Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ความผิดหวัง..ที่ไม่เป็นไร

เรื่อง :

ความผิดหวัง..ที่ไม่เป็นไร

เรื่องเล่ารายวัน....1
วันนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนคนหนึ่งของฉัน...เค้าชื่อ..นภา
ตอนนี้ เวลา 17.00 น ฉันยังนึกไม่ออกว่าจะอวยพรวันเกิดเค้าว่ายังไง ปกติทุกปี วันเกิดของนภาฉันจะซื้อสมุดบันทึกเล่มหนาให้เค้า ทุกครั้งฉันก็จะแกล้งลืมวันเกิดของเค้าแต่ก็จะแอบเอาของขวัญไปไว้ที่บ้านให้เค้าบ้าง แอบยัดใส่ใต้โต๊ะบ้าง ห่อเป็นขยะให้บ้าง ...จนเค้าชิน จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ฉันให้ของขวัญเค้าก็วันเกิดนภาเมื่อปีที่แล้ว
นภา..และแก้วตาเป็นเพื่อนที่รักของฉัน ที่จริงเรามีกันอยู่ 7 คนแต่เราสามคนสนิทกันมากที่สุดแต่ก็ไม่ใช่ว่ารักเพื่อนในกลุ่มน้อยกว่ากันหรอกน่ะ แต่เพราะความที่เราเหมือนกันและนิสัยที่เข้าใจกันตลอดจึงทำให้เราเข้าขากันได้ดีมาตลอด จนถึงจุดเปลี่ยนแปลงตอนม.4นภาเค้ามีเพื่อนใหม่ที่ดูเหมือนจะสนิทกว่าฉันเค้าชื่อ....ชมพู และในที่สุดแก้วตาก็สนิทกับเ ชมพูอีกคน เพียงเพราะนภาและแก้วตามีแฟนที่เป็นเพื่อนของชมพูเท่านั้นเอง
...ฉันกลายเป็นคนไม่สำคัญสำหรับเพื่อนรักสองคนในเวลาไม่นานทั้งที่ฉันคบกับเค้ามาตั้ง 3 ปี ฉันเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่างจากเมื่อก่อนขึ้นทุกที นภากับแก้วตาเริ่มไม่เข้าใจฉันและทะเลาะกันบ่อย วันๆ เอาแต่คุยโทรศัพท์ จนทำให้ฉันรู้สึกเสียใจและน้อยใจขึ้นมาจริงๆ
...
ตอนนั้นฉันเหงามาก...ทั้งที่นั่งเรียนกับนภาแท้ๆ แต่ก็เหมือนนั่งเรียนคนเดียว .. ฉันเหงาจริงๆ .........ตอนนั้น เอ็ม เป็นเพื่อนในห้องซึ่งก็สนิทกันตั้งแต่ม.ต้น ด้วยความที่พี่ชายของเราก็เป็นเพื่อนกันมากก่อนด้วยจึงทำให้เราสนิทกันมาก ยิ่งในระยะที่ฉันไม่มีใครสนใจเอ็มกับฉันก็ยิ่งสนิทกันมากกว่าเดิมจนฉันรู้ทุกเรื่องทุกปัญหาของเอ็มและเอ็มก็รู้ถึงความรู้สึกของฉัน
.............
มันคงจะดีกว่านี้แน่ถ้า...เอ็มไม่เคยเป็นแฟนกับแก้วตามาก่อน แก้วตาหันมาสนใจฉันอีกครั้งแต่ ..เป็นความรู้สึกที่ทำให้ฉันแย่ เค้าหวงและหึงเอ็มมากจนทำลายความรู้สึกที่ดีของฉัน...เพียงเพื่อผู้ชายคนเดียว
..........
วันนั้น แก้วตาโทรศัพท์มาหาฉัน....หลังจากที่เราคุยกันแบบคนรู้จักมานาน วันนี้เค้าโทรมาในฐานะเพื่อนรัก...แก้วตาถามฉันว่า
..เธอเป็นแฟนกับเอ็มหรอ....
ตอนนั้นฉันรู้สึกกับเอ็มมากกว่าเพื่อนจริงแต่พอได้ยินแก้วตาถามอย่างนั้น....ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าแก้วตายังรักเอ็มอยู่....ฉันจึงตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า.......
....ไม่เราคบกันในฐานะเพื่อนเท่านั้น..
แก้วตาพูดต่อท้ายด้วยคำว่า.......................................
........ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกถ้าเธอจะเป็นแฟนกับเอ็มแต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เราอย่าได้คุยกันอีก หน้าก็ไม่ต้องมอง ถ้าจะรักกันก็อย่าได้มาให้ฉันเห็นหน้า...............
................
ความรู้สึกตอนนั้นทำให้ฉันสับสนกับความรู้สึกที่มีต่อแก้วตาแล้วฉันก็ถามตัวเองว่า....ถ้าฉันเป็นแก้วตาฉันจะตอบยังไง
คำตอบที่ออกมาจากใจของฉันก็คือ...ถ้าหากเพื่อนต้องการอย่างนั้นฉันก็คงต้องยินดีด้วยเท่านั้น
...............
หลังจากวันนั้น..ฉันก็เริ่มหลบหน้าเอ็ม แน่นอนเอ็มก็ต้องรู้ว่าฉันเปลี่ยนไป เอ็มจึงหาโอกาสคุยกับฉัน ก็คือคุยโทรศัพท์
เอ็มถามฉันว่า...เอ็มผิดอะไร เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิมไม่ได้หรอ เอ็มร้องไห้บอกว่าไม่มีใคร เค้าแค่อยากมีเพื่อนที่เข้าใจกันเท่านั้น
..........
เอ็มทำให้ฉันรู้ว่าความเป็นเพื่อนคือความเข้าใจ เอ็มเองก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากฉัน ฉันจึงกลับมาสนิ ทกับเอ็มเหมือนเดิม
...........
เวลาที่ผ่านมาฉันและเพื่อนในกลุ่ม 7 คนคบกันแบบเพื่อนทั่วไปคือไปไหนไปด้วย แต่ความจริงใจหายาก
เราใกล้จบม.5 แล้วตอนนี้ ความสับสนยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อนภา ชมพูและเพื่อนในกลุ่มต่อต้านฉันอย่างรุนแรง
.....
ฉันรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือ สายตาของเพื่อนรักทั้งสองที่มองฉันในฐานะศัตรูตลอดเวลา ทั้งที่ยังนั่งเรียนอยู่โต๊ะเดียวกัน แต่ทำไมเหมือนอยู่คนละโลก ทั้งสายตาและคำพูดเริ่มส่อเสียด กระแนะกระแหน พูดกระแทกแดกดันให้ฉันรู้สึกอาย และแย่เอามากๆ
ไม่ว่าจะทำงานอะไร ฉันเริ่มต้องทำคนเดียวตลอด เพียงเพราะเพื่อนในกลุ่มพูดดีด้วยไม่กี่คำก็ตกปากรับคำทำให้ทันที เพียงเพื่อต้องการให้เพื่อนๆ ......รักฉันเหมือนเดิม
................
ในห้องเราเป็นกลุ่มที่มีแต่คนน่ารัก แต่ชอบทำอะไรที่เห็นแก่ตัวพูดอะไรก็ไม่เกรงใจใครไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง จนเพื่อนในห้องเกลียดไม่ชอบขี้หน้า และมีเรื่องกับห้องอื่นบ่อยครั้ง และทุกครั้งก็จบที่...ฉันต้องไปคุยกับอาจารย์ในฐานะต้นเหตุเสมอ เป็นอย่างนี้หลายต่อหลายครั้ง เพราะฉันเป็นเด็กเรียนดีที่สุดในกลุ่มและทำคะแนนดีมาตลอด และอาจารย์เห็นฉันเป็นหัวหน้ากลุ่มจึงมักว่าให้ฉันบ่อยครั้ง แต่ฉันก็ไม่สนใจเพราะฉันรักเพื่อน...โดนด่าไปกับเพื่อนๆมันทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขด้วยซ้ำ....
............
แต่ปัญหาก็มากขึ้นทุกทีจนฉันรู้สึกว่ามันเป็นปัญหาที่เพื่อนเราผิดจริงแต่ก็ยังเข้าข้างอะไรที่ผิดๆอยู่
..ฉันเริ่มคิดและทบทวนสิ่งที่ผ่านมาในช่วงม.4 จบปลายเทอม ม.5 เทอม2นี้ ฉันสะดุดใจกับหลายครั้งที่เพื่อนในกลุ่มทุกคนพร้อมใจกันโกรธฉันหลายต่อหลายครั้งและทำปฏิกริยากับฉันเหมือนไม่ใช่เพื่อนทั้งด่ากระทบ พูดให้ร้าย ทั้งที่ฉันทำผิดแต่พวกเค้าก็ผิดเหมือนกันแถมว่าด้วยเหตุผลแล้วเค้าผิดต่อฉันมากด้วยซ้ำ
....แต่ฉันก็ต้องเป็นคนผิดแค่คนเดียว ร้องไห้คนเดียว ฉันต้องเป็นคนผิดเสมอ เพราะไม่มีเพื่อนคนไหนในกลุ่มที่เข้าข้างฉันบ้างเลย
ฉันพูดอธิบายอะไรก็หาว่าฉันอยากทำตัวเป็นนางเอก สรุปสุดท้ายของเรื่อง ..ฉันก็ต้องโดนเพื่อนในกลุ่มด่าและซ้ำเติมเสมอ
........
