Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>>  นิทานโทรศัพท์7เสียงเรียกจากกูไอนะ

เรื่อง :

นิทานโทรศัพท์7

เสียงเรียกจากกูไอนะ

เย ธรรมมา เหตุปัภวา...เหตุแห่งธรรมคือต้นกำเนิดของทุกสิ่ง ธรรมคือการรู้ เข้าใจ สงบ นิ่ง และแม้ในการเคลื่อนไหว
เรี่ยวแรงของการรับรู้ คือจุดเริ่มต้น เมื่อยังไม่รู้จึงเคลื่อนที่ ด้วยความสงสัย อาการสั่นไหว
ท่านมหาคุรุ ตรัสบอกไว้ มีพระเจ้าเพียงองค์เดียว เรารู้จักพระองค์ในนามว่า “สัจจะธรรม”
แต่เรารับรู้ ในพละกำลัง แห่งบรรดาพระโพธิสัตว์ ทั้งหลาย นั้นมากมายนับไม่ถ้วน นั้นคือปรากฏการณ์ของพระเจ้า
เหตุที่พระเจ้าไม่เหมือนมนุษย์ คือ มนุษย์มีกิเลสแต่พระองค์ไม่มี มนุษย์ต้องตายแต่พระองค์เป็นอมตะ

ขอน้อมนอบแด่มหินทรานุภาพแห่งเอกองค์พระผู้เป็นเจ้า พระผู้ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลายทั้งปวง
พระผู้อยู่เหนือเสียง หัวเราะ ร้องไห้ และกิจการ อารมณ์ทั้งหมดของมนุษย์
เชิญท่านทั้งหลายจงตั้งสติรำลึกถึงพระองค์ท่านแม้สักครั้งตามกาล กาละ เวลา ตามยามแห่งพระอาทิตย์และพระจันทร์
ในวัน1..1..ลองสนทนากับพระเจ้าดูบ้าง เพื่อลดความอยากเป็นเจ้าโลก ของตัวเราและทาสของเราทั้งหลาย

ในลมหายใจอันเป็นปัจจุบัน ลมเฮือกสุดท้ายอยู่ตรงไหน ท่านทั้งหลายมีลมหายใจเดียวกัน แต่ท่านและเราต่างตั้งแง่ทำลายล้างกันเพื่อรักษาสถานะอันเป็นตัวตนของตนเอง ตนที่ตนสร้างตนขึ้นมาเอง เพื่อปกป้องตนในตัวเอง สิ่งที่เราสร้างมาเพื่อปกป้องตัวเรา กลายเป็นสิ่งที่ทำลายตัวเราเอง สนองอยากแห่งอยากของตัวเรา และคุมขังตัวเราเองไว้ในที่สุด แล้วก็พยายามหนี หนีตัวเอง เมื่อสู้ไม่ได้ และนั้น คงคือ สิ่งที่เรียกว่า กรรม กรรมคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เหมือนแดดก่อนฝน การรู้เท่าทันกรรมเป็นเรื่องที่ต้องยอม จำยอม ยอมรับชะตากรรม ยอมสิโรราบโดยการเผชิญความจริง
ขอเถอะท่านทั้งหลาย และรวมทั้งเราเองด้วย จงเลิกกบฏอย่างไร้เกียรติ จงกบฏ อย่างผู้ที่ถึงพร้อมแล้วและเห็นกระจ่างแจ้งในความถึงพร้อมนั้น
ตราบใดที่เรายังทำเพื่อตัวเอง .....จงทิ้งคำตอบไว้ที่ชะตากรรม แต่ถ้าเราทำเพื่อผู้อื่น.....นั้นละ “ แล้วแต่พระองค์จะทรงเมตตา” นั้นละ วิธีการอันแสนงดงามและวิจิตรพิสดารของพระองค์

กูไอนะ คือความทรงจำที่ดีของเรา เธอมีคำถามในทุกๆที่ และเธอก็ให้คำตอบเราได้บนรถไฟสายดวงดาว
นิทานจากร่างทรงบอกไว้แล้ว อารยธรรม ทั้งหลายจบลงด้วยตัวของมันเอง

