับบ้านไงเนี่ย บ้านอยู่ตั้ง เพชรเกษม ดันมาซื้อของแถวจตุจัก คนละมุมเมืองเลยยย ทำไงละครับเดินสิครับโหพอมาถึงบ้านนี่ขากล้ามเป็นมัดๆเลยโชคดีนะเหลือ5บาทเป็นค่ารถเข้าซอย พอผมทิ้งตัวบนเตียง ผมได้เอาต่างหู บินได้คู่นั้นขึ้นมาดูและคิดว่าอันนี้แหละเหมาะกับเทอแล้วแต่ผมกะว่าจะไม่บอกเทอนะว่ามันเปลี่ยนสีตามอารมณ์ เพราะผมจะได้สังเกตุง่ายๆว่าเทออารมณ์ไหนอยู่ควรเล่นหรือไม่ควรอย่างไร อิอิอิ ประโยชน์ส่วนตัวเล็กน้อย และแล้วก้อถึงงานวันเกิดเทอ งานนี้จัดที่สวนหลังบ้านของเทอโดยที่เทอมารับผมที่หน้าบ้านแล้วเดินเข้าไปพร้อมๆกาน โหวเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เข้าบ้านเทอตื่นเต้นๆ พอผมเข้าไปสิ่งแรกที่แล่นเข้ามาในหัวผมคือ บ้านหรือวังวะเนี่ยแม่งใหญ่เวอร์ ปกติผมมาส่งแค่หน้าบ้านเห็นประตูบ้านก้อรู้อ่ะว่าบ้านน่าจะใหญ่แต่อันนี้มานใหญ่เกินที่คิดไว้อ่ะ โหผมนี่หวังของสูงอ่ะป่าวเนี่ยยย พอมาถึงที่จัดงานก้อเป็นลานกว้างๆมีสระน้ำอยู่ตรงกลางและมีของกินอยู่บริเวณรอบๆและมีเครื่องดื้ม มากมายหยั่งกับงาน ไฮโซเลยผมนั่งอยู่คนเดียวเพราะแคร์เจ้าของงานเค้าขึ้นไปแปลงโฉมก่อนแล้วค่อยลงมาตอนเทอลงมารับนี่หมักผมอยู่เลย ผมนั่งซักพักมีเสียงเฮขึ้นผมเลยหันหน้าไปมองตามทางเสียงที่พูดว่า “ เจ้าภาพมาแล้วๆๆ “ แล้วผมก้อเห็นนางฟ้าของผมอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนๆเป็นชุดกระโปรง ข้างบนเป็นสายคู่เข้ารูปผมเพิ่งสังเกตุนะเนี่ยว่าแคร์หุ่นดีหยั่งกับนางแบบในทีวีเลย ทุกทีผมจะเห็นเทอในสภาพนักเรียนน้อยน่ารักมากกว่าสาวสวยหุ่นเพรียวทรงนางแบบหยั่งงี้ ผมเห็นถึงกับค้าง โหสงสัยจะต้องใช้ NJ DVD เครื่องจะไม่ค้างเทอสวยเกินกว่าใครๆในงานแล้วพอเทอเข้ามาที่สวนมีแต่คนแห่เข้าไปให้ของขวัญเทอ แค่เห็นคนเข้าไปให้ผมก้อถอดใจแต่ละคนถือของมาท่าทางแพงๆทั้งนั้นแล้วผมเนี่ยจาไปสู้อาไรกาบเค้าได้วะเนี่ยผมเลยไปนั่งที่ตรงม้าหินเกือบๆริมๆงานอ่ะและแคร์ก้อเดินมานั่งที่ข้างๆผมถามว่า “ เพิงเบื่อหรอขอโทดนะที่เข้ามาคุยด้วยช้านะ “ ผมยิ้มแล้วบอกเทอว่าไม่เป็นไรและผมก้อยื่นถุงของขวัญให้เทอ เทอยิ้มแล้วรับบอกว่า “ชิ้นนี้จะเป็นชิ้นแรกที่เราเปิดนะ” อิอิอิ พอเทอเปิดเทอก้อยิ้มและหยิบต่างหูมุขที่ดูราคาแพงเก็บใส่กระเป๋า และใส่ต่างหูบินได้ของผมแทน โหเป็นปลื้มๆๆ นี่สิคุณค่าของขวัญไม่ได้วัดตงราคาแต่วัดที่จิตใจ 555 คิดในใจซักพักใหญ่ๆ พ่อเทอก้อเดินเข้ามาหาพร้อมกับหนุ่มหุ่นดีหน้าตาคมผมทอง แต่งตัวโคดจาเท่อ่ะ แล้วมายืนหน้าผมๆไหว้ท่าน