เริ่มต้น ..ม.6 ฉันจึงพยายาเปลี่ยนแปลงไม่ยุ่งอะไรกับเรื่องในกลุ่มมาก แต่ก็กลายเป็นว่า ฉันผิดที่ทำตัวออกห่างเพื่อน และผิดที่สนิทกับเพื่อนในห้องจนเพื่อนในห้องเกลียดพวกเขา
...ที่จริงแล้วเพื่อนในห้อง เค้าพากันเกลียดแค่นภากับชมพูเท่านั้นเพราะทั้งสองคนพูดอะไรไม่เกรงใจใคร พูดว่าร้ายเพื่อน และด่าเพื่อนอย่างมั่นใจว่าตัวเองถูกแต่ที่จริงตัวเองที่ผิด
....หลังจากที่ฉันตีตัวออกห่างจากเพื่อนในกลุ่ม ฉันก็ได้รู้อะไรหลายอย่างจากเพื่อนในห้อง หลายคน
............
ฉันเจ็บปวดมาก....หลังจากที่ได้ยินหลายต่อหลายคนบอกกับฉันว่าเพื่อนที่ฉันเรียกว่า....เพื่อนรัก นินทาฉันทุกเรื่องไม่ว่าจะว่าเป็นเรื่องของเอ็ม เรื่องการตั้งใจเรียนของฉัน มันเป็นเรือ่งที่ฉันเสแสร้ง ทำเป็นไร้เดียงสา ต่อว่า...ว่าฉันทรยศแก้วตา แสร้งบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับเอ็มแต่กลับคบกันสนิทกันกว่าเดิมด้วยซ้ำ เอาดีแต่ตัวเอาหน้าอาจารย์
...............
วันนึงฉันนั่งคิดทบทวนเรื่องทั้งหมด ฉันจึงได้รู้ว่าที่ผ่านมาเพื่อนรักของฉันทุกคน ไม่ใช่คนเดิม เพื่อนที่ฉันรักทุกคน......ไม่จริงใจกับฉันเลย......ความเข้าใจที่เคยมี และที่ฉันคิดว่ามันยังคงอยู่ในใจของเราอยู่เสมอก็ไม่มีเลยสักนิด เหลือแต่ความอาฆาต ไม่พอใจในตัวฉันเรื่องของเอ็มฉันยอมรับว่า....ฉันรักเอ็มจริงแต่ก็ถูกขีดเส้นกั้นด้วยคำว่า...เพื่อน...เท่านั้นจริงๆ เรามีเพียงความเป็นเพื่อนที่เข้าใจเท่านั้นจริงๆ และเพราะเอ็มเค้าไม่ผิดอะไรแล้วทำไมฉันต้องหลบหน้า และทำตัวไม่สนิทกับเค้าด้วย เพราะเราก็เป็นเพื่อนกันเท่านั้น
ฉันไม่คิดว่าแค่เรื่องผู้ชาย...มันจะทำให้ฉันรักเพื่อนน้อยลงและเพื่อนในวัยเราๆ แล้วย่อมสำคัญกว่า แฟน เสมอสำหรับฉัน
....ส่วนเรื่องเอาหน้าอาจารย์ เค้าคงไม่รู้ว่าก่อนที่อาจารย์จะเข้าใจฉันเพื่อนคงลืมไปว่าเรื่องทั้งหมดฉันเป็นคนสุดท้ายที่รู้และก็ไม่เข้าใจอยู่คนเดียว ฉันเป็นคนสุดท้ายที่รู้ความจริงว่า..เพื่อนฉันเป็นคนผิด....
