Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>>  เพิ่งรู้ว่ารัก(Just Realize)บทที่ 2

เรื่อง :

เพิ่งรู้ว่ารัก

(Just Realize)บทที่ 2

บทที่ 2

กล้า ๆ หน่อยไอ้หมอ

โอกาสมันก็เหมือนกับการที่เรายิงรังสีแอลฟาไปยังแผ่นทองคำบาง ๆ น่ะแหล่ะ
และโอกาสก็เหมือนกับรังสีแอลฟาที่จะสะท้อนกลับมาหลังฉาก ซึ่งมัน..เป็นไปได้ยาก แล้วทำไม?
ไม่สร้างโอกาสนั้นขึ้นมาเองล่ะ ???

พิชามญชุ์ นิติยชาญชัย เดินเข้าไปในตัวตึกสูงสีขาวเก้าชั้นดังเช่นเคยเป็นประจำทุก ๆ วัน โครงสร้างของตึกประกอบด้วยโครงเหล็กกล้าแข็งแรงและกระจกใสที่สามารถมองเห็นข้างนอกได้อย่างทะลุปรุโปร่งออกไปข้างนอกที่สามารถมองเห็นการจราจรติดขัดบนท้องถนนได้ทุก ๆ วัน นครปฐมก็ไม่ต่างกับกรุงเทพฯ หรือปริมณฑลอื่น ๆ มากนักรถติดกันได้ทุกวี่ทุกวัน ภายในตัวตึกเมื่อย่างก้าวเข้ามาก้าวแรกก็จะพบความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศและกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่หล่อนชาชินกันมันเสียแล้ว เจ้าหน้าที่พยาบาลหลายสิบคนในตึกซึ่งกำลังเดินกันไปมาอย่างขวักไขว่ทำงานของตนอย่างขมักเขม้น

วันนี้หญิงสาวมีเวรตรวจคนไข้ตอนแปดโมงเช้าที่ตึกเด็กซึ่งอยู่ชั้นที่สี่ของตึก โดยตัวอาคารเชื่อมต่อกับอาคารผู้ป่วยในทางด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นอาคารที่สร้างใหม่ไม่กี่ปีมานี้ของโรงพยาบาล ที่มักเรียกกันง่าย ๆ ว่า ‘ตึกขาว’

หญิงสาวเดินขึ้นไปตามราวบันไดอย่างไม่รีบร้อนนักพร้อมกับพยาบาลสองสามคนที่เดินสวนกันไปมาระหว่างชั้น หลายคนอาจนึกแปลกใจในตัวหล่อนทีเดียวถึงขนาดเข้ามาถามว่าทำไมทั้ง ๆ ที่มีลิฟต์แต่ไม่ค่อยเห็นหมอซายน์ใช้เลย เหนื่อยก็เหนื่อย เมื่อยก็เมื่อยเสียเปล่า แต่ทว่าในกรณีสำหรับพิชามญชุ์นั้นหล่อนกลับชอบเสียอีกที่จะได้เดินขึ้นบันไดจากชั้นหนึ่งไปยังชั้นที่สี่ของโรงพยาบาลไปห้องตรวจโรค หล่อนถือว่าสำหรับชีวิตหมอที่ไม่ค่อยมีเวลาพักแล้วนี่แหล่ะถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว โดยส่วนตัวนั้นพิชามญชุ์เป็นหญิงสาวที่ค่อนข้างรักสวยรักงามพอสมควรคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่แสนปรกติธรรมดาเป็นอย่างมากที่หล่อนจะขี่จักรยานมาทำงานแทนที่จะใช้รถยนต์ที่พี่ชายซื้อไว้ให้ซึ่งในยุคนี้น้ำมันก็เติมทีกระเป๋าฟีบ จึงทำให้หล่อนมักหาข้ออ้างมาว่าพี่ชายที่แสนรัก(มากเกินไป)และแสนหวง(จนหล่อนไม่มีคนกล้ามาจีบ)มาได้เรื่อยไป