ท่านรับไหว้และยิ้มๆและพ่อเทอบอกเทอว่า “ แคร์ลูกพ่อมีอะไรจะคุยด้วย “ ผมรู้หน้าที่คับไล่กันชัวๆผมเลยจะลุกขึ้นแต่แคร์ดึงแขนผมไว้แล้วบอกว่า “เพิงกับแคร์ไม่มีความลับต่อกันงั้นเพิงก้ออยู่ได้ไม่ต้องไปไหน” แค่คำพูดนี้ทำเอาผมหัวใจผลิบานเลยแล้วพร้อมที่จะบอกรักเทอใจคืนนี้แล้วพร้อมทำใจที่จะรับฟังคำตอบของเทอ แล้วพ่อเทอไม่ได้ว่าอะไรแต่พ่อเทอพูดเป็นภาษาฝรั่งเศส เทอมองหน้าผมผมพยักหน้า แปลว่าให้เทอพูดเป็นภาษาฝรั่งเศสไปเหออะไรประมานนี้ แปลว่านี้พ่อเทอไม่อยากให้ผมรู้เรื่องนี้จิงๆแต่หารู้ไม่เหอๆแคร์เคยบอกว่าเทอเป็นเอกภาษาฝรั่งเศสทำให้เป็นแรงจูงใจที่ทำให้ผมไปเรียนฝรั่งเศสทำให้ผมฟังค่อนข้างรู้เรื่อง แต่ภาษาที่พ่อแคร์พูดมานไวมากทำให้ผมไม่ค่อยเข้าใจแต่ก้อจับใจความได้ว่า “ เทอต้องไปเรียนต่อที่เมืองนอกและต้องไปกับไอ้ฝรั่งหน้าหล่อที่อยู่ข้างๆนี่ “ และเทอก้อไม่ได้ตอบปัดอะไรไป แล้วพ่อก้อเดินจากไปเทอหันหน้ามามองผมแล้วเทอถามว่า “ เพิงแปลออกใช่ไหม “ ผมพยักหน้าและเทอดึงมือผมและออกไปเดินเล่นกันในสวนที่อยู่ถัดไป บ้านบ้าอะไรสวนเยอะจิงๆ เทอพาผมมานั่งดูดาวที่นั้นเรานั่งลงบนหญ้าสนามเทอพูดขึ้นว่า “ แคร์อ่ะต้องไปอยู่กับญาติชื่อ ออย ที่ฝรั่งเศส” ออยถ้าจำไม่ผิดเป็นญาติของเทอที่เคยเล่าให้ฟังว่าเป็นญาติที่สนิทที่สุดและรักกันมากแต่ ออย มีปันหาเรื่องดวงตาว่ามองไม่ค่อยจาเห็นอาไรและมันจะมืดลงทุกวันๆ ผมเลยตอบไปว่า “ ก้อดีแล้วนิได้ไปอยู่กับญาติที่สนิท “ เทอถามว่า “ เพิงอยากให้แคร์ไปหรอ “ จุกคับตะกี้พูดไม่คิดไปหน่อยแต่ก้อแก้ได้ๆว่า “ ไม่เลยแคร์ทั้งคนนะเพิงไม่อยากให้แคร์ไปไหนหรอกอยากให้อยู่กันที่นี่ “ แคร์จับมือผมและพูดว่า “ เพิงเรามีอะไรจะบอกเป็นความรู้สึกที่เรามีต่อเพิงตลอดมาแต่ไม่กล้าพูดแต่ถ้าไม่พูดตอนนี้คงจะยากที่หาโอกาสบอกอีก แคร์รักเพิงนะ “ โอ้ววววแม่เจ้าผมหูฝาดป่าวเนี่ยยยไม่น่าเชื่อว่าเทอจะรู้สึกแบบเดียวกับผม เทอถามต่อว่าและเพิงละ “ คิดกับเรายังไง “ สิ่งนี้ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงตอบได้เต็มปากเต็มคำว่ารักเทอมากกแต่มันไม่ง่ายหยั่งงั้นเพราะเทอต้องไปเมืองนอกผมไม่อยากให้เทอจมปรักอยู่กับผมตงนี้การที่เทอไปต่างประเทศนั้นเทอมีโอกาสได้พบคนใหม่ๆและเทออยู่ที่ต่างประเทศผมไม่สามารถปกป้อง ดูแลเทอได้ทำให้ผมคิดหนักว่าควรพูดยังไงและผมก้อพูดไปว่า “ แคร์ความรู้สึกของเพิงที่มีให้แคร์ไม่ต่างกับที่แคร์มีให้เพิงหรอกนะแต่เพิงยังไม่ขอพูดได้ไหมเพิงจะขอรอวันที่แคร์กลับมาและยังมีใจให้กับเพิงอยู่เหมือนเดิม