เหมือนว่าเธอมาร้องเรียกเรา จากข้างล่างเรือน เมื่อหริ่ง ริงโทน โทรศัพท์ ริบริ่ริบรี่ ปลุกขึ้น
นิมิตเห็น เด็กหญิงวัย 14ปี ในชุดผ้าคลุมรัดกุมบอกว่า “ท่านกำลังถูกหลอก ด้วยนิยายยักษ์ดำงมงาย ท่านจงตื่นขึ้นด้วยอำนาจแห่งพระเจ้า ตื่นจากราตรีที่มืดมิด ตื่นจากฝัน Run run from here ไปเสียจากบึ้งนี้ ไปเสียจากฝูงหิ้งห้อย หิ้งห้อยที่บินหากัน เหมือนเล่นซ่อนหา ....” เหมือนเธอมาร้องเรียกด้วยอาการหวาดกลัว เช่นน้องสาวเป็นห่วงพี่ชาย
จิตของเราสะดุ้ง แต่ยังฟังเสียงพล่ามพ่นของเจ้าแม่มนต์ดำ เห็นข้อความที่กูไอนะส่งมา ด้วยคลื่นโทรศัพท์ในอากาศ
ถามว่า “จะร่วมทางไปท่องเที่ยวกับพวกเราไหม” เธอเป็นห่วงเราด้วยความใจบริสุทธิ์


เจ้าแม่มนต์ดำอัญเชิญผู้เฝ้าดูมาประทับทรงอีกครั้ง หลังจากพักยกดื่มน้ำ
ฝึดฝัดฝึดฝัด กระฟัดกระเฟียด เยียดแข้งเยียดขา โครมคาม กระป๋องกระแป๋ง กระเด็นดอน น้ำหกเรี่ยราด กระจุยกระจาย

“ผีผผผผผผผผผผ้ผ้ผ้ผ้ผ้ผ..........เหตุเพราะโรคร้าย ทำให้ยักสูญพันธ์ สงครามเชื้อโรคที่โบราณเรียกว่าตัวอุบาทว์ สงครามข่าวคนโบราณเรียกว่าตัวเสนียด การตัดสินขั้นสุดท้าย ถ้าเพื่อทำไปเพราะเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมากถ้าหากเป็นฝูงชนที่ไร้ศีลธรรมและคุณธรรม เสียงนั้นคงเป็นเสียงนรกมากว่าเสียงสวรรค์
แต่ถามว่าศีลธรรม.......คุณธรรม วัดจากสิ่งใด
เขาว่าคำว่า “วัด” ...หิ้วปิ่นโตไปวัด...ไปวัด เพื่อวัดความดี เอาโคโยตี้ไปเต้นในวัด เอาเมียงูไปถวายพระ เอาซีดีกามวิธีกิจไปขายในวัด เอากามคุณไปถวายพระ
และถ้าพระเริ่มกิน(ฉัน)ข้าวเย็น การโปรดสัตว์ยามรุ่งอรุณก็ไร้ความหมาย