หล่อนเดินขึ้นไปจนถึงจำนวนชั้นที่หมายแล้วจึงผลักประตูกระจกใสที่อยู่ข้าง ๆ น้ำพุจำลอง พยาบาลหลายคนกำลังทำงานเหมือนเช่นทุก ๆ วัน ภายในมีคนไข้ตั้งแต่เด็กทารก เด็กเล็ก ๆ ไปจนถึงเด็กโต เด็กบางคนก็นั่งอ้าปากหาวหวอด ๆ บ้างก็ขยี้ตา เด็กบางคนก็ร้องไห้จ้าละหวั่นเมื่อถูกฉีดยา ห้องตรวจโรคของแพทย์ที่เข้าเวรจะถูกจัดแยกออกไปเป็นสัดเป็นส่วนออกจากแผนกพยาบาลประจำชั้น ๆ พอควร

ภายในห้องค่อนข้างกว้างและปลอดโปร่งภายในได้ติดวอลเปเปอร์สีครีมทำให้แลดูสะอาดตาไม่อึมครึมสมกับเป็นห้องตรวจโรค มีโต๊ะสำหรับไว้วินิจฉัยโรค ถัดไปทางด้านซ้ายมือจะมีม่านสีเขียวทึบทำหน้าที่เป็นฉากกั้นภายในมีเตียงไว้สำหรับตรวจอีกเช่นกัน และภายในห้องยังมีมุมเด็กที่จะมีของเล่นต่าง ๆ นำมาไว้ให้สำหรับเด็ก ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตัวต่อหุ่นยนต์ต่าง ๆ ตุ๊กตาบาร์บี้ ม้าไม้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของที่หล่อนและเพื่อนหมอด้วยกันจำนวนหนึ่งนำมาไว้ด้วยกันทั้งสิ้น

“หวัดดีครับน้องซายน์” เสียงทุ้มเย็น ๆ ดังขึ้นจากชายหนุ่มร่างสูงที่มีใบหน้าตี๋สวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมสีดำที่แสนเข้ากับชุดกาวน์ที่ใส่เป็นประจำทว่าแม้จะมีใบหน้าตี๋ก็จัดไว้ว่า ‘ตี๋คมเข้ม’ ยิ่งนัก ร่างสูงเดินเข้ามาขนาบข้างอย่างเป็นกันเองทำให้เรือนผมสีน้ำตาลกึ่งดำสยายไปตามแรงเมื่อหันขวับกลับไปมองบุคคลที่เดินมาขนาบข้างตน

“หวัดดีค่ะพี่นรุตม์ ขอโทษทีค่ะเมื่อกี้ซายน์ไม่ทันได้มอง” พิชามญชุ์กล่าวเสียงสูงเป็นเชิงขอโทษ “แล้ววันนี้พี่หมอไม่มีเคสผ่าตัดเหรอคะ”

“ครับ”

“มันแปลว่ามีหรือไม่มีล่ะคะ” หญิงสาวแกล้งเย้า

“ครับ ไม่มีมีอีกทีก็ตอนบ่ายโมง” หมอหนุ่มพูดขณะลอบสังเกตพวงแก้มแดงใสแลเห็นเลือดฝาดที่เคลือบไว้ด้วยแป้งเด็กอ่อน ๆ จนแทบทำให้ร่างสูงตรงหน้านึกอยากที่จะก้มลงไปหอมแก้มแดงใสสีเรื่อ ๆ เป็นเลือดฝาดนั้น เขาได้แต่นึกในใจแม้กระนั้นก็ยังปิดไว้ไม่มิดกับสายตาที่ทอดมองมายังหญิงสาวตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนที่ฉายไปด้วยความรักมากเกินกว่า ‘พี่หมอ’ หรือ ‘เพื่อนพี่ชาย’ ธรรมดา ๆ จะมองผู้ที่เป็นรุ่นน้องและเป็นถึงน้องสาวสุดหวงของเพื่อนตน เว้นเสียแต่ว่าหญิงสาวมิอาจรับรู้มันได้..ก็เท่านั้นเอง