..............ฉันคิดเรื่องนี้อยู่นาน ใกล้จบเทอมแรกของม.6 แล้วและเช้าวันจันทร์วันแรกของการสอบปลายภาค ฉันนั่งในห้องนอน ที่ทุกๆมุมมีแต่รูปรอยยิ้มของเพื่อนๆในกลุ่มและเพื่อนๆในห้อง ทุกรูปล้วยมีแต่รอยยิ้ม ยิ่งฉันมองฉันก็ยิ่งเจ็บปวดมากจนกลั้นน้ำตาไม่ไหว วันนั้นฉันร้องไห้แบบที่ไม่เคยร้องมาก่อน คือ ร้องไห้แบบครวญครางร้องไห้แบบโหยหา รู้สึกแย่ทึ่สุดจริงๆ ฉันร้องออกมาแบบไม่สนใจว่าใครได้ยินบ้าง ฉันนึกถึงทุกภาพที่เค้ายิ้มที่แท้มันก็คือ...การเสแสร้ง ที่แท้ไม่มีรอยยิ้มเลย ที่แท้ฉันยิ้มจริงๆแค่คนเดียว ที่แท้ฉันไม่มีความสำคัญกับเพื่อนเลยสักนิด รูปที่ถ่าย ความรู้สึกที่บรรยายไว้ในสมุดโน๊ต ฉันแค่จินตนาการขึ้นมาเอง
...............
ฉันตัดสินใจ เลิกคบกับเพื่อนกลุ่มนี้ ลงโทษพวกเค้าด้วยสายตาที่เย็นชา และไม่มีคำพูดใดที่จำเป็นต้องพูดกับคนกลุ่มนี้ ฉันจึงไม่พูดกับพวกเค้า ฉันเดินกับเพื่อนกลุ่มใหม่ที่ดูเหมือนเค้าจะดีใจที่มีฉันเป็นเพื่อนและรู้สึกถึงความเป็นมิตรจากพวกเค้า และการปรับตัวเข้าหาฉันอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนกลุ่มใหม่ที่เค้าจริงใจกับฉันจริงๆ แต่ฉันกลับห่วงเพื่อนของฉันอยู่
....
แก้วตา..เพื่อนที่รักของฉัน เค้าทนไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของฉัน แก้วตาโทรมาหาฉันเป็นคนแรก และคร่ำครวญถามถึงสาเหตุการเปลี่ยนแปลงของฉัน เขาขอร้องให้ฉันกลับมาเหมือนเดิมและเล่าอะไรหลายอย่างให้ฟัง แต่ฉันบอกกับแก้วตาว่า....เวลาที่ผ่านมามันผ่านไปแล้ว ฉันมีความเจ็บปวดตรงอดีตแต่ก็ไม่ลบเลือนเลยขอเวลาสักพักให้ฉันได้ทำใจคิดอะไรสักพักโดยที่ไม่มีเพือ่นอย่างพวกเธอ...ไม่นานฉันจะให้คำตอบกับเธอน่ะแก้วตา
........
ทุกวันฉันดำเนินกิจวัตรของฉันโดยที่ทำเหมือนในห้องในโรงเรียนไม่มีเพื่อนกลุ่มนี้อยู่เลย จนกลายเป็นการลงโทษที่รุนแรงสำหรับเพื่อนในกลุ่มนี้ เพราะเพื่อนในห้องต่างพากันเข้าข้างฉันกันหมดแต่ก็ยังคุยและเล่นบ้างกับพวกเค้า มีแต่ฉันที่ไม่พูดไม่คุยไม่มองหน้า ไม่มีความรู้สึกกับพวกเค้า
.......
นภาเป็นคนที่สอง..ที่โทรศัพท์มาหาฉันและเอาแต่ร้องไห้ แล้วก็ร้องไห้ นภาไม่พูดอะไรอยู่นานเพราะเอาแต่ร้องไห้ จนฉันลำคาญและบอกให้พูดกันดีๆก่อนแล้วค่อยร้องคงไม่สาย
....นภาจึงเริ่มพูด....