ยักษ์ดำนำเอาเชื้อขี้เกียจขี้เซาจากมนุษย์ที่แอบสมสู่ มาผลิตเป็นอาวุธเชื้อโรค โดยสร้างยีนส์ให้ตนเองสามารถทนทานต่อเชื้อโรคชนิดนี้ได้ สุดท้าย เหล่ายักษ์ที่ไหวตัวทันก็ขนข้าวของขับยานละทิ้งดาวโลกไป...เผอิญว่าสายเลือดของยักษ์ดำได้ผสมกับมนุษย์เข้าแล้วและขยายพันธ์ไปได้อีกสี่ชั่วคน ยักษ์ดำสนุกกับการเป็นจ้าวโลก เสพกามไม่มีเบื่อ กามาราคา กามา ราคา
ไม่มีเวลาสร้างสมอารยธรรมให้ลูกหลานพันธุ์ผสมของตนเลย กลียุคโดยแท้...............สุดท้าย........ อารยธรรมของยักษ์สิ้นสุดลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อยานสำรวจของเทพเจ้าบินหาสถานที่เปิดกิจการแห่งดวงดาว เป็นที่พักคล้ายๆโรงแรมระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวของประชาคมชาวอวกาศ “อุแหม!!!ดาวโลกชายขอบกาแล็คซี่ทางช้างเผือกแห่งนี้ทำเลดีนัก” นายทุนอวกาศกลุ่มนี้ เรารู้จักพวกเขาในนามว่าเทวะผู้เป็นธรรม แบบธรรมดาๆ ...ไม่ต้องสงสัยเลย เรื่องมันพาให้ลงตัวแล้วกับคำว่า “เทวดา” เทวดาขี้อาย อายต่อการทำความชั่ว เทวดามักออกท่องเที่ยว ระหว่างตีสามถึงรุ่นอรุณ เพื่อมองหาคนดี ทั้งนี้เพราะเทวดานั้นรักอะไรๆ ได้ง่าย ๆ ปัจจุบันจึงเป็นที่รู้กันว่าเทวดานั้นรักคนง่ายโดยเฉพาะ “คนดี”แต่ในสมัยที่มนุษย์ยังป่าเถื่อนจะหาคนดีได้จากที่ไหน เมื่อเทวดาขับไล่ยักษ์ดำ ออกไปจากโลก กระเด็นกระดอน พ้นแรงดึงดูดของโลก ยักษ์ดำจึงต้องล่องลอยสำนึกบาปอยู่ในอวกาศ ส่วนซากยักษ์ขี้เซาที่หลับไหลเกลื่อนดาวโลกนั้น เป็นที่อุดจาดนัยเนตรทิพย์ของเหล่าทวยเทวายิ่งนัก จึงจับโบกปูนไว้บ้าง ทิ้งถมทะเลไปบ้าง เชื่อสิภูเขาใต้ก้นมหาสมุทร มีร่างของยักษ์มากมายหลับอยู่ ส่วนที่เก็บกวาดไม่ทันก็กลายเป็นอาหารของมนุษย์ไป แล้วเทวดาจึงเริ่มสร้างคนดีโดยการสอนธรรมมะให้กับมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งและผู้หญิงคนหนึ่ง วิธีการสอนค่อนข้างทารุณ คือคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม นำร่างของเขาไปปล่อยไว้คนละแห่ง ซึ่งห่างกันไกลแสนไกล ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว นานแสนนาน เมื่ออยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่กันดาร อันสุดแสนกันดารที่สุดในยุคนั้น ความโดดเดี่ยว ทำให้เขาออกเดิน เดินเพื่อค้นหา ค้นหา และค้นหา ถูกต้องแล้ว...เทวดาต้องการให้ “เขามองเห็นคุณค่าของชีวิตและจิตใจของผู้อื่น” และนอกจากนั้น ความโดดเดี่ยวยังทำให้เขาสับสนวุ่นวายอยู่กับความคิดของตัวเอง เพียงพบใครสักคนแล้วถามว่า “สิ่งที่คิดนิ ถูกหรือผิด” ธรรมมะข้อแรกที่มนุษย์ค้นพบคือ“ความรักและความเมตตาปราณี” เมื่อทั้งคู่มาพบกันที่ชายฝั่งทะเลใต้ นิทานรักเรื่องแรกของมนุษยชาติจึงเริ่มขึ้นที่นี้ คู่มนุษย์ชายหญิงที่งดงามที่สุด พรอดรักกันในถ้ำ บริเวณชายฝั่งมหาสมุทธอินเดียในปัจจุบัน โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า ถ้ำเล็กๆแห่งนั้นคือร่องรักแร้ของยักษ์ตัวเมียที่กำลังหลับฝันหวาน และในปฐมกาลแห่งอารยธรรมมนุษย์ ดลบันดาลให้น้ำทะเลมีรสหวานล้ำลึก เป็นที่อัศจรรย์ใจของเหล่าเทวดาทั้งหลาย กลุ่มเทวดาเหล่านั้นจึงตัดสินใจเริ่มดำเนินโครงการของตน ...โรงแรม ...รีสอร์ท ที่พัก อันเริงรมย์ บริเวณรอยต่อระหว่างสถานที่7แห่งคือ1.ท้องทะเล 2.ท้องฟ้า 3.ภูเขาอันอุดมไปด้วยป่าไม้นาๆพันธุ์4.น้ำตก 5.ทุ่งหญ้าและดอกไม้หอมหลากสี 6.หาดทายสีทองสว่างเนียน7.ลานหินแผ่นดินสี่เหลี่ยมสำหรับชมจักรวาล ซึ่งไม่มีให้เห็นอีกแล้วในสภาพโลกปัจจุบัน แล้วตั้งชื่อสถานที่นี่ว่า “วิมาน”
รู้ไหมว่าจริงๆแล้ว ศาสนา เชื้อชาติ คือข้อทดสอบจิตใจมนุษย์ ว่ากว้างขว้างพอจะเนรมิตวิมานให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ ก็แค่นั่นนั้นเอง
แต่ถ้าสิ่งที่ปรากฏการณ์อยู่นั้นเรียกว่าคับแคบลงก็คงด้วย กรรม
ถามกันไปไม่หมดสิ้น
ถ้าจะเข้าใจว่า กรรมคืออะไร!!!!!!กรรม เวรตะไล นี้คืออะไร
จงมองจากมุมที่สว่าง อย่ามองมุมที่มืด อย่างไรก็ดีความมืดช่วยให้เห็นความสว่าง แต่เพราะความมืดมีไว้เพื่อหลับพักผ่อนเท่านั้น ไม่ใช่มีไว้เพื่อจัดงานรื่นเริง ความมืดแค่ทำให้เกียจคร้านชักช้า ปล่อยแค่ มืดสว่าง มืดสว่าง มืดสว่าง มีดสว่าง
จึงไร้ความหมาย