และวันนั้นเพิงจะพูดได้อย่างเต็มปากว่ารู้สึกยังไง” เทอยิ้มแล้วบอกว่า “ ได้สิเราว่าแล้วเพิงต้องรอให้เรากลับมาก่อนและให้เรามีโอกาสไปเจอคนใหม่ๆก่อนแล้วค่อยกับมาดูเพิงไม่อยากให้แคร์จมปรักกับเพิง “ โหนี่เทออ่านความคิดผมได้ขนาดนี้เลยหรออน่าแปลกใจมากที่เทอรู้ใจผมขนาดนี้เพราะถึงเทอจะคุยกับผมมาค่อนข้างนานแล้วแต่ขนาดผมเองยังไม่รู้ว่าเทอคิดยังไงอ่านใจเทอแทบไม่ออกเลยแม้แต่น้อยทำให้ผมดีใจขนาดลืมตัวดึงตัวเทอเข้ามากอดไว้ รู้สึกตัวอีกทีก้อกอดกานแล้วอ่ะตกใจเหมือนกันแต่เป็นกอดที่อบอุ่นจนยากจะลืมผมไม่มีวันลืมแน่นอนคืนนั้นเรานั่งดูดาวและจับมือกันทั้งคืนจนเวลาประมาน ตี 1 ผมจะกลับบ้านเทอมาส่งผมหน้าบ้านแล้วเทอบอกว่า “ กลับบ้านดีๆนะ ฝันดีนะ “ พร้อมหอมแก้มผม 1 ที และมีหรอผมจะไม่เอาคืนอิอิอิอิ ผมก้อเดินกลับบ้านอย่างตัวปลิว รุ่งอีกวันมีผมยังไม่ตื่นดีเท่าไรมีเสียงโทสับที่เป็นเพลงเฉพาะที่ผมตั้งไว้เป็นเพลงเวลาแคร์โทเข้าผมแทบจะกระโดดลงจาเตียงลงมารับโทสับ เทอมาด้วยเสียงหวานว่า “ พ่อคนขี้เซาตื่นได้แล้วค้าา 10 โมงแล้วน้าา “ ผมก้อนั่งคุยเล่นอยู่กับเทออีกซักพักและเทอก้อบอกว่า “ อีก 2 วันเทอต้องไปฝรั่งเศสแล้วนะ ” ทำเอาผมช๊อคไปเลยไม่คิดว่าจาไวขนาดนี้ และเทอต้องไปติดต่อเกี่ยวกับการไปอยู่ต่างประเทศทำให้เทออกมาหาผมไม่ได้ทั้ง 2 วันทำผมแทบคลั่งแต่ก้อไม่เป็นไร ผมเลยพูดไปว่า “ ไม่เป็นไรนะอย่างน้อยเราต้องไปส่งแคร์ที่สนามบินแน่นอน “ แล้วหลังจากนั้นก้อวางสายไป ผมก้อนั่งขลุกในห้องทั้งวันเพื่อทำของให้เทอให้ทันเวลา 2 วัน ถึงวันที่แคร์ต้องไปต่างประเทศนั้นเทอนัดผมไปที่ประตูบ้าน เทอออกมาคุยกับผม แล้วเทอพูดว่า “ ไม่เป็นไรเพิงไม่ต้องไปส่งแคร์ที่สนามบินก้อได้นะ “ ผมเข้าใจที่เทอพูดเพราะเทอเห็นตาหมีแพนด้าของผมที่ไม่ได้นอนมา 2 คืนเต็มๆ ผมเลยบอกไปว่า “ ก้อได้จ่ะ “ และผมก้อได้ให้ของแคร์เป็นหมอนที่เย็บเองโดยที่หมอนเป็นรูปเทอและผม ตัวติดกันแยกกันไม่ได้ เย็บเองเลยนะเนี่ยดูซินิ้วพรุนหมดและ ส่วนเทอก้อให้ เป็นแก้วที่ในเขียนเนื้อเพลงของไว้ เป็นเพลงของ Peace Maker จนกว่าจะมีเวลา สวยมากอ่ะผมจะเก็บไว้อย่างดีเลยและกระดาษว่างๆอีกแผ่น ผมเลยถามว่า “ให้มาทำอะไรหรอ”เทอ บอกว่า “ดูกระดาษแผ่นนั้นดีๆและทำตามวิธีที่เขียนไว้ “ กระดาษนี้มีรูอยู่ขนาดพอๆกับปากและตามวิธีที่เทอบอกคือให้เอากระดาษแปะไว้และมีแต่ปากที่รอดจากรู ผมทำปุบสิ่งที่ไม่คลาดฝันก้อเกิดขึ้นริมฝีปากเทอโดนริมฝีปากผม เทอจูบผมและเทอก้อบอกว่า อีก 3 