เขาได้รู้จักกับพิชามญชุ์ครั้งแรกเมื่อตอนที่เขาอยู่ปีสอง แทนที่จะอยู่ปีสามคณะเภสัชเหมือนกับวิชยุตม์หรือชยุตม์พี่ชายของหญิงสาว เขากลับเลือกที่จะเป็นเด็ก ‘ซิ่ว’ ไปเอ็นทรานซ์ใหม่เพื่อเข้าเรียนแพทย์ ตอนนั้นเขาได้กลับมาหาวิชยุตม์อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะแวะมาหาวิชยุตม์เพื่อนเขาที่ไม่พบกันมานานเกือบปี นั่นจึงเป็นเหตุที่เขาได้พบกลับซายน์อีกครั้งหนึ่ง และนั่นทำให้เขานึกรักผู้หญิงตรงหน้าไปในทันใด พิชามญชุ์เด็กสาวที่เคยแก้มยุ้ยน้ำหนักเกือบร้อยกิโลที่ไม่คาดว่าจะแฝงความน่ารักใส ๆ ไว้ในพวงแก้มอันอวบอูมไปด้วยเนื้อหนา เขาแทบสาบานไปได้เลยว่า หล่อนสวยขึ้นผิดหูผิดตาจนเขาตะลึง ตอนนั้นหล่อนเพิ่งกลับมาจากร้านหนังสือที่ห้างสรรพสินค้าในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่าสีขาวแขนตุ๊กตาจีบฟองฟูบริเวณแขนดูราวกับตุ๊กตาน้อยที่น่าถนุถนอม และนั่นเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยบอกใครแม้กระทั่งชยุตม์

“น้องซายน์ครับ” ร่างสูงเรียก

“คะ..พี่หมอ..มีอะไรเหรอ” พิชามญชุ์เลิกคิ้ว

“เอ่อ…คือ ช่างมันเถอะ”

“แต่แววตาพี่หมอไม่ได้บอกว่าเปล่านี่คะ” หญิงสาวจับมือใหญ่ทว่ากลับดูเรียวสวยได้รูปคล้ายกับผู้หญิงขึ้นมาเขย่าเบา ๆ “มีอะไรจะพูดกับซายน์รึปล่าวคะพี่หมอ ?” หญิงสาวปล่อยมือเรียวสวยคล้ายผู้หญิงของหมอหนุ่มลง พลางยิ้มหวานแสดงความจริงใจออกมา และนั่นทำให้หมอหนุ่มเขินล์จนพูดไม่ออก

“ม..ไม่มีอะไรหรอก” นรุตม์พูดตะกุกตะกักเล็กน้อย

“งั้นซายน์ไปก่อนนะคะ” หญิงสาวยิ้ม

หญิงสาวทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในห้อง หมอหนุ่มเห็นท่าว่าจะไม่ได้การณ์ ให้ตายเถอะ..แค่ชวนสาวไปกินข้าวด้วยกันเนี่ยนะ ตายเถอะ…ทำไมเขางี่เง่าอย่างนี้นะ

‘ทำไมวะไอ้หมอแค่ชวนสาวไปกินข้าวเย็นด้วยกันแค่นี้ก็ทำไม่ได้ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย !’ เจ้าจิตใจสนับสนุนแรกโต้ขึ้น

‘แต่นั่นมันน้องสาวเพื่อนนะ’ อีกใจคัดค้านโต้กลับ

‘แล้วไง’ อีกใจแย้ง ‘นั่นมันคือคนที่นายรักไม่ใช่เหรอไอ้หมอ’

‘พี่ชายมันหวงมากนะเว้ย’

‘แต่นายก็เป็นเพื่อนรักของไอ้ชยุตม์มันนี่’

‘เอาเถอะ’ ใจสนันสนุนตัดบท ‘นายก็จงขี้ขลาดอย่างนี้ต่อไปเถอะ โอกาส..มันไม่ได้มีมาให้นายตลอดหรอกนะ ถ้ามัวแต่ขี้ขลาดแบบนี้ ก็อย่าหวังจะได้ใจจากเจ้าหล่อนเลย ไอ้หมอโง่ !’