...แกเป็นอะไร...นภาถาม
...เป็นอะไรทำไมข้าต้องเป็นอะไรด้วย.แล้วเมื่อไหร่แกจะหยุดร้องแล้วคุยกันให้รู้เรื่อง..ฉันตอบ
...แกไม่รักข้าแล้วเหรอ...นภาถาม
ฉันไม่กล้าตอบเพราะแน่นอนฉันรักเพื่อนและยิ่งเรานั่งด้วยกันมาตลอด4 ปี มันเป็นธรรมดาที่จะผูกพันกันที่สุด
....แกถามเพราะแกอยากรู้หรือจะเอาคำตอบไปถามตัวเอง..ฉันตอบ
....แกเปลี่ยนไป แกทำเหมือนข้าไม่มีตัวตนบนโลก ทั้งที่คนที่แกให้ความสำคัญที่สุด คือข้า...นภาพูด
...แกพึ่งรู้เหรอ.....ฉันตอบ
....ข้าจะบอกอะไรแกอย่างน่ะ ข้าเจ็บปวดมาตลอด แต่พึ่งรู้ว่าเจ็บเมื่อไม่นานมานี้เอง ข้าไว้ใจแกที่สุด รักแกที่สุด ฟังแกที่สุดเพราะแกเป็นเพื่อนรักของข้า แต่สิ่งที่ข้ารู้และทราบดีว่ามันเป็นเรื่องจริงคือแกทำร้ายข้าทั้งคำพูดและการกระทำ ข้าไม่โกรธแกเลย แต่ขอข้ารักษาใจที่มันเป็นแผลขอข้าใช้ชีวิตแบบไม่มีแกสักพักไม่นานข้าคงรู้คำตอบตัวเอง....ฉันพูดเพื่อให้นภาได้รู้ว่าฉันรู้สึกยังไง
ฉันวางโทรศัพท์หลังจากที่พูดจบ
.................................
หลายวันต่อมา ฉันเห็นเพื่อนของฉันนั่งเป็นกลุ่มและดูเหมือนกำลังเศร้า และไม่กี่นาทีหลังจากที่ฉันก้าวเข้าห้อง แก้วตาก็เดินมาบอกว่าเพื่อนๆต้องการคุยด้วย เพี่อเคลียร์ปัญหาทุกอย่าง
................
ฉันไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือรู้สึกใดๆ แต่ก็พร้อมจะพูดทุกอย่างเพื่อให้มันจบลงตรงนี้ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ก็ตาม
..............
ทุกคนมองหน้าฉัน และนภาและแก้วตาก็ร้องไห้ออกมาพร้อมกัน ทั้งที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ เราเริ่มคุยกันด้วยคำถามจากเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม
....แกโกรธอะไรพวกฉันนักหนา หรือว่าจะเป็นเรือ่งรายงานที่ไม่ได้ทำช่วย...
ฉันตอบไปง่ายๆว่า.....
....เรื่องแค่นี้ข้าเคยโกรธพวกแกหรอ....
...แล้วแกโกรธพวกข้าเรือ่งอะไร ...ชมพูเป็นคนที่ถามขึ้นมา
ฉันจึงตอบว่า...
....เรื่องทุกเรื่องที่ข้าโกรธพวกแกรู้ดี ......
...แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ ....เพื่อนในกลุ่มถาม
.... เรื่องทุกเรื่องที่มันทำให้ข้าเจ็บปวด มีอยู่ไม่กี่เรื่อง และไม่มีเลยสักเรื่องที่จะโกรธใคร แต่ที่ฉันโกรธ เพราะเรื่องทุกเรื่องที่ฉันเสียใจคือเพื่อนรักเป็นคนทำ
....นภากับแก้วตาได้แต่ร้องไห้และนภาก็ถามออกมาว่า.....
....แกเจ็บคนเดียวรึไง....
ฉันตอบไปด้วยคำพูดที่เย็นชาว่า....ใช่ ฉันเจ็บคนเดียวจริงๆ
.....ข้าไม่ใช่เพื่อนแกอีกแล้วใช่มั้ย มีเรื่องอะไรทำไมไม่พูดกันดีๆ ...
..แก้วตาถามทั้งน้ำตา
....แต่ก่อนข้าก็อยากให้แกเข้ามาคุยกับข้าว่ามีเรื่องอะไรกัน ทำไมสายตาเพื่อนมันทำร้ายข้านัก...ฉันตอบแก้วตาไปแต่ไม่มีน้ำตาเลยสักนิด
.....ทุกคนเงียบ และถามว่าตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ที่ทำให้ฉันโกรธมากขนาดที่จะตัดความสัมพันธ์กับเค้าได้
.....ฉันบอกกับเค้าไปว่า ...ให้พวกเค้ากลับไปคิดก่อนว่าทำอะไรที่ผิดต่อฉัน เพราะฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกเพราะมันคงเจ็บปวดที่ต้องมานั่งบอกว่า ใครทำผิดอะไรตรงไหน
.......นภา พูดออกมาเป็นคนแรกว่า...