ปีเจอกันนะและวิ่งเข้าบ้านไป ปล่อยผมยืนอึ้งอยู่หน้าบ้าน หลังจากนั้นเทอก้อไปฝรั่งเศส โอ้นางฟ้าของผม go inter ซะและ หลังจากเทอไปถึงที่พักเทอก้อโทมาหาผมทันทีตอนนั้นเป็นเวลาประมานเที่ยงคืนกว่า คุยกันได้แปปนึงเทอก้อขอตัวไปนอนเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง หลังจากนั้นเราก้อได้คุยกันอาทิดละ 1-2 ครั้งแค่นี้ก้อสุขใจแว้ว หลังจากเราคุยกันได้อย่างนี้ประมาน 2 เดือน เทอก้อโทมาบอกผมว่า “ เทอจะไปท่องเที่ยวหลายเดือนอาจไม่มีที่โทไปหาแต่จะส่งกาดให้ทุกเดือนนะ “ แต่คราวนี้ผมรู้สึกแปลกๆที่เทอคุยกับผมถึง 4 ชั่วโมงซึ่งปกติ แค่ชั่วโมงกว่าๆเทอก้อจะวางแล้วแต่ผมก้อไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้น 3 เดือนแทบไม่ได้รับการติดต่อจากเทอเลยมีแต่การด์ที่ส่งมาให้ผมเดือนละใบ สองใบและเขียนด้านหลังไว้เป็นจดหมายพอเวลาผ่านพ้นไป 5 เดือนที่ไม่ได้พบกับเทอผมก้อแปลกใจแต่ก้อยังอุ่นใจที่มีการด์ส่งมาให้ผมทุกเดือน และแล้ววันหนึ่งมีคนมากดกริ่งที่หน้าบ้านผมผมเดินออกไปดูและเป็น ผู้หญิงนัตย์ตาสีฟ้าสวยแต่ไม่ใช่แคร์ผมเลยถามไปว่า “ มาหาใครคับ “ เทอตอบว่า”มาหาคนชื่อเพิงค่ะ” เอใครหว่ามาหาเรา เลยตอบไป “ว่าผมเนี่ยละคับเพิงมีอะไรกับผมหรอคับ ” เทอบอกว่า “เทอชื่อ ออย เป็นญาติของแคร์” ผมก้อว่าแล้วว่าหน้าคุ้นเพราะแคร์เคยเอารูปออนให้ดูผมจึงเชิญเทอเข้าไปนั่งในบ้าน พอเทอมานั่งในบ้านประโยคแรกที่ผมยิงออกไปคือ “ แคร์เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม เทอผอมไปหรือป่าว “ แต่ออยกลับนั่งก้มหน้านิ่งแล้วค่อยๆพูดขึ้นมาว่า “ คุณรู้ไหมว่าทำไมแคร์ต้องไปฝรั่งเศส “ ผมก้อชักใจไม่ดีและตอบไปว่า “ ก้อไปเรียนภาษาและไปเที่ยวต่อไม่ใช่หรอ “ ออยพูดกลับมาว่าคุณเพิงทำใจนะแคร์ตายไปได้ 3 เดือนแล้ว “ หาาาา ประโยคนี้ทำให้อารมณ์ของผมขึ้นมากเลยเลยตะคอกกลับไปว่า “ อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะต่อให้เป็นญาติของแคร์ก้อไม่สนนะจะเป็นไปได้ยังไงเนี่ยๆเทอส่งการด์มาให้ผมทุกเดือนๆและมีลายมือเทอเขียนไว่ทุกฉบับแล้วเทอจะตายได้ยังไง” ผมใส่เขากลับเป็นชุดๆเทอเหมือนกับหยิบอะไรซักอย่างในกระเป๋าออกมาเป็นการด์จากต่างประเทศ 10-20 แผ่นได้และที่สำคัญมีลายมือของแคร์เขียนไว้หลังการดทุกใบ แล้วออยก้อพูดขึ้นว่า “การดทั้งหมดนี้เป็นการดที่แคร์เขียนขึ้นเองก้อจะไปผ่าตัดและเสียชีวิตลง “ ประโยคนี้ทำเอาผมทรุดไปเลยผ่าตัดๆอะไรกันไม่เห็นรู้มาก่อนผมทำหน้างง ออยจึงบอกว่า “ฉันจะเล่าความจิงทั้งหมดให้นายฟังเอง