ไอ้หมอโง่ ! คำนี้ดูเหมือนจะเป็นเสียงสะท้อนที่ดังก้องอยู่ในโสตปะสาทหูของเขาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ไม่ !! เขารักเธอ เขาจะไม่ยอมเสียโอกาสนี้ไปหรอก

“น้องซายน์ครับ”

“ค่ะ ? พูดมาเถอะค่ะพี่หมอ”

“คือพี่จะชวนซายน์ไปกินข้าวเย็นกับพี่ครับ” หมอหนุ่มพูดออกไปอย่างเสียงดังขึ้นกว่าเล็กน้อย

“อืม…งั้นทุ่มนึงเจอกันค่ะ” หญิงสาวยิ้มบาง ๆ ก่อนจากไปยังห้องทำงาน





“ไม่…โนเวย์ ไม่มีทางเว้ย” เสียงแข็งกระด้างแฝงความแกมงอนนิด ๆ ของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ที่มีเรือนผมสีดำเข้มเข้มสนิทยาวประบ่าสะบัดไปมาอย่างฉุน ๆ ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีเลือดหมูเดินงุ่นง่านไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ พลางทำมือไขว้หลังเดินไปมาเหมือนจะใช้ ‘มารยา’ อ้อนน้องสาวสุดฤทธิ์(ต๊าย…น่าอ้อนตายล่ะ)

“แต่พี่หมอเค๊า”

“โนเวย์ ไม่มีทางและคำตอบสุดท้ายก็คือไม่ให้ไป” เสียงแข็งจากผู้มีศักดิ์เป็นถึงพี่ชายร่วมสายเลือดกล่าวคัดค้านเช่นเดิม

“ทำไมล่ะพี่ชยุตม์”

“ก็ไอ้หมอมันหักหน้าข้า” ชายหนุ่มกำมือ “แถมมันบังอาจมาชวนแกโดยไม่ขอ ‘พระราชานุญาต’ จากข้าสักกะผีกริ้น” หญิงสาวทำท่าจะอ้าปากค้านแต่ถูกพี่ชายนักเผด็จการที่แสนขี้งอนและเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่งแย่งพูดต่อเสียก่อน “และอีกเหตุผลนึงนะ…รู้มั้ยยายตัวแสบ” ชยุตม์ปรายตาไปยังหญิงสาว

“มันหยามศักดิ์ศรีข้าโว้ย !!”

“แค่นี้…” หญิงสาวลากเสียงสูง “เนี่ยนะ”

“เออ”

“ไร้เหตุผล ไม่อนุมัติ งอนแล้ว” พิชามญชุ์โวยกลับ โห่..อะไรกันฟระ ไหงเป็นแบบนี้ทุกที รวนอีกแล้วแค่ไม่ทำเค้กสตอเบอรี่ทิ้งไว้เนี่ยนะ ฮึได้เลย !! หญิงสาวแสร้งทำเป็นงอนปั้นปึ่งแถมตีหน้ายักษ์ที่แนบเนียน(เฉพาะกับพี่ชายเท่านั้นแหล่ะ) พลางเชิดรั้นจมูกใส่ ตากลมโตแสร้งเลือบไปมองค้อนพี่ชายพลางขยับตัวทำท่าทีเหมือนจะเดินออกจากห้องอย่างไม่สนใจแล้ว ใครจะรู้เล่าว่าขณะที่เจ้าหล่อนแสร้งเดินออกไปนี้เอง มุมปากกลับกระตุกยิ้มอย่างมีชัย โอเค..ซายน์เอ๋ยเตรียมตัวนับถอยหลังได้เลย

5


4


3


2

“เดี๋ยวยายตัวแสบ” เสียงแข็งกระด้างของพี่ชายที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงอ่อนโยนตามเดิมเรียก “ให้ไปก็ได้” แต่กระนั้นก็เถอะ..ยัง..ยังหรอก..ยังไม่ลดความปั้นปึ่ง ผู้ชายอะไรขึ้งอนชะมัดไม่เหนื่อยมั่งรึไงนะ