...เรื่องนินทาใช่มั้ย......แกก็รู้ว่าพวกเรามันนินทาไม่เลือกอยู่แล้ว
ฉันอึ้งกับคำพูดของนภา..และพูดแบบไม่ต้องมีใครต้องตอบอีก
ว่า.....ฉันเคยว่าเพื่อนคนไหนมั้ยถ้าจะนินทาใคร ฉันบอกเสมอว่าถ้าจะนินทาฉัน ฉันไม่ว่าแต่อย่าให้ฉันรู้ เพราะมันคือความไม่จริงใจ ต่อกัน เพื่อนก็คือเพื่อน ฉันไม่เคยว่าอะไรให้พวกแกเจ็บช้ำน้ำใจทุกเรื่องฉันอยู่เคียงข้างไม่เคยถอย แต่สักเรื่องพวกแกเคยมั้ยอยู่ข้างฉันไม่มีเลยสักคน เพราะทุกคนคิดว่าฉันผิด ....ใช่มั้ยนภา
ฉันพูดส่อเสียดนภาตามประสาคนโกรธ....
.......แต่ข้าก็ไม่เคยคิดให้แกออกจากกลุ่มเลยน่ะ เพราะอยากมีแกอยู่เคียงข้างฝ่าฟันปัญหาเหมือนแต่ก่อน...แก้วตาพูด
....ข้ารักแกน่ะ ข้าทำใจไม่ได้จริงๆที่ต้องมีวันที่ไม่มีแกเป็นเพื่อนข้าขอโทษ...นภาบอกกับฉันทั้งน้ำตา..
...............
ที่จริง...ฉันเคยบอกกับแก้วตาไปแล้วว่าฉันไม่โกรธเพื่อนแต่ขอเวลาเท่านั้น วันนี้ฉันยกโทษให้กับเพื่อนรักอีกสักครั้ง เพื่อพิสูจน์ อะไรอีกหลายอย่าง วันนั้นฉันให้อภัยกับเพื่อนรักของฉันไปอีกและกลับเข้ากลุ่มมาเหมือนเดิม
....แต่ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม เพราะฉันยังเจ็บ
เราจบม.6 ต่างแยกย้าย กันไปในเส้นทางชีวิตของตัวเอง
ฉันมาเรียนที่มหาลัยแห่งหนึ่งแก้วตาไปอยู่กับแฟนที่ระยอง ส่วนนภาเรียนอยู่ราชภัฏที่บ้าน
และระหว่างฉันกับนภาก็ยังมีเรื่องที่บาดหมางกันอยู่อีกครั้งเมื่อ....
.....คำพูดของนภาทำให้ฉันเจ็บปวดอีกครั้ง
....นภาบอกกับใครๆว่า ..ฉันเป็นแค่เพื่อนกินเท่านั้นคงไม่มีทางเป็นเพื่อนตายได้หรอก....
ฉันรู้เรื่องนี้จากหลายๆคน .......
ทำไมน่ะนภาถึงไม่เหมือนเดิมเลยทั้งที่เราเป็นคนที่รักและเข้าใจกันที่สุด ฉันไม่ได้โกรธเค้าหรอกแต่แค่รู้สึกเสียใจกับความจริงใจที่ฉันให้ไปโดยไม่ได้รู้เลยว่านภาคิดยังไง
........................................................................
.......................
ฉันผิดหวังมาก กับคำว่าเพื่อน แต่ไม่เป็นไรฉันรู้ว่านภาก็ยังรักและห่วงใยฉันอยู่ตลอดอย่างที่ฉันก็เป็นเหมือนกัน เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เราไม่ได้ติดต่อกันเลย เกือบปีแล้วที่เราไม่เคยคุยกันเลยสักครั้งแม้แต่หน้าทั้งที่อยากเจอก็ยังไม่กล้าหันมองเลย
ความเป็นเพื่อนของฉันกับนภาฉันรู้ว่า..ยังอยู่ในใจของเราทั้งสองคนและรอเวลาที่พร้อมจะคุยกันเหมือนแต่ก่อนตอนเราเข้าใจกัน
.............
วันนี้ฉันจึงไม่รู้ว่า...ฉันจะอวยพรวันเกิดเธอด้วยเสียงหรือข้อความ
ฉันรู้แล้วว่าจะส่งอะไร
ข้อความคือสิ่งที่สื่อได้ดีที่สุดสำหรับเราในตอนนี้เพราะเราคงไม่พร้อมที่จะคุยกัน
.......ขอให้มีความสุขในวันเกิดน่ะ เพื่อนรัก..............
.............จบ เรื่องเล่ารายวัน 1

โดย : แพรว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 พ.ย. ปี 2006 [ เวลา 19 : 27 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com