ภาพนิมิตเห็นกูไอนะกำลังเดินกลับบ้าน ระหว่างทางนั้นก็ชี้ให้เรามองตามเสียงนกเงือกที่เธอได้ยิน มองเห็นชีวิตที่งดงามของคู่นกกาฮังมีโหนกงอน สีเหลืองสว่าง
เธอยังงดงามอยู่ในใจของเราเสมอ เราจะเจอเธออีกครั้งในวันพิพากษา
เราในฐานะพยานปากเอกซึ่งสะอาดผ่องใสในยามนั้น จะน้อมกายถวายรายงานกับองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าว่า
“เธอเป็นคนดี”

ดูคล้ายๆว่า สายเลือดยักษ์ในตัวเราหลับไปใกล้ๆร่างทรง เรือหินล่องลอยไปในความฝัน เหยี่ยวรุ้งผสานเสียงหริ่งแมลงได้ยินอยู่ไกลๆ ในร่มกระเบื้องดินเผา เย็นป่าชื้น ที่บ้านไม้เนินป่าหลังนั้น สายเลือดเทวดาในตัวเราก็ค่อยๆหลับเช่นกัน
หลับไปโดยโดยไม่วิตกกับเสียงเรียกของกูไอนะเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะจิตวิญญาณของเรายังปราถนาจะจาริกต่อไป เราได้ยิน แว่วๆ ว่า จิตแห่งพระเจ้าในตัวเราไม่เคยหลับไหล....
ถ้าแค่มั่นใจว่าไม่ใช่ปิศาจ ถ้าแค่มั่นใจในตัวตน เรียกว่าอัตตาหิอัตตะโนนาโถ
ขอสันติสุขและสวัสดีจงเกิดแด่ท่านทั้งหลาย................ ................. ....


ดองลีนิน ครับขอย้ำในทุกๆครั้งว่าทุกถ้อยวาทีในเนื้ออักษร เป็นจินตนาการส่วนตัวโดยทั้งสิ้น ตอนนี้ที่บ้านผมเข้าหน้าฝนแล้ว มีเสียงฟ้าคำรามอยู่ไกลๆ ต้องเข้านอนก่อนแล้วล่ะ ราตรีสวัสดิ์...GOODnight
ตี2.35 เช้ามืดวันอังคารที่14 พฤศจิกายน 2549


โดย : นวพล ลีนิน
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 14 พ.ย. ปี 2006 [ เวลา 8 : 49 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com