“ค่ะ” พิชามญชุ์รับคำด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ที่พยายามกลั้นหัวเราะอย่างลิงโลดไว้สุดฤทธิ์ ว่าแล้วพี่ชายใจอ่อนอีกแล้ว อิอิ..งานนี้เสร็จเรา

“แต่” วิชยุตม์กระแอมเสียงเบา ๆ ก่อนกล่าวต่อ พลางสวมกอดน้องสาวกับอกกว้างแข็งแกร่งทว่ากลับแลดูอบอุ่น “อย่ากลับดึกนักนะ..รู้มั้ย” วิชยุตม์บอกเบา ๆ ข้างหูหญิงสาวอย่างอ่อนโยน

สรุป !! ฮี่ ๆ งานนี้นางเอกเราชนะ ! ! !

หลังจากที่หญิงสาวเดินออกจากห้องไปแล้ว วิชยุตม์ผู้ได้ชื่อว่ามีศักดิ์เป็นพี่ชายร่วมสายโลหิตถึงกับทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟานุ่มอย่างหมดแรง พลางถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง คิ้วหนาเข้มขมวดขึ้นอย่างครุ่นคิดไม่ตก นับตั้งแต่พ่อกับแม่เสียชีวิตจากไปกับอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อตอนเขาอยู่ปีหนึ่ง ตอนนั้นยายซายน์เพิ่งอยู่มอหกเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เขาต้องทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อ เป็นทั้งแม่ให้กับน้องสาวมาโดยตลอด บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำยายซายน์ถึงไม่เข้าใจเขาบ้างเลยนะ หรือแกล้งไม่เข้าใจกันแน่ หลายครั้งที่เขาสั่งไม่ให้ไปนู่นไปนี่หรือทำนู่นทำนี่ มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนนั้นพิชามญชุ์อยู่ม.5 ต้องไปทำโครงงานกับเพื่อนเขาสั่งนักสั่งหน้าแล้วว่าให้กลับก่อนสองทุ่ม ที่ไหนได้…คุณเธอกลับสามทุ่ม จนเขาแทบไม่เป็นอันทำอะไร พยายามโทรเข้ามือถือเจ้าตัวเป็นร้อย ๆ รอบโดยหวังว่าจะรับบ้าง แต่เปล่า…คุณเธอปิดเครื่อง พอกลับมาบ้านเขาโกรธจนแทบเต้น แต่ด้วยความห่วงที่มีมากกว่าจึงรีบปราดเข้าไปกอดน้องสาวไว้ เขาแทบจะคลั่งให้ได้จนน้องสาวต้องกอดเขาตอบจนแน่นเพราะเขากลัว กลัวที่จะประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำร้ายเพราะตั้งแต่พ่อกับแม่เสียชีวิตเขาไม่ยอมให้น้องสาวกลับเองอีกเลยเขาจะไปรับไปส่งตลอด เพราะกลัวที่จะสูญเสียน้องสาวไปอีกคน..เหมือนกันพ่อแม่ แต่ก็นะเฮ้อ..ไม่เคยได้ผลเลย… วิชยุตม์ถอนหายใจอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็แพ้ยายตัวแสบอีกตามเคย

บอกตรง ๆ เลยคือเขาไม่อยากให้น้องสาวไปกินข้าวเย็นกับไอ้หมอนรุตม์เลย ไม่ใช่ว่าไอ้หมอนรุตม์มันเป็นคนไม่ดีหรอกนะ ถ้าเป็นคนไม่ดีจริงป่านนี้เขาไม่ยอมเป็นเพื่อนกับมันมาจนถึงมาจนถึงป่านนี้หรอก เพียงแต่ว่าเขาอดที่จะห่วงไม่ได้เท่านั้นเอง

.



. .


. . .



ผิดไหมกับการเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาว ?




โดย : โฟลล์เรย์
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 14 พ.ย. ปี 2006 [ เวลา 19 : 24 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com