แคร์นั้นเป็นโรคปอดติดเชื้อขั้นรุนแรงมาตั้งแต่เด็กๆแล้วแต่อาการของโรคจะไม่ออกในวัยเด็กจะออกในวัยอายุประมาน 20 กว่าจะทำให้ทรมานเป็นอย่างมาก การรักษามีแต่การผ่าตัดเท่านั้นซึ่งต่อให้เป็นหมอมือดีแค่ไหนก้อมีโอกาส 50/50เทอจึงต้องไปผ่าตัดในต่างประเทศก้อคือฝรั่งเศสแต่แคร์ก้อไม่อาจฝืนลิขิตได้เทอไปผ่าตัดแต่แล้วก้อทนพิษของโรคตัวนี้ไม่ได้ตายระหว่างผ่าตัดตลอดเวลาที่เทอเครียดตลอดมาคือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เทอไม่เคยบอกใคร “ หลังจากเทอพูดเส็ด น้ำตาเทออาบสองแก้มหน้าไม่ใช่มีเพียงเทอที่น้ำตาท่วมผมเองก้อน้ำตาที่ไม่เคยไหลก้อออกมาอย่างไม่มีท่าทีที่จะหยุด และออยเล่าต่อว่า “ ก่อนจะผ่าตัดเทอได้ฝากบอกไว้ว่าไม่ว่ายังไงอย่าให้เพิงรู้นะว่าแคร์ตายแล้วแคร์กลัวเพิงจะเสียใจและได้ฝากการด์ทั้งหมดให้ออยส่งเดือนละใบให้เพิงถ้าเพิงมีโทมาให้บอกไปว่า แคร์ไปท่องเที่ยวยังไม่กลับมาและหากการผ่าตัดนี้ไม่สำเร็จแคร์ตายแล้วขอให้ผ่าตัดดวงตาให้ออยเพราะดวงตาของออยเห็นแค่ลางๆเท่านั้น “ พอเพิงได้ฟังดังนั้นก้อมองไปที่ดวงตาของออย ใช่มันเป็นดวงตาที่ดูคุ้นตามากเป็นดวงตาของแคร์จิงๆผมพยายามกลั้นน้ำตาและไปส่งออยที่หน้าบ้านหลังจากนั้นผมก้อวิ่งไปหยั่งกับคนไร้สติไปทื่ๆเคยเป็นที่พักใจของเธอ ได้ซื้อดอกไม้ไปช่อนึงและนั่งที่ม้าหินแล้วมองไปหยั่งสระน้ำที่เป็นแหล่งพักพิงทางใจของแคร์โดยที่ได้แต่นั่งเสียดายวันเวลาที่ผ่านมาและผ่านไปทำไมวันนั้นผมถึงไม่ได้พูดคำๆนี้ออกไปทำไมผมไม่ได้บอกความในใจกับเทอในตอนนี้คำๆนี้ไม่มีความหมายอีกแล้วผมไม่สามารถมอบคำๆนี้ให้ใครอีกแล้วเพราะคนที่ผมจะให้ไม่ได้อยู่ฟังผมพูดแล้วว่าผมรักเทอแค่ไหนและรู้สึกกับเทอเช่นไรระหว่างนั้นผมเดินไปเช่าเรือพายและวางช่อดอกไม้ไว้กลางเรือแล้วค่อยๆดันมันออกไปในมันไหลออกไปเหมือนแคร์ที่จากผมไปแล้วผมมองเรือพายที่มีดอกไม้อยู่กลางเรือเปรียบเสมือนตัวแคร์ผมได้เพียงบอกว่า
ผมรักแคร์แม้เรือจะค่อยๆห่างออกไปทุกทีเหมือนเทอที่ห่างผมไปนานแล้วอย่างไม่มีวันกลับมา………………………………….. นี่ก้อเหมือนเป็นบทนึงของชีวิตที่มีรักผ่านเข้ามาและได้ผ่านออกไปความรักเป็นเป็นสิ่งที่ซับซ้อนแล้วยากจะเข้าใจแต่เมื่อมีเข้ามาในชิวีตจะเป็นสิ่งที่คุณค่ามากเราควรเก็บมันไว้ก่อนที่จะไม่มีโอกาสเช่นผมนี่ เพิง……………….. จบ/


โดย : ด้ามไม้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 28 ต.ค. ปี 2006 [ เวลา 23